เฟยหรงโอบกอดหญิงสาวทั้งสี่เอาไว้อย่างสุขใจ หลังจากที่ต้องทุกข์ทรมานจากความงามของเป่ยลู่หลินมานานบัดนี้เขาได้แสดงความรักไคร่กับภรรยาของเขาแล้ว ตอนนี้ชายหนุ่มเหมือนได้ปลดปล่อยอย่างแท้จริงส่วนเด็กน้อยทั้งสองที่อยู่ตรงกลางเองในเวลานี้พวกนางค่อยดิ้นออกมาเล็กน้อยเพื่อยื่นหัวขึ้นมาหายใจ เนื่องจากท่านแม่ทั้งหลายของพวกนางกอดท่านพ่อแน่นจริงๆทำให้นางที่อยู่ตรงกลางได้รับผลกระทบไปด้วยนั่นเอง
"อ๊ะ เด็กคนนี้คือ??"เสี่ยวเซียนกล่าวขึ้นหลังจากที่กอดเฟยหรงจนหายคิดถึงแล้ว
"คาราวะท่านแม่เจ้าค่ะ ลูกชื่อเฟิงหยุนเยว่เจ้าคะ เป็นสูกสาวคนโตของท่านพ่อ"เฟิงหยุนเยว่ผสานมือคาราวะพร้อมกล่าวอย่างน่ารัก พวกเสียวเซียนได้เห็นถึงกับดวงตาเป็นประกายนี่คือลูกสาวคนโตที่สามีของนางเล่าให้ฟังสินะ ดูทั้งงดงามและน่ารักจริงๆ
"ลี่อินตัวน้อยมีพี่สาวแล้วสินะ"ปิงเหยาว่ากล่าวหลังจากคว้าลูกสาวเข้ามาในอ้อมแขน
"เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านพี่หยุนเยว่ยอดเยี่ยมมากเลยเจ้าคะ"ปิงลี่อินกล่าวอย่างน่ารักดวงตาของนางเป็นประกายหลังจากที่ได้กล่าวชื่นชมผู้เป็นพี่สาว ในเวลานี้หญิงสาวทั้งหมดพากันชื่นชมความน่ารักของเด็กน้อยจนลืมสามีของพวกนางเสียหมดสิ้น เฟยหรงได้แต่ยกยิ้มเจื่อนๆก่อนจะหันไปทางเสวียเหม่ย
"ท่านมีคำอธิบายให้กับข้าหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถาม แม้จะรู้ว่านางไม่ได้ผิดอะไรแต่ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นนิกายของนางและนางคือประมุขเมื่อลูกน้องทำผิดนางคือคนรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ข้าไม่มีคำอธิบายใดๆ คนทำผิดย่อมต้องตาย คนที่นำภัยมาสู่นิกายเองก็เช่นกัน"เสวียเหม่ยว่ากล่าวอย่างเย็นชา พร้อมกับผายมือไปทางผู้อาวุโสใหญ่หมายจะฆ่าทิ้งให้สิ้นซาก แต่อยู่ๆชายหนุ่มด้านหลังของนางก็มาขวางหน้าเอาไว้พร้อมทั้งคุกเข่าลงใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"ท่านอาจารย์ได้โปรดเมตตา ท่านพ่อทำไปทั้งหมดเป็นเพราะข้าชื่นชอบในตัวของพวกนางทั้งสี่ เรื่องเพียงเท่านี้ไม่เห็นต้องลงมือถึงขนาดจะฆ่าแกงกัน ท่านอาจารย์ถึงอย่างไรท่านพ่อของข้าก็คือมหาเทวะคนที่สองของพระราชวังเยือกแข็งหากตายตกไปความแข็งแกร่งของนิกายย่อมลดลงไปด้วย ได้โปรดพิจารนาด้วย"ชายคนนั้นว่ากล่าวเขาคือ เซียวหลิง เป็นลูกชายของผู้อาวุโสใหญ่เสียวเฉินและเป็นศิษย์ที่เสว่ยเหม่ยรับมาก็เห็นว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์
