ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์

    ตอนที่ 50 ลูกโดนรังแก ??

    ตอนที่ 50            ปัง !! ปัง !! ปัง !! ปัง !! เสียงนักกีฬาชายคนหนึ่งกำลังรัวเตะสูงใส่กระสอบทรายไม่ห่างกันมีจันทร์วาดยืนดูอยู่อย่างใกล้ชิด            “นี่ความเร็วเธอตกแล้วนะอย่าให้ความเร็วตกสิเพราะถ้าความเร็วตกมันก็ไม่มีประโยชน์ทำให้เต็มที่เธอคงไม่อยากไปแพ้หรอกนะปีก่อนเธอทำได้แค่สอบสิบหกคนสุดท้ายเองนี่ตอนนี้เธอพึ่งจะเตะไปได้เซ็ตเดียวเองนะยังเหลืออีกสองเซ็ต” จันทร์วาดกล่าวเตือน            “คะ...ครับโค้ช !!” นักกีฬาชายคนนั้นได้แต่ตอบรับแล้วออกแรงเตะให้ความเร็วกลับขึ้นมาเท่าเดิมอีกครั้ง            “อืมดีวันนี้ต้องทำให้ถึงสามเซ็ตสัปดาห์หน้าจะเพิ่มอีกเซ็ตส่วนพรุ่งนี้ฝึกหมัดตรงเพื่อป้องกันกล้ามเนื้อขาฉีก” จันทร์วาดพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะเดินไปดูคนอื่นต่อ            จันทร์วาดเดินแนะนำการฝึกให้นักกีฬาทุกคนก่อนจะเดินกลับมาหาวิทย์ผู้ช่วยโค้ชของเธอ            “เอ่อ...ทำไมถึงไม่ให้นักกีฬาลงสังเวียนซ้อมจริงเหรอครับ” วิทย์ถามจันทร์วาดหลังจากเห็นเธอสั่งห้ามลงสังเวียนและกลับมาฝึกพื้นฐานกันใหม่            “ไม่ไหวหรอกดูแต่ละคนสิพื้นฐานไม่แน่นเลยขนาดณัฐพรที่ได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกครั้งก่อนก็ยังมีพื้นฐานไม่มากพอจังหวะหายใจก็มั่วไปหมดแบบนี้สู้ได้ไม่นานก็แรงตกแล้ว” จันทร์วาดบอกเธอนั้นให้ณัฐพรนักกีฬาดีกรีเหรียญทองแดงโอลิมปิกฝึกวิ่งแล้วก็จังหวะการหายใจเพื่อเพิ่มความอึดเพราะเธอนั้นยังอึดไม่พอแรงของเธอจะหมดในตอนปลายการแข่งแน่นอน            “โค้ชจะให้ฝึกพื้นฐานใหม่หมดเลยเหรอครับ” วิทย์เป็นกังวลเพราะเวลาในการเตรียมตัวเหลือไม่มากถ้าให้ฝึกพื้นฐานใหม่หมดจะมีเวลาพองั้นเหรอ            “ไม่ทั้งหมดหรอกฉันก็แค่จะฝึกในส่วนที่เด็กพวกนั้นขาดน่ะขอเวลาสักหนึ่งหรือสองสัปดาห์แล้วกันฉันว่าน่าจะเข้าที่” จันทร์วาดพูดวิทย์พยักหน้าเข้าใจเขาเลือกที่จะเชื่อจันทร์วาดที่เป็นถึงตำนานในวงการคาราเต้            “ว่าแต่มีเทปวีดีโอการแข่งขันของคู่แข่งตัวเต็งบ้างมั้ยกะว่าจะเอาไปศึกษาไว้สักหน่อย” จันทร์วาดถาม            “หือจำเป็นต้องใช้เป็นเทปวีดีโอเลยงั้นเหรอครับ” วิทย์ทำหน้าตกตะลึง            “อ้าวถ้าไม่ใช้เวปวีดีโอจะให้ใช้อะไรล่ะ” จันทร์วาดพูดพลางทำหน้าสงสัย            “ใช้คลิปในยูทูปไงครับแบบนั้นจะไม่สะดวกกว่าเหรอแค่ค้นหาชื่อของนักกีฬาที่ต้องการก็ขึ้นมาเพียบแล้วครับ” วิทย์พูด            ยูทูปงั้นเหรอมันคืออะไรเนี่ย...