นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 375 แผนช่วยเหลือ

        ตอนที่ 375 แผนช่วยเหลือ

         

         

        ‘สุดยอดเลยนะคะ สมแล้วที่เป็นนักผจญภัยหน้าใหม่ที่คนพูดถึงกันเยอะ’ เรนเดลตบมือแปะ ๆ ให้กับผลงานของโฟเรล เขาเพียงคนเดียวก็มากพอจะถล่มโจรสลัดม้าอัคคีได้ด้วยตนเอง

         

        ถึงแม้เรือม้าอัคคีตอนนี้กำลังรบจะหายไปกว่าครึ่งเพราะกัปตันอาลีและนักสลักหลายคนไปดักรอโจมตีพวกนักผจญภัย แต่ดูจากฝีมือแล้วเรนเดลมั่นใจว่าถึงกลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีจะอยู่กันครบก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของโฟเรล

         

        อีกฝ่ายยังใช้เพียงความสามารถของคำแห่งพลังโดยตรงเท่านั้น ยังไม่ได้มีการใช้ท่าหรือสมบัติพิเศษเพิ่มใด ๆ นอกจากอาวุธประจำตัว โฟเรลสมควรมีไพ่ตายเก็บไว้อีกมาก

         

        โฟเรลเลิกคิ้วน้อย ๆ มองศพของนักสลักเอกที่ลอยอยู่ในน้ำ ศพนั้นถูกทะลวงหัวใจในครั้งเดียวด้วยไม้เท้าสีเขียวอ่อนที่เธอพกติดตัว นักสลักเอกผู้นั้นอยู่ในสภาพกำลังวิตกและเครียดอย่างหนัก แม้จะเป็นแบบนั้นเธอก็ยังลอบเข้าข้างหลังได้อย่างง่ายดาย

         

        โฟเรลยักไหล่ ไม่สนใจคำพูดกำกวมของเรนเดล เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเรนเดลรู้มานานแล้วว่าเขาเป็นนักสลักโท ไม่ใช่นักสลักเอกอย่างที่พลังจิตวิญญาณของเขาแสดงออก

         

        เขาไม่มั่นใจนักว่าอีกฝ่ายกำลังชมเขาจริง ๆ หรือประชดเท่านั้น แต่ต้องยอมรับว่ารอยยิ้มน่ารักนั่นหลอกคนได้ง่ายจริง ๆ ยิ่งหน้าตาใสซื่อกับดวงตาที่จ้องตรงเข้ามาในวิญญาณอีก

         

        “คุณแน่ใจเหรอครับว่านักผจญภัยพวกนั้นจะเอาชนะกัปตันอาลีได้ ถึงพวกเราจะขัดขวางการยิงสนับสนุนจากที่นี่แล้วก็เถอะ” โฟเรลหันไปมองชุมเกาะแปดกะโหลก จากจุดนี้เขาสามารถเห็นเศษซากของร้านอาหารแห่งหนึ่งได้จากไกล ๆ

         

        ‘พวกเขาเป็นนักผจญภัยระดับบุษราคัมเหมือนคุณนะคะ อย่าดูถูกพวกเขานักเลย อีกอย่างฉันส่งเซเรนเซ่ไปแล้วค่ะ’ เรนเดลยิ้มกว้าง โฟเรลได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าน้อย ๆ จัดการเก็บกวาดซากโจรสลัดและปิดฉากพวกที่ยังเหลือรอด

         

        หากมีเซเรนเซ่ไปอยู่แถวนั้นเขาก็วางใจได้ สามารถหันเหกลับมาสนใจเรือม้าอัคคีที่ไร้ศัตรูแล้ว หน้าตาของโฟเรลยังคงนิ่งสนิทตั้งแต่ตอนต่อสู้จนถึงปัจจุบันที่เขาลงไปปลดปล่อยเหล่าทาสใต้ท้องเรือ

         

        ทาสเหล่านั้นมีท่าทีหวาดหวั่นอย่างชัดเจน แม้แต่ตอนที่โฟเรลพูดเสียงเรียบว่าพวกเขามาเพื่อช่วยและสังหารเหล่าโจรสลัดไปหมดแล้วท่าทีของเหล่าทาสก็ไม่ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด

         

        นรกที่พวกเขาผ่านมาทำให้พวกเขาไม่อาจเชื่อใจใครได้โดยง่าย หลังจากโฟเรลแสดงบัตรประจำตัวนักผจญภัยกับเรือที่ว่างเปล่าทาสหลายคนจึงมีสีหน้าที่ดูดีขึ้น

         

        หลายคนทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้เสียงดังกอดทาสคนอื่น เสียงสะอื้นและหยดน้ำตาแพร่กระจายไปทั่วเรืออย่างรวดเร็ว เมื่อถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่ของโฟเรลอีก เขาไม่ถนัดปลอบใครทั้งสิ้น เขาทำได้เพียงมอบอาหาร เครื่องดื่ม และยารักษาให้เท่านั้น

         

        เป็นเรนเดลเองที่เดินเข้าไปปลอบทุกคนด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและอ้อมกอด โฟเรลมองเรนเดลทำหน้าที่นักบวชของตนด้วยสายตาชื่นชม ความอ่อนโยนของเธอทำให้ทาสหลายคนสะอื้นไห้

         

        เพราะเธอนั้นพูดไม่ได้ จะให้ถือกระดาษแปรสภาพแจกก็คงไม่ไหว เธอจึงทำได้เพียงปลอบโยนด้วยสีหน้าท่าทางและบรรยากาศรอบกาย กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์บนร่างของเธอทำให้ผู้ที่พบเห็นจิตใจสุขสงบ

         

        โชคดีไปที่เตรียมตัวไว้ก่อน นิทานเป่าปากยาวในใจ ตัวเขาเองไม่ใช่นักบวชและไม่ได้ศรัทธาในองค์เดรฟัสอะไรนัก แน่นอนว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่มีสักแอะ

         

        หากเป็นคำแห่งพลังยังคงสามารถปิดบังได้ แต่นักบวชที่มีสถานะเป็นหน่ออ่อนแต่ไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อยนั้นน่าสงสัยจนเกินไป ไพลินแก้ปัญหาโดยการนำเสื้อคลุมและสิ่งของเครื่องใช้ของเรนเดลไปให้ไลล่าอัดพลังศักดิ์สิทธิ์ลงไป

         

        เขาไม่รู้ว่าไพลินใช้วิธีการใดจึงสามารถปิดบังเป้าหมายที่แท้จริงได้ แต่หากไพลินบอกว่าไม่ต้องห่วงก็ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง

         

        พลังศักดิ์สิทธิ์บนร่างของเรนเดลแม้จะบอบบางแต่ก็เป็นกลิ่นอายพลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรอง คุณภาพของมันย่อมสูงส่งและบริสุทธิ์กว่าพลังศักดิ์สิทธิของนักบวชทั่วไป

         

        การไม่ใช้พลังในศักดิ์สิทธิ์ในการต่อสู้ก็ปิดบังง่าย ๆ ด้วยเหตุผลอย่าง ‘ไม่อยากใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ขององค์เทวะในการพรากชีวิต’

         

        ในตอนแรกที่นิทานเข้าปลอบโยนเหล่าทาส เขาเตรียมใจรับความเหนื่อยยากไว้พร้อมแล้ว หากแต่เมื่อทาสเหล่านั้นกอดเขาพร้อมทั้งร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ ความรู้สึกลำบากก่อนหน้าพลันหายไปในพริบตา

         

        สำหรับเขา นี่เป็นแค่การแสดงเพื่อรักษาตัวตนเรนเดล แต่สำหรับทาสเหล่านี้ เรนเดลคือผู้ที่มาเพื่อช่วยเหลือชีวิตที่เต็มไปด้วยความมืดมนของพวกเขา ฉุดขึ้นมาจากแดนของทีราน และมอบอ้อมกอดอันแสนอ่อนโยนให้

         

        คำแห่งพลัง เชื่อมโยง ในห้วงจิตของนิทานสั่นไหวเล็กน้อย เขาย่อมรู้สึกถึงมันหากยังไม่มีเวลาไปสนใจ นิทานจดจ่ออยู่กับหน้าที่ที่สำคัญยิ่งกว่าตรงหน้า เพียงทดไว้ในใจว่าคำแห่งพลัง เชื่อมโยง สมควรเกี่ยวข้องกับจิตใจเป็นหลัก มิใช่กายภาพ

