จักรพรรดิเซียน

    ตอนที่ 36 ราชินีน้ำแข็ง

    ตอนที่ 36 ราชินีน้ำแข็ง

     

    เฟยอวี่ปรากฏความหวาดหวั่น แม่นางผู้นี้มองมันออก! นางจะต้องมีระดับพลังยุทธอยู่ในเกณฑ์ชนชั้นเชี่ยวชาญขั้นสูง! ชายหนุ่มพยายามยับยั้งความตระหนกที่เกิดขึ้นในจิตใจ แต่ทว่า ในช่วงเวลานั้นเองที่บรรยากาศกลับกลายเป็นหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก เมื่ออุณหภูมิรอบกายของเลี่ยงเฟิ่งพลันดิ่งฮวบลงในฉับพลัน บนใบหน้าที่วิตกกังวลของเฟยอวี่กลับกลายเป็นความนิ่งสงบในฉับพลัน

     

    เลี่ยงเฟิ่งชักกระบี่ของนางออกมา ตัวกระบี่สีครามขาวราวกับเกล็ดน้ำแข็งส่องประกายแวววาว อาวุธคู่ใจของนางคือกระบี่เหมันต์ระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง! อีกทั้ง นางเป็นผู้ใช้เคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งที่เก่งฉกาจ นี่ล้วนเป็นวิชายุทธที่ได้รับการสืบทอดมาจากในวงศ์ตระกูล ด้วยพรสวรรค์ของนาง หญิงสาวสามารถเลือกเข้าร่วมกับวังมังกรได้อย่างง่ายดาย ถึงกระนั้น ตระกูลเลี่ยงชี้แนะให้เข้าร่วมกับสำนักกระบี่ดาราสวรรค์มากกว่า สืบเนื่องจากคู่ของสำนักกระบี่ดาราสวรรค์คือสำนักกระบี่คู่สวรรค์!! สำนักที่ว่ากันว่าเชี่ยวชาญด้านเพลงกระบี่มากที่สุดในทวีปมังกร!! ไม่สิ… มีข่าวลือมาว่าอาจเก่งกาจที่สุดในมหาทวีป อยู่เหนือแดนราชันเสียอีก!! และนางเข้าร่วมเพื่อขัดเกลาวิชาของตระกูล!!

     

    “ศิษย์พี่เลี่ยงเฟิ่งมีการพัฒนา! ไอน้ำแข็งของนางแพร่หาผู้อื่นได้แล้ว! ข้ารู้สึกได้ความหนาวเย็นตั้งแต่ตรงนี้เลย”

     

    “นี่มันเลวร้ายสุดๆ บิดาของนางเชี่ยวชาญกระบี่น้ำแข็งมาก ข้าเคยเห็นตอนเขาประลอง เป็นศัตรูที่ถูกแช่แข็งจนหมดสภาพ!”

     

    “เลี่ยงเฟิ่งไม่ได้ประมาทมันแม้แต่น้อย นางถึงกับใช้เคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งซึ่งพัฒนาขึ้นมาก…” ลู่หลินกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงธรรมดา เลี่ยงเฟิ่งเป็นศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักกระบี่ดาราสวรรค์ เจ้าสำนักผู้นี้ย่อมล่วงรู้ว่าเลี่ยงเฟิ่งนั้นเอาจริงหรือออมมือ…

     

    “นางบรรลุเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งได้เกือบเทียมบิดา สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะควบคู่มากับหลิวเจียนและกู่หวัง ด้วยตอนนี้ไอเย็นที่ปกคลุมรอบกายของนางล้วนสามารถแพร่ไปยังผู้อื่นได้ ข้าอยากรู้เชียวว่าชายหนุ่มผู้นี้จะเอาตัวรอดยังไง” ผู้อาวุโสสูงสุดฝั่งสำนักกระบี่คู่สวรรค์กล่าวขึ้น นัยน์ตาของผู้ชราขยายกว้างเล็กน้อย เขาให้ความสนใจในตัวของเฟยอวี่อย่างมาก

