ตอนที่ 25 แถลงข่าว
เช้าวันถัดมา
โรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกจับตามองจากสื่อแทบทุกสำนัก ห้องแถลงข่าวขนาดใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็ทางการ เก้าอี้ของนักข่าวเรียงรายเต็มพื้นที่ กล้องถ่ายทอดสดจากหลายช่องตั้งเรียงอยู่ด้านหน้า ไฟสตูดิโอสว่างจ้า และเสียงพูดคุยของผู้สื่อข่าวก็ดังระงมไปทั่วห้อง
ทุกคนต่างรู้ดีว่าวันนี้จะเป็วันที่สำคัญ เพราะพระเอกชื่อดังที่กำลังตกเป็ข่าวฉาวที่สุดในตอนนี้กำลังจะออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง
ชื่อของกานต์ระพีกำลังถูกพูดถึงในทุกสื่อ ข่าวคลิปหลุดของเขากับผู้หญิงหลายคนยังคงถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว แม้หลายคลิปจะถูกลบไปแล้ว แต่ก็มีคลิปใหม่ถูกนำกลับมาโพสต์ซ้ำไม่หยุด ทำให้กระแสข่าวยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก
ไม่นานนัก ประตูด้านข้างของเวทีก็เปิดออก กานต์ระพีเดินออกมาพร้อมกับชาร์ปผู้จัดการส่วนตัวและทนายความของบริษัทต้นสังกัด
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นทันที แสงแฟลชจากกล้องหลายสิบตัวสาดเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนแทบลืมตาไม่ขึ้น บรรยากาศในห้องแถลงข่าวตึงเครียดทันทีที่เขาปรากฏตัว
กานต์เดินไปนั่งที่โต๊ะด้านหน้า สีหน้าของเขาดูอิดโรยกว่าที่เคยอย่างเห็นได้ชัด ใต้ตาคล้ำเหมือนคนที่ไม่ได้หลับพักผ่อนมาทั้งคืน มือของเขาวางอยู่บนโต๊ะอย่างนิ่งเงียบก่อนจะหยิบไมโครโฟนขึ้นมา
เสียงในห้องค่อย ๆ เงียบลงเมื่อการแถลงข่าวเริ่มต้น
กานต์สูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดขึ้น
“ก่อนอื่น ผมต้องขอโทษทุกคนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน่ที่ผ่านมา”
เสียงของเขานิ่งแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน
“คลิปทั้งหมดที่กำลังเผยแพร่อยู่ในตอนนี้ เป็เื่จริง ผมไม่สามารถปฏิเสธได้”
ทันทีที่คำพูดนั้นถูกเอ่ยออกมา เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วห้อง นักข่าวหลายคนรีบจดบันทึก ขณะที่บางคนรีบส่งสัญญาณให้ทีมงานถ่ายทอดสดทันทีว่ากานต์ยอมรับความจริงแล้ว
กานต์ยังคงพูดต่อ
“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็ความผิดของผมเอง ผมเป็คนตัดสินใจทำทุกอย่าง และผมต้องรับผิดชอบต่อผลของมัน”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายให้กับหลายฝ่าย ทั้งบริษัทต้นสังกัด ทีมงาน ผู้สนับสนุน รวมถึงคนที่เชื่อมั่นในตัวผม ผมจึงตัดสินใจถอนตัวจากซีรีส์ทุกเื่ที่กำลังถ่ายทำอยู่ รวมถึงยุติสัญญาโฆษณาทุกตัว และขอหยุดทำหน้าที่นักแสดงของตัวเอง”
คำประกาศนั้นทำให้เสียงฮือฮาในห้องดังขึ้นอีกครั้ง ข่าวถูกส่งออกไปยังโลกออนไลน์ทันทีผ่านการถ่ายทอดสด
หลังจากคำแถลงจบลง พิธีกรของงานจึงประกาศเปิด่ให้สื่อมวลชนตั้งคำถาม
มือของนักข่าวหลายคนยกขึ้นแทบพร้อมกัน
นักข่าวคนแรกได้โอกาสถาม
“คุณกานต์ทราบไหมคะว่าคลิปเหล่านี้ถูกเผยแพร่จากที่ไหน”
กานต์ส่ายหน้าเล็กน้อย
“ผมยังไม่ทราบว่าใครเป็คนปล่อยคลิป แต่ตอนนี้ทีมกฎหมายกำลังตรวจสอบอยู่ครับ”
นักข่าวอีกคนรีบถามต่อ
“ในคลิปมีผู้หญิงหลายคน คุณมีความสัมพันธ์กับพวกเธอจริงหรือไม่คะ”
