บทที่ 25 มอบผลประโยชน์ที่มากขึ้นให้พวกเขา (รีไรต์)
เจียงอี้อิ่นหรี่ตามองแสงสว่างที่ค่อย ๆ หายไป จนในที่สุดเธอก็มองเห็นรางวัลจากภารกิจ
คริสตัล 300 ก้อนกองรวมกันเป็ูเาลูกเล็ก ๆ เปล่งประกายระยิบระยับ สวยสุด ๆ ไปเลย
แต่วันนี้เธอเพิ่งได้รับคริสตัลไปมากกว่าสามร้อยก้อน ดังนั้นเธอจึงแค่กดรับคริสตัลเข้าระบบ ก่อนจะดูรางวัลอื่น ๆ
ด้านข้างกองูเาคริสตัลมีคูปองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางอยู่ใบหนึ่ง พอสังเกตดูดี ๆ ก็พบว่าเป็คูปองส่วนลด 15% สำหรับร้านค้าบลูไดมอนด์
รางวัลชั้นยอด! เธอรีบเก็บมันเข้าระบบทันที
รางวัลสุดท้ายเหมือนลูกบาศก์สีเงิน ไม่รู้ว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร เธอลองใช้นิ้วจิ้มเบา ๆ มันก็กลายเป็วัตถุจริงตกลงข้าง ๆ เท้า
เธอคลำไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เจออะไรบางอย่างที่คล้ายกับสวิตช์อยู่ด้านข้าง พอกดลงไป ลูกบาศก์ก็คลี่ออกและเปลี่ยนรูปร่างเองโดยอัตโนมัติ สุดท้ายก็ปรากฏรถขายอาหารเคลื่อนที่อยู่ตรงหน้าเธอ
“รถขายอาหารเมืองอาหารอวี้ซานไห่” เธอพบคู่มือการใช้งานเล่มหนึ่งบนรถ “ระบบ รถคันนี้เป็การชดเชยรถเข็นที่สูญหายของฉันใช่หรือเปล่า”
ระบบยังคงเ็าเหมือนเช่นเคย เจียงอี้อิ่นก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบ จึงเริ่มทดลองใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถคันนี้ด้วยความตื่นเต้น
รถคันนี้มีฟังก์ชันมากกว่ารถเข็นแบบธรรมดาที่เธอซื้อไปก่อนหน้านี้มาก นอกจากเตาย่างทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้ว ยังมีเตาอีกสองเตา ด้านล่างมีตู้เย็นขนาดเล็กและตู้เก็บของขนาดใหญ่ แถมยังมีเครื่องปั่นอาหาร ก๊อกน้ำ ท่อระบายน้ำ และยังมีตะแกรงเล็ก ๆ สำหรับวางเครื่องเคียงโดยเฉพาะ ทั้งหมดสามารถใช้เป็ร้านค้าขนาดเล็กได้เลยทีเดียว
สิ่งมหัศจรรย์คือเมื่อกดสวิตช์ รถคันนี้จะกลับคืนสู่รูปร่างเดิม สูงแค่ถึงหัวเข่าของเธอ สามารถใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ ทำให้พกพาสะดวกมาก
แน่นอนว่านี่เป็ผลิตภัณฑ์จากโลกเทคโนโลยีขั้นสูงของระบบการผลิตเช่นกัน มีการตั้งค่าการป้องกันทางเทคนิค สามารถผูกพันธุกรรมกับเธอได้ หากมีคนที่ไม่ได้รับอนุญาตนำมันออกไปไกลเกิน 10 เมตรจากตัวเธอ รถเข็นจะเริ่มโปรแกรมทำลายตัวเองทันที
คู่มือการใช้งานระบุไว้อย่างละเอียดว่าโปรแกรมทำลายตัวเองคือะเินาโน มีอนุภาคทำลายล้างในรัศมีห้าเมตร หมายความว่าถ้ามีขโมยจริง ๆ เพียงแค่เข็นรถออกไปก็อาจถูกะเิตายได้
เธอมองรถคันนี้ด้วยสายตาเหมือนมองะเิเวลา ในหัวถามระบบว่า แน่ใจนะว่าตอนจุดไฟมันจะไม่ะเิ
ในที่สุดครั้งนี้ระบบก็ตอบเธอ [ะเินาโนผลิตโดย#&* เทคโนโลยี สามารถคงความเสถียรได้ใน่อุณหภูมิ -100 ถึง 300 องศา]
หากฟังดูดี ๆ น้ำเสียงเหมือนจะภูมิใจเล็กน้อย
เมื่อนึกถึงพลังอันน่าอัศจรรย์ที่ระบบแสดงออกมาเธอก็วางใจ
กู้ไฮว่ถิงกลับมาพร้อมทีมในเวลานี้พอดี ก็เห็นรถขายอาหารคันใหม่ในทันที
อาสยงเดินวนรอบรถขายอาหารอย่างอยากรู้อยากเห็นสองสามรอบ สุดท้ายก็สรุปว่า “ดีกว่าคันที่แล้ว”
เจียงอี้อิ่นอมยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว แต่รถเข็นคันนั้นฉันเพิ่งซื้อมาเองนะ น่าเสียดายจัง”
