ผิงหลางมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพอนางเริ่มมีกำลังวังชา นางก็เลยไปเยี่ยมว่านเซียงที่ห้องพัก
“ว่านเซียง! ข้ามาเยี่ยมแล้ว” ผิงหลางเดินดุ่มๆเข้าไปในห้องพักของว่านเซียงโดยไม่ขออนุญาตใคร
แคร็กๆ แคร็กๆ
“ไหนท่านหมอเสี่ยวอี้บอกว่าเ้าหายไอแล้วไง”ผิงหลางสงสัย
“สงสัยอาการกำเริบน่ะ” ชายแปลกหน้าคนหนึ่งกล่าว
“เอ่อ ท่านคือ…” ผิงหลางไม่รู้จักชายตรงหน้า
“เราคือ องค์ชายหลิงหลงเราตั้งใจมาเยี่ยมว่านเซียง” องค์ชายหลิงหลงตรัส
“ถวายบังคมเพคะ” ผิงหลางรีบคุกเข่าทำความเคารพและกล่าวว่า “เดี๋ยวหม่อมฉันค่อยมาเยี่ยมใหม่ก็ได้เพคะ”
“ผิงหลางเช็ดตัวให้ข้าหน่อยสิ”ว่านเซียงรีบพูด
“งั้น เอ่อพระองค์ทรงออกไปก่อนดีมั้ยเพคะ” ผิงหลางกล่าวกับชายสูงศักดิ์
“เราไปก่อนก็แล้วกัน ตามสบายนะ”องค์ชายหลิงหลงทรงยอมออกไปแต่โดยดี
“เพคะ” ผิงหลางกล่าว
พอองค์ชายหลิงหลงเสด็จออกไปผิงหลางลุกขึ้นยืนแล้วเข้าไปดูอาการของว่านเซียงจากนั้นนางกำลังจะหันไปเตรียมอ่างน้ำกับผ้าชุบน้ำมาให้แต่ว่านเซียงรีบจับข้อมือผิงหลางเอาไว้
“ทำไมล่ะ” ผิงหลางสงสัย
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว” ว่านเซียงมีอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“มีอะไรหรือเปล่าและคอของเ้าทำไมถึงมีรอยเหมือนโดนบีบคอเลยล่ะ หรือว่า…” ผิงหลางฉุกคิดได้
“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก” ว่านเซียงแสดงสีหน้ามีพิรุธ
“บอกข้ามาเถิดข้าจะได้ค่อยระแวดระวังให้ไง” ผิงหลางพยายามเกลี้ยกล่อม
“องค์ชายหลิงหลงทรงเห็นว่าข้าเป็ตัวการที่ทำให้ท่านอ๋องไม่ออกว่าราชการหากข้าตายไป ท่านอ๋องก็จะได้กลับมามุ่งแต่เื่งานแผ่นดินเพียงอย่างเดียว”ว่านเซียงยอมบอก
“ข้าจะปกป้องเ้าเอง ข้าสัญญา”ผิงหลางกล่าวคำมั่น
“ข้าอยากหนีไปจากที่นี่” ว่านเซียงไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว
“ให้เ้าหายดีก่อน ค่อยว่ากันอย่าหนีไปทั้งๆ ที่ร่างกายอ่อนแอเช่นนี้ อีกอย่างท่านอ๋องทรงรักเ้ามากทรงถึงขั้นเสด็จตามหาสมุนไพรให้เ้าด้วยพระองค์เองเลยนะ” ผิงหลางกล่าว
“ความจริงแล้วท่านอ๋องทรงรักพี่สาวของข้ามากกว่าทรงยอมดูแลข้าตามคำสั่งเสียของท่านพี่ก็เท่านั้นเอง” ว่านเซียงไม่เชื่อ
“ข้ามองออกนะว่าท่านอ๋องทรงรักเ้าจริงๆ” ผิงหลางคิดว่านางมองคนไม่ผิด
“อย่าพูดเื่นี้เลยเ้ามาพักอาศัยอยู่กับข้าที่นี่ได้มั้ย ข้ากลัว” ว่านเซียงขอร้อง
“ได้สิ ข้าจะมานอนเฝ้าเ้าเองจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายเ้าได้ ว่าแต่ท่านหมอเสี่ยวอี้ไปไหนแล้วล่ะ” ผิงหลางสงสัย
“ตอนองค์ชายเสด็จมาเยี่ยมข้าพระองค์ตรัสให้ท่านหมอออกไปก่อน ไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านหมออยู่ที่ไหนแล้ว” ว่านเซียงเล่า
“ข้าอยู่นี่” ท่านหมอเสี่ยวอี้กล่าว
“ท่านไปไหนมาเ้าคะ และนั่นท่านขนอะไรมา”ผิงหลางกล่าวทักเมื่อเห็นฝ่ายชายกำลังขนสมุนไพรเข้ามาในห้องพักของว่านเซียง
