หลังจากที่พวกเขารับประทานอาหารไปได้ครึ่งหนึ่ง ในที่สุดก็มาถึงจุดประสงค์แท้จริงของดินเนอร์ในครั้งนี้
ใบเฟิร์นวางมีดและส้อมลง พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูออดอ้อนว่า "คุณมิคกี้ ฉันมีเื่สำคัญที่จะข้อร้องจากคุณ"
"คุณใบเฟิร์นลองว่ามาก่อนสิครับ" มิคกี้วางมีดและส้อมลงบนโต๊ะพร้อมหยิบผ้ามาเช็ดปาก และตั้งใจฟังในสิ่งที่ใบเฟิร์นกำลังจะพูด
"คือว่า สภาพการเงินในปัจจุบันของโรงพยาบาลเรากำลังอยู่ใน่วิกฤต การซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ชุดใหม่ในสล็อตนี้มีมูลค่าเกือบห้าร้อยล้านบาท! ถ้าเกิดว่าพวกเรานำเงินตรงนี้ไปใช้จ่ายในทีเดียว เกรงว่ามันจะส่งผลกระทบต่อเงินทุนที่หมุนเวียนในโรงพยาบาล" ใบเฟิร์นได้เริ่มอธิบายปัญหาของเธอออกมาช้าๆ "เพราะฉะนั้นแล้ว พวกเรา้าซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านทางเครืออคาเซียกรุ๊ปแทน ฉันหวังว่าคุณมิคกี้จะช่วยขายให้พวกเราแบบผ่อนชำระเป็งวด ทางเราสัญญาว่าภายในครึ่งปีจะชำระยอดจนครบอย่างแน่นอน และทางเราจะจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันของธนาคารค่ะ!"
"ตกลงครับ" มิคกี้พยักหน้ายืนยัน พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและส่งข้อความออกไปผ่านไลน์
หลังจากนั้นไม่นาน มิคกี้ก็วางโทรศัพท์ลง และพูดว่า "ผมได้ติดต่อผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดให้แล้ว พรุ่งนี้คุณนำเอกสารต่างๆ ไปที่บริษัท และทำดำเนินตามขั้นตอนได้เลย"
"ระ...เรียบร้อยแล้ว?" ใบเฟิร์นดูสับสนไม่น้อย
"แค่เื่เล็กน้อยครับ"
"คุณไม่คิดจะเพิ่มเงื่อนไขข้อกำหนดอื่นๆ เพิ่มเหรอคะ?" ใบเฟิร์นมีท่าทีไม่อยากจะเชื่อเลยแม้แต่น้อย
มิคกี้หัวเราะเบาๆ "นี่ก็เป็การลงทุนอย่างหนึ่ง เป็เื่ธรรมดาของโลกธุรกิจไม่ใช่เหรอครับ? ผมเชื่อว่าภายใต้การบริหารจัดการของคุณใบเฟิร์น โรงพยาบาลจะสามารถดำเนินกิจการและก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็วแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นผมก็ได้ประโยชน์จากการยื่นมือช่วยเหลือคุณใบเฟิร์นเช่นกัน"
"ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ค่ะ คุณมิคกี้" หลังจากจัดการเื่สำคัญได้แล้ว ใบเฟิร์นก็รู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย "ฉันพบว่าคุณไม่เหมือนกับที่คนเขาพูดกันเลยค่ะ"
"พวกเขาพูดถึงผมว่ายังไงบ้างครับ?"
"ผู้คนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า คุณเป็คุณชายเสเพล ไม่รู้จักทำงานทำการ วันๆ เอาแต่แบมือขอเงินพ่อแม่" ใบเฟิร์นมองพินิจวิเคราะห์มิคกี้ด้วยความจริงจัง และพูดขึ้นมาว่า "แต่สิ่งที่ฉันได้เห็นมันแตกต่างไปจากที่คนเขาพูดกันทุกอย่างเลย คุณมิคกี้ที่ฉันเห็นมีความเป็สุภาพบุรุษ ดูอ่อนโยน และเหมือนนักวิชาการผู้รอบรู้ บางครั้งก็ดูเหมือนจิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ห์ด้วยค่ะ อิwอิ"
ใบเฟิร์นได้หยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า "ในสายตาของฉัน คุณดูแปลกเป็อย่างมากๆ คุณช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะ ว่าด้านไหนคือตัวตนที่แท้จริงของคุณ?"
มิคกี้ยิ้มตอบว่า "ทุกด้านก็คือตัวผม"
ใบเฟิร์นรู้สึกประหลาดใจที่ได้ยินคำตอบของมิคกี้ "ทั้งหมดก็คือคุณเหรอคะ?"