กู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ สั่งอาหารเสร็จแล้ว เธอก็มองกู้ไฮว่ถิงอย่างมีความหวัง
ดูเหมือนว่ากู้ไฮว่ถิงจะเข้าใจสายตานั้นได้เป็อย่างดี เลยลุกขึ้นเดินเข้ามาถามอย่างอ่อนโยน “ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็พูดตรง ๆ ได้เลย”
เธอพูดตรงไปตรงมา “ได้ยินว่าฐานอู๋ถงกับฐานชางซิ่งกำลังจะร่วมมือกัน”
แววตาเขาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า “ใช่ ผู้บังคับบัญชาทั้งสองฐานมีแผนจะทำแบบนั้น”
เจียงอี้อิ่นได้ยินจึงถามลองเชิง “เป็เพราะภารกิจจับเด็กคนนั้นเมื่อคราวที่แล้วหรือเปล่า”
“อืม ภารกิจนี้สวนอีเดนให้ค่าตอบแทนดีมาก แต่ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ตัวนั้นจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ทุกคนจึงกังวลมาก” เขาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
เจียงอี้อิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อย การแอบเอาอาหารไปให้เด็กคนนั้นเป็เื่ของเธอ แต่ตอนนี้การขัดขวางความร่วมมือของทั้งสองฐานก็เท่ากับเป็การขัดขวางไม่ให้พวกเขาทำภารกิจสำเร็จ ไม่รู้ว่ากู้ไฮว่ถิงจะคิดอย่างไร
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นท่าทางลำบากใจของเธอ กู้ไฮว่ถิงจึงเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน “คุณสงสารสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ตัวนั้นใช่ไหม คุณถึงไม่อยากให้เราไปจับเขา”
“ก็ไม่เชิงค่ะ” เธอพยายามวิเคราะห์ความคิดตัวเอง “ฉันยอมรับว่าฉันไม่ได้รังเกียจเด็กคนนั้น เพราะเขาไม่เคยแสดงท่าทีก้าวร้าว แต่ฉันก็รู้ว่าทุกคนต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอดในยุควิกฤตวันสิ้นโลก ฉันเลยไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับภารกิจของพวกคุณ แต่ว่า…”
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยความ้าของตัวเองออกมาตรง ๆ ว่า “พวกคุณ...ไม่ร่วมมือกับชางซิ่งได้ไหมคะ”
กู้ไฮว่ถิงรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง คราวนี้เขาถึงกับพูดไม่ออก
เธอเม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิด ในใจก็กังวลว่าถ้าอีกฝ่ายถามถึงเหตุผล ถ้าเป็แบบนั้นเธอคงหาคำตอบให้ได้ยาก
แต่ใครจะรู้ว่าเพียงชั่วครู่ กู้ไฮว่ถิงก็หัวเราะออกมาแล้วเอ่ยว่า “ที่แท้คุณก็เกลียดชางซิ่งเหมือนกันเหรอ”
ดวงตาของเธอเป็ประกาย “คุณก็ด้วยเหรอ”
“การทำงานของพวกชางซิ่งหละหลวมเกินไป แม้ว่าพวกเราจะร่วมมือกันชั่วคราว แต่สุดท้ายแล้วก็อาจจะมีการหักหลังกันเพราะผลประโยชน์เกิดขึ้น จริง ๆ แล้วตอนแรกผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะร่วมมือกับพวกเขา”
กู้ไฮว่ถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ผมจะลองเกลี้ยกล่อมพวกเขาดู”
เธอรู้ว่านี่เป็คำสัญญาที่เขาจะให้ได้สำหรับคำขอที่ไม่คาดคิดแบบนี้ แต่เธอก็ไม่สามารถพอใจกับมันได้ บลูไดมอนด์นั้นหายาก เธอยอมรับกับความสูญเสียครั้งใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้
ถ้ากู้ไฮว่ถิงไม่สามารถเกลี้ยกล่อมผู้บังคับบัญชาฐานอู๋ถงได้ ก็คงมีทางเดียวเท่านั้น...