กานต์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เป็เื่จริงครับ”
เสียงแฟลชดังขึ้นถี่กว่าเดิม
นักข่าวอีกคนถามขึ้นทันที
“คุณคิดว่าการกระทำของคุณส่งผลกระทบกับแฟนคลับอย่างไรบ้างครับ”
กานต์ก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“ผมรู้ว่าหลายคนผิดหวังในตัวผม และผมก็ยอมรับมัน ผมไม่มีข้อแก้ตัวอะไรทั้งนั้น”
คำตอบของเขาทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วครู่
แต่แล้วก็มีนักข่าวหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้นถามคำถามที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหันไปมอง
“มีข่าวลือว่าคุณมีครอบครัวแล้ว และมีลูกด้วย เื่นี้จริงมั้ยคะ”
คำถามนั้นทำให้กานต์เงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาของเขามองตรงไปยังนักข่าวคนนั้น ก่อนจะค่อย ๆ หันไปมองกล้องถ่ายทอดสดที่กำลังจับภาพเขาอยู่
เขานิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังตัดสินใจ ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ
“เป็ความจริงครับ”
ทั้งห้องแถลงข่าวเงียบสนิททันที
“ผมมีภรรยา และผมมีลูก”
เสียงฮือฮาดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน นักข่าวหลายคนรีบยกโทรศัพท์ขึ้นรายงานข่าวด่วน บางคนรีบพิมพ์ข้อความส่งไปยังสำนักข่าวของตัวเองทันที
ข่าวนี้กระจายออกไปอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที ชื่อของกานต์ระพีกลายเป็หัวข้ออันดับหนึ่งในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์
ภาพของเขาที่กำลังนั่งอยู่บนเวทีแถลงข่าวถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียล พร้อมกับคำพูดที่เขายอมรับว่ามีภรรยาและมีลูก
ในขณะที่กล้องยังคงจับภาพเขาอยู่ กานต์เพียงแต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าเหมือนคนที่เพิ่งปล่อยความจริงทั้งหมดออกมาโดยไม่เหลืออะไรให้ปิดบังอีกแล้ว
อีกด้าน
ห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่เงียบสงัด มีเพียงเสียงโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสดงานแถลงข่าวดังแ่อยู่กลางห้อง ภาพของกานต์ระพีกำลังปรากฏอยู่บนหน้าจอ ใบหน้าของเขาถูกฉายชัดผ่านกล้องนับสิบตัวที่จับภาพอยู่ในห้องแถลงข่าว
เสียงของเขาดังผ่านลำโพงทีวีอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้คนทั้งประเทศกำลังจับตามองคำพูดทุกคำของพระเอกชื่อดังที่กำลังตกเป็ข่าวอื้อฉาวที่สุดในเวลานี้
วีรินทร์นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา เธอกอดวาโยไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม เด็กน้อยกำลังหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าผู้ใหญ่รอบตัวกำลังเผชิญกับเื่ราวหนักหนาเพียงใด
ดวงตาของวีรินทร์มองไปยังจอโทรทัศน์อย่างเงียบงัน สีหน้าของเธอไม่ได้แสดงอารมณ์รุนแรงเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ความเศร้าและความเ็ปกลับยังคงซ่อนอยู่ในแววตาอย่างชัดเจน
เสียงของกานต์จากโทรทัศน์ยังคงกังวานอยู่ในห้อง เขากำลังยอมรับความจริงต่อหน้าสื่อมวลชน ยอมรับคลิป ยอมรับความผิด และยอมรับผลที่ตามมาจากสิ่งที่เขาทำ
