เมื่อฝูงหมูป่าเริ่มล่าถอย อเล็กซ์ก็ออกคำสั่งให้ปืนกลหนักหยุดยิง แล้วกำแพงชั้นนอกที่ถูกมองว่าเป็นเพียงสิ่งไม่มีประโยชน์ ก็กลายเป็นกรงขังชั้นดี พร้อมกับเปลี่ยนสถานภาพของพวกบีสท์ในปราการแห่งรุ่งอรุณกลายเป็นเป้าซ้อมยิงไป แล้วอาเล็กก็โชว์นิ้วกลางไปในทิศทางที่ตัวนิ่มยักษ์ยืนอยู่ มันคือการท้าทายในภาษาสากล ไม่ว่าตัวนิ่มจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่เขาทำนั้นได้สร้างเสียงหัวเราะขึ้นมาในกองกำลังหอกเหล็กทันที
จะไม่ให้อเล็กซ์อารมณ์ดีได้อย่างไร เพราะแต้มสังหารของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รวมถึงแต้มค่าสถานะสีต่างๆ ที่ยังคงเพิ่มขึ้นทีละนิดไม่มีหยุด รวมถึงแต้มสีทองถึงแม้นานๆ มันจะมาครั้ง แต่มันก็ทำให้เขายิ้มออก คราวนี้ถ้าเกิดการปะทะกันระหว่างเขากับเจ้าตัวนิ่มยักษ์อีกครั้ง เขาจะเลาะเกล็ดของมันมาทำยาชูกำลังของท่านชายเสีย
ด้านตัวนิ่ม มันส่งเสียงคำรามอย่างหัวเสีย ไม่คิดเลยว่าชัยชนะของมันจะหลุดลอยไปแบบนี้ แล้วยังต้องมาสูญเสียไพร่พลไปกว่าครึ่งในเวลาไม่กี่นาที ถึงแม้ไพร่พลที่เหลืออยู่ทั้งหมดจะประชิดกำแพงได้แล้ว แต่มันยังไม่ออกคำสั่งให้ปีนกำแพงขึ้นไปเหมือนอย่างเคย ตอนนี้พวกควายป่าที่มีความสามารถลอยในน้ำได้ ก็กลายเป็นสะพานกึ่งถาวรให้กับกองทัพบีสท์แทนลิงแสมไป
เสียงปืนยาวยังคงดังไม่หยุดแต่ไม่ได้พร้อมเพียงเหมือนก่อนหน้า เพราะนี้คือการสังหารหมู่ อเล็กซ์อนุญาตให้ทุกคนสามารถมีประสบการณ์ในการฆ่าหมูป่ากับลิงแสมเป็นครั้งแรก และแล้วที่เนินเขาก็ปรากฏเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ตัวนิ่มยักษ์สั่งการให้ลูกน้องของมันไปนำมนุษย์หลายร้อยคนที่ยังมีชีวิตอยู่ มายืนเรียงแถวหน้ากระดาน อเล็กซ์รู้ในเจตนาของมันได้ดีจึงออกคำสั่งหยุดยิงทันที
แล้วทั้งสมรภูมิก็เงียบลง จนได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้รอดชีวิตหลายร้อยคนดังมาตามสายลม แล้วอเล็กซ์ก็พูดขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า
" ให้พรรคพวกของแกกลับไปที่หลังเนินเขาถ้าแกต้องการจะแลกตัวประกัน และภายใน 30 ค่ำคืนแกต้องไม่มาโจมตีพวกเรา ข้ารู้ว่าแกฟังเข้าใจ การที่แกเอามนุษย์แค่ไม่กี่ร้อยมาแลกกับพรรคพวกนับหมื่นชีวิต โดยที่ข้าไม่ได้อะไรเพิ่มเลย มันจะเอาเปรียบกันเกินไปไหม !! "