     

    เลี่ยงเฟิ่งย่างกรายเข้าหาเฟยอวี่อย่างเชื่องช้า ทุกฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงแท่นประลองล้วนปรากฏไอเย็นเคลือบพื้นจนกลายเป็นแผ่นน้ำแข็ง “ข้ามีนามว่าเลี่ยงเฟิ่งจากสำนักกระบี่ดาราสวรรค์ ข้ามาเพื่อสั่งสอนเจ้า ให้รู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ” ในสายตาของเลี่ยงเฟิ่ง ชายหนุ่มตรงหน้านับว่าน่าประทับใจในความเก่งกาจอยู่บ้าง ทว่า มันมากเกินไป… ความโอหังอวดดีนั้นย่อมสะท้อนกลับมาหาตัวของเขาเอง

     

    “ด้วยเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็ง อาวุธประหลาดนั่นย่อมถูกปกคลุมด้วยไอพลังเย็น มันจะไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป!”

     

    เฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่น “ข้าคิดว่า คงเป็นแม่นางเลี่ยงแทนที่จะรู้ซึ้งว่า ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร!”

     

    รอยยิ้มขุ่นเคืองประดับบนใบหน้าของเลี่ยงเฟิ่ง หญิงสาวพลันทะยานร่างเข้ามาด้วยความรวดเร็วราวกับสายอัสนี นางเป็นผู้เยี่ยมยุทธชนชั้นเชี่ยวชาญขั้นเจ็ด ในขณะที่เฟยอวี่อยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นสี่ ต่อให้มีท่าท้าวข้ามดาราจักรและการกระตุ้นทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นสองเท่าจากบัญญัติแห่งการสูญสลาย มันล้วนไม่มากพอจะทดแทนความต่างชั้นนี้ได้!! ทันใดนั้น รอยยิ้มลึกลับพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม

     

    ในเมื่อความเร็วต่างชั้น เฟยอวี่เลือกจะฟาดง้าวตัดสวรรค์ใส่เลี่ยงเฟิ่งที่พุ่งเข้ามา แน่นอนว่าเลี่ยงเฟิ่งสามารถเลือกที่จะหลบการจู่โจมจากง้าวตัดสวรรค์และเปลี่ยนทิศทางในการโจมตีได้ ทว่า นางกลับไม่ทำเช่นนั้น… สืบเนื่องจากความมั่นใจที่ว่าพลังการโจมตีของนางต้องสูงกว่าเฟยอวี่อย่างแน่นอน หญิงสาวจู่โจมเข้าใส่ด้วยกระบี่น้ำแข็งวัดประชันแรงกับง้าวตัดสวรรค์ ตู้ม! หนึ่งกระบี่หนึ่งง้าวต่อต้านกันไปมาด้วยการควบคุมของหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี

     

    เฟยอวี่เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาคาดคิดไว้แล้วว่านางต้องประชันกับง้าวตัดสวรรค์ตรงๆ ทั้งที่ถ้านางหลีกหลบเปลี่ยนทิศการโจมตีย่อมสามารถกุมชัยเหนือเฟยอวี่ได้ในทันที เหตุใดที่นางไม่หลบน่ะหรือ… เพราะคนที่แข็งแกร่งกว่าล้วนมั่นใจในตัวเองว่าอยู่เหนือผู้ที่อ่อนแอกว่า!!

     

    เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน ง้าวตัดสวรรค์มีขนาดใหญ่โต ทั้งน้ำหนักยังไม่ใช่น้อยๆ มันถูกออกแบบมาให้ชนะศาสตราวุธประเภทอื่นอย่างขาดลอย หากอาวุธชนิดอื่นไม่ได้มีพลังทำลายเทียบเท่าหรือน้ำหนักพอๆกัน ย่อมเป็นฝ่ายอาวุธประเภทง้าวที่มีเปรียบสูงสุด ทั้งรักษาระยะได้ไกลและรุนแรงในการโจมตี!