เป็นชื่อของเครื่องเล่นวีดีโอสมัยใหม่เหรอ จันทร์วาดได้แต่สงสัยแต่ถ้าเกิดเธอทำเหมือนไม่รู้จักเจ้าสิ่งที่วิทย์พูดออกมาเธอคงดูเหมือนคนโง่มากแน่เธอจึงเลือกที่จะแถ            “เอออันนั้นก็ได้เอาเป็นว่าจดชื่อนักกีฬาตัวเต็งมาให้หมดแล้วกัน” จันทร์วาดบอก            “ได้ครับเดี๋ยวผมจัดการให้น่าจะใช้เวลาสองสามวันจริงสิโค้ชเล่นไลน์มั้ยครับผมจะได้ส่งข้อมูลให้สะดวก” วิทย์ถาม            ไลน์...อะไรอีกวะนั่นแกล้งบอกว่าไม่เล่นไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวค่อยไปถามอีเจนเอาว่ามันคืออะไร จันทร์วาดคิดในใจ            “ไม่ได้เล่นน่ะแต่เดี๋ยวเย็นนี้จะจัดการให้แล้วกันเรื่องไลน์” จันทร์วาดพูด            “เข้าใจแล้วครับ” วิทย์พยักหน้า            “เออจริงสิคุณเจมส์ไปไหนล่ะนี่ก็หลายวันแล้วไม่เห็นหน้าเขาเลยไม่ใช่ว่าเราจ้างเขามาเหรอไม่มาทำงานแบบนี้จะดีเหรอ” จันทร์วาดสงสัยเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องที่เจมส์วิ่งออกไปจากห้องเทรนนิ่งวันนั้นก็ผ่านมาสามวันแล้ว            “คือว่าคุณเจมส์เขา...” วิทย์ได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดออกไปอย่างไรดี            “คุณเจมส์เขาเป็นอะไรล่ะพูดออกมาสิคุณวิทย์” จันทร์วาดทำหน้างงไม่เข้าใจว่าทำไมวิทย์ไม่พูดมันออกมา            “คือว่าคุณเจมส์เขาลาออกไปแล้วครับ” วิทย์บอก            “หือ...ลาออกทำไมล่ะ !!” จันทร์วาดอุทานอย่างตกใจ            ก็เพราะเขาหมดความมั่นใจน่ะสิวิทยาศาสตร์การกีฬาที่คุณเจมส์เขาอุส่าเล่าเรียนมาทั้งชีวิตดันถูกคุณทำลายมันไปหมดเลยถ้าเป็นผมก็ไปต่อไม่เป็นเหมือนกันแหละ วิทย์คิดในใจ            “คือเขาคงมีธุระจำเป็นล่ะมั้งครับผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน” วิทย์บอก            “งั้นเหรอ” จันทร์วาดพยักหน้าเข้าใจ            “ผมว่าโค้ชก็กลับไปพักได้แล้วล่ะครับงานที่เหลือให้เป็นหน้าที่ผู้ช่วยโค้ชกับสตาฟเถอะครับโค้ชน่ะมาทำงานตั้งแต่เช้ายันเย็นทุกวันเหนื่อยแย่เลย” วิทย์พูดเพราะปกติคนเป็นหัวหน้าโค้ชนั้นมีหน้าที่แค่ออกแบบโปรแกรมและวิธีการฝึกเท่านั้นอาจจะแวะเข้ามาดูผลการฝึกบ้าง            แต่จันทร์วาดผู้เป็นหัวหน้าโค้ชของพวกเขานั้นดันเข้ามาทำงานทุกวันแถมยังดูแลการฝึกเองอีกทำเอาพวกเขาที่เป็นสตีฟและผู้ช่วยโค้ชว่างงานกันไปหมดเลย            “หือกลับได้เหรอ ??” จันทร์วาดมีสีหน้าแปลกใจ            “ได้สิครับเพราะโค้ชวางแผนโปรแกรมการฝึกไว้หมดแล้วโค้ชปล่อยงานที่เหลือให้เป็นหน้าที่เราเถอะครับ” วิทย์บอก            “เออโอเคงั้นกลับก็ได้” จันทร์วาดยกมือขึ้นเกาหัวอย่างงงๆ            กลับได้จริงเหรอวะยังไม่เที่ยงเลยนะเนี่ย !! จันทร์วาดคิดในใจก่อนจะเดินออกจากห้องเทรนนิ่งไปอย่างงงๆ            หลังจากออกมาจากห้องเทรนนิ่งจันทร์วาดก็หยิบมือถือออกมาโทรไปหาเจน            “ฮาโหลอีเจนสะดวกคุยมั้ย” จันทร์วาดถาม            ก็สะดวกพี่มีอะไรเหรออยากได้อะไรหรือเปล่าคะ เจนตอบ            “พอดีอยากได้ไอ้ยูทูปกับไลน์อะไรสักอย่างน่ะ” จันทร์วาดบอก            ยูทูปกับไลน์มันคืออุปกรณ์กีฬาชนิดไหนน่ะพี่ !! เจนถึงกับงงเพราะไม่เข้าใจว่าจันทร์วาดกำลังพูดถึงอะไร            “กูก็ไม่รู้ว่ะพอดีกูอยากได้วีดีโอการแข่งของคู่แข่งน่ะแต่คุณวิทย์เขาบอกให้ไปดูยูทูปเพราะมันสะดวกแค่ใส่ชื่อก็เจอแล้วจากนั้นเขาก็บอกจะเอารายชื่อมาให้และจะส่งให้ทางไลน์กูไม่รู้จักว่าไลน์มันคืออะไรเลยบอกไปว่าเย็นนี้จะจัดการเรื่องไลน์ให้” จันทร์วาดอธิบาย            อ๋อที่แท้ก็ยูทูปกับแอพไลน์นี่เองหนูก็งงนึกว่าพี่พูดถึงอะไรมันเป็นแอพพริเคชั่นที่ใช้ในมือถือ...จริงสิมือถือพี่ยังเป็นรุ่นปุ่มกดอยู่นี่นาแบบนั้นพี่สมัครไลน์ไม่ได้นะ เจนบอก            “อ่าวงั้นเหรอกูต้องซื้อมือถือใหม่สินะ” จันทร์วาดพูด            ใช่พี่ซื้อเป็นมั้ยให้หนูไปเป็นเพื่อนเปล่า เจนถาม            “มาเป็นเพื่อนหน่อยก็ดีเครื่องนี้กูให้พนักงานเขาดูให้ใช้มายี่สิบกว่าปีและ” จันทร์วาดบอก            โอเคงั้นนี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วเจอกันในห้างที่สยามแล้วกันนะพี่จะได้หาอะไรกินกันด้วยหนูจะนั่งรถไฟฟ้าไปคงถึงก่อนพี่แล้วก็พี่อย่าลืมถอดเสื้อนอกออกล่ะใส่ตัวอื่นเพราะถ้าใส่เสื้อนอกของทีมชาติมันจะเด่นเกินไปเดี๋ยวนักข่าวจะมารุมล้อมในรถถ้าจำไม่ผิดที่ช่องเก็บของที่เบาะหลังมีเสื้อนอกที่หนูใช้สำรองอยู่ใช้ตัวนั้นไปก่อนก็ได้พี่แล้วเจอกันที่หน้าห้างนะพี่ เจนพูดก่อนจะวางสายไปทันทีไม่รอให้จันทร์วาดตอบอะไร            “อีห่าวางเฉยเลยกูยังไม่รู้เลยห้างไหนอ๊ะจริงสิถ้าจะไปซื้อมือถือต้องไปห้างนั้นสินะ” จันทร์วาดนึกขึ้นได้ว่าเธอซื้อมือถือมาจากที่ไหน            “ช่วยพาไปห้างที่ห้างพันธ์ทิพย์หน่อยนะ” จันทร์วาดบอก            “พันธ์ทิพย์งั้นเหรอครับ ??” คนขับรถมีสีหน้าแปลกใจ            “ใช่พอดีจะไปซื้อมือถือน่ะรุ่นนี้มันดันเล่นทูปกับไลน์ไม่ได้” จันทร์วาดโชว์มือถือรุ่นปุ่มกดในมือให้คนขับรถดู            “อ๋อเข้าใจแล้วครับ” คนขับรถพยักหน้าเข้าใจก่อนจะพาจันทร์วาดไป            อีเจนบอกว่ามีเสื้อนอกตัวสำรองอยู่ที่เก็บของตรงนี้สินะ จันทร์วาดนึกถึงสิ่งที่เจนบอกก่อนจะเปิดที่เก็บของที่อยู่ที่นั่งข้างหลังดูก่อนจะเห็นว่ามีเสื้อนอกสีดำถูกพับใส่ถุงเก็บเอาไว้อย่างดีจันทร์วาดจึงหยิบมันมาเปลี่ยนและพับเสื้อนอกสีน้ำเงินของทีมชาติใส่ถุงแทน  หนึ่งชั่วโมงต่อมา            ในที่สุดจันทร์วาดก็มาถึงห้างพันธ์ทิพย์เธอลงจากรถก่อนจะหันไปบอกคนขับรถ            “ขอบใจนะวันนี้กลับได้เลยก็ได้เพราะเดี๋ยวจะแวะกินข้าวกับอีเจนมันอีกเดี๋ยวกลับพร้อมมันเอาก็ได้” จันทร์วาดหันไปบอก            “เข้าใจแล้วครับ” คนขับรถพยักหน้าก่อนจะขับรถออกไป            “อีเจนมันบอกว่าจะมารอที่หน้าห่างแถมมันน่าจะมาถึงก่อนด้วยมันอยู่ไหนของมันเนี่ย” จันทร์วาดหันซ้ายหันขวาแต่ก็ไม่เจอเจนรุ่นน้องของเธอเลยเธอจึงต้องหยิบมือถือมาโทรไปหา            ฮาโหลพี่ถึงแล้วเหรอ !! เจนรับสายก็ถามทันที            “ใช่ถึงแล้วกูอยู่หน้าห้างมึงอยู่ไหน” จันทร์วาดตอบ            หนูก็อยู่หน้าห้างนะพี่อยู่ตรงลานน้ำพุเนี่ย เจนบอก            “ลานน้ำพุมันมีด้วยเหรอวะไม่เห็นมีเลย” จันทร์วาดถึงกับงงเพราะเธอไม่เห็นลานน้ำพุอะไรที่ว่าเลย            พี่ตาบอดเปล่าเนี่ยลานน้ำพุออกจะใหญ่พี่จะไม่เห็นได้ไง เจนพูด            “ตาบอดแม่มึงสิเอาดีๆอยู่ไหนกูอยู่หน้าห้างตรงที่มีป้าขายกล้วยปิ้งอยู่เนี่ย” จันทร์วาดบอกพลางมองไปที่ร้านกล้วยปิ้งที่รถเข็นข้างทางของป้าคนหนึ่ง            หือกล้วยปิ้งพี่พูดถึงอะไรเนี่ย เจนยิ่งงงเข้าไปใหญ่เพราะห้างที่เธออยู่นั้นไม่มีร้านขายของข้างทางอย่างกล้วยปิ้งแน่นอนเพราะถ้าเอาของพวกนั้นมาขายจะถูกเทศกิจไล่            “ก็พูดถึงกล้วยปิ้งไงวะมึงนี่โง่เปล่าไม่รู้จักหรือไง” จันทร์วาดเริ่มหงุดหงิดเพราะเธอใส่เสื้อนอกทับอยู่ด้วยจึงเริ่มร้อนแล้วนั่นเอง            หนูรู้จักพี่แต่แถวนี้มันมีร้านขายกล้วยปิ...เดี๋ยวสินี่พี่อยู่ที่ไหน เจนเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก            “ก็หน้าห้างไง” จันทร์วาดบอก            หน้าห้างอะไร เจนถาม            “ก็พันธ์ทิพย์อ่ะดิ” จันทร์วาดตอบ            พันธ์ทิพย์เนี่ยนะนี่พี่ไปทำอะไรที่นั่นเนี่ย !! เจนอุทานออกมา                    “อ้าวก็จะมาซื้อมือถือไม่ใช่เหรอจะซื้อมือถือก็ต้องมาพันธ์ทิพย์สิ” จันทร์วาดงงว่าเธอทำอะไรผิด            โอ๊ยหนูจะบ้าตายสมัยนี้มือถือมันซื้อที่ไหนก็ได้พี่เอาเป็นว่าพี่หาวินแถวนั้นนั่งมาที่สยามพารากอนนะพี่ที่นี่มันมีร้านอาหารหรูๆเยอะกว่าถ้าหนูไปที่พันธ์ทิพย์ล่ะก็คงได้กินแต่สุกี้เอ็มเคแน่เลย