ด้วยพรสวรรค์นักฝึกสัตว์ทำให้อเล็กซ์สามารถสื่อสารและทำความเข้าใจกับพวกบีสท์ได้ แต่ใครจะไปรู้ในเรื่องนี้ หลายๆ คนในกองกำลังหอกเหล็กถึงกับยิ้ม เพราะพวกเขาไม่คิดว่าพวกสัตว์หน้าขนมันจะเข้าใจ พวกเขาได้ทำใจแล้วที่จะเห็นคนหลายร้อยนั้นถูกฆ่า แต่ตัวนิ่มยักษ์ก็ทำให้พวกเขาถึงกับต้องอ้าปากค้าง เพราะมันคำรามก้องขึ้นฟ้า แล้วกองทัพบีสท์ที่อยู่นอกกำแพงชั้นนอก ก็เคลื่อนที่กลับไปอยู่ด้านหลังของเจ้าตัวนิ่ม แล้วมันก็คำรามขึ้นอีกครั้ง
" เออ ! 20 ค่ำคืนก็ได้ แกดูเหมือนรีบนะ แกไปรับงานใครเขามารึเปล่า ? "
" โฮก !!!! "
" ทำเป็นร้อนตัว ระวังเถอะสักวันแกจะกลายเป็นอาหารของพวกกลัวแสงแดดนั้น "
" โฮก !!! โฮก !!! "
" ฮ่า !! ฮ่า !!!!! ผู้รอดชีวิตจงฟัง ตอนนี้พวกคุณได้รับการไถ่ตัวแล้ว ให้ก้าวเดินมาข้างหน้า จนกว่าผมจะบอกให้หยุด พวกคุณยังคงฟังภาษาคนรู้เรื่องใช่ไหม ?!!! "
ผู้รอดชีวิตที่ตกเป็นตัวประกันต่างพากันพยักหน้าตอบรับ แล้วเจ้าร้านทองก็เลื้อยออกมาจากห้องนิรภัยให้อเล็กซ์ได้ยืนอยู่บนหัวของมัน แล้วเขาก็เริ่มต้อนฝูงบีสท์ที่พอจะเคลื่อนไหวได้ไปยังประตูทางเข้าทิศใต้ของปราการแห่งรุ่งอรุณ การเดิมพันครั้งนี้ของอเล็กซ์เป็นฝ่ายชนะ และเขายังได้กำไรมาอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้รอดชีวิตหลายร้อยคน ที่เขาเดาได้ไม่ยากว่ามันคือค่าจ้างล่าหัวของเขานั้นเอง
เพราะในตอนที่อเล็กซ์รักษาอาการบาดเจ็บให้กับเจ้าวีอยู่นั้น ในมือของเจ้าวีได้กำซองบุหรี่ซองหนึ่งเอาไว้แน่น เขาจึงได้นึกเอะใจขึ้นมา แล้วจึงใช้การจดจำภาพถ่ายตรวจดูเหตุการณ์ย้อนหลังทั้งหมด แล้วเขาก็พบว่าซองบุหรี่ซองนี้เป็นของชาติที่โยนทิ้งตอนอยู่ที่ตีนสะพานของอีกฝาก แต่เขายังไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องได้ว่ามันมีความสำคัญอย่างไร พวกบีสท์ตามกลิ่นนี้มาหรือ แล้วเขาก็นึกถึงความสามารถของเจ้าวีขึ้นมา โดยเฉพาะประสาทสัมผัสของเจ้าวีนั้นตอบสนองต่อกลิ่นของซอมบี้อย่างรุนแรง
และเมื่อรวมสมมติฐานต่างๆ เข้ากับตัวประกันมากมายที่กองทัพบีสท์มี และปฏิกิริยาการตอบสนองของตัวนิ่มที่ไวต่อการยั่วยุของอเล็กซ์ มันก็คือคำตอบของเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
หลังจากอเล็กซ์นำสะพานยกลง เขาก็ประจันหน้ากับตัวนิ่มที่เดินตามหลังตัวประกันมาอีกครั้ง นัยน์ตาสีฟ้าจ้องกับนัยน์ตาสีแดงไม่กระพริบ อเล็กซ์ชักปืนพกออกมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะยิ่งไปที่เชือกที่มัดข้อมือของตัวประกันคนหนึ่งทันที
" แกะเชือกปิดตาของเธอออก แล้วเดินจูงผู้รอดชีวิตทั้งหมดเข้าไปในกำแพง.. ใจเย็นๆ ข้ามีสัจจะพอ ไม่เหมือนพวกตัวประหลาดนั้นหรอก "
ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น กงเล็บที่แหลมคมของตัวนิ่มกำลังจะบั่นคอตัวประกันอยู่แล้ว แต่คำพูดของอเล็กซ์ได้ทำให้มันหยุดมือได้ทัน ทั้งสองฝ่ายยังคงจ้องตากันเป็นมัน หลังจากผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายกับหมูป่าตัวสุดท้ายเดินสวนกัน การแลกเปลี่ยนตัวประกันก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้น แต่อเล็กซ์กับเจ้าตัวนิ่มยังคงจ้องตากันอยู่แบบนั้น แล้วอเล็กซ์ก็กระโดดออกไปจากหัวของเจ้าร้านทอง
ส่วนตัวนิ่มก็กระโจนไปในทิศทางที่อเล็กซ์กระโดดไป จังหวะนั้นมะลิเตรียมยิงแล้ว แต่เธอก็เห็นมือของอเล็กซ์ส่งสัญญาณห้ามเอาไว้ เธอก็ได้แต่ส่ายหน้า มันคงเป็นวิถีของลูกผู้ชาย ถึงแม้ศึกสงครามจะเกิดการพักรบชั่วคราว แต่ระดับขุนพลยังสามารถวัดฝีมือกันได้ เธอจึงได้ออกคำสั่งให้กองพลาธิการกับโลจิสติกส์หรือหน่วยที่ 20 กับ 21 ไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิต แล้วสั่งให้หน่วยที่ 19 ไปยกสะพานขึ้น
ด้านอเล็กซ์หลังจากกระโดดข้ามมาอีกฝากของแม่น้ำแล้ว ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอีกครั้งเพื่อหลบการโจมตีของตัวนิ่มยักษ์ จากนั้นหอกในมือของอเล็กซ์ก็โจมตีสนกลับ ในจังหวะเดียวกับตัวนิ่มเปิดใช้ทักษะพิเศษของมันคือการกลายร่างเป็นลูกบอลลอยตัวไล่ตามอเล็กซ์ไม่ห่าง แต่หอกของอเล็กซ์เหมือนมีดวงตา มันแทงรอดช่องแทรกเข้าไปแทงเปลือกตาของเจ้าตัวนิ่มได้เล็กน้อย แต่นั้นก็เพียงพอแล้ว ที่ทำให้เจ้าตัวนิ่มต้องยกเลิกทักษะพิเศษของตัวเองเพื่อถอยกลับ
ด้วยจังหวะนี้เอง อเล็กซ์ปล่อยหอกในมือทันทีแล้วระเบิดพลังความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มี พร้อมกับกงเล็บปีศาจที่แหลมคม พุ่งตัวเข้าประชิดตัวนิ่มแล้วตวัดมือจากล่างขึ้นบน ย้อนสอนเกล็ดที่หน้าท้องของมัน จึงส่งผลให้เลือดสีแสดของตัวนิ่มสาดกระจายในทันที แต่อเล็กซ์ไม่ได้ติดตามไปซ้ำ เขาใช้ความคล่องตัวหลบหลีกการโจมตีสวนกลับด้วยกงเล็บทั้งสองข้างของตัวนิ่มอย่างง่ายดาย พร้อมกับหยิบหอกของเขากลับมา
" นี้คือการเตือน ถ้าแกยังรักชีวิตอยู่ อย่าเป็นสุนัขรับใช้ให้กับพวกตัวประหลาดนั้น ถ้าพวกมันต้องการหัวของข้า ก็ให้พวกมันมาเอาเอง ขอบใจแกมากที่เอาคนมาส่งให้ถึงที่ ฮ่า ฮา~ "
" โฮก โฮก !!!! "
" เรื่องของแก! อีก 20 ค่ำคืน ล้างคอรอไว้ได้เลย ! "
แล้วอเล็กซ์ก็กระโดดกลับเข้าไปในกำแพง ด้านตัวนิ่มก็ใช้ทักษะพิเศษอีกอย่าง แล้วร่างกายของมันก็กลายเป็นสีส้มทั้งตัว ไม่นานเลือดที่แผลหน้าท้องก็หยุดไหล ก่อนจะคำรามขึ้นฟ้าด้วยความเจ็บใจ แล้วพากองทัพของมันกลับออกไปจากเนินเขาแห่งนี้