     

    เลี่ยงเฟิ่งพึงตระหนักได้ว่าตัวเองนั้นคิดมหันต์… ด้วยเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็ง มันช่วยส่งเสริมพลังป้องกันและการโจมตี ถึงกระนั้น ภายใต้อาวุธคู่ใจของนางที่ถูกใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาควบคู่ นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามิอาจชิงเอาเปรียบเหนือวัตถุประหลาดนั่นได้แม้เพียงน้อย จิตใจของนางเริ่มปรากฏความหวั่นไหวขึ้นมา สิ่งที่มันควรเกิดขึ้นเมื่อกระบี่น้ำแข็งฟาดกับอาวุธของเฟยอวี่ มันควรเกิดการแพร่ลามของไอพลังเย็น ทั้งที่อาวุธนั่นควรถูกพลังเย็นคุกคามจนสมควรกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง ทว่า วัตถุประหลาดของชายหนุ่มผู้นี้กลับปราศจากน้ำแข็งใดๆ

     

    เฟยอวี่กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าฉงน “หือ? ไหนเล่าไอพลังเย็นของท่าน? ไหนเล่าที่ทำให้อาวุธของข้าใช้การไม่ได้?”

     

    สีหน้าเคลือบแคลงสงสัยของเฟยอวี่ล้วนถูกแสดงออกมาได้แนบเนียนอย่างถึงที่สุด สาเหตุที่เขาไม่ถูกพลังเย็นคุกคามเป็นเพราะการคงอยู่ของบัญญัติแห่งการสูญสลาย มันใช้ได้ทั้งการกระตุ้นและการสลายสรรพสิ่ง เฟยอวี่ได้ทดลองทุกอย่างเกี่ยวกับบัญญัติแห่งการสูญสลาย ชายหนุ่มพบว่า การกระตุ้นนั้นกินพลังงานบัญญัติน้อยกว่าการสลาย เขาจึงไม่ค่อยใช้การสลายเท่าไหร่นัก แต่หากนั่นเป็นการสลายพลังงานเล็กจ้อย มันย่อมไม่นับเป็นการกินพลังงานแต่อย่างใด บัญญัติแห่งการสูญสลายสามารถฟื้นตัวได้อย่างทันท่วงที เฉกเช่นการขจัดพลังเย็นที่แพร่ลามมาจากเลี่ยงเฟิ่ง… มันไม่ส่งผลกระทบต่อพลังงานของบัญญัติแม้แต่น้อย

     

    “อะไรกัน! ข้าคิดว่าศิษย์พี่เลี่ยงเฟิ่งบรรลุเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งแล้วเสียอีก! นี่นางกลับยังไม่สามารถแพร่พลังเย็นได้!”

     

    “สังเกตจากพื้นแท่นประลอง นางคงแช่แข็งได้แค่วัตถุกระมัง… ขนาดเจ้านั่นมีพลังยุทธเพียงเริ่มต้นขั้นสี่ การป้องกันของลมปราณย่อมต่ำกว่าบรรดาศิษย์ภายในอย่างมาก นางกลับยังไม่สามารถกระจายพลังเย็นสู่ร่างของมันได้ เห็นทีแม่นางเลี่ยงคงต้องไปฝึกฝนเพิ่ม นับว่ายังไม่คู่ควรแก่การนำมาประมือจริง! นี่ไม่ต่างอันใดไปจากการแสดงปาหี่!”