"ทั้งหมดที่ว่ามาก็คือตัวผม ผมคือคุณชายเสเพลที่สุรุ่ยสุร่าย และผมก็ยังเป็สุภาพบุรุษที่อ่อนโยน นักวิชาการผู้รอบรู้เองก็คือผม จิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ห์ก็คือผมเหมือนกัน!" มิคกี้ยิ้มอย่างไม่แยแส กล่าวอย่างเรียบเฉยว่า "ไม่สำคัญว่าผมจะเป็ใคร ตราบใดที่ผม้า และตราบใดที่ผมมีความสุข ไม่ว่าคนอื่นจะคิดยังไง ผมไม่แคร์ เพราะผมไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อให้พวกเขาต้องมากำหนดว่า ชีวิตผมจะต้องเป็แบบนั้น จะต้องเป็แบบนี้!"
หัวใจของใบเฟิร์นถึงกับเต้นแรง เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อเธอเห็นชายตรงหน้า เธอก็รู้สึกหวั่นไหวภายในใจเล็กน้อย
ใบเฟิร์นจึงพูดขึ้นมาด้วยความเขินว่า "คุณมิคกี้ อย่าเรียกฉันว่าคุณใบเฟิร์นเลยค่ะ มันดูห่างเหินกันเกินไป! ได้โปรดเรียกฉันว่าใบเฟิร์นหรือจะเรียกว่าพี่เฟิร์นก็ได้ค่ะ เพราะฉันแก่กว่าคุณ!"
"ถ้าอย่างนั้นแล้ว ก็อย่าเรียกผมว่าคุณมิคกี้ แต่เรียกผมด้วยชื่อเฉยๆ หรือจะเรียกน้องมิคกี้ก็ได้นะครับ"
"พวกเรามาแลกฟอลไอจีและไลน์กันไหมคะน้องมิคกี้? เผื่อในอนาคตจะได้ติดต่อกันง่ายๆ"
"โอเคครับ พี่เฟิร์น"
การได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกันในวันนี้ ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ขยับจากการเป็คนรู้จักกลายมาเป็เพื่อนกัน
หลังจากที่แลกฟอลไอจีและไลน์เสร็จ พวกเขาก็ได้พูดคุยและรับประทานอาหารกันต่อ
ในระหว่างที่พูดคุยกันนี้ มิคกี้ได้แอบเหล่มองไปที่ประตูทางเข้าภัตตาคารเป็ครั้งคราว
ไอ้ป้อม พระเอกของนิยายโง่ๆ เื่นี้ ทำไมมันยังไม่โผล่มาวะ?
ด้านนอกของภัตตาคารฟิลิปป์ เวลานี้ มีชายหนุ่มรูปหล่อสวมหมวกและแว่นตากันแดดกำลังแอบซ่อนตัวอยู่ ภายใต้แว่นกันแดดสีดำดวงตาของเขาแดงก่ำ
"คู่ชายโฉดหญิงชั่ว! โดยเฉพาะนังใบเฟิร์น มึงเป็คู่หมั้นของกูไม่ใช่เหรอ? แต่มึงกับออกไปอ่อยผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ นังงูพิษ!"
ชายหนุ่มที่กำลังแอบมองหลบซ่อนตัวอยู่นอกภัตตาคารคือพระเอกที่ชื่อป้อม เขาเป็ลูกศิษย์ของหมอผีชื่อดัง และในขณะเดียวกันก็เป็คู่หมั้นของใบเฟิร์น
และที่สำคัญคือ ป้อมเป็พระเอกที่ได้ย้อนเวลากลับมา!
ในเนื้อเื่เดิมของนิยายโง่ๆ เื่นี้ ก่อนที่ป้อมจะย้อนเวลา ป้อมได้เรียนทักษะวิชาต่างจากอาจารย์ของเขาที่เป็หมอผี หลังจากนั้นก็ได้ขอออกสำนักชั่วคราวเพื่อไปตามหาคู่หมั้นของตัวเอง
แม้ว่าป้อมจะไม่เคยได้เจอกับใบเฟิร์นมาก่อน แต่ครั้งแรกที่ป้อมได้เห็นใบเฟิร์นที่โรงพยาบาลจิโนมิกส์ ป้อมก็ถือว่าใบเฟิร์นเป็ผู้หญิงของเขาแล้ว ทันทีที่ป้อมเห็นใบเฟิร์นออกไปข้างนอกเขาก็แอบติดตามไปตลอดทาง เหมือนกับพวกสตอล์คเกอร์โรคจิต!
ป้อมที่แอบติดตามใบเฟิร์นมาตลอดทางก็ได้พบว่า คู่หมั้นของตนกำลังพูดคุยหัวเราะคิกคักกับชายหนุ่มรูปงามคนอื่นอย่างใกล้ชิดสนิทสนม
การที่เห็นภาพบาดตาตรงหน้าทำให้ป้อมรู้สึกใจสลาย ภายในอกอัดแน่นกองสุมเต็มไปด้วยไฟโทสะ
ป้อมคิดเสมอว่าด้วยรูปร่างหน้าตา และทักษะความสามารถต่างๆ ที่ได้เรียนมาจากอาจารย์ เขาสามารถจัดการกับคู่อริได้อย่างง่ายดาย
ทว่าในความเป็จริงแล้ว ก่อนที่ป้อมจะได้ย้อนเวลากลับมานั่น เขาถูกมิคกี้กระทืบเละ ไม่ว่าจะเป็การแข่งขันในด้านใดๆ ก็ถูกมิคกี้บดขยี้ยับ ป้อมได้พ่ายแพ้ไปทุกทาง
ใบเฟิร์นคู่หมั้นของเขา ก็ได้ทิ้งเขาและหนีไปหามิคกี้
ป้อมไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่ามิคกี้เป็คุณชายเสเพล อีกทั้งยังใช้หัวส่วนล่างในการดำเนินชีวิต เพราะอะไรแล้ว ทำไมมิคกี้ถึงได้ตึงขนาดนั้น? ป้อมที่ได้เรียนวิชาคาถาอาคมมาจากอาจารย์ ยังสู้ลูกคุณหนูแบบมิคกี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
แต่ไม่เป็ไร! โชคดีที่พระเ้ามอบโอกาสให้เขาได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง!
