“ครั้งนี้เรื่องใหญ่มากอาจารย์น่าจะออกหน้าแหละ”
ขณะที่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉินลู่ก็ขับรถไปยังมหาวิทยาลัยหัวฉิง
สี่สิบนาทีต่อมา ฉินลู่ก็เดินเข้าไปในห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัย
ทันทีที่เปิดประตู ก็เห็นเซี่ยหลิงที่กำลังสวมเสื้ออยู่หน้านิ่วคิ้วขมวด
เมื่อเธอได้ยินเสียงประตูเปิดก็หันไปมอง คาดไม่ถึงว่าจะเป็นฉินลู่ก็ตกตะลึงทันที
ฉินลู่เดินไปด้านหน้าเซี่ยหลิง โบกมือไปมาตรงดวงตาเธอ"เป็นอะไรไป ยัยโง่?"
“นาย...นาย...นายออกมาแล้ว?!” เซี่ยหลิงพูดอย่างไม่อยากเชื่อ
“พูดอะไรของเธอ อะไรคือการบอกว่าฉันออกมาแล้ว?” ฉินลู่ชะงักไปครู่หนึ่ง “เอ่อ แต่พูดแบบนั้นก็ไม่ผิดฉันออกมาแล้ว”
“ฉันยังคิดที่จะพาทนายไปประกันตัวนายหลังเลิกงานอยู่เลย”
“รอเธอมาฉันคงได้ตายอยู่ข้างในนั้นแล้ว” ฉินลู่กลอกตาแล้วเดินไปที่นั่งตัวเอง เปิดลิ้นชักหาเสื้อคลุมสีขาวตัวใหม่จากในนั้นขึ้นมาสวม
“วันนี้ยุ่งไหม”
เซี่ยหลิงส่ายหัว "ไม่ยุ่งมาก"
“งั้นก็ดี ไม่อย่างงั้นฉันต้องรู้สึกเสียใจที่มาสายขนาดนี้แน่”พูดแล้วฉินลู่ก็หยิบหนังสือการ์ตูนออกมาจากลิ้นชักออกมาพลิกอ่าน
เซี่ยหลิง "..."
"เอี๊ยด"
เสียงประตูดังขึ้น
ชายหนุ่มในชุดสูทสีแดงเดินเข้ามาพร้อมถือช่อกุหลาบแดงไว้ในมือดูท่าทางเจ้าชู้มาก “เซี่ยหลิงโปรดรับความรักจากฉันด้วย!”
ชายเจ้าชู้คุกเข่าลงที่พื้นแล้วยื่นกุหลาบในมือให้เซี่ยหลิง
เซี่ยหลิงก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แล้วพูดเบาๆ ว่า "นาย...นายเป็นใคร"
ฉินลู่ตกตะลึง “เธอไม่รู้จักเขาแต่เขามาสารภาพรักกับเธอเนี่ยนะ?”
เซี่ยหลิงส่ายหัว "ฉันไม่รู้จักเขาจริงๆ นะ"
ชายเจ้าชู้ยืนขึ้น จัดเนกไทให้ตรง แล้วพูดอย่างจริงจัง “คุณเซี่ยหลิง คุณไม่รู้จักผมจริงๆ แต่ผมสนใจคุณมากผมขอแนะนำตัวเอง ผมชื่อเสิ่นจวินโจว คุณเรียกผมว่าโจวโจวก็พอแล้ว”
“โจวโจว...” ฉินลู่กลั้นหัวเราะไม่ให้มีเสียงออกมาเขาเป็นแพทย์มืออาชีพ เว้นแต่ช่วยไม่ได้จริงๆ ปกติเขาจะไม่หัวเราะต่อหน้าผู้ป่วยง่ายๆ
ใบหน้าของเซี่ยหลิงเปลี่ยนเป็นทะมึนในทันที "ฉันไม่รู้จักคุณคุณมาที่นี่เพื่อพบแพทย์หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ อย่างงั้นกรุณาออกไปด้วย"