     

    “น่าเหลือเชื่อที่ท่านผู้อาวุโสสูงสุดมองการพัฒนาของนางผิดพลาด” ลู่หลินหยอกล้อเล็กน้อย ที่นางกล่าวออกไปเช่นนี้เนื่องจากนางยังไม่เคยเห็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักกระบี่คู่สวรรค์พูดผิดเลยสักครั้ง กระทั่งนางยังนับถือเขา ชายชราผู้นี้คงเป็นผู้บรรลุชนชั้นจักรพรรดิเพียงคนเดียวในทวีปมังกรที่เข้าใกล้ราชันจักรพรรดิมากที่สุด…

     

    ผู้อาวุโสสูงสุดฝั่งสำนักกระบี่คู่สวรรค์นั่งเงียบงัน ชายชราครุ่นคิดในใจด้วยความตื่นตระหนก “เป็นไปไม่ได้… ข้าเป็นคนชี้แนะบิดาของนางด้วยตัวเอง ข้าเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าเลี่ยงเฟิ่งเข้าใกล้บิดานางขึ้นไปทุกที เช่นนั้นเพราะเหตุใด… ทำไมเด็กหนุ่มนั่นถึงไม่โดนไอพลังเย็น? หรือแท้จริงแล้วเขาแอบฝึกวรยุทธไฟอย่างเงียบๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฝึกธาตุไฟ เขาต้องเป็นผู้ใช้ธาตุน้ำที่แข็งแกร่งอย่างมากถึงสามารถทนทานไอพลังเย็นของเลี่ยงเฟิ่งได้…”

     

    “นะ…นี่ นี่ นี่เจ้าก็ฝึกวรยุทธธาตุน้ำ? ความเข้าใจเคล็ดวิชายุทธธาตุน้ำของเจ้าสูงและดีกว่าข้าอีกรึ…” เลี่ยงเฟิ่งแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นางตระหนักดีว่าเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งถูกใช้ออกอย่างสมบูรณ์แบบอย่างถึงที่สุด และนางอยู่ใกล้เฟยอวี่มากที่สุด หญิงสาวรู้ดีว่าไม่มีกลิ่นอายของธาตุไฟเล็ดลอดออกมาแม้เพียงเสี้ยว มันสามารถคิดถึงความเป็นไปได้นี้ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มเบื้องหน้ามีความเข้าใจในธาตุน้ำสูงกว่านางอย่างแน่นอน!! มิเช่นนั้น มันคงมิอาจสลายไอพลังเย็นได้…

     

    “แม่นางเลี่ยง ข้าไม่นิยมในการรังแกสตรี ถ้าหากท่านแค่ขึ้นมาแสดงกลบนแท่นประลอง ข้าแนะนำให้แม่นางลงจากแท่นประลองไปเสีย…” เฟยอวี่เอ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

     

    คำกล่าวของเขาล้วนกระทบกระเทือนจิตใจของเลี่ยงเฟิ่ง คำพูดนั้นราวกับเป็นการเหยียบย่ำความภาคภูมิใจที่นางมีต่อเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็ง “ข้าสามารถแพร่พลังเย็นได้แล้วแน่ๆ…” เลี่ยงเฟิ่งครุ่นคิดในใจอย่างเจ็บปวด ความผิดหวังเกาะกุมในจิตใจของหญิงสาวลึกล้ำ นางแค่อยากให้หลิวเจียนรู้ว่านางก็พัฒนาฝีมือไปไกลมาก แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างใจหวัง

     

    ทันใดนั้น เลี่ยงเฟิ่งพลันโคจรพลังยุทธทั่วทั้งร่างส่งแรงทั้งหมดดันง้าวตัดสวรรค์ไป  เฟยอวี่รู้สึกทึ่งเล็กน้อย ชายหนุ่มถึงกับกระเด็นถอยหลังออกไปถึงสามช่วงก้าว ไอพลังเย็นของเลี่ยงเฟิ่งกำลังทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก่อเกิดลมพายุหมุนรอบกายของหญิงสาวเบาบาง และมันกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงสามลมหายใจ มันกลายเป็นพายุหิมะขนาดใหญ่ ในใจกลางนั้นคือเลี่ยงเฟิ่งที่เพ่งมองมาทางเฟยอวี่ด้วยสายตาขึงขัง

     

