คำพูดของนางเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงในความมุ่งมั่นของนาฟแต่ชายหนุ่มยังคงนิ่งสงบ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ข้ารู้ว่าข้าไม่มีทางลงไปถึงชั้นที่เจ็ดด้วยตัวเอง...แต่หากท่านมีวิธีดึงตัวชายคนนั้นออกมาจากที่นั่น ข้าสามารถหาวิธีเข้าใกล้ตัวเขาได้"
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"เจ้าแน่ใจหรือ? แม้แต่การดึงเขาออกมาจากชั้นที่เจ็ดยังไม่ใช่เรื่องง่ายนี่ยังไม่รวมถึงความเสี่ยงที่เจ้าต้องเผชิญเมื่อเข้าใกล้เขา"
"ข้าแน่ใจ,!" นาฟตอบด้วยความมุ่งมั่น
หญิงสาวมองเขาอย่างพิจารณา ราวกับพยายามหาความลังเลในแววตาเด็กหนุ่มแต่สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงเปลวไฟแห่งความตั้งใจที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขานางถอนหายใจอีกครั้ง แต่คราวนี้น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานุ่มนวลลง"เจ้าช่างดื้อรั้นนัก แต่ข้าก็ชื่นชมในความกล้าของเจ้า... อย่างไรก็ตามข้าขอเตือนว่า หากเจ้าก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียวมันอาจจะเป็นก้าวสุดท้ายของเจ้า"
"ข้าเข้าใจ," นาฟตอบพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก
หญิงสาวมองเขาอีกครั้ง มองนาฟด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและระแวดระวังก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"ทำไมเจ้าถึงอยากช่วยข้า? ทั้งที่เราแทบไม่รู้จักกันเลยเจ้าไม่มีเหตุผลที่จะต้องเสี่ยงชีวิตเพียงเพื่อข้า"
คำถามนั้นเหมือนเสียงสะท้อนในความเงียบนาฟสบตาหญิงสาวตรง ๆ ไม่หลบสายตา สีหน้าของเขาเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง
"เพราะท่าน..." เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะสูดลมหายใจลึกและพูดต่อ
"ท่านเป็นคนแรก... คนแรกตั้งแต่ข้าฟื้นตื่นขึ้นมาที่ให้เบาะแสถึงที่มาของข้า"
ดวงตาสีทองของหญิงสาวฉายแววประหลาดใจแต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยขัดจังหวะ
นาฟพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
"ข้าตื่นขึ้นมาในความว่างเปล่าไม่มีความทรงจำ ไม่มีคำตอบ แต่สิ่งที่ท่านพูดถึง ทั้งสร้อยคอนี้ ทั้งเรื่องเกี่ยวกับถ้ำแห่งนี้มันเหมือนกับแสงสว่างเล็ก ๆ ที่ทำให้ข้ารู้ว่าข้ามีอะไรบางอย่างที่ต้องค้นหา"
เขาก้มมองมือของตัวเองราวกับกำลังรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดไว้ในคำพูด
"หากข้าปล่อยท่านไปเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพังข้าคงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ เพราะท่านคือเบาะแสเดียวที่ข้ามีและอาจเป็นโอกาสเดียวที่จะเข้าใกล้ความจริงเกี่ยวกับตัวข้า"
หญิงสาวนิ่งเงียบไปชั่วขณะราวกับกำลังพยายามอ่านความจริงจากแววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและความจริงใจในคำพูดของเขาความรู้สึกสงสารและเอ็นดูแทรกผ่านหัวใจที่เย็นชา
"เจ้าช่างเป็นคนที่แปลกนัก..."