“ข้าแอบไปดูห้องปรุงยามาองค์ชายหลิงหลงทรงเปลี่ยนนางกำนัลปรุงยาใหม่ทั้งหมดข้าเกรงว่าพระองค์ทรงจะบงการให้พวกนางวางยาพิษว่านเซียงข้าก็เลยขนยาของข้ามาปรุงยาที่ห้องนี้ กะว่าจะปรุงยาด้วยตัวเอง” ท่านหมอต้องรอบคอบไว้ก่อน
“ในวังช่างอันตรายยิ่งนัก”ผิงหลางบ่น
“แล้วมีอะไรกันงั้นหรือ” ท่านหมอสังเกตได้ว่าว่านเซียงมีอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ว่านเซียงถูกปองร้ายเ้าค่ะนางถูกองค์ชายหลิงหลงบีบคอ” ผิงหลางฟ้อง
“เ้าไม่ควรบอกท่านหมอนะ”ว่านเซียงกล่าว
“บอกเถิดท่านหมอจะได้ระวังตัวเช่นกัน” ผิงหลางแย้ง
“ข้าขอดูอาการหน่อยคอของเ้ามีร่องรอยโดนบีบคอจริงๆ โชคดีที่ไม่ถึงตาย” ท่านหมอเข้าไปดูคอของว่านเซียง
“ข้าว่านะองค์ชายหลิงหลงต้องทรงเตรียมการอะไรบางอย่างอาจถึงขั้นยึดวังหลวงเพื่อครองราชย์แทนท่านอ๋องเป็แน่” ผิงหลางคาดการณ์
“ตอนนี้พวกเราต้องระวังตัวยังไงพวกเราก็เป็ชาวแคว้นฉิน มีสิทธิ์โดนกำจัดได้ทุกเมื่อ” ท่านหมอเริ่มกังวล
“ขอให้ท่านอ๋องและ…. ปลอดภัยกลับมาด้วยเถิด” ผิงหลางไม่สะดวกใจที่จะเรียกองค์ชายหกว่าเป็สามี
ั้แ่นั้นมาผิงหลางก็เลยย้ายไปนอนเฝ้าว่านเซียงและคอยดูแลว่านเซียงอย่างใกล้ชิดส่วนท่านหมอก็ปรุงยาในห้องนอนของว่านเซียงเพื่อป้องกันไม่ให้นางถูกวางยาพิษ
******************************
จนกระทั่งถึงคืนวันที่ห้านับจากวันที่ท่านอ๋องเสด็จไปที่ยอดเขาเผิงซานองค์ชายหลิงหลงทรงส่งชายชุดดำให้ไปลอบจับกุมตัวว่านเซียงมาไว้ที่ห้องบรรทมของพระองค์
ตอนนี้ชายชุดดำอุ้มหญิงสาวทั้งผ้าห่มปากของนางถูกรัดด้วยผ้าเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง เขาห่อผ้าและมัดด้วยเชือกอย่างดีแล้วจับมาทั้งๆ อย่างนั้น
ชายชุดดำยังไม่แก้เชือกให้เขาวางนางไว้บนพระแท่นบรรทมขององค์ชายหลิงหลง
“ขอบใจมากแล้วเราจะตบรางวัลเ้าอย่างงาม” องค์ชายตรัส
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะงั้นกระหม่อมขอตัว” ชายชุดดำจากไปทันที
องค์ชายทรงหันไปดูหญิงสาวที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มและตรัสว่า “สิ่งใดที่เสด็จพี่ทรงหมายปองเราจะแย่งมาทั้งหมด รวมถึงตัวเ้าด้วย ว่านเซียง หากทรงรู้ว่าเ้าตกเป็ของเราแล้วทรงจะเป็เช่นไรกันนะ”
องค์ชายทรงค่อยๆ แกะเชือกออกและเลิกผ้าห่มออกอย่างใจเย็น จนกระทั่ง
“ทำไมเป็เ้า” องค์ชายทรงตกพระทัยเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นว่าเหยื่อที่จับมาคือผิงหลางไม่ใช่ว่านเซียง
“นึกไม่ถึงว่าพระองค์ทรงอิจฉาพระเชษฐาถึงเพียงนี้นะเพคะ” ผิงหลางกล่าว
“บังอาจมาก ที่กล้าหลอกเรา”องค์ชายหลิงหลงทรงกริ้ว
“ทรงปองร้ายคนรักของท่านอ๋องเช่นนี้ท่านอ๋องทรงไม่ยอมปล่อยพระองค์เป็แน่เพคะ” ผิงหลางขู่
“แล้วใครจะเชื่อเ้าเ้าเป็เพียงหญิงต่างแคว้นคนหนึ่งเท่านั้น” องค์ชายตรัส
“ยังไงพระองค์ทรงต้องเชื่อว่านเซียงอยู่แล้วเพคะ”ผิงหลางกล่าวอ้าง
“ถึงอย่างนั้นก็ทรงทำอะไรไม่ได้อยู่ดีป่านนี้ท่านอ๋องคงกลายเป็อัมพาตไปแล้วล่ะมั้ง” องค์ชายทรงคาดการณ์
“หมายความว่ายังไงเพคะ” ผิงหลางไม่เข้าใจ