    “เลี่ยงเฟิงเอาจริงแล้ว” ผู้อาวุโสสูงสุดฝั่งสำนักกระบี่คู่สวรรค์เอ่ยขึ้น

     

    ลู่หลินเลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ “เลี่ยงเฟิ่งเอาจริง? นี่ไม่ใช่ว่านางเอาจริงตั้งแต่ปลดปล่อยเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งแล้วรึ?” นางเป็นถึงเจ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่ดาราสวรรค์ และเลี่ยงเฟิ่งก็เป็นศิษย์ในสำนัก ถึงกระนั้น ลู่หลินยังไม่เคยเห็นเลี่ยงเฟิ่งใช้กระบวนท่าที่รุนแรงและร้ายกาจยิ่งกว่าเคล็ดวิชากระบี่น้ำแข็งเลย…

     

    ชายชราผู้ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดพลันขมวดคิ้วเป็นปมแน่น “นี่เด็กน้อย เจ้าเป็นเจ้าสำนักจริงรึ? เจ้าแกล้งตามืดบอดใช่หรือไม่? หรือเจ้าไม่รู้ถึงสาเหตุที่นางถูกเรียกว่า…ราชินีน้ำแข็ง” ผู้ชราสังเกตเห็นสีหน้าของลู่หลินที่กลับกลายเป็นโง่งม เขาพลันอธิบายให้ฟังต่อในทันที “เลี่ยงเฟิ่งถนัดใช้วิชายุทธน้ำแข็งอย่างเดียวมากกว่าจะใช้ร่วมกับกระบี่”

     

    นี่ล้วนเป็นการกล่าวตำหนิเจ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่ดาราสวรรค์แจ่มชัด ผู้ชราหญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดนั่งนิ่งเงียบ… ขนาดเจ้าสำนักยังโดนสั่งสอนและถูกเรียกว่า “เด็กน้อย” ชายชราตรงหน้าคงมองไม่เห็นหัวนางด้วยซ้ำ! ลู่หลินปิดปากเงียบเชียบ มันเห็นได้ชัดว่า สถานะของเจ้าสำนักแห่งสำนักกระบี่ดาราสวรรค์ยังมิอาจทาบเทียบได้กับผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่คู่สวรรค์ นับว่ายังห่างชั้นกันมากเกินไป

     

    ท่ามกลางฝูงชนมากมายที่จับจ้อง สานุศิษย์ที่อยู่ใกล้บริเวณแท่นประลองพากันถอยหนีห่างออกมาด้วยสีหน้าสะพรึงกลัว ในเสี้ยววินาทีที่ลมพายุบังเกิดขึ้น ความหนาวเหน็บล้วนแผ่ซ่านขจรไกล ในรัศมีสามร้อยเมตรล้วนไม่มีศิษย์คนไหนกล้าเดินเข้าไปใกล้ พวกเขาสัมผัสได้ถึงร่างกายที่เริ่มแข็งชา

     

    “ฮู้ววว โชคดีที่ออกมาทัน ศิษย์พี่เลี่ยงเฟิ่งแช่แข็งมนุษย์ได้ไม่ใช่รึ!”

     

    “ข้ายังหนาวอยู่เลย” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้น ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มเนื่องจากความหนาวเหน็บ “ใครที่กล้าตำหนิพรสวรรค์ของศิษย์พี่เลี่ยงเฟิ่ง เห็นได้ชัดว่านางสามารถแช่แข็งพวกเราได้!”

     

    เมื่อทุกคู่สายตาจับจ้องไปบนแท่นประลอง พวกเขาต่างลมหายใจขาดช่วงไปชั่วขณะหนึ่ง เฟยอวี่กลับยืนตระหง่านราวกับขุนเขาไท่ซาน บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบาง “แม่นางเลี่ยงเข้าใจรู้ซึ้งแล้วใช่หรือไม่? ความแตกต่างนี้เองคือฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!!”