แต่สำหรับวีรินทร์แล้ว คำพูดเ่าั้ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกของเธอดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“ถึงเขาจะยอมรับทุกอย่างแล้ว แต่มันก็ลบล้างความผิดอะไรไม่ได้หรอกค่ะ” วีรินทร์พูดขึ้นเบา ๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่จอโทรทัศน์ “เขาทำมันมานานแล้ว”
น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เหมือนคนที่ผ่านความเ็ปมามากเกินกว่าจะร้องไห้ออกมาอีก
หญิงสูงวัยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอมองลูกสาวอย่างเข้าใจ มือของเธอยื่นไปลูบแขนวีรินทร์เบา ๆ เพื่อปลอบใจ
ผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของวีรินทร์ที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงเมื่อคืนหลังจากรู้ข่าวทั้งหมด
“แม่กับพ่อเข้าใจวีดีนะลูก” หญิงสูงวัยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ถ้าวีตัดสินใจแล้ว แม่ก็ไม่ขัดอะไร”
ชายสูงวัยที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักพยักหน้าช้า ๆ เห็นด้วยกับคำพูดของภรรยา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเป็ห่วงลูกสาว แต่ก็เคารพการตัดสินใจของเธอเช่นกัน
วีรินทร์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองลูกชายที่ยังหลับอยู่ในอ้อมแขน มือของเธอลูบศีรษะเล็ก ๆ ของวาโยอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังย้ำเตือนตัวเองว่ายังมีเหตุผลให้เธอต้องเข้มแข็ง
จากนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น…เราไปกันเถอะค่ะ”
ประโยคนั้นถูกพูดออกมาอย่างเรียบง่าย แต่กลับหนักแน่นเหมือนการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต
มันเป็คำพูดสุดท้ายที่วีรินทร์เอ่ยขึ้นก่อนจะหันกลับไปมองจอโทรทัศน์อีกครั้ง
ภาพของกานต์ระพียังคงปรากฏอยู่บนหน้าจอ ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า ดวงตาเต็มไปด้วยความเสียใจ ขณะที่กำลังตอบคำถามนักข่าวอย่างตรงไปตรงมา
ครั้งหนึ่งผู้ชายคนนั้นเคยเป็ทั้งโลกของเธอ
เธอเคยรักเขามากจนยอมเชื่อใจทุกอย่าง ยอมฝากชีวิตทั้งชีวิตเอาไว้กับเขา
แต่ตอนนี้ความรักนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความกลัว ความผิดหวัง และความเสียใจที่ยากจะลบเลือน
สิ่งที่กานต์ทำกับเธอมันเกินกว่าจะให้อภัยได้ ไม่ใช่เพียงเพราะการนอกใจ แต่เป็เพราะการหลอกลวงที่ยาวนานจนทำให้ความเชื่อใจทั้งหมดพังทลายลง
วีรินทร์มองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เบือนสายตาออกจากจอโทรทัศน์
ในอ้อมแขนของเธอ วาโยขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะซุกหน้าลงกับอกของแม่เหมือน้าความอบอุ่น
วีรินทร์กอดลูกแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
อย่างน้อย…เธอก็ยังมีลูก เด็กน้อยคนนี้คือสิ่งเดียวที่ยังยึดเหนี่ยวเธอเอาไว้ไม่ให้ล้มลงไปกับความเ็ปทั้งหมด
บางครั้งการเดินออกมาอาจเป็ทางเดียวที่จะช่วยรักษาหัวใจที่แตกสลายเอาไว้ได้
และตอนนี้สิ่งเดียวที่วีรินทร์ทำได้ คือเดินออกจากชีวิตที่เคยมี ทิ้งความเ็ปทั้งหมดไว้ข้างหลัง แล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง…เพื่อลูกชายตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอ
โปรดติดตามตอนต่อไป.
สงสารยัยวีรินทร์มาก
อึก