เจนบอก            “สยามพารากอนที่ไหนวะนั่น” จันทร์วาดทำหน้างงเธอนั้นไม่รู้จักห้างที่ว่า            (ไรท์ : สยามพารากอนนั้นเปิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2548 สมัยก่อนนั้นเคยเป็นโรงแรมมาก่อนชื่อสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ซึ่งถ้าจันทร์วาดใช้มือถือเครื่องนี้มากว่ายี่สิบปีแล้วแสดงว่าตอนนั้นห้างพารากอนยังไม่เปลี่ยนเป็นห้างสรรพสินค้านั่นเอง)            เอาเป็นว่าพี่นั่งวินมาเถอะยี่สิบบาทมั้งหนูจะรอตรงลานน้ำพุนะ เจนพูดก่อนจะวางสายไปอีกครั้ง            หลังจากสายถูกวางไปจันทร์วาดก็ทำได้แต่นั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปห้างสยามพารากอนอย่างที่รุ่นน้องเธอว่าไม่ถึงห้านาทีจันทร์วาดก็มาถึงห้างสรรพสินค้าที่ชื่อสยามพารากอน            และเมื่อลงจากรถมอเตอร์ไซค์จันทร์วาดก็ได้ยินเสียงน้ำทันที            ซ่า !!!!!!!!!!! เสียงน้ำที่เหมือนกับน้ำพุดังมาจากด้านบน            “เสียงน้ำลานน้ำพุอะไรนั่นอยู่ข้างบนนั้นสินะ” จันทร์วาดมองบันไดก่อนจะเดินขึ้นไปและเมื่อเธอเดินขึ้นบันไดมาก็พบกับลานน้ำพุขนาดใหญ่และผู้คนจำนวนมาก            “พี่จันทร์ !!!” เสียงเจนรุ่นน้องของเธอตะโกนเรียกพร้อมกวักมือ            “เออกูมาแล้วทำไมไม่บอกให้ชัดๆวะว่าเจอกันที่ห้างไหนว่าแต่ห้างนี้มันใหญ่ดีนะ” จันทร์วาดมองดูห้างสยามพารากอนที่มีขนาดใหญ่โต            “ก็ใครจะไปรู้เล่าว่าพี่จะไปห้างพันธ์ทิพย์น่ะสมัยนี้ถ้าพูดถึงห้างที่สยามก็ต้องเป็นที่นี่แหละพี่” เจนบอก            “ก็กูไม่รู้นี่หว่าก็สมัยก่อนกูเคยไปซื้อมือถือที่นั่นนี่” จันทร์วาดพูด            “ช่างเถอะๆไปซื้อมือถือกันดีกว่าพี่จะได้ไปกินข้าวกันต่อหิวแล้วล่ะ” เจนพูดก่อนจะลากจันทร์วาดเข้าห้างไปทันที                    เมื่อเข้าไปในห้างแล้วเจนก็พาจันทร์วาดไปซื้อมือถือรุ่นยี่ห้องที่มีโลโก้เป็นแอ็ปเปิ้ลซึ่งราคามันสูงเกือบห้าหมื่นบาทเลยทีเดียว            “โคตรแพงถ้ามึงไม่บอกจะซื้อให้กูคงซื้อเครื่องละสามพันไปแล้ว” จันทร์วาดบอก            “จะซื้อทั้งทีก็ซื้อให้มันดีๆไปเลยสิพี่จะไปซื้อทำไมของถูกๆ” เจนพูด            “ว่าแต่มันไม่มีปุ่มกดเลยนี่หว่าแบบนี้จะใช้ยังไงวะ” จันทร์วาดงง            “มันเป็นระบบสัมผัสแล้วพี่เดี๋ยวหนูสอนใช้เองไปหาข้าวกันกัน” เจนบอกก่อนจะพาจันทร์วาดไปหาร้านข้าวที่ชั้นล่างสุดซึ่งเจนพาจันทร์วาดเข้าไปร้านอาหารจีนหรูที่ราคาเริ่มต้นก็มากกว่าจานละสี่ร้อยเข้าไปแล้ว            