จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 116 ปักษาไร้เงา

                “แกว๊ก!!”

                เสียงร้องของวิหคดังมาจากส่วนลึกในป่าเสียงนั้นทรงพลังดังสะท้านไปทั่ว ไม่ช้าฝูงวิหคในป่าก็แตกฮือออกรอบทิศ...

                ยามได้ยินเสียงวิหคอันทรงพลังไป๋หยุนเฟยก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงการปะทะของพลังวิญญาณกระโชกมาจากทิศทางเดียวกัน

                “ภูตวิญญาณสองคนและวีรชนวิญญาณอีกหลายคน!”ไป๋หยุนเฟยเลิกคิ้วด้วยความตระหนกไฉนจึงมีผู้ฝึกปรือวิญญาณมากมายมาชุมนุมกันในสถานที่เช่นนี้ได้?

                อาชาทั้งหลายก็หยุดชะงักจากบรรยากาศอันผิดปกติที่มาจากในป่าจากนั้นพวกมันก็เริ่มส่งเสียงพลางกระทืบเท้า คนที่อยู่บนหลังม้าต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ค่อยทำให้มันสงบลงได้แต่จากนั้นก็ไม่อาจสั่งให้มันขยับได้อีก

                “น้องไป๋เกิด... เกิดอะไรขึ้น?” เห็นสีหน้าผิดปกติของทุกคนหวงว่านจึงเอ่ยปากถามด้วยความกังวล

                “ผู้ฝึกปรือวิญญาณ...อีกทั้งยังมีหลายคน” ไป๋หยุนเฟยหันกลับไปหาอีกฝ่ายด้วยสายตาสับสน“แต่สิ่งที่พวกมันกำลังต่อสู้ด้วยอยู่ช่างแปลกประหลาดนัก...”

                เมื่อได้ยินว่าผู้ฝึกปรือวิญญาณกำลังต่อสู้หวงว่านก็มีสีหน้าหวาดหวั่นกังวล “อา? ถ้าเช่นนั้นถ้าเช่นนั้นพวกเราสมควรรีบเร่งเดินทางเพื่อไม่ต้องยุ่งเกี่ยวดีหรือไม่?”

                “ตกลงอย่างนั้นก็ดี อย่างน้อยที่สุด จะได้ไม่ชักนำปัญหาใดๆเข้ามา...”ไป๋หยุนเฟยพยักหน้า

                “ไฮ้ไม่ได้ ไม่ได้!” ทันใดนั้นเสียงจิ้งหมิงเฟิงก็ดังขึ้นพร้อมกับจับจ้องมายังไป๋หยุนเฟยด้วยแววตาสนใจ“เจ้าคิดจะแนะนำอะไร? พวกเราพลาดโอกาสเช่นนี้ได้อย่างไร!?อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็ควรเข้าไปสังเกตการณ์ก่อนไม่ใช่หรือ?”

                “หรือเจ้าทราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น?”ไป๋หยุนเฟยถามด้วยความสับสน

                “ก็เพราะข้าไม่ทราบดังนั้นข้าจึงสงสัย!” จิ้งหมิงเฟิงหัวเราะ“ข้าชื่นชอบการได้ชมเรื่องราวจากนอกวง หากว่าเราเพียงเข้าไปสังเกตการณ์ดูคิดจะออกมาเมื่อไหร่ก็ทำได้”

                “เจ้าพูดราวกับเป็นเรื่องง่าย...”ไป๋หยุนเฟยนิ่งงันไร้คำพูด แต่มันรับทราบแล้วว่าจิ้งหมิงเฟิงครอบครองทักษะที่จะทำดังว่าได้หากมันคิดจะลอบสืบข่าวโดยไม่ให้ผู้ใดพบเห็นด้วยความสามารถในการอำพรางตนของจิ้งหมิงเฟิงก็เกินพอที่จะทำได้ นอกจากว่าอีกฝ่ายจะฝีมือร้ายกาจเกินไปไม่เช่นนั้นการจะเข้าไปแล้วออกมาก็เป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง

                “ถูกต้องไฉนพวกเราไม่เข้าไปชมดู? พวกเราที่นี่หลายคนฝีมือสูงส่งต่อให้ต้องเผชิญปัญหาก็ไม่ต้องกังวล อีกอย่างพวกเราเพียงชมดู สมควรจะไม่เป็นอะไร”เทียนหมิงตาเป็นประกายอยู่ข้างกายไป๋หยุนเฟยมันยังตื่นเต้นยิ่งกว่าจิ้งหมิงเฟิงอีก ถึงกับยืดคอมองเข้าไปในป่า

                “เอ่อ...”หลังจากมองดูทั้งคู่ไป๋หยุนเฟยยังคงลังเลอยู่ อันที่จริงมันเองก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นโดยเฉพาะมันให้ความสนใจต่อเสียงวิหคร้องในคราแรกนั้น....