พระเอกนิยายทุกคนมักจะมีสูตรโกงคู่บุญ ซึ่งสูตรโกงของป้อมก็คือการย้อนเวลากลับมาจากอนาคต!
ป้อมที่ได้ย้อนเวลากลับมาในอดีต เขารู้ล่วงหน้าในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ป้อมไม่เชื่อว่าชีวิตนี้เขาจะยังสู้กับมิคกี้ไม่ได้!
"กูขอสาบานต่อ์"
"ในชีวิตนี้ กูจะให้ไอ้มิคกี้มันต้องชดใช้กับสิ่งที่ทำกับกูในชาติที่แล้ว!"
"กูจะทำให้ธุรกิจของมันฉิบหายวอดวายจนล้มละลาย!"
"กูจะส่งมันให้ไปนอนขอทานอยู่ตามข้างถนนและบนสะพานลอย"
"และนังใบเฟิร์น มึงเป็ผู้หญิงของกูคนเดียวเท่านั้น!"
หลังจากชูสามนิ้วให้คำสาบานแล้ว ป้อมก็จ้องมองไปที่คู่ชายหนุ่มและหญิงสาวที่อยู่ในภัตตาคารด้วยสีหน้าโกรธแค้น
การที่ทั้งสองพูดคุยในครั้งนี้เป็สิ่งที่สำคัญเป็อย่างมาก ในตอนนี้ พวกเขาได้บรรลุจุดประสงค์ความร่วมมือ และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกัน
ดังนั้นป้อมจึง้าขัดขวางแผนการความร่วมมือนี้เพื่อลดโอกาสในอนาคตของมิคกี้ลง
และป้อมก็จะเป็ผู้ที่คว้าโอกาสนี้ไปแทน แต่ทว่า เขาจะเข้าไปขัดขวางด้วยวิธีอะไรละ?
แน่นอนว่าต้องเป็คาถาอาคมที่เขาเรียนมา นั่นคือการเสกหนังควายเข้าท้องมิคกี้!
เขาจะทำให้มิคกี้ล้มป่วยนอนพับติดเตียง การที่มิคกี้ล้มป่วยหลังจากไปรับประทานอาหารกับใบเฟิร์น ครอบครัวของมิคกี้ก็จะโทษใบเฟิร์น และทำให้ความร่วมมือในครั้งนี้ล้มเหลวแน่นอน!
เมื่อธุรกิจของใบเฟิร์นและครอบครัวตกอยู่ในภาวะวิกฤติ ป้อมก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ได้ เป็การมอบถ่านไม้กลางหิมะตก
ด้วยทักษะต่างๆ ที่ได้ร่ำเรียนมาจากอาจารย์ ไม่เพียงแต่เขาจะได้สาวงามเท่านั้น แต่เขายังสามารถได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวของใบเฟิร์นได้อีกด้วย!
เป็แผนที่สมบูรณ์แบบมาก! เมื่อป้อมวางแผนในหัวเสร็จแล้ว เขาก็หยิบหนังควายออกมาจากในถุงย่าม
หมอผีช่วยชีวิตคนได้ หมอผีก็ฆ่าคนได้เหมือนกัน!
แค่ใช้ต้นหวายเคาะหนังควายชิ้นให้มีขนาดเล็กเท่าเม็ดน้ำตาล แล้วนำไปปล่อยทิ้งลงบนอาหารหรือในแก้วน้ำ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย!
เขาจะแสร้งทำเป็ลูกค้าขี้เมาเดินเซไปทางมิคกี้ แล้วแอบปล่อยหนังควายที่มีขนาดเท่าเม็ดน้ำตาลลงในอาหารของมิคกี้
มิคกี้ที่เห็นป้อมกำลังเดินเข้ามาในภัตตาคาร เขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"ไอ้ป้อมมาแล้วสินะ อุฮิอุฮิอุฮิอุฮิ"
"เดี๋ยวมึงเจอกูไอ้เด็กเxี้ย! ได้เวลาทดสอบระบบลูกรักนักเขียน!"
มิคกี้แทบจะอดใจไม่ไหว รีบขอพรระบบภายในใจทันที
"ปะป๊าฮ้าฟ หนูขอพรให้..."