สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 93 วันเวลายังอีกยาวไกล

            บ่าวรับใช้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบแจ้งที่อยู่จวนสกุลชวีโดยไม่ตกหล่นแม้อักษรเดียวทันที

            ท่านหมอหมิงทำการรักษาให้คุณชายใหญ่ญาติของนางถามที่อยู่จวน ฮูหยินก็คงจะไม่เอาผิดอยู่แล้วแต่หากเรื่องไปถึงหูของทางการล่ะก็ ฮูหยินต้องลงโทษตนเองฐานบกพร่องต่อหน้าที่อย่างแน่นอน!

            “พรุ่งนี้ยามเซิน[1]หากยังไม่เห็นคนกลับมา จวนสกุลชวีจะได้รับหมายฟ้องจากทางการอย่างแน่นอน” หลี่ไหวฺอวี้กล่าวกับบ่าวรับใช้จวนสกุลชวีด้วยแววตาล้ำลึกยากจะคาดคะเน

            “ขอรับข้าน้อยจะนำความไปแจ้งให้ทราบ”

            เหตุใดเขาจึงรู้สึกกดดันเช่นนี้หนอทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา แต่บุคลิกลักษณะกลับไม่แพ้คุณชายแม้แต่น้อยยังดูเหนือกว่าด้วยซ้ำไป!

            “รู้แล้วเจ้ากลับไปรายงานได้” หลี่ไหวฺอวี้รับเคียวมาแล้วไล่อีกฝ่ายกลับไป

            ดูท่าหมิงเป่าจูน่าจะพบครอบครัวที่สามารถจ่ายค่าตอบแทนอย่างงามให้นางได้แล้วเพียงแต่สถานการณ์อาจพิเศษอยู่สักหน่อย จึงต้องค้างคืนเพื่อดูแลคนไข้ซึ่งพอจะเข้าใจได้

            บ่าวรับใช้ที่ถูกซักไซ้ไล่เลียงเรื่องราวในจวนเจ้านายถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อก้าวพ้นประตูเรือน เขารีบเช็ดเหงื่อบนหน้าผากก้าวเท้าเดินอย่างรวดเร็ว ไม่คิดจะอยู่นานไปกว่านี้

            สายตาของชายหนุ่มคนเมื่อครู่ช่างน่ากลัวเหลือเกินกดดันจนเขาแทบหายใจไม่ออก!

            “พี่ไหวฺอวี้พี่สาวข้าไม่เป็นไรจริงๆ หรือ”

            หมิงเป่าอวี้ยังกังวลอยู่บ้างเพราะขนาดลุงแท้ๆ อย่างหมิงเถี่ยจู้ ก่อนหน้านี้ยังกล้าลักพาตัวหลานสาวตัวเองลงคอ

            “ไม่ต้องเป็นห่วงไป พวกเรากินข้าวกันเถอะ!”

            หลี่ไหวฺอวี้เลิกคิ้ววางเคียวในมือลง พลางโอบไหล่หมิงเป่าอวี้ คิดอยู่ว่าจะออกไปล่ากระต่ายอีกสักตัว

            หมิงเป่าจูไม่อยู่บ้านบุรุษสองคนที่ทำอาหารไม่เป็นจึงจำเป็นต้องใช้ความสามารถเอาตัวรอด

            ส่วนหมิงเป่าจูเมื่อได้รับรายงานจากบ่าวรับใช้ของจวนสกุลชวี นางถึงกับต้องเพียรสะกดกลั้นจนไหล่สั่นไม่ให้หัวเราะออกมานางเข้าใจความหมายของหลี่ไหวฺอวี้เป็นอย่างดี เขากำลังเตือนสตินางว่าอย่าลืมว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันครบกำหนดสุดท้าย

            ความหวังดีครั้งนี้นางรับไว้แล้ว

            ตอนกลางคืนหมิงเป่าจูมิได้เข้าพักในห้องที่ฮูหยินใหญ่เตรียมไว้ให้แต่ขออยู่เฝ้าอาการของคุณชายใหญ่ที่ห้องด้านในตลอดทั้งคืน เพื่อสะดวกต่อการดูแล

            ระหว่างนั้น ชวีเชินรู้สึกตัวขึ้นมาครั้งหนึ่ง

            ศีรษะหนักอึ้งคอแห้งผาก ดวงตาเปิดปรือเล็กน้อย เขาพยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงไฟ จึงเห็นเงาร่างหนึ่งอยู่ข้างเตียง

            “ท่านหมอหมิง?”ไยนางยังอยู่ที่นี่เล่า

            “ท่านฟื้นแล้วหรือรู้สึกอย่างไรบ้าง” หมิงเป่าจูยกถ้วยชาป้อนให้เขาดื่ม พลางจับชีพจรไปด้วย

            สีหน้าดูดีขึ้นไม่น้อยชีพจรก็เต้นเป็นปกติมั่นคง ไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่โตแล้ว