                “ป้าจ้าวพวกเราสมควรเข้าไปชมดู เสียงวิหคเมื่อครู่ฟังแล้วน่าวิตกอยู่บ้าง...”ระหว่างที่ไป๋หยุนเฟยลังเล ถังซินหยุนก็เอ่ยปากสนับสนุน

                ป้าจ้าวหรี่ตาลงหลังจากถกเถียงหาข้อยุติ ในที่สุดก็พยักหน้า “พวกเราจะเข้าไปชมดูจากที่ห่างไกลหากเป็นไปได้ก็ไม่สมควรสอดมือยุ่งเกี่ยวเรื่องของอีกฝ่าย...”

                “ตกลง”ถังซินหยุนเอ่ยปากตอบก่อนจะหันไปมองไป๋หยุนเฟย

                “ตกลงพวกเราจะเข้าไปชมดู แต่เพียงชมดู เท่านั้นก็พอ!”ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าอย่างอับจนปัญญามันรับปากกับหวงว่านว่าจะกลับมาในเวลาไม่นานและขอให้หยุดพักขบวนชั่วครู่ แม้จิ้งหมิงเฟิงและเทียนหมิงร้อนใจจะไปยังที่นั้นแต่ก็ยังรอคอยผู้ฝึกปรือวิญญาณที่เหลือ จากนั้นทั้งหมดก็รีบออกมุ่งหน้าไปยังจุดซึ่งพลังวิญญาณปั่นป่วนด้วยความเร็วปานเหินบิน

                …………

                หลังจากเข้าไปราวสิบห้าสิบหกลี้ในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณอันเข้มแข็งเดือดพล่านในอากาศทั้งหมดจึงหยุดลงและซุกซ่อนพลังวิญญาณของตนเอาไว้ จิ้งหมิงเฟิงใช้เคล็ดวิญญาณของตนลบการคงอยู่ของตัวเองก่อนจะนำหน้าไป๋หยุนเฟยแทบไม่อาจจับสัมผัสการคงอยู่ของอีกฝ่ายได้ความสามารถนี้สร้างความอิจฉาแก่มันอยู่บ้างด้านหลังทั้งคู่เป็นป้าจ้าวและถังซินหยุนซึ่งมองแผ่นหลังจิ้งหมิงเฟิงด้วยสายตาหวาดหวั่น

                ตัวตนของเทียนหมิงก็เลือนรางอย่างยิ่งเนื่องเพราะพลังของมันเพียงอยู่แค่ด่านปัจเจกวิญญาณด้วยพลังวิญญาณอันป่วนป่วนสับสนเบื้องหน้าย่อมไม่มีผู้ใดสามารถตรวจพบพวกไป๋หยุนเฟยได้นอกจากว่าจะทุ่มเทใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบสุดกำลัง

                ด้านหน้าสุดจู่ๆจิ้งหมิงเฟิงก็พลันหยุดลง มันโบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด ก่อนจะซ่อนตัวที่หลังพุ่มไม้อย่างเงียบงัน

                ไป๋หยุนเฟยเดินไปที่ข้างกายมันและลอบมองผ่านใบไม้เพื่อสังเกตการณ์

                ราวห้าสิบวาเบื้องหน้าเป็นหนองน้ำขนาดไม่ใหญ่โต มีเงาร่างของคนเก้าคนล้อมวงกันอยู่สายตาทุกคนจับจ้องขึ้นไปที่กลางอากาศสูงจากกลางวงขึ้นไปราวห้าวา

                ที่ตรงนั้นมีวิหคสีครามสองตัวกำลังบินพัวพันกันอยู่อีกด้านเป็นอินทรีสีทอง วิหคตัวหนึ่งพยายามจะหลบหนีแต่ก็ถูกสกัดไว้โดยทันทีก่อนจะถูกบีบให้‘กลับเข้าสู่วง’ทุกครั้งไป