“ท่านอ๋องทรงถูกคนของเราวางยาพิษทรงเข้าพระทัยว่าเป็ฝีมือของชายสวมหน้ากากนั่นยังไงคนต่างแคว้นอย่างพวกเ้าก็ต้องถูกปะาส่วนว่านเซียงก็ต้องตายด้วยโรคที่เป็มาั้แ่กำเนิด ใครจะเอาผิดเราได้และต่อไปเราก็จะได้ปกครองแผ่นดินหลีอย่างเต็มตัวเสียที” องค์ชายหลิงหลงตรัสแผนการ
“ทรงกล้าทรยศท่านอ๋องได้อย่างไรเพคะ”ผิงหลางนึกไม่ถึง
“เ้าไปซะยังไงก็ไม่มีใครเชื่อเ้าหรอก” องค์ชายตรัสและทรงไม่กลัวว่าผิงหลางจะนำความไปบอกใคร
ผิงหลางทำอะไรไม่ได้ นางก็เลยรีบออกไปจากตำหนักขององค์ชายหลิงหลงดีที่นางให้ว่านเซียงไปแอบในสถานที่ที่ปลอดภัยก่อนส่วนตัวนางก็เลยมานอนบนที่นอนของว่านเซียงแทนไม่งั้นป่านนี้ว่านเซียงจะเป็อย่างไรบ้างว่านเซียงคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปหากถูกองค์ชายย่ำยีเช่นนี้
******************************
และแล้วเช้าวันรุ่งขึ้นก็เป็จริงตามที่องค์ชายหลิงหลงตรัสชายสวมหน้ากากได้แอบแบกท่านอ๋องกลับมาที่วังหลวงและมุ่งตรงมาที่ห้องพักของว่านเซียง
“มันเกิดอะไรขึ้นกับท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ”ผิงหลางใ
“ท่านอ๋องทรงถูกวางยาพิษตอนนี้พระองค์ทรงกลายเป็อัมพาต” ชายสวมหน้ากากเล่าสั้นๆ
“ได้โปรดเถิดโปรดช่วยชีวิตของท่านอ๋องด้วย” ว่านเซียงขอร้อง
“พิษถูกขับออกไปบางส่วนแล้วค่อยช่วยทีหลังเถิด ก่อนอื่นต้องช่วยชีวิตของเ้าก่อนนะว่านเซียงไม่เช่นนั้นจะไม่ทันเวลา” ชายสวมหน้ากากเห็นว่ามันครบเจ็ดวันแล้ว
“แต่ว่า…” ว่านเซียงลังเลเพราะอยากให้ท่านหมอช่วยชีวิตของท่านอ๋องก่อน
“แล้วสมุนไพรเฉินซวงล่ะ” ท่านหมอทวง
“อยู่นี่ขอรับ” ชายสวมหน้ากากค้นสมุนไพรในตัวท่านอ๋องแล้วส่งให้ท่านหมอ
“ข้าต้องรีบปรุงยาให้นางทานก่อน”ท่านหมอกล่าว
ผิงหลางกำลังจะเข้าไปดูอาการของท่านอ๋องแต่กลับถูกชายสวมหน้ากากรั้งไว้
“ทำไมล่ะ “ผิงหลางสงสัย
“เ้าควรไปดูต้นทางนะข้าไม่รู้ว่าสายลับจากแคว้นหลีติดตามข้ากับท่านอ๋องหรือเปล่าตอนนี้ท่านอ๋องทรงเกิดภัย ข้าคงไม่รอด หากมีสายลับจริงอีกไม่นานทหารต้องบุกมาที่นี่เพื่อมาเอาผิดข้า” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ก็ได้” ผิงหลางรีบออกไปดูต้นทางให้ทันที
องค์ชายหกทรงกระซิบอะไรบางอย่างกับท่านหมอเทวดาพอท่านหมอพยักหน้า เขาก็เลยอุ้มท่านอ๋องไปนอนบนเตียงของว่านเซียงดีๆ
ในระหว่างที่ว่านเซียงรอยาสมุนไพรนางก็เลยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดซับเหงื่อให้กับท่านอ๋อง
“ทรงปลอดภัยแล้วนะเพคะรอท่านหมอปรุงยาเสร็จเมื่อไหร่ ท่านหมอจะรักษาพระองค์เองนะเพคะ” ว่านเซียงจับพระหัตถ์ของท่านอ๋องเพื่อให้กำลังใจ
“ยาต้มเสร็จแล้ว เ้าค่อยๆ จิบนะดื่มหมดเมื่อไหร่ ข้าจะฝังเข็มให้” ท่านหมอกล่าว
“เ้าค่ะ” ว่านเซียงยอมรับถ้วยยาที่กำลังร้อนๆมาจิบ
หลังจากที่ว่านเซียงดื่มยาจนหมดถ้วยและได้รับการฝังเข็มเรียบร้อยแล้วท่านหมอก็รีบใช้กำลังภายในะโหนีหายไปทันที
“ท่านหมอ! ท่านหมอ!ท่านทำแบบนี้ไม่ได้นะเ้าคะ ท่านต้องรักษาท่านอ๋องก่อนสิเ้าคะท่านหมอ” ว่านเซียงร้องเรียกหาท่านหมอไม่หยุดและใมากที่เขาไม่ยอมรักษาท่านอ๋อง