     

    สีหน้าของเลี่ยงเฟิ่งซีดขาวราวกับกระดาษ นางโคจรพลังยุทธทั่วทั้งร่างอย่างสุดกำลัง เพื่อรีดเค้นแปรเปลี่ยนเป็นไอพลังเย็น มันสูบกลืนพลังยุทธของนางไปมาก เปรียบประดุจธารน้ำที่ไหลทะลักออกจากแอ่งกักเก็บ ความรุนแรงที่นางใช้ออกมานั้น มันสามารถแช่แข็งผู้ฝึกยุทธระดับเชี่ยวชาญขั้นแปดได้ในชั่วพริบตาเดียว ถูกต้อง… พลังยุทธระดับเชี่ยวชาญขั้นแปด นั่นมันมากกว่าพลังยุทธของนางถึงหนึ่งขั้นลมปราณ! แต่ทว่า! ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นขั้นสี่ มันกลับต่อต้านความหนาวเย็นนี้ได้อย่างสบายๆ

     

    แท้จริงแล้ว เฟยอวี่ในตอนนี้รู้สึกวิตกกังวล หากเป็นไอพลังเย็นเบาบางดั่งเช่นครั้งแรก เขาคงไม่หวาดหวั่นใจอันใด แต่ในครั้งนี้กลับเป็นลมพายุน้ำแข็ง! ไอพลังเย็นมันหนาแน่นกว่าครั้งก่อนอย่างเทียบไม่ติด… มันกำลังสูญกลืนพลังของบัญญัติแห่งการสูญสลายไปอย่างมหาศาล

     

    ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าใกล้เลี่ยงเฟิ่ง มือข้างขวากระชับง้าวตัดสวรรค์แนบแน่น การที่นางฝืนใช้เคล็ดวิชาเหมันตกาลโดยที่ยังฝึกฝนมาไม่พอ นั่นทำให้นางรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง ทั้งที่นางใช้มันได้ดีมาก… หญิงสาวเพียงขาดความมั่นใจเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ลมพายุน้ำแข็งนั้นเริ่มเบาบางลง มันเกิดจากจิตใจที่ไม่มั่นคง ผนวกกับพลังยุทธในร่างที่เกิดความปั่นปวน

     

    ทันใดนั้น เสียงกู่ตะโกนของบุรุษผู้หนึ่งพลันดังขึ้นมาจากระยะไกล “เลี่ยงเฟิ่ง!! มั่นใจในตัวเองไว้ เจ้าเก่งกาจการควบคุมน้ำแข็งแบบไร้อาวุธ ถ้าเจ้าชนะมัน ข้าอนุญาตให้เจ้าฝึกร่วมกับข้า!!” ชายผู้นี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลิวเจียน ชายหนุ่มสังเกตเห็นถึงความไม่มั่นใจของนาง ข้อเสนอที่เขาเอ่ยไปนั้น… ถือว่ามีค่าสำหรับเลี่ยงเฟิ่งอย่างถึงที่สุด การที่นางถูกหลิวเจียนปฏิเสธและกีดกันทุกหนทาง นี่ทำให้การเชิญชวนจากหลิวเจียนมีคุณค่าหาใดเปรียบ

     

    เพียงชั่วพริบตาเดียว ความผันผวนภายในร่างของหญิงสาวพลันสงบลง นางควบคุมเคล็ดวิชาเหมันตกาลได้นุ่มนวลและละเอียดขึ้นมาก ลมพายุจากเบาบางกลับกลายเป็นหนาแน่นขึ้น มากขึ้นและมากขึ้น… จู่ๆ ไอพลังน้ำแข็งพลันหลอมรวมกันหลายเส้นหลาย มันก่อเกิดเป็นรูปร่างของกระบี่ยาวขึ้นมา มีกระบี่น้ำแข็งบินลอยอยู่กลางอากาศถึงสิบเล่ม นัยน์ตาของหญิงสาวจ้องเขม็งมองเฟยอวี่ปานจะกลืนกิน “หลิวเจียน! จำคำพูดของเจ้าไว้ให้ดี!!”