                หากมองให้ดีวิหคหนึ่งในสองตัวนั้นมีสีขาวปลอดแต่เพราะแสงสีครามที่วนเวียนรอบตัวจึงทำให้มองเห็นว่ามันเป็นสีครามไปด้วยส่วนอกและขนของมันเป็นสีขาวล้วนไร้ลวดลาย แต่ยามนี้มีรอยเลือดย้อมเป็นด่างด่วงอยู่บนขนของมันปีกมันสยายกว้าง จากปลายปีกถึงปลายปีกกว้างถึงเจ็ดเชียะ แต่ยามกระพือปีกกลับไม่มั่นคง--- ที่แท้ปีกซ้ายมันได้รับบาดเจ็บ

                แม้จะได้รับบาดเจ็บแต่วิหคสีขาวกลับไม่มีทีท่าจะยอมแพ้ มันร้องเสียงต่ำด้วยความเดือดดาลสายลมรอบตัวมันพัดกระโชกตามจังหวะกระพือปีก กลายเป็นคมมีดสายลมซัดออก

                วิหคสีเทาอีกตัวเป็นก็ใช้ธาตุลมเช่นกันขณะบินวนเวียนตามแรงลมกระโชกโดยไร้อันตรายมันก็สร้างกระแสลมกระโชกพัดออกเช่นกันดูจากภายนอกวิหคตัวนี้กลับไม่ปรากฏบาดแผลบนตัว พลังของมันทัดเทียมกับวิหคอีกตัวแต่กระนั้นความเร็วของมันกลับด้อยกว่าคู่ต่อสู้ ดังนั้นแม้จะวิหคสีขาวจะบาดเจ็บแต่มันก็ยังไม่อาจเอาชนะได้ด้วยอินทรียักษ์ที่บินวนเวียนด้านบนเฝ้ามองลงมามิหนำซ้ำยังมีผู้คนที่อยู่ด้านล่างอีกวิหคสีขาวจึงไม่อาจหนีรอด จากที่เห็นหากยืดเวลาต่อไปอีกไม่นานวิหคสีขาวคงไม่อาจรอดพ้นชะตาถูกสยบเอาไว้ได้

                คนด้านล่างที่ล้อมวงอยู่ต้องหลบเลี่ยงคมมีดสายลมเป็นบางครั้งมีเพียงชายร่างสูงและชายร่างต่ำเตี้ยที่สามารถยืนได้อย่างมั่นคงคอยจับจ้องในอากาศพลังวิญญาณพวกมันที่แทรกซึมในอากาศราวกับพร้อมถูกเรียกใช้เมื่อใดที่ถูกโจมตีใส่พวกมันจะวาดมือแล้วพลังสีครามจากคนหนึ่งไม่ก็สีทองจากอีกคนหนึ่งจะพุ่งไปสลายพลังลมให้หายไป

                จากที่เห็นคนทั้งกลุ่มนี้กำลังตามจับวิหคสีขาวนี้อยู่ นอกจากผู้นำทั้งสองคนแล้วที่เหลือล้วนสะพายเชือกและตาข่ายที่เพื่อใช้ในการจับสัตว์เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังรอโอกาสที่จะจับเป็นวิหคสีขาวให้ได้

                ……

                “หรือพวกมันกำลังพยายามจับอสูรวิญญาณ?ผู้คนช่างมากมายนัก! ภูตวิญญาณสองคนวีรชนวิญญาณสามคนและปัจเจกวิญญาณสี่คน...เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่คิดจะฆ่าวิหคตัวนั้น แต่กำลังพยายามจับเป็นอยู่...”ไป๋หยุนเฟยไม่เคยเห็นการต่อสู้กับอสูรวิญญาณมาก่อนเช่นเดียวกับอีกสามคนที่เหลือ แต่แล้วดวงตามันก็ทอประกายพิสดารยามสังเกตบางอย่างออก“วิหคตัวนั้น ดูเหมือน...”

                “ป้าจ้าวนั่นเป็นปักษาไร้เงา!” ทันใดนั้นถังซินหยุนก็อุทานอย่างประหลาดใจไป๋หยุนเฟยหันไปมองก็พบเห็นเพียงความกังวลและห่วงใยในดวงตาของนาง

                “มิผิดนั่นเป็นปักษาไร้เงาตัวเดียวกัน ไม่คิดเลยว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้แต่ว่ามันถูกผู้คนล้อมเอาไว้ได้แล้ว...” ป้าจ้าวขมวดคิ้วมองไปที่วิหคตัวนั้น

                ได้ยินคำพูดของทั้งคู่ไป๋หยุนเฟยจึงถามด้วยความประหลาดใจ “เอ๊ะ? แม่นางถังท่านเคยเห็นวิหคสีขาวตัวนั้นมาก่อนหรือ?”

     

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405