หลังจากเจนจัดการสั่งอาหารมาชุดใหญ่ระหว่างรอเธอก็สอนจันทร์วาดใช้มือถือใหม่ไปด้วย            “ว่าแต่พวกนักกีฬาเป็นไงบ้างพี่มีหวังกวาดเหรียญบ้างมั้ย” เจนถาม            “ยากว่ะแต่ละคนถึงจะมีพื้นฐานบ้างแต่ก็ไม่แข็งแรงสมดุลทุกด้านอย่างคนที่ได้เหรียญทองแดงปีก่อนมีความเร็วในการออกหมัดและความเร็วในการเตะใช้ได้แต่ว่าเรื่องความอึดไม่ได้เรื่องเลยไม่มีนักกีฬาที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ” จันทร์วาดบอก            “ไม่มีแล้วพี่นี่ก็หาได้ดีที่สุดแล้วสมัยนี้น่ะพวกกีฬาวอลเล่บอล เทควันโดและแบ็ตมินตันมันมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าคนเลยแห่ไปเล่นพวกนั้นกันหมดทำให้นักกีฬาเก่งๆไม่ค่อยจะมีมาทางสายคาราเต้หรอก” เจนพูด           “งั้นเหรอ” จันทร์วาดพยักหน้าเข้าใจ            “ใช่พี่แถมคาราเต้ก็เป็นอะไรที่ต้องฝึกหนักและตอนแข่งก็เสี่ยงที่จะบาดเจ็บสูงและถ้าบาดเจ็บก็แทบจะจบชีวิตนักกีฬาไปเลยเพราะแบบนี้เด็กรุ่นใหม่ก็เลยไม่ค่อยจะเสี่ยงมาเล่นคาราเต้กันเท่าไหร่” เจนอธิบาย            “นั่นสินะสมัยก่อนเองทั้งตอนซ้อมและตอนแข่งก็เห็นหลายคนบาดเจ็บจนต้องเลิกนี่เนอะ” จันทร์วาดนึกถึงสมัยก่อนมีนักกีฬาและคู่แข่งหลายคนเหมือนกันที่เลิกแข่งไปเพราะบาดเจ็บระหว่างซ้อมหรือระหว่างแข่ง            “อืมพี่เองก็อย่าฝึกให้โหดมากไปล่ะเดี๋ยวนักกีฬาจะบาดเจ็บเอาถ้าบาดเจ็บเราไม่มีนักกีฬาสำรองแล้วนะ” เจนเตือน            “เข้าใจแล้วจะพยายามไม่ให้บาดเจ็บตอนซ้อมแล้วกัน” จันทร์วาดพูด            การซ้อมที่คิดไวก็ค่อนข้างเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บด้วยสิแต่ถ้าไม่ซ้อมหนักและโหดหน่อยก็ไม่รู้จะกวาดเหรียญทั้งหมดแบบที่ตั้งเป้าไว้ได้มั้ยมีวิธีอะไรที่สามารถซ้อมโหดๆหนักๆแบบไม่บาดเจ็บได้มั่งนะ จันทร์วาดคิดในใจพลางนึกหาวิธี            (ไรท์ : ก็พาไปซ้อมในเกมส์ไงเล่าเจ้นึกออกสักทีเซ่ในนั้นน่ะจะซ้อมจนกระดูกหักก็ยังไม่เป็นไรเลยเจ้ !!)            “เออพี่จันทร์ว่าแต่ช่วงนี้พี่ได้เข้าเกมส์บ้างหรือยัง” เจนถาม            “ยังเลยพอดีต้องวางแผนการฝึกให้นักกีฬาก็เลยยังไม่ว่างว่าแต่มึงว่างเข้าไปเล่นแล้วเหรอ” จันทร์วาดตอบ            “ก็พึ่งว่างเมื่อคืนแหละพี่ถ้าพี่ยังไม่ได้เข้าเกมส์แบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้ข่าวเรื่องในเกมส์ของลูกชายพี่สินะ” เจนพูด            “หือข่าวในเกมส์ของไอ้ทิศงั้นเหรอมันไปรังแกใครเหรอ” จันทร์วาดสงสัย            “ไม่ได้รังแกใครหรอกพี่แต่ถูกเขารังแกต่างหาก” เจนบอก            “ห๋า...