ว่านเซียงกำลังเดินออกไปข้างนอกเพื่อไปเรียกผิงหลางและชายสวมหน้ากากซึ่งกำลังคอยดูต้นทางให้แต่แล้วทั้งสองกลับหนีหายไปและตอนนี้ทหารขององค์ชายหลิงหลงกำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องของนาง
“จะทำยังไงดีเสียแรงที่ข้าเห็นเ้าเป็สหายของข้านะผิงหลาง เ้ากลับทิ้งข้าเสียได้” ว่านเซียงรู้สึกผิดหวังในตัวเพื่อนสาว
ว่านเซียงจดจำเื่ที่ผิงหลางเคยเล่าให้นางฟังถึงเื่ที่ท่านอ๋องถูกคนขององค์ชายหลิงหลงวางยาพิษนางคิดว่าเป็ไงเป็กัน นางจะไม่ยอมทิ้งท่านอ๋องไปไหนเด็ดขาดนางรีบจับพระหัตถ์ของท่านอ๋องไว้และกล่าวว่า “หม่อมฉันรักพระองค์เพคะหม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่ทิ้งพระองค์ไปไหน หากพระองค์ทรงเกิดภัยหม่อมฉันก็พร้อมยอมตายไปพร้อมกับพระองค์เพคะ”
ท่านอ๋องทรงทำได้เพียงนอนอยู่นิ่งๆเพราะทรงเป็อัมพาตขยับตัวไม่ได้ แม้ทรงอยากตรัสก็ตรัสอะไรไม่ได้เลย
“หมอเสี่ยวอี้คงรักษาให้เ้าแล้วสินะว่านเซียง”องค์ชายหลิงหลงตรัส
ว่านเซียงรีบเอาตัวเข้าไปขวาง “ทรงอย่าทำอะไรท่านอ๋องนะเพคะ”
“ทหารจับกุมตัวนางไว้” องค์ชายหลิงหลงตรัส
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะอย่าทำอะไรท่านอ๋องเลยเพคะ ท่านอ๋องทรงถูกคนของพระองค์วางยาพิษไปแล้วและทรงกลายเป็อัมพาตไปแล้วด้วย ได้โปรดอย่าปลงพระชนม์ท่านอ๋องเลยเพคะ” ว่านเซียงพยายามอ้อนวอน
“เ้ายอมเข้าพิธีอภิเษกกับเรามั้ยล่ะท่านอ๋องทรงไม่ได้รักเ้าจริงหรอก พระองค์ทรงเห็นเ้ามีดวงค้ำจุนแคว้นหลีก็เลยเลี้ยงดูเ้าเป็อย่างดียอมแม้กระทั่งประกอบพิธีบูชายัญเพื่อรักษาชีวิตของเ้าไว้” องค์ชายหลิงหลงตรัส
“ข้ามีค่าได้เพียงเป็ตัวนำโชคเท่านั้นเองงั้นหรือ”ว่านเซียงกล่าวด้วยความเ็ปใจ
“ใช่แล้ว! ท่านอ๋องทรงไม่เคยรักใครจริงหรอกเ้ามาเป็ชายาของเราเถิด รับรองว่าเราจะรักและถนอมเ้าเป็อย่างดีแน่นอน” องค์ชายหลิงหลงทรงพยายามเกลี้ยกล่อม
“พระองค์เองก็ทรงไม่ต่างจากท่านอ๋องหรอกเพคะไม่ใช่สิทรงอำมหิตกว่าท่านอ๋องเสียอีก ทรงทำร้ายแม้กระทั่งพี่ชายสายเืเดียวกัน”ว่านเซียงกล่าว
“ต้องโทษท่านอ๋องก่อนที่พระองค์ทรงไม่เคยเห็นเราเป็น้องพระองค์ทรงไม่ยอมมอบอำนาจให้เรา แถมยังใช้งานเราเยี่ยงขุนนางคนนึงเท่านั้น”องค์ชายหลิงหลงทรง้าอำนาจทางการทหารแต่ท่านอ๋องทรงไม่ยอมมอบให้
“นั่นเพราะท่านอ๋องทรงไว้พระทัยให้พระองค์ออกว่าราชการให้ต่างหากเพคะ”ว่านเซียงแย้งเพราะคิดว่าท่านอ๋องทรงมีเจตนาให้พระอนุชาเป็ขุนนางที่ดีคอยรับใช้บ้านเมือง
“จะเอายังไงยอมเป็ชายาของเราหรือไม่” องค์ชายหลิงหลงทรงไม่อ้อมค้อม
“หม่อมฉันไม่เชื่อว่าพระองค์ทรงยอมไว้ชีวิตท่านอ๋องหรอกเพคะวันก่อนพระองค์ทรงยังคิดฆ่าหม่อมฉันได้เลยต้องมีสักวันที่พระองค์ทรงต้องคิดสังหารท่านอ๋องเป็แน่” ว่านเซียงไม่เชื่อ
“จะยอมตายพร้อมท่านอ๋องงั้นสิ”องค์ชายหลิงหลงกล่าว
“หม่อมฉันยอมตายพร้อมท่านอ๋องเพคะ”ว่านเซียงกล่าวคำมั่น