“คืออย่างงี้นะ” ชายเจ้าชู้ปาดผมและพูดแบบที่ตัวเองคิดว่าเท่และสง่างาม“ผมรู้มาว่าคนแรกที่ตามจีบคุณคือหยางซวี่ตงซึ่งกลายเป็นคนพิการไปแล้วและไม่มีคุณสมบัติที่จะมาข้องแวะกับคุณอีกต่อไป ตามหาทั่วมหาวิทยาลัยหัวฉิงคนที่มีภูมิหลังครอบครัวใกล้เคียงหยางซวี่ตงก็เหลือเพียงผมคนเดียว ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะเป็นแฟนคนแรกของคุณ ได้โปรดตอบรับผมด้วย"
“เจ้าหมอนี่ตาถั่วสินะ”ฉินลู่เอ่ยแทรก
“หุบปาก!”เซี่ยหลิงกระทืบเท้าด้วยความอับอายแล้วดึงหน้าตึงเอ่ยกับชายเจ้าชู้ว่า “ฉันไม่ต้องการที่จะรู้จักคุณและฉันก็ไม่ต้องการมีแฟนคนแรก ถามอีกครั้ง คุณมาหาหมอใช่ไหม ถ้าไม่กรุณาออกไปจากที่นี่”
“คุณเซี่ยหลิง ผมจริงใจจริงๆ นะ! ผมจริงใจมากกว่าหยางซวี่ตง ได้โปรดตอบรับผมเถอะ”
“มีแค่ภูมิหลังครอบครัวแบบผมเท่านั้นที่สามารถเคียงคู่คุณได้อย่างงดงามแบบไม่มีใครเทียบได้เลย!”ชายเจ้าชู้ก้าวมาข้างหน้าพูดอย่างจริงใจ
“ถ้าไม่มาพบแพทย์ก็เชิญคุณออกไป ไม่เช่นนั้นฉันจะแจ้งตำรวจแล้ว!”
“คุณเซี่ยหลิง...”
“ออกไปเดี๋ยวนี้!”
“คุณเซี่ย...”
“ออกไป!”
ชายเจ้าชู้ก้มหัวด้วยความสลด แล้วเริ่มสะอื้นไห้อย่างคาดไม่ถึง
ฉินลู่ตกใจมาก "เธอรังแกเขาจนร้องไห้แล้ว!"
เซี่ยหลิง "ฉันทำที่ไหนล่ะ!"
“เธอดูเขาสิ ร้องไห้แล้วเนี่ย”
“เฮ้อ...” เซี่ยหลิงสูดหายใจเข้าลึกๆใบหน้าปรากฎรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ขอโทษนะคะตอนนี้ฉันไม่ต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น ดังนั้นได้โปรดอย่าจีบฉันอีกเลย ตอนนี้ฉันยังต้องทำงาน ถ้าคุณไม่ได้มาพบแพทย์ ได้โปรดออกไปได้ไหม”
ชายเจ้าชู้เงยหน้าขึ้นทันที ทำให้เซี่ยหลิงตกใจกลัว
“คุณจะทำอะไร”
“ถ้าหากผมมาพบหมอ ก็ไม่ต้องออกไปใช่ไหม” แววตาชายเจ้าชู้เปล่งประกายออกมา
เซี่ยหลิงพยักหน้าตามสัญชาตญาณ
“งั้นดีเลย ผมป่วยละ ผมมาพบหมอคุณเซี่ยหลิงโปรดตรวจให้ผมด้วย!” ชายเจ้าชู้ตื่นเต้นทันทีเมื่อเห็นเซี่ยหลิงพยักหน้าเขาเดินมาข้างหน้าฉินลู่แล้วพูดว่า “นายออกไปให้พ้นทาง”
ฉินลู่ถอยให้ ชายเจ้าชู้นั่งที่นั่งของฉินลู่แล้วพูดกับเซี่ยหลิงที่ตกตะลึงว่า “คุณเซี่ยหลิง เชิญมาตรวจอาการให้ผมหน่อยอาการของผมร้ายแรงมากจริงๆ มันคงเป็นระยะสุดท้ายแล้ว “
เซี่ยหลิงได้สติ จึงพูดด้วยใบหน้าทะมึน “ขอโทษค่ะป่วยระยะสุดท้ายไม่สามารถรักษาให้หายจากสถานพยาบาลเล็กๆ ในมหาวิทยาลัยของเราได้เชิญคุณไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการ”