นั่นก็คือต้องให้ผลประโยชน์กับพวกเขามากขึ้น พวกเขาจะได้ล้มเลิกความคิดที่จะร่วมมือกับฐานชางซิ่ง
หลังจากคำนวณคริสตัลทั้งหมดของตัวเอง เธอก็มองกู้ไฮว่ถิงด้วยสายตามุ่งมั่น “กัปตันกู้ ถ้าฐานอู๋ถงยังวางแผนที่จะร่วมมือกับชางซิ่ง คุณช่วยเป็สื่อกลางให้ฉันได้พบกับผู้บังคับบัญชาของอู๋ถงได้ไหมคะ”
เขาเข้าใจทันทีว่าเธอ้าทำอะไร หลังคิดสักครู่แล้วก็พยักหน้าตกลง พร้อมทั้งบอกว่าจะแจ้งข่าวให้เธอทราบโดยเร็วที่สุด
เจียงอี้อิ่นถอนหายใจโล่งอก คิดในใจว่าคืนนี้คงจะยุ่งแล้ว
ครั้งที่แล้วอาสยงาเ็สาหัสจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่ร่างกายกลับฟื้นฟูอย่างรวดเร็วเพราะอาหารจากร้านเจียนปิ่ง เธอจึงสนใจอาหารจากเมืองอาหารเป็พิเศษ แต่เมื่อลองชิมอาหารทุกชนิดแล้ว กลับไม่รู้สึกถึงความพิเศษอะไรเลย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบเป็ผู้กำหนดราคาสินค้า เธอสามารถแจกฟรีได้แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงราคาได้ ดังนั้นไม่ว่าอาหารเหล่านี้จะมีสรรพคุณพิเศษหรือไม่ ก็ไม่สามารถเป็เหตุผลในการขึ้นราคาได้ และเธอก็ยุ่งมากจึงต้องพับเื่นี้ไว้ชั่วคราว
แต่ตอนนี้เธอจำเป็ต้องหาให้ได้ว่าอาหารชนิดไหนมีสรรพคุณพิเศษอะไรบ้าง เพราะเธอจะใช้มันเป็เครื่องมือต่อรองได้
คืนนั้นหลังจากแขวนไก่น้ำลายสอ ขนมโก๋ถั่วเขียว และอาหารอื่น ๆ ที่เตรียมไว้สำหรับเด็กคนนั้นไว้บนกิ่งไม้แล้ว เธอก็กลับไปที่หลังเคาน์เตอร์และจับมีดทำครัวแกว่งไปมาเหนือมือซ้ายเป็เวลานาน แต่ก็ไม่กล้าลงมือ
ตอนที่นอนป่วยเพราะโรคมะเร็งกระเพาะระยะสุดท้าย ความเ็ปแสนสาหัสทรมานจนเธอแทบทนไม่ไหว ทำให้ตอนนี้เธอกลัวความเ็ปเป็พิเศษ หลังพยายามให้กำลังใจตัวเองอยู่นาน สุดท้ายก็จำใจวางมีดลงอย่างสิ้นหวัง
เมื่อไม่สามารถทดลองกับตัวเองได้ เธอควรทำการทดลองอย่างไรดี
ขณะที่กำลังกลุ้มใจ เธอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเงาสีดำขนาดใหญ่ เธอใจนเกือบจะกรีดร้องออกมา โชคดีที่คนคนนั้นเดินเข้ามาตรงที่แสงสว่างส่องถึง
“เจียนปิ่ง นายไม่ชาร์จแบตพักผ่อน แต่ดันมานั่งหลอกหลอนฉันตรงนี้ทำไม”
เจียนปิ่งมองมีดทำครัวในมือเธอ ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ “ตรวจพบว่าคุณมีแนวโน้มทำร้ายตัวเอง ตามกฎ AI ผมมีหน้าที่ต้องหยุดคุณ”
เธอหัวเราะทั้งน้ำตา “ฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายตัวเอง ฉันแค่จะทดลองดูว่าอาหารพวกนี้มันมีอะไรพิเศษ”
เจียนปิ่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร เขาเป็แค่หุ่นยนต์ AI ราคาถูก ฟังก์ชันมีจำกัด อาจจะไม่รู้วิธีคุยกับมนุษย์
เธอรู้เื่นี้ดี จึงไม่ได้คาดหวังคำตอบใด ๆ และกลับไปครุ่นคิดวิธีอื่นแทน
ทว่าทันใดนั้นเจียนปิ่งก็พูดขึ้น