“ทูลองค์ชายชาวแคว้นฉินหนีหายไปหมดแล้วพะย่ะค่ะ” ทหารเข้ามารายงาน
“รีบออกตามล่าพวกมันโดยด่วนเราจะให้พวกมันเป็แพะรับบาปที่ลอบปลงพระชนม์ท่านอ๋อง” องค์ชายหลิงหลงทรง้าโยนความผิดให้ชาวแคว้นฉินทั้งสามแทน
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ
“เรายอมให้เ้าอยู่กับชายทุพพลภาพผู้นี้ไปก่อนก็แล้วกัน”และองค์ชายหลิงหลงก็ตรัสอีกว่า “อีกสามวันเ้าค่อยเข้าพิธีอภิเษกกับเรา”
“แต่หม่อมฉันไม่ยินยอมอภิเษกนะเพคะ”ว่านเซียงคัดค้านหัวชนฝา
“แล้วเ้าจะยินยอมเองทหารจับทั้งสองไปขังในคุกหลวง” องค์ชายหลิงหลงตรัส
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำและเข้ามาจับกุมตัวทั้งสองทันที
“ไม่ได้นะท่านอ๋องทรงกำลังประชวรอยู่นะ” ว่านเซียงพยายามเข้าไปกันทหารไม่ให้จับกุมตัวท่านอ๋องแต่ก็ไร้ผลเพราะนางเป็เพียงผู้หญิงอ่อนแอคนนึงเท่านั้น
บัดนี้ท่านอ๋องทรงถูกหามไปที่คุกหลวงและว่านเซียงก็ถูกคุมตัวไปอยู่ในคุกห้องเดียวกับท่านอ๋อง
******************************
ณ คุกหลวง
ว่านเซียงดูแลท่านอ๋องเป็อย่างดีนางไม่ยอมจากพระองค์ไปไหน จนกระทั่งทหารยกสำรับอาหารมาให้
“ทำไมถึงมีเพียงข้าวต้มขาวและกับข้าวล่ะ” ว่านเซียงท้วง
“มีให้กินก็บุญแล้วแม่นางดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ผสมยาพิษให้กินน่ะ” ทหารกล่าวห้วนๆ
“ยังไงพระองค์ก็ทรงเป็ถึงท่านอ๋องนะ”ว่านเซียงเตือน
“โธ่! แม่นางองค์ชายหลิงหลงทรงขึ้นครองราชย์เป็กษัตริย์แทนแล้ว ตอนนี้เขาก็เป็เพียงนักโทษที่กลายเป็อัมพาตคนหนึ่งเท่านั้น”ทหารเลิกเคารพชายผู้เป็อัมพาต
ว่านเซียงทำได้เพียงป้อนข้าวต้มเย็นชืดให้กับอดีตท่านอ๋องว่านเซียงปาดน้ำตาเพราะสงสารชายตรงหน้าจับใจ จากนั้นนางก็เลยว่า “ทรงฝืนเสวยไปก่อนนะเพคะ”
อดีตท่านอ๋องทรงยอมเสวยแต่โดยดี
ว่านเซียงเช็ดพระโอษฐ์ของอดีตท่านอ๋องหลังทานอาหารเสร็จหลังจากนั้นไม่นานทหารก็ยกสำรับออกไป ว่านเซียงจึงค่อยๆจับพระเศียรของพระองค์ให้บรรทมบนตักของนางดีๆ “ทรงหนุนตักของหม่อมฉันไปก่อนนะเพคะ”
อดีตท่านอ๋องทรงทำได้เพียงทอดพระเนตรไปที่หญิงสาวด้วยความซาบซึ้งพระทัยแต่ไม่อาจเอื้อนพระโอษฐ์ตรัสอะไรได้เลย
เมื่อครบกำหนดสามวันท่านอ๋องพระองค์ใหม่ก็เสด็จมาพร้อมกับหญิงโฉมงามคนหนึ่ง
ณ คุกหลวง
“บังอาจ! เห็นท่านอ๋องทำไมถึงไม่ถวายความเคารพ”หญิงโฉมงามต่อว่าว่านเซียง
“ถวายบังคมเพคะ” ว่านเซียงยอมเคารพแต่โดยดี
“เ้าตัดสินใจยังไง” ท่านอ๋องพระองค์ใหม่ตรัสถาม
“หม่อมฉัน เอ่อ…” ว่านเซียงลังเล เพราะนางอยากให้อดีตท่านอ๋องอยู่ในตำหนักในวังมากกว่าที่จะต้องมาอยู่ในคุกแบบนี้
“หม่อมฉันไม่ยอมนะเพคะพระองค์ทรงมีหม่อมฉันแล้วนะ” หญิงโฉมงามที่เคยเป็นางกำนัลประจำตำหนักขององค์ชายหลิงหลงมาก่อนกำลังควงแขนของท่านอ๋องอย่างออกนอกหน้า
“แต่หญิงผู้นี้มีดวงค้ำจุนบ้านเมืองเราจำต้องแต่งงานกับนางเพื่อแคว้นนะ” ท่านอ๋องตรัสแย้ง
“เอาอย่างนี้ดีมั้ยเพคะพระองค์ก็ทรงให้พระเชษฐาอยู่ในวังและให้อภิเษกกับว่านเซียงแทนยังไงนางก็เต็มใจดูแลพระเชษฐาอยู่แล้วแบบนี้เหล่าขุนนางจะได้ยกย่องพระองค์ว่าเป็คนมีคุณธรรมยอมเลี้ยงดูพระเชษฐาที่มีสภาพเป็อัมพาตทั้งตัวแบบนี้”หญิงโฉมงามเสนอความคิด