         

        เรือม้าอัคคีวนกลับไปจอดเทียบท่าที่ชุมเกาะแปดกะโหลกอีกครั้ง หากในครั้งนี้มันไม่ได้จอดที่ท่าเทียบเรือใหญ่เช่นเคย แต่วนกลับไปบริเวณหลังเกาะที่เป็นเหวสูง

         

        ใต้เหวแห่งนั้นคือถ้ำแห่งหนึ่งที่ถูกปกปิดไว้ด้วยคลื่นเสียงและข่ายอาคม จุดทางเข้าถ้ำนั้นสูงเหนือระดับน้ำทะเลเพียงเล็กน้อย หากมีคลื่นยักษ์ซัดเข้ามาถ้ำแห่งนี้ก็จะจมลงใต้น้ำอย่างรวดเร็ว

         

        เรือม้าอัคคีมิได้จอดเทียบอยู่นาน เมื่อมันแล่นเข้าไปอยู่ในจุดที่ใกล้เท่าที่จะใกล้ได้ เรือเล็ก 8ลำจึงถูกปล่อยออกมาจากตัวเรือหลัก ในทั้งหมด 8ลำมีเพียงลำหน้าสุดเท่านั้นที่มีนักบวชหญิงนั่งอยู่

         

        เรือทั้ง 8ลำเชื่อมติดกันเป็นแพใหญ่ แพลำนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยการพายจากนักบวชหญิง แต่เคลื่อนไหวด้วยแรงผลักที่ดันเรือไปข้างหน้า เมื่อนักบวชหญิงเข้าเทียบกับถ้ำ ทาสนับร้อยคนก็โผล่หน้าออกมาพร้อมสีหน้าชื่นมื่น

         

        ‘ค่อย ๆ ขึ้นทีละคนนะคะ ระวังตกน้ำ’ เรนเดลยืนถือป้ายพร้อมรอยยิ้ม คอยช่วยดึงทาสหลายคนขึ้นเรืออย่างรวดเร็ว เรือเล็กหนึ่งลำโดยปกติแล้วถูกออกแบบมาสำหรับการนั่งได้ไม่เกิน 8คนเท่านั้น แต่เมื่อนำมาต่อกันเป็นแพ ปริมาณที่สามารถบรรจุได้ยามยืนก็สูงขึ้นมาก

         

        ทาสนับร้อยคนยืนอัดกันอยู่บนเรือเล็กเพียงแค่ 8ลำ เมื่อครบคนแพยักษ์จึงค่อย ๆ ถูกผลักออกจากตัวถ้ำ แพยักษ์ลอยออกไปอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งการสั่นสะเทือนหรือการจมลง น้ำหนักของคนนับร้อยราวกับไม่มีอยู่

         

        ขณะนี้คีตานั้นไม่ได้อยู่ใกล้กับนิทาน พลังที่ส่งผ่านมาจึงไม่ได้มากมายอะไรนัก แม้คีตาจะใช้ไล่ตามเพื่อเสริมพลังอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าการแบ่งพลังจะสามารถข้ามผ่านระยะทางเท่านี้ได้ง่าย ๆ

         

        สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการแบ่งพลังก่อนแยกทางกันออกมา แล้วจึงสำรองพลังใช้ให้ดี สิ่งที่ยากขึ้นคือการยืมคำแห่งพลัง เพราะทั้งสองต้องต่อสู้ พวกเขาจึงจำเป็นต้องใช้คำแห่งพลังของอีกฝ่ายในบางจังหวะ ในจังหวะเช่นนั้นหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ทับกัน ผลลัพธ์ของพลังจะลดลงหรืออาจหายไปเลย นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดอ่อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

         