            “ไม่ต้องแปลกใจหรอกอาการที่ท่านเป็นอยู่ตอนนี้ ข้าก็มีส่วนผิดอยู่มาก” หมิงเป่าจูวางถ้วยชาลง ขบริมฝีปากยากที่จะควบคุมความรู้สึกผิดเอาไว้ได้

            เมื่อเห็นท่าทีของหมิงเป่าจูผนวกกับย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันเขาจำได้เพียงว่าตนเองรู้สึกคันคอ เจ็บแน่นหน้าอก ไออยู่สองสามครั้งก็หมดสติไป

            “ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้า”

            สมกับเป็นหนุ่มน้อยอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่เด็กเพียงคำพูดประโยคเดียวก็เข้าใจถึงจุดสำคัญ

            ในแต่ละวันเขาได้แต่มองสิ่งที่ไอออกมาด้วยความสิ้นหวังประกอบกับสีหน้ารังเกียจของบ่าวไพร่ ทำให้หัวใจของเขาราวกับต้นไม้เหี่ยวเฉา

            แม้มารดาจะห้ามปรามลงโทษบ่าวรับใช้อย่างไร แต่นั่นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาไร้หนทางเยียวยาแล้วไปได้

            เขาปล่อยให้ความสิ้นหวังเข้าครอบงำจนกระทั่งหมิงเป่าจูเอ่ยวาจาตำหนิอย่างรุนแรงทำให้เขาตระหนักได้ว่าตนเองคือความหวังเดียวของมารดา หากแม้แต่มารดายังไม่ละความพยายามแล้วเขามีเหตุผลอันใดที่จะยอมแพ้

            “คืนนี้ลำบากเจ้าแล้วพรุ่งนี้ข้าจะขอร้องมารดาให้เจ้ากลับไป”

            โชคดีที่สวรรค์ยังเมตตาในที่สุดเขาก็ได้พบกับคนที่สามารถฉุดช่วยเขาให้พ้นจากทะเลทุกข์ได้

            “ฮูหยินเป็นคนใจกว้างโอบอ้อมอารี และมีเหตุผล ท่านไม่ตำหนิข้าแม้แต่น้อย เชิญคุณชายพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ”หมิงเป่าจูประคองเขานอนลง เห็นเขาลืมตาไม่ยอมหลับลง ดวงหน้าก็เผยรอยยิ้มออกมา

            “ตราบใดที่ท่านกินยาตามเทียบที่ข้าเขียนไว้ให้อย่างเคร่งครัดและหมั่นออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อและกระดูกเชื่อว่าการสอบฤดูใบไม้ร่วง[2]ปีหน้า ท่านต้องคว้าอันดับหนึ่งมาครองได้ในคราวเดียวอย่างแน่นอน”

            สิ้นคำกล่าว ชวีเชินก็เบิกตากว้างดวงตาค่อยๆ พร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตา อันเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังและความปรารถนา!

            นี่คือการยืนยันว่าเขาจะหายดีก่อนการสอบฤดูใบไม้ร่วงอย่างแน่นอนคำกล่าวนี้เป็นถ้อยคำที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิต

            “บุรุษไม่หลั่งน้ำตากันง่ายๆสิ่งที่คุณชายควรให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้คือร่างกายของตนเองอย่าเพิ่งคิดเรื่องอื่นเลยเจ้าค่ะ” นางดึงผ้าห่มขึ้นมาจนถึงอกเขา “วันเวลายังอีกยาวไกล”

            วันเวลายังอีกยาวไกลวันเวลายังอีกยาวไกล...

            ชวีเชินทวนคำพูดนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนผล็อยหลับไป

            หมิงเป่าจูถอนหายใจอย่างโล่งอกนางยังคงนั่งอยู่ข้างเตียงจนกระทั่งฟ้าสาง

            เนื่องจากนางผสมยานอนหลับลงไปในน้ำที่ให้ชวีเชินดื่มประกอบกับร่างกายของเขาอ่อนแออยู่แล้ว ดังนั้นในเช้าวันต่อมาแม้หมิงเป่าจูจะจากไปแล้ว เขาก็ยังไม่ตื่น

            ตอนแรกจี้ฟางก็เป็นกังวลจึงมาอยู่เป็นเพื่อนหมิงเป่าจูตั้งแต่เช้าตรู่ ใครจะรู้ว่าจนถึงช่วงบ่าย เชินเอ๋อร์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น

            หมิงเป่าจูรู้ดีว่าเป็นเพราะร่างกายของชวีเชินอ่อนแอเกินไปหลังจากที่อาเจียนเป็นเลือดออกมาแล้ว ร่างกายของเขากำลังปรับสภาพและฟื้นฟูตัวเองจึงยังไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้

            แต่นางก็เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้จึงไม่อาจเอ่ยปากขอกลับไปได้

            จนกระทั่งตะวันคล้อยต่ำไปทางตะวันตกหากนางยังไม่กลับไป หลี่ไหวฺอวี้คงจะต้องบุกมาถึงจวนสกุลชวีเป็นแน่ แล้วไหนยังมีเรื่องของหมิงเถี่ยจู้อีก...