“แต่ว่า” ท่านอ๋องทรงลังเลแต่พระองค์ทรงหลงจนถึงกับคลั่งไคล้หญิงโฉมงามผู้นี้เป็อย่างมาก นางว่ายังไงพระองค์ก็ทรงยอมทำตาม
“การบังคับหญิงที่ไม่เต็มใจมากๆอาจมีสักวันที่นางคิดฆ่าตัวตายก็เป็ได้นะเพคะ” หญิงโฉมงามเตือน
“ก็ดีเหมือนกัน ทหาร! พาตัวเสด็จพี่ของเราไปที่ตำหนักองค์ชายเราจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างเสด็จพี่และว่านเซียงให้สมเกียรติ” ท่านอ๋องตรัสสั่งทหาร
เพื่อแก้เคล็ดท่านอ๋องทรงโปรดเกล้าให้หญิงสาวที่มีดวงค้ำจุนแคว้นหลีอภิเษกกับพระเชษฐาที่เป็อัมพาตพิธีอภิเษกจัดอย่างทุลักทุเล เพราะทหารองครักษ์ต้องคอยจับตัวเ้าบ่าวและประคองตัวให้เขากราบไหว้ฟ้าดินพร้อมกับเ้าสาวจนกระทั่งทหารได้พาเ้าบ่าวไปที่ห้องหอเพื่อดื่มเหล้ามงคลและสุดท้ายก็ประคองให้บรรทมบนพระแท่นบรรทมดีๆโดยที่เ้าสาวนั้นยินยอมให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
ตอนนี้ทั้งสองอยู่ตามลำพังในห้องหอที่ตำหนักขององค์ชาย
“พวกเราถือเป็สามีภรรยากันแล้วนะเพคะไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ หม่อมฉันจะหาหมอเก่งๆ มารักษาพระองค์เพคะ” ว่านเซียงจับพระหัตถ์ขององค์ชายหลิงหยางมาแนบแก้ม
จากนั้นว่านเซียงก็ก้มหน้าจูบหน้าผากฝ่ายชายเบาๆและกล่าวว่า “ฝันดีนะเพคะ”
แต่ทว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือ ฝ่ายชายกลับค่อยๆโอบตัวหญิงสาวและพลิกตัวนางให้นอนบนเตียง เขารีบคร่อมตัวนางทันที
“ท่านเป็ใครน่ะท่านปลอมตัวเป็องค์ชายหลิงหยางอย่างนั้นหรือ” ว่านเซียงใสุดขีด
“เราคือหลิงหยางและเป็สามีของเ้า” องค์ชายหลิงหยางทรงยอมเผยตัวว่าแกล้งเป็อัมพาต
“หมายความว่ายังไงเพคะ” ว่านเซียงไม่เข้าใจ
“หากเราไม่แกล้งเป็อัมพาตเราคงไม่มีวันรู้ใจของเ้า ว่านเซียง” องค์ชายหลิงหยางตรัสยิ้มๆและทรงสมพระทัยที่ทรงรู้ว่าว่านเซียงรักพระองค์มากเพียงใด
“พระองค์ทรงหลอกหม่อมฉันหรือเพคะ”ว่านเซียงใที่ตนยอมเผยความในใจทุกอย่างให้ชายตรงหน้าล่วงรู้
“พวกเราเป็สามีภรรยากันแล้วและจะเป็ตลอดไป” องค์ชายหลิงหยางทรงแสดงความเป็เ้าของ
“อย่านะเพคะปล่อยหม่อมฉันเดี๋ยวนี้ อื้อ…” ว่านเซียงพยายามดิ้นรนขัดขืนเพราะโกรธที่โดนฝ่ายชายหลอก
และแล้วองค์ชายหลิงหยางที่แกล้งทำเป็อัมพาตก็ได้จุมพิตหญิงอันเป็ที่รักอย่างดูดดื่มจนกระทั่งจุดไฟปรารถนาที่ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไปไฟพิศวาสอันลุกโชนกว่าจะดับลงได้ก็ถึงเช้าวันรุ่งขึ้น
บัดนี้ว่านเซียงได้ตกเป็ขององค์ชายหลิงหยางทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยไปแล้ว
องค์ชายหลิงหยางทรงโอบกอดหญิงสาวที่นอนหันหลังให้และทรงเช็ดน้ำตาให้“ร้องไห้ทำไม ว่านเซียง ไหนว่าเ้ารักเรามากไงล่ะ”
“พระองค์ทรงหลอกหม่อมฉันนี่เพคะหม่อมฉันก็ไม่ต่างจากท่านพี่ที่หลงพระองค์จนโงหัวไม่ขึ้น” ว่านเซียงเจ็บใจที่ตนเสียรู้