"เรื่องเพียงเท่านี้?? เจ้ากลับกล้าบอกว่าเรื่องเพียงเท่านี้!! สายเลือดเทพสมุทรเต็มสิบส่วนทั้งยังเป็นผู้ถือครองบัลลังก์ราชัน เจ้าคิดว่าสถานะของเขามากแค่ไหนกัน ถึงได้ไปถามหาคุณสมบัติในการเป็นสามีของพวกนาง"เมื่อได้ยินคำพูดของเสวียเหม่ย เหล่าผู้อาวุโสพากันสะดุ้งในทันทีใบหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเก่า ชายคนนี้ไม่ได้มาจากหอกระบี่ดาวตกหรอกหรือทำไมถึงสีสายเลือดเทพสมุทรกันทั้งยังเต็มสิบส่วนเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นชนชั้นผู้นำทั้งยังหายากมากๆในชนชั้นผู้นำอีกด้วย
เหล่าผู้อาวุโสพากันมองไปยังเซียวเฉินเหมือนมองตัวโง่งม เพียงเพราะอยากให้ลูกชายสมหวังถึงกับนำพาหายนะครั้งใหญ่มาสู่นิกาย แน่นอนพวกเขาย่อมต้องหวั่นเกรงมหาสมุทรนิรันทร์เนื่องจากประมุขของพวกเขานั้นฝีมือพอๆกัน แต่ขุมกำลังของมหาสมุทรนิรันทร์กลับมีเป่ยเฉินที่ถือครองบัลลังก์แห่งราชันอยู่ หากเสวียเหม่ยต้องต่อกรกับเป่ยอวิ้นเอ่อ เป่ยเฉินจะแยกตัวมาทำลายพระราชวังเยือกแข็งในทันทีและนั่นหมายถึงจุดจบของพระราชวังเยือกแข็งอย่างไม่ต้องสงสัย
นี่ยังไม่รวมที่เฟยหรงเป็นนายน้อยของหอกระบี่ดาวตกอีก ตัวตนเช่นนี้บอกได้เลยว่าพวกเขาไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะประเมิณค่าด้วยซ้ำ ด้วยพรสวรรค์รวมไปถึงพลังหรือแม้แต่รูปร่างหน้าตาเฟยหรงล้วนแต่มีมันครบครันไม่ขาดตกบกพร่อง
ในเวลานี้เองเซียวเฉินไร้ความหยิ่งผยองอีกต่อไป และได้แต่มองเฟยหรงอย่างเหม่อลอย ความผิดพลาดในครั้งนี้ไม่มีหนทางแก้ไขแต่อย่างใดตัวมันได้ลงมือกับผู้ที่มีทั้งพลังและภูมิหลังที่แข้งแกร่งเช่นนี้คงไม่มีทางที่จะรอดไปได้ ด้วยความหมดหวังที่อยู่ในใจร่างกายของมันก็ทรุดลงไปอย่างไม่ทันรู้ตัว
"กฏนิกายก็คือกฏของนิกาย หากผู้ใดฝ่าฝืนย่อมตายสถานเดียว"เสวียเหม่ยว่ากล่าว ความเด็ดขาดของนางสมฉายานางมารเหมันต์ปฐมกาลอย่างแท้จริง ปราณไอเย็นที่หนาวเหน็บพวยพุ่งปกคลุมฟ้าทั่งท้องนภาอยู่ดีๆก็มีหิมะตกลงไปไม่ขาดสาย ทันใดนั้นทั้งร่างของเซียวเฉินและเซียวหลิงก็ถูกแช่แข็งภายในพริบตาอย่างไรปราณีและสูญสลายหายไป