มีคนรังแกลูกกูเหรอใครวะมันรังแกลูกกู !!” จันทร์วาดอุทานออกมา            “ใช่พี่ช่วงนี้ลูกชายพี่ไม่ได้เล่นเกมส์ทั้งวันเหมือนแต่ก่อนใช่มั้ยล่ะ” เจนพูด            ก็น่าจะใช่มั้งเห็นมันตื่นลงมาอาบน้ำแต่เช้าทุกวันแล้วก็บอกจะออกไปทำธุระ จันทร์วาดนึกถึงพฤติกรรมลูกชายช่วงนี้ที่ออกจากบ้านตอนเช้าทุกวัน            “อืมก็คงใช่แล้วไง” จันทร์วาดถาม            “ก็ช่วงนี้น่ะสิที่ทวีปมังกรทองมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จู่ๆมีกิลด์น้องใหม่จากไหนก็ไม่รู้โผล่ขึ้นมาและเติบโตอย่างรวดเร็วมากดูเหมือนกิลด์นี้จะมีนายทุนใหญ่อยู่เพราะกิลด์นี้ใช้วิธีชักชวนผู้เล่นระดับสูงจากกิลด์อื่นให้ไปเข้ากิลด์ตัวเองโดยให้ค่าจ้างมากกว่าอยู่กิลด์เดิมสองถึงสามเท่าเลยนะแถมกิลด์นี้ก็อันธพาลมากเพราะถ้าผู้เล่นระดับสูงคนไหนที่เล็งเอาไว้ไม่ยอมย้ายกิลด์ก็จะนำกำลังคนมาไล่ฆ่าจนกว่าจะยอมย้ายกิลด์แถมยังเล่นครอบครองพื้นที่เก็บระดับไว้คนเดียวเลยด้วยถ้าใครต้องการเก็บระดับต้องจ่ายเงินสำหรับเข้าไปเก็บระดับในพื้นที่คนละหลายหมื่นเหรียญทองเลย” เจนอธิบาย            “งั้นเหรอ” จันทร์วาดพยักหน้า            ถึงจะเป็นเกมส์ก็เถอะแต่จะสกปรกไปมั้ยเล่นยกพวกไปลุมฆ่าคนที่ไม่ยอมย้ายไปกิลด์ตัวเองจนกว่าจะยอมย้ายเนี่ยนะ !! จันทร์วาดคิดในใจ            “ใช่กิลด์นักฆ่าของยัยหนูฟางฟางเองก็ลาออกไปหลายร้อยเหมือนกันทำให้ตอนนี้ยัยหนูฟางฟางสั่งพวกลูกกิลด์ทั้งหมดถอนตัวออกจากทวีปมังกรทองแล้วพวกกิลด์เล็กในทวีปมังกรทองหลายกิลด์ก็มีทยอยย้ายหนีจากทวีปกันแล้วด้วยแต่ที่หนักสุดก็กิลด์ลูกชายพี่นั่นแหละตอนนี้น่ะอาการไม่ค่อยดีเลยเพราะยักปักหลักอยู่ที่เดิมจากที่เคยมีสมาชิกพันกว่าคนตอนนี้เหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว !!” เจนบอก            คนออกไปเยอะขนาดนั้นเชียว !! จันทร์วาดคิดในใจ            “สงสัยพวกมันอยากครอบครองทวีปมังกรทองแต่เพียงผู้เดียวล่ะมั้งเลยไล่กดดันกิลด์อื่นซะเละเทะแบบนี้” เจนพูดความคิดของเธอออกมา            “งั้นเหรอถ้ายังไงมึงช่วยบอกไอ้ชื่อกิลด์ที่มันมารังแกกิลด์ลูกชายกูหน่อยสิเพราะคืนนี้กูน่าจะว่างจะเข้าไปดูซะหน่อย” จันทร์วาดพูดเธอคิดว่าคืนนี้จะลองเข้าเกมส์ไปดูเสียหน่อย            “โอเคพี่กิลด์นี้มันมีชื่อว่า...........”  จบ...

    คล้ายกับเรื่อง ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์ ที่คุณอ่าน