        นี่คือจุดที่คำแห่งพลังระบุชื่อเข้าช่วยเหลือได้ดี แม้การแบ่งปันพลังจะทำได้ค่อนข้างลำบากในระยะทางที่ไกล แต่การสื่อสารทางจิตนั้นต่างออกไป พวกเขาสามารถส่งความคิดไปได้ไกลกว่านั้นมาก โดยที่หากยิ่งไกลความคิดที่ส่งผ่านก็จะยิ่งเจือจาง แต่ก็มากพอที่จะรู้ว่าอีกฝั่งต้องการยืมใช้คำแห่งพลังคำใด

         

        ดังเช่นที่ทะเลทรายฝังอัญมณี ตอนที่ทั้งสองแยกทางกันไปลากฝูง ในตอนนั้นทั้งสองก็ใช้วิธีนี้ เสริมพลังของทั้งคู่ไว้ก่อนจะแยกทางกันไป ในกรณีที่จำเป็นจึงส่งความคิดขอยืมคำแห่งพลังผ่านระยะทางไกลแสนไกลไป ในตอนนั้นมีเพียงคีตาที่ขอยืมใช้งาน ทางด้านนิทานเองสามารถเอาตัวรอดได้เพราะสมบัติบนตัวและโอสถสำหรับฟื้นฟูหลายขวดที่เขากระดกราวกับน้ำ

         

        เรนเดลในตอนนี้พยายามเก็บสีหน้าฝืนตัวของตนเองไม่ให้เหล่าทาสเห็น การลดน้ำหนักแม้จะเป็นสิ่งที่เขาทำได้ค่อนข้างดีแต่มันก็ยังไม่ใช่พลังหลักของแรงดึงดูดศูนย์กลาง ดังนั้นการกินพลังจิตวิญญาณเมื่อใช้นาน ๆ จึงค่อนข้างสูง

         

        การลดน้ำหนักคนนับร้อยคนพร้อมกันเป็นเรื่องหนักหนาแม้นิทานจะมีพลังจิตวิญญาณหนาแน่นพอ ๆ กันกับอริยะ จะยังไงคุณภาพความบริสุทธิ์ของพลังจิตวิญญาณเขาก็ยังเป็นเพียงระดับนักสลักเอกเท่านั้น

         

        เรนเดลหันกลับไปมองทาสนับร้อยด้วยรอยยิ้ม บอกกล่าวกับพวกเขาว่าอีกไม่นานจะมีเรือของสมาคมนักผจญภัยมารับทุกคนกลับสู่แผ่นดินใหญ่ เสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับหยดน้ำตาของทาสหลากเผ่าพันธุ์ที่เริ่มไหลรินอีกครั้ง

         

        ทาสเหล่านี้มีหลากเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดถูกจับมาโดยไม่สนทั้งเพศหรืออายุ โดยที่กว่าครึ่งคือมนุษย์และเผ่าครึ่งสัตว์ที่มีจำนวนมากที่สุดในมหาทวีป แล้วจึงเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นรองอื่น ๆ และเผ่าพันธุ์ทรงปัญญาอย่างเผ่าซือบาสและเผ่ารูเบียส

         

        นิทานแปลกใจไม่น้อยที่มีทาสจากเผ่าพันธุ์ทรงปัญญามากถึงเพียงนี้ ไม่ใช่ว่าเขามองว่าทาสจากเผ่าพันธุ์ชั้นรองเป็นเรื่องปกติ แต่เผ่าพันธุ์ทรงปัญญามักมีมาตรการคุ้มครองและติดตามตัวเพื่อช่วยเหลือดีกว่าเผ่าพันธุ์ชั้นรอง

         

        คนเหล่านี้สมควรไม่ได้มีฐานะสูงส่งอะไรนัก การตามตัวจึงยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรค ต่างกับตอนที่มีครูสถูกลักพาตัวไปที่เป็นเรื่องใหญ่สะเทือนบาราทรัม

         

        เมื่อถึงเรือม้าอัคคีและนำทาสทั้งหมดขึ้นเรือสำเร็จ ในที่สุดเรนเดลจึงได้ผ่อนคลาย โฟเรลตรวจสอบสภาพของทาสทุกคนอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดต้องการความช่วยเหลือพิเศษเขาจึงไปยังใจกลางของเรือ

         