สองพ่อลูกนี้กลับกล้าทำอะไรลับหลังนางตั้งมากมาย แต่เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจึงปล่อยผ่าน แต่บัดนี้เสวียเหม่ยคิดจะฆ่าเซียวเฉินแล้วจะเหลือเซียวหลิงไว้ได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นไม่เท่ากับนางเลี้ยงลูกงูไว้แว้งกัดตนเองหรอกหรือ นางผู้ผ่านโลกมามากไม่มีทางทำเช่นนั้นเด็ดขาดดังคำกล่าวที่ว่า ตัดบัวไม่ให้เหลือใย เหล่าผู้อาวุโสที่เห็นได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ร่างกายสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว
"ครั้งนี้พวกเจ้ารอดตัวไป หากมีคร้งหน้าเมื่อไรตายสถานเดียว"เสวียเหม่ยว่ากล่าวด้วยเห็นที่ว่าพวกผู้อาวุโสเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาแต่อย่างใดที่ทำไปเพื่อที่จะคงชื่อเสียงของนิกายเอาไว้ก็เท่านั้น ส่วนเหล่าผู้อาวุโสเองพากันผสานมือคาราวะเสวียเหม่ยและจากไปในทันทีเวลานี้พวกเขาไม่กล้าอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว
เฟยหรงที่เห็นการลงมืออันเด็ดขาดของหญิงสาวถึงกับอึ้งงันไปอย่างช่วยไม่ได้ สมแล้วที่ได้รับฉายาว่านางมาร นางช่างไรปราณีสมฉายานี้จริงๆ
"เอาละตามมา ข้าไม่อยากจะเป็นเป้าสายตามากเท่าไร"เสวียเหม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชานางเพียงข้าวขาอันเรียวงามออกไปก็หายตัวไปราวกับไม่มีตัวตน เหล่าภรรยาสาวของเฟยหรงเมื่อเห็นว่าอาจารย์ของพวกนางไปแล้วพวกนางจึงรีบจับมือเฟยหรงและบอกให้ตามมาในทันที ส่วนเจ้าตัวน้อยทั้งสองตอนนี้อยู่ที่อ้อมอกของปิงเหยาและจ้าวหลานเป็นที่เรียบร้อย
พวกนางพาเขามายังยอดพระราชวังเยือกแข็งเป็นที่เรียบร้อยตอนนี้เสวียเหม่ยกำลังนั่งดื่มชารอพวกเขาอยู่ด้วยถ่วงท่าที่สง่างามจนเฟยหรงถึงกับต้องตะลึง แต่ด้วยอยู่ต่อหน้าของบรรดาภรรยาเขากลับไม่กล้าแสดงอาการมากเกินไปดังนั้นจึงเรียกสติกลับมาอย่างรวดเร็วและพยายามไม่มองไปทางเสวียเหม่ย
พวกเสียวเซียนเมื่อเห็นว่าอาจารย์ของพวกนางและเฟยหรงนิ่งเงียบเกินไปพวกนางจึงพากันออกไปพร้อมกับเด็กน้อยทั้งสองเพราะพวกนางต่างก็รู้ว่าการมาของเฟยหรงจะต้องมีจุดประสงค์มากกว่ามาเยี่ยมเยียนพวกนางแน่ๆ
"เจ้ามาที่นี่เห็นทีคงไม่ได้มาเพียงเพราะมาเยี่ยมเยียนเหล่าภรรยาของเจ้าอย่างเดียวกระมัง บัลลังก์ราชันแห่งเหมันต์คือสิ่งที่เจ้าต้องการสินะ"เสวียเหม่ยเอ่ยปากเข้าประเด็นในทันที เฟยหรงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใดเพราะมันคือเป้าหมายของเขาจริงๆ