เธอเอ่ยเบา ๆด้วยน้ำเสียงที่แฝงด้วยความอ่อนโยนจาง ๆ"ข้าคิดว่าโลกใบนี้ไม่มีผู้ใดที่ยอมเสี่ยงเพื่อข้าอีกแล้วแต่ดูเหมือนเจ้าจะยืนยันที่จะเป็นข้อยกเว้น"
เธอหลับตาลงครู่หนึ่งก่อนจะลืมขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มบางเบา
"ดี... ถ้าเจ้าเลือกเช่นนี้ข้าก็จะไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือของเจ้า แต่ข้าขอเตือนอีกครั้ง...อย่าให้ความมุ่งมั่นของเจ้ากลายเป็นความดื้อรั้นที่พาเจ้าสู่ความตาย"
"ข้าจะไม่ตาย,"
ภายในถ้ำลึกลงไปในใต้ดินดูเหมือนโลกอีกใบที่ถูกซ่อนเร้นจากสายตาเบื้องบนผนังถ้ำถูกปกคลุมด้วยคริสตัลสีม่วงส่องแสงระยิบระยับคล้ายดาวนับล้านในท้องฟ้ายามค่ำคืนแต่มวลพลังที่แผ่ออกมาจากที่นี่ไม่เหมือนที่ใดในโลกพลังนั้นหนาแน่นและหนักอึ้งจนแทบจะจับต้องได้อากาศรอบตัวดูสั่นไหวด้วยแรงกดดันมหาศาล
เหมือนทุกลมหายใจที่เข้าไปในปอดจะเต็มไปด้วยพลังลี้ลับที่ยากจะอธิบาย
พื้นถ้ำเต็มไปด้วยลวดลายของแร่ธาตุที่สะท้อนประกายสีม่วงอมดำราวกับเป็นแม่น้ำพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผืนดินเสียงกระซิบของพลังงานดังก้องอยู่ในความเงียบงันสร้างความรู้สึกทั้งน่าหลงใหลและน่าหวาดหวั่น
ที่ใจกลางของถ้ำ
ชายผมทองนั่งสมาธิอยู่บนแท่นหินธรรมชาติ เขาดูสงบเงียบแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจร่างกายของเขาแผ่พลังอันหนักแน่นและคมชัดจนเหมือนกลายเป็นศูนย์กลางของแรงดึงดูดในถ้ำแห่งนี้รอบตัวเขาแสงสีม่วงค่อย ๆ ลอยวนเข้าไปในร่างกายคล้ายกับสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นกำเนิด
ดวงตาของเขาหลับสนิท
แต่คิ้วขมวดเล็กน้อยบ่งบอกถึงความตั้งใจเขากำลังซึมซับพลังที่หนาแน่นจากถ้ำกำเนิดใหม่อย่างเงียบงันแสงสีม่วงจากผนังถ้ำดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้ามาหาเขาช้า ๆ
ทุกลมหายใจของเขาเหมือนเป็นการกลืนกินพลังของถ้ำเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้งแม้ในความเงียบสงบ
บรรยากาศโดยรอบกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่น่าหวาดกลัวราวกับว่าผู้ที่ย่างกรายเข้ามาในพื้นที่นี้กำลังถูกร่างของเขากดทับด้วยแรงกดดันมหาศาลความมืดของถ้ำลึกนี้ไม่ได้เป็นเพียงความมืดทางกายภาพแต่มันแฝงด้วยจิตสำนึกแห่งอำนาจที่ไม่อาจต่อกรได้ง่าย ๆ
ชายผมทองนั่งนิ่งราวกับรูปสลักที่มีชีวิตแต่สิ่งที่ปกคลุมเขาอยู่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมังกรที่หลับใหลรอเวลาจะตื่นขึ้นมาสร้างความพินาศในยามที่มันเติมพลังจนเต็มเปี่ยม...
ชายผมทองลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาของเขาทอประกายเรืองรองในแสงสีม่วงที่ระยิบระยับรอบตัวริมฝีปากของเขายกยิ้มมุมหนึ่งพร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบแต่ก้องกังวานในถ้ำลึก
"ในที่สุดเจ้าก็มาถึง... 'ทีน่า'"
เสียงของเขาทรงพลังไม่เพียงสะท้อนในถ้ำแต่ดูเหมือนจะแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของผู้ฟังด้วย
มุมหนึ่งของถ้ำ เงาสีทองเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาราวกับแสงแดดที่ลอดผ่านม่านหมอก หญิงสาวผมทองก้าวออกมาจากความมืดอย่างสง่างามเสื้อคลุมยาวของเธอปลิวไหวด้วยพลังลี้ลับที่แฝงอยู่ในตัวดวงตาของเธอจ้องมองชายตรงหน้าราวกับพญาอินทรีจ้องเหยื่อ
"กาโช่!"
หญิงสาวเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบและหนักแน่น
"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ากลืนกินพลังจากที่นี่เพื่อข้ามขั้นของพลังได้โดยง่ายหรือ?"