        ณ จุดนั้นมีอักษรโบราณแบบเดียวกันกับที่ก่อตัวขึ้นเป็นคำแห่งพลังสลักไว้ที่แท่นหิน คำว่า ‘ม้าอัคคี’ ส่องแสงเรืองรอง คำแห่งพลังคำนี้ไร้ซึ่งเจ้าของ เพียงสลักไว้กับแท่นหินที่ยึดโยงกับทั้งตัวเรือ มันคือศูนย์กลางของเรือลำนี้

         

        รอบด้านคือซากกระดูกปลาหลากหลายชนิดที่กองเรียงรายกัน พวกมันล้วนถูกนำไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับก่อร่างกระสุนปืนใหญ่ชีววารี ต่อเชื่อมออกมาจากแท่นหินคือคริสตัลที่แผ่พลังจิตวิญญาณออกมา

         

        คริสตัลพลังสำรอง สิ่งล้ำค่าตามธรรมชาติที่กลุ่มการค้าเชียนเป่าสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เมื่อหลายร้อยปีก่อน มันถูกใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับสมบัติที่ต้องใช้พลังจิตวิญญาณสูงอย่างแพร่หลาย

         

        มันไม่เพียงมีพลังจิตวิญญาณหนาแน่นในตัว มันยังสามารถรองรับพลังจิตวิญญาณที่ถ่ายโอนเข้าไปได้ มันจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงและวัตถุดิบสำคัญในการรังสรรค์สมบัติ

         

        คริสตัลพลังสำรองชิ้นนี้ปัจจุบันยังมีพลังจิตวิญญาณอยู่เกือบเต็มเปี่ยม จากที่โฟเรลทราบ กลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีมักใช้ทาสคอยเติมพลังจิตวิญญาณให้คริสตัล นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กลุ่มโจรสลัดม้าอัคคีชื่นชอบการจับทาส พวกเขาคือแหล่งพลังงานของเรือม้าอัคคี

         

        โฟเรลยื่นมือสัมผัสอักษรโบราณ แล้วจึงถ่ายทอดพลังจิตวิญญาณของตนเข้าไปในอักษรที่ไร้เจ้าของ เพียงไม่นานเขาก็รู้สึกได้ถึงสายใยเชื่อมโยงระหว่างตนและเรือม้าอัคคี

         

        “เรือลำนี้ให้ผมจริง ๆ เหรอครับ?” โฟเรลกล่าวกับเรนเดลที่เดินตามลงมา ทางด้านหลังเธอคือเซเรนเซ่ที่ไม่ทราบกลับมาตั้งแต่เมื่อใด

         

        เรนเดลพยักหน้ารับ แม้เรือลำนี้จะมีค่าแต่ก็เป็นสิ่งที่สะดุดตาจนเกินไป ขนาดรวมถึงระดับของเรือม้าอัคคีที่เป็นวัตถุสลักคำระดับนักสลักโททำให้ยากต่อการปลอมแปลง หากต้องการปลอมแปลงก็จำต้องเสียเงินเยอะ

         

        หากให้เรนเดลครอบครอง ตอนที่เขานำมันออกมาใช้ในร่างนิทานก็เท่ากับว่าเขาเผยตัวตนไปโดยปริยาย โฟเรลในตอนแรกเสนอขายและแบ่งเงินกันแต่เรนเดลนั้นยืนกรานปฏิเสธ

         

        ในสายตาของนิทาน โฟเรลนั้นทำงานเกินคุ้มแล้ว นี่เป็นรางวัลที่เขาควรได้ ในฐานะนักผจญภัย เขาย่อมใช้งานเรือม้าอัคคีได้คุ้มค่ากว่านิทานและคีตา

         

        โฟเรลพยักหน้าน้อย ๆ พร้อมกล่าวขอบคุณ พลังจิตวิญญาณของเขาประทับลงในตัวเรืออย่างสมบูรณ์ เรือม้าอัคคีในที่สุดจึงได้เปลี่ยนเจ้าของในรอบหลายปี

         

        “หลังจากส่งทาสแล้ว เราจะมุ่งหน้าไปทันทีครับ” โฟเรลกล่าวเสียงเรียบ


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
เทพสงครามสายเลือดมังกร

เทพสงครามสายเลือดมังกร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
854K 4500
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852