"จริงอยู่ที่บัลลังก์ราชันนั้นยั่วยวนใจข้ามากเลยทีเดียว แต่หากท่านต้องการข้าก็ยอมหลีกทางให้"เฟยหรงนั่งลงพร้อมกล่าว
"โอ้ เข้าใจพูดจาดีนี่ ผิดกับบิดาของเจ้าที่ชอบพูดจาสุภาพเรียบร้อย"เสวียเหม่ยกล่าวพร้อมยกยิ้ม
"ท่านก็ไม่ใช่ศัตรูของข้าเสียหน่อยและอีกอย่างนี่ก็เป็นพื้นที่ของท่านเอง ข้าไม่ได้อยากมีปัญหากับครึ่งก้าวเทพอมตะหรอกนะ"
"ท่านยายของเจ้าคงจะสอนมาถึงระดับที่สูงกว่านี้แล้วสินะ เด็กน้อย! ข้าสนใจในตัวเจ้านักไหนจะสายเลือดเทพสมุทรเต็มสิบส่วน กายมังกรระดับสูง เส้นลมปราณมังกร บัลลังก์ราชัน ทุกสิ่งที่พิเศษล้วนอยู่ในตัวเจ้าทั้งหมด หากข้าอยากรู้ว่าในกายของเจ้ามีอะไรบ้างข้าต้องทำอย่างไร"เสว่ยเหม่ยกล่าวขึ้นน้ำเสียงที่เย็นชาเปลี่ยนไปเป็นอ่อนหวานจนเฟยหรงถึงกับขนลุกขนชัน การที่นางมารผู้โหดเหี้ยมกล่าวกับเขาเช่นนี้ชายไม่ว่ารู้จะหัวเราะหรือร้องไห้กันเลยทีเดียว
"เอ่อ.....ก็มีเพียงเท่าที่ท่านรู้นั่นแหละ นี่คือทั้งหมดแล้ว"เฟยหรงว่ากล่าว
"จริงหรือ??"นางยังคงทำเสียงยั่วยวนจนเฟยหรงถึงกับต้องกลืนน้ำลาย
"ข้าจะโกหกท่าไปเพื่ออะไรที่ท่านรู้นั่นแหละคือทั้งหมด แล้วท่านจะเอาอย่างไรเรื่องบัลลังก์ราชันเหมันต์ หากท่านต้องการข้าจะได้จำใจแต่เนิ่นๆแล้วหาแร่ซักก่อนเพื่อทำกระบี่ให้ลูกสาว"เฟยหรงกล่าวขึ้นอีกครั้งแต่เขากลับไม่ได้มองหน้านางแต่อย่างใด
"ฮุฮุ บัลลังก์ราชันคือพลังส่วนหนึ่งของพระเจ้าเชียวนะ แน่นอนว่าข้าย่อมต้องการแต่มหาดินแดนเยือกแข็งนั้นไม่ใช่สถานที่ๆจะเข้าไปกันได้ง่ายๆดังนั้นข้าจึงต้องขอยืมพลังบัลลังก์ราชันแห่งเปลวเพลิงเพื่อเข้าไปเสียหน่อยได้หรือไม่"เฟยหรงที่ได้ยินเช่นนั้นหันหน้าไปหาเสวียเหม่ยในทันที ในดินแดนนี้ยังมีความเย็นใดที่นางทนไม่ได้อีกหรือ ทำไมถึงได้อยากได้ความช่วยเหลือจากเขาและบัลลังก์ราชันเปลวเพลิงกัน
"อะแฮ่ม ข้าช่วยท่าน??แล้วข้าจะได้อะไร หากเป็นเช่นนั้นข้าเข้าไปเอาเองไม่ดีกว่าหรือ"เฟยหรงกล่าว
"แน่นอนหากเจ้าเข้าไปเอามัน ข้าก็จะตามเจ้าไปและแย่งชิงมันมา เลือกเอาแล้วกันว่าจะช่วยข้าหรือจะสู้กับข้าเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ ข้าบอกไว้ก่อนแม้จะเจ้ามีบัลลังก์ราชันแต่พลังของเจ้ายังเทียบข้าไม่ได้อย่างมากก็แค่หนีจากข้าได้ก็เท่านั้น"เสวียเหม่ยกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์เฟยหรงถึงกับทำหน้าบึ้งตึงในทันที นี่เขาถูกข่มขู่งั้นหรือ