            สุดท้ายนางจึงได้แต่เสนอให้เชิญท่านหมอหลี่มาตรวจดูอาการยืนยันว่าปลอดภัย เพียงแค่หลับสนิทเท่านั้น หมิงเป่าจูจึงได้รับอนุญาตให้ออกจากจวน

            “ท่านหมอหมิงสองวันมานี้ ขอบคุณท่านมาก นี่คือค่ายา โปรดรับไว้ด้วย” จี้ฟางผายมือบ่าวรับใช้คนหนึ่งก็ยกถาดเดินเข้ามา

            บนถาดใบเล็กๆวางเรียงรายไปด้วยแท่งเงินที่เปล่งประกายระยิบระยับ แต่ละแท่งหนักสิบตำลึงเงินรวมทั้งหมดห้าแท่ง เป็นเงินทั้งสิ้นห้าสิบตำลึง!

            “มากมายถึงเพียงนี้?ฮูหยิน...”

            ตอนแรกที่หมิงเป่าจูมาถึงจวนสกุลชวีนางก็ตั้งใจว่าจะเรียกค่ารักษาแพงๆอยู่แล้ว แต่เวลานี้นางกลับรู้สึกไม่คู่ควรที่จะรับมัน

            “เจ้าถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเราไม่ต้องเกรงใจ รีบรับไปเถอะ” จี้ฟางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            “เช่นนั้นขอบพระคุณฮูหยินมากเจ้าค่ะ” สุดท้ายหมิงเป่าจูก็รับเอาไว้

            เวลาไม่เช้าแล้วนางต้องรีบกลับบ้านโดยด่วน หลังจากรับเงินเรียบร้อย หมิงเป่าจูก็ออกจากจวนสกุลชวี

            เรื่องทางนี้นางได้กำชับครบถ้วนเหมาะสมไม่มีอะไรต้องลังเลใจอีก สิ่งสำคัญอันดับแรกเวลานี้คือกลับไปสลัดแผ่นยาหนังสุนัขสองชิ้นนั้นให้หลุดออกไปโดยสิ้นเชิง

            “เปิดประตู!ไอ้พวกเด็กเวร เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้!” เสียงตะโกนแหลมสูงดังมาจากหน้าประตู

            ตอนแรกหมิงเป่าอวี้คิดว่าเป็นพี่สาวกลับมาก็รีบวิ่งออกไปอย่างกระตือรือร้นเพื่อเปิดประตูให้

            แต่พอเสียงตะโกนเรียกสูงแหลมลอยมาเขาก็ชะงักฝีเท้าลงทันที เสียงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นหวังซื่อ

            “พี่ไหวฺอวี้”เขาไม่รู้ว่าควรจะเปิดประตูดีหรือไม่

            หลี่ไหวฺอวี้ขมวดคิ้วแน่นก่อนเปิดประตูออกไป “มาทำไม!”

            ท่าทางฉุนเฉียวของเขาดูเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าคนนอกประตูเสียอีก

            หวังซื่อผงะถอยหลังด้วยสัญชาตญาณทุกครั้งที่เห็นเด็กหนุ่มคนนี้นางจะรู้สึกพรั่นพรึงอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ใช่บุรุษป่าเถื่อนที่มาอาศัยอยู่ในบ้านของนางเด็กสารเลวแต่เป็นคุณชายสูงศักดิ์จากเมืองหลวงที่นางไม่กล้าล่วงเกิน

            “นางเด็กนั่นไปไหน!ดูซินี่มันยามใดเข้าไปแล้ว เงินสิบตำลึงที่ตกลงกันไว้ จะให้หรือไม่ให้!”

            หวังซื่อยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูไม่กล้าตะคอกใส่หลี่ไหวฺอวี้ จึงได้แต่ชี้หน้าด่าทอหมิงเป่าอวี้เสียงดังขรมปลายนิ้วแทบจะจิ้มโดนจมูกของอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ

            “พี่สาวข้าไปในเมืองเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว ใช่ว่าจะไม่คืนเงินให้เสียหน่อย จะรีบร้อนไปไย!”

            หมิงเป่าอวี้ก็เป็นเด็กเลือดร้อนถูกหวังซื่อชี้หน้าด่าทอ ก็โกรธจนหน้าแดงก่ำ ตะคอกสวนกลับไป

             

    เชิงอรรถ

    [1] ยามเซินหมายถึงช่วงเวลาระหว่าง 15.00-17.00 น.

    [2] การสอบฤดูใบไม้ร่วง(秋闱)หมายถึงการสอบขุนนางระดับมณฑลซึ่งจัดขึ้นสามปีครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801