“เรารักเ้าคนเดียวนะว่านเซียงในชีวิตนี้เราไม่เคยรักใครนอกจากเ้าเท่านั้น” องค์ชายหลิงหยางตรัส
“ทรงเห็นหม่อมฉันเป็ตัวนำโชคเท่านั้นใช่มั้ยเพคะถึงยอมทำเช่นนี้ ทรงอย่าหลอกหม่อมฉันเสียให้ยากเลยเพคะ” ว่านเซียงไม่เชื่อ
“เราปฏิบัติกับพี่สาวของเ้ายังไงเ้าเองก็เห็นนี่” องค์ชายหลิงหยางไม่เคยชายตามองว่านผิงเลยสักนิด
“ทรงเอ่อปฏิบัติเหมือนนายกับบ่าวทั่วไปเพคะนอกจากนี้พระองค์ก็ทรงไม่สนพระทัยผู้หญิงคนไหนเลย จนกระทั่งเจอผิงหลาง” ว่านเซียงทบทวนอดีต
“คนที่เราหลอกลวงมีเพียงผิงหลางต่างหากเราแค่อยากหลอกให้นางเต็มใจยอมเป็เครื่องบูชายัญสังเวยพิธีต่ออายุของเ้าเท่านั้นแม้พิธีจะล่มไม่เป็ท่า แต่โชคดีที่ได้พบหมอเทวดาและเราก็อุตส่าห์บากบั่นไปเสาะหาต้นสมุนไพรเฉินซวงถึงยอดเขาเพื่อช่วยชีวิตเ้าให้จงได้เ้าไม่เห็นความจริงใจของเราบ้างเลยงั้นหรือ” องค์ชายหลิงหยางทรงน้อยพระทัย
ว่านเซียงยอมโอนอ่อนผ่อนตามนางพลิกตัวหันกลับมาชายสูงศักดิ์ และถามว่า “และเหตุใดถึงทรงต้องแกล้งเป็อัมพาตด้วยล่ะเพคะ”
องค์ชายหลิงหยางทรงดีพระทัยที่หญิงในดวงพระทัยยอมเชื่อทรงจูบหน้าผากหญิงสาวและกล่าวว่า “อย่าเพิ่งถามเลยนะคนดีเราต้องรีบไปทวงบัลลังก์คืนมาก่อน”
องค์ชายหลิงหยางทรงลุกไปทำธุระส่วนตัวแล้วสั่งให้ทหารองครักษ์คอยคุ้มกันว่านเซียงอยู่ที่ตำหนักขององค์ชายจากนั้นพระองค์ก็ทรงเสด็จไปที่ที่ประทับของท่านอ๋องแห่งแคว้นหลี
เนื่องจากยังมีทหารและขุนนางที่ภักดีต่อองค์ชายหลิงหยางอยู่ประกอบกับพระองค์ทรงมีวรยุทธ์สูงจึงไม่มีใครสามารถทัดทานพระองค์ได้ยกเว้นชายสวมหน้ากากชาวแคว้นฉินคนนั้นดังนั้นพระองค์จึงทรงกอบกู้บัลลังก์คืนได้อย่างง่ายดายเพราะทุกคนยอมให้ความร่วมมือเป็อย่างดีและแล้วองค์ชายหลิงหยางก็ทรงทวงบัลลังก์คืนจากน้องชายได้สำเร็จ
******************************
ณ ท้องพระโรง
“เ้าบังอาจยิ่งนักที่กล้าทรยศเรา”ท่านอ๋องหลิงหยางทรงกริ้วพระอนุชาผู้ทรยศ
“กระหม่อมผิดไปแล้วพะย่ะค่ะทรงยกโทษให้กระหม่อมด้วยเถิดพะย่ะค่ะ” องค์ชายหลิงหลงทรงคุกเข่าร้องขอชีวิต
“เราอุตส่าห์เมตตาให้เ้าคอยช่วยงานราชกิจแต่ในเมื่อเ้ามองไม่เห็นความปราณีของเรา ดังนั้นเราจะสั่งปลดเ้าเป็สามัญชนและเนรเทศเ้าและฮูหยินโฉมงามให้ไปอยู่ชายแดนด้วยกัน” ท่านอ๋องทรงสั่งลงโทษ
“ได้โปรดเถิดพะย่ะค่ะทรงอย่าไล่กระหม่อมไปเลย” หลิงหลงพยายามอ้อนวอน
“ทหารคุมตัวหลิงหลงและฮูหยินของเขาออกเดินทางไปชายแดนเดี๋ยวนี้”ท่านอ๋องตรัสสั่งด้วยความเด็ดขาด
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ
ท่านอ๋องหลิงหยางกลับมาครองราชย์ดังเดิมโดยมีชายานามว่าว่านเซียงอยู่ข้างกายตอนนี้พระองค์ทรงสมพระทัยที่ได้หญิงในดวงพระทัยและแถมเป็หญิงสาวที่มีดวงค้ำจุนแคว้นหลีอีกด้วยพระองค์ทรงดำริว่า “ต้องขอบคุณชายสวมหน้านั่น”
******************************
ณ ชายแดนระหว่างแคว้นหลีและแคว้นฉิน
องค์ชายหกและผิงหลางกำลังขี่ม้ามุ่งหน้ากลับแคว้นฉินระหว่างที่ขี่ม้าเคียงคู่กันอยู่นั้น ทั้งสองก็คุยกัน