"แล้วหากข้าช่วยท่านข้าจะได้อะไรกันละ ความล้ำค่าของบัลลังก์ราชันมันแทบจะไม่มีอะไรในโลกนี้เทียบได้เลยนะ"
"แน่นอนแต่ข้าว่าข้าก็มีของที่เหมาะกับเจ้าอยู่เช่นกัน สายเลือดแห่งเทพมังกรอย่างไรละ"
"พรวด!!"เฟยหรงถึงกับสำลักน้ำชาในทันทีสายตาจับจ้องไปที่เสวียเหม่ยด้วยความตกตะลึง สายเลือดเทพมังกร!คือสิ่งที่ไม่อาจจะหาได้แล้วในโลกใบนี้แล้วเสวียเหม่ยไปมีมันได้อย่างไร ตัวตนของหญิงสาวคนนี้คืออะไรกันแน่ทำไมถึงได้เป็นที่หวาดกลัวของขุมกำลังต่างๆทั้งยังดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่มากมาย เพราะต้องบอกก่อนว่าพระราชวังเยือกแข็งนั้นเป็นเสวียเหม่ยที่ก่อตั้งขึ้นมา ไม่ได้สืบทอดมาอย่างมหาสมุทรนิรันทร์
ดังนั้นการจะทำให้มันขุมกำลังแข็งแกร่งเทียบเท่ามหาสมุทรนิรันทร์ได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้เห็นทีว่าจะมีผู้อาวุโสและประมุขที่แข้งแกร่งเอามากๆแต่ที่เฟยหรงได้สัมผัสนอกจากเสวียเหม่ยแล้วผู้อาวุโสคนอื่นไม่ได้มีอะไรน่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย นี่ยิ่งทำให้เขาสงสัยในตัวตนของนางเข้าไปใหญ่แต่ไม่กล้าถามไปตรงๆ
"ท่านมีมันจริงๆหรือ!!"เฟยหรงกล่าวถาม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาในเลือดของเทพมังกร ส่วนทางด้านเสวียเหม่ยได้น้ำหยดแก้วที่บรรจุของเหลวสีทองออกมามันแผ่ออร่าที่แข้งแกร่งยิ่งกว่าเลือดของจักรพรรดิมังกรทองหลงเสี่ยวหยาเสียอีก!!
เฟยหรงดวงตาแทบถล่นจับจ้องไปที่ขวดเลือดไม่วางตานี่คือสายเลือดเทพมังกรไม่ผิดแน่เพราะกายเทพมังกรอมตะของเขามีปฏิกิริยากับมันโดยชัดเจน ดังนั้นเฟยหรงจึงอยากได้มันมากๆ
'ช่วยนางหน่อยก็แล้วกัน!ถึงอย่างไรข้าก็มีบัลลังก์ราชันตั้งสามชิ้นแล้ว'เฟยหรงคิดในใจ แม้สายเลือดเทพมังกรจะเทียบกับบัลลังก์ราชันไม่ได้ แต่ในฐานะชายผู้มีกายมังกรระดับพระเจ้าอย่างเขาเฟยหรงจะพลาดมันได้อย่างไร ต้องบอกก่อนว่าไม่รู้เมื่อไรพวกเขาจะหาบัลลังก์ราชันทั้งหมดเจอและปลดผนึกโลกใบนี้ได้ อาจจะหนึ่งปีต่อจากนี้หรือหลายล้านปีก็ได้ ดังนั้นเฟยหรงจึงไม่อยากจะพลาดโอกาสดีๆเช่นนี้ไป
แม้ไม่ได้บัลลังก์ราชันแต่เขามั่นใจว่าหากมันอยู่กับเสวียเหม่ยนางย่อมไม่หันมาทำร้ายเขาอย่างแน่นอนเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นสามีของศิษย์ทั้งสามของนางนั่นเอง