“โอ้ๆ แบบนี้เอง” ชายเจ้าชู้เปลี่ยนน้ำเสียงทันทีแล้วพูดว่า “เมื่อครู่ฉันพูดผิดไปฉันไม่ได้ป่วยระยะสุดท้าย แค่ไม่สบายนิดหน่อย ป่วยนิดเดียวแบบที่สถานพยาบาลในมหาวิทยาลัยรักษาได้”
เซี่ยหลิงมองไปที่ฉินลู่อย่างหมดหนทางดวงตาของเธอเต็มไปด้วยการขอความช่วยเหลือ
ฉินลู่ยักไหล่ แสดงออกว่าตนเองช่วยไม่ได้เหมือนกัน
ช่วยไม่ได้ เซี่ยหลิงได้แต่นั่งตรงข้ามกับชายเจ้าชู้ฟืนตัวเองแล้วพูดว่า“คุณไม่สบายตรงไหน”
ชายเจ้าชู้ขยิบตาให้เซี่ยหลิงหนึ่งที จากนั้นพูดว่า"ฉันรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว"
เซี่ยหลิง “...”
ฉินลู่ที่อยู่ข้างๆ พูดแทรก"คุณครับ กรุณาพูดอย่างละเอียดด้วย ไม่สบายตรงไหนกันแน่ เพื่อแพทย์จะได้วินิจฉัยให้คุณได้ถูก"
ชายเจ้าชู้หันหัวมองมาที่ฉินลู่ “นายเป็นใคร"
“ผม...” ฉินลู่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ผมเป็นหมอที่นี่”
ชายเจ้าชู้พยักหน้าและถามเซี่ยหลิงว่า “ไอ้ขี้เหร่นี่เป็นผู้ช่วยคุณหรือ ต้องพบเจอสิ่งแบบนี้ น่าเกลียดจริงๆ ไม่เข้าใจแฟชั่นสักนิดลำบากมากไหมที่ต้องทำงานร่วมกับเขา ไม่อย่างงั้นผมจะขอให้ย้ายเขาไปจากคุณ”
ฉินลู่เลือดขึ้นหน้า
เซี่ยหลิงกล่าวรักษาหน้าให้ “ไม่ต้อง เขาเป็นหมอ อันที่จริงฉันเป็นผู้ช่วยต่างหาก”
“โอ้ๆ !” ชายเจ้าชู้พยักหน้า “ถ้าเป็นแบบนั้น ผมจะเปลี่ยนหมอให้คุณ”
ฉินลู่ "..."
“ปัง!” เซี่ยหลิงตบโต๊ะและพูดอย่างกรุ่นโกรธ“สรุปแล้วคุณป่วยไหม”
"ป่วย...ฉันป่วย..."
"ป่วยตรงไหน"
ชายเจ้าชู้ก้มหัวลงอย่างเขินอายและกระซิบ “ตรงหัวใจ...”
“เฮ้อ...” เซี่ยหลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งต้านทานอารมณ์โกรธของตนเองแล้วพูดว่า “คุณกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือ”
“ไม่ มันคือโรคหัวใจ”
“อาการเป็นอย่างไร” เซี่ยหลิงถามด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
"ก็คือ..." ชายเจ้าชู้เงยหน้าขึ้นมองเซี่ยหลิงอย่างลึกซึ้ง "ก็คือข้างในใจรู้สึกเป็นห่วงใครสักคนมาตลอดและอยากอยู่กับเธอคนนั้น"
"ซ่า!"
ในที่สุดเซี่ยหลิงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป หยิบเหยือกชาขึ้นมาสาดไปบนใบหน้าของชายเจ้าชู้
ฉินลู่ตกใจมาก “นั่นมันชาของฉันนะ! ต้มมาให้ใหม่เลย!”
ชายเจ้าชู้เช็ดน้ำบนใบหน้าและพูดอย่างนุ่มนวลว่า "คุณเซี่ยหลิง เวลาที่คุณโกรธช่างน่าหลงใหลจริงๆ ...”