“ไหนพระองค์ตรัสว่าท่านอ๋องทรงแค่ถูกพระองค์จี้จุดให้ขยับตัวไม่ได้และตรัสอะไรไม่ได้ชั่วคราวไงเพคะเหตุใดถึงมีข่าวบอกว่าท่านอ๋องทรงเป็อัมพาต เป็เหตุให้มีการผลัดแผ่นดิน และองค์ชายหลิงหลงก็ทรงครองราชย์แทนล่ะเพคะ”ผิงหลางสงสัย
“ทรงแกล้งแสดงน่ะสิ” องค์ชายหกตรัสอย่างรู้ทัน
“และเหตุใดถึงต้องจี้จุดท่านอ๋องด้วยล่ะเพคะ”ผิงหลางอยากรู้ความเป็มา
“หลังจากที่ท่านอ๋องกับเรากลับมาจากูเาเผิงซานแล้วระหว่างทางที่กลับวังหลวง ท่านอ๋องทรงถูกคนร้ายลอบวางยาพิษที่มีฤทธิ์ให้เกิดอัมพาตตอนนั้นท่านอ๋องทรงไหวตัวทันและเข้าพระทัยผิดคิดว่าเราเป็ผู้วางยาพิษนั่นต่อจากนั้นพวกเราก็ปะมือกัน พระองค์ทรงไม่ยอมฟังเราพูดอธิบายทรงปักพระทัยเชื่อว่าเป็ฝีมือของเรา เราไม่มีทางเลือกจริงๆ เราก็เลยจี้จุดพระองค์เพื่อให้พระองค์ทรงหยุดการกระทำทุกอย่างจากนั้นเราก็แบกพระองค์กลับวังหลวง พอไปถึงห้องพักของว่านเซียงเราได้กระซิบบอกท่านหมอว่าให้รีบรักษาว่านเซียงแล้วรีบเผ่นหนีได้เลยเพราะหากท่านอ๋องทรงกลับมาเป็ปกติเมื่อไหร่ ทรงไม่ยอมปล่อยพวกเราไว้แน่แต่ใน่เวลาที่ท่านอ๋องทรงขยับตัวไม่ได้องค์ชายหลิงหลงก็ทรงเผยธาตุแท้ให้เห็นและยอมสารภาพต่อหน้าพระพักตร์ของท่านอ๋องเองว่าคนที่บงการวางยาพิษท่านอ๋องก็คือพระองค์เองดังนั้นเราคาดการณ์ว่าท่านอ๋องทรงต้องเล่นละครแกล้งทำเป็อัมพาตต่อไปเป็แน่”องค์ชายหกเล่า
“ทรงเ้าเล่ห์จริงๆ แล้วแบบนี้ว่านเซียงจะรับได้อย่างนั้นหรือเพคะ”ผิงหลางกังวลแทนสหาย
“แต่ตอนนี้มีข่าวว่าว่านเซียงได้ยอมอภิเษกเป็ชายาของท่านอ๋องไปแล้วนี่”องค์ชายหกตรัส
“ก็จริงเพคะ” ผิงหลางคิดว่าว่านเซียงได้หลวมตัวไปแล้ว
“เราได้ข่าวว่านางยอมเข้าพิธีอภิเษกทั้งๆที่ท่านอ๋องทรงเป็อัมพาตนั่นแสดงให้เห็นว่านางรักท่านอ๋องด้วยความจริงใจมากแค่ไหน” องค์ชายหกตรัส
“แต่ก็มีข่าวว่าเพราะนางมีดวงนำโชคท่านอ๋องถึงทรงยกย่องนางให้เป็ชายานี่เพคะ” ผิงหลางแย้ง
“ในตอนที่เราปีนเขาไปพร้อมกับท่านอ๋องเ้ารู้มั้ยว่ามันยากลำบากแค่ไหน แม้จะหนาวเหน็บจากพายุหิมะ ก็ทรงไม่ย่อท้อพระองค์ทรงยังคงปีนเขาต่อไปไม่หยุดเพื่อคว้าสมุนไพรที่อยู่จุดสูงสุดของยอดเขาให้จงได้พอถอนสมุนไพรได้สำเร็จก็ทรงเก็บไว้อย่างดีราวกับว่ากลัวมันจะหายไปพอกลับไปถึงโรงเตี๊ยม ท่านอ๋องทรงประชวรด้วยพิษไข้พระองค์ทรงเพ้อบอกรักว่านเซียงไม่หยุด เช้าวันรุ่งขึ้นท่านอ๋องทรงยังไม่หายประชวรแต่ก็ยังทรงฝืนพระองค์ออกเดินทางกลับวังหลวงให้เร็วที่สุดเพราะกลัวไม่ทันเวลาทรงกลัวว่าจะช่วยคนรักไม่ทัน” องค์ชายหกตรัสเล่า
“นับว่าเป็เหตุการณ์ที่พิสูจน์รักแท้จริงๆนะเพคะ ท่านอ๋องทรงมีรักแท้และรักเดียวจริงๆ แต่เสียอย่างเดียวไม่น่า…” ผิงหลางนึกเสียดายที่ท่านอ๋องทรงเป็คนเ้าเล่ห์ยอมทำทุกอย่างเพื่อทำลายศัตรู
“ทรงเป็เช่นนี้ก็เพื่อรักษาอำนาจเท่านั้นเองส่วนเื่รักเดียวใจเดียวเราเองก็สามารถทำอย่างพระองค์ได้นะ” องค์ชายหกทรงอวด
“เอาไว้บอกเผิงเจินเถิดเพคะพวกเรารีบขี่ม้ากลับแคว้นฉินกันเถอะ” ผิงหลางไม่อยากฟังต่อนางก็เลยขี่ม้านำหน้าองค์ชายหกไปไกล