ด้านอเล็กซ์ที่กลับมาถึงกำแพงชั้นในของปราการแห่งรุ่งอรุณ เขาก็พบว่ากองกำลังหอกเหล็กเริ่มจัดแถวผู้รอดชีวิตแล้ว ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในกำแพงชั้นใน และกองกองกำลังหอกเหล็กส่วนหนึ่งก็เริ่มทำความสะอาดสนามรบ โดยพวกเขาเริ่มแยกศพของหมูป่ากับลิงแสมออกจากกัน และกำลังรอคำสั่งของอเล็กซ์อยู่ว่าจะจัดการกับศพมากมายเหล่านี้ยังไง แล้วเขาก็เรียกแจ็คสันมาสั่งงาน
" โยนลิงแสมทิ้งลงแม่น้ำไปเลย เนื้อของพวกมันน้อยเกินไปและมีกลิ่นเหม็น ส่วนหมูป่านำไปทำหมูแดดเดียว หมูรมควัน หมูทุบ หมูส้ม เมนูอะไรก็ได้ที่เก็บไว้ได้นาน แล้ววันนี้ผมขอเมนูลาบหมูขึ้นโต๊ะอาหาร เห็นแล้วเปรี้ยวปาก แบ่งคนไปจัดการเรื่องนี้ได้เลย 10 หน่วย "
แล้วอเล็กซ์ก็เขียนข้อความในลักษณะเดียวกับที่พูดไปเมื่อกี้ให้กับแจ็คสัน พร้อมเซ็นกำกับ แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น พร้อมกับเสียงพูดของมะลิที่เริ่มเดือดดาล
" เมื่อกี้ใครเรียกร้องเสรีภาพนะ !!! ช่วยลุกขึ้น แล้วเดินออกมาจากแถวหน่อย ก่อนหน้านี้เงาหัวของพวกคุณยังไม่มีเลย ยังจะมาทำปากดีเรียกร้องเสรีภาพที่นี่อีก สถานที่แห่งนี้ปกครองด้วยระบอบทหาร ผู้รอดชีวิตทุกคนล้วนต้องเป็นทหาร ถ้าตอนนี้คนที่พูดอยู่เป็นผู้พันไม่ใช่ฉัน คนที่พูดเมื่อกี้ถูกยิงตายไปแล้ว เอาล่ะ..หลังจากนี้ผู้พันจะเป็นคนมาพูดคุยกับพวกคุณเอง หงุดหงิด !! "
อเล็กซ์เดินมาพร้อมกับเอามือตบไหล่ของมะลิเบาๆ แล้วเธอก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับเขา มันคือรายละเอียดข้างต้นของผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้ โดยมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 550 คน ซึ่งมีหลายคนในกลุ่มผู้รอดชีวิตบอกว่าก่อนหน้านี้มีมากกว่านี้ แต่หลายวันที่ผ่านมา นอกจากจะถูกพวกบีสท์กินไป ก็จะมีหนาวตายบ้าง ป่วยตายบ้าง รวมถึงอดอาหารจนตายบ้าง ถึงแม้พวกเขาจะถูกปิดตา แต่เสียงกับกลิ่นที่เน่าเหม็นของมันชัดมาก
ภายในผู้รอดชีวิตทั้ง 550 คนนี้ ไม่มีเด็กหรือคนชราเลย 300 คนเป็นผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15 ปีไปจนถึง 40 ปี แล้วที่เหลือคือผู้หญิง ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 30 ปี ไม่มีทหารหรือตำรวจอยู่ในคนกลุ่มนี้เลยแม้แต่คนเดียว แต่ยังมีหมอกับพยาบาลรวมอยู่ในกลุ่มนี้บ้าง
หลังจากอเล็กซ์ทำความเข้าใจในรายงานสรุปผู้รอดชีวิตคร่าวๆ แล้ว เขาก็กวาดสายตาไปมองผู้คนที่กำลังนั่งอยู่กับพื้น แล้วออกคำสั่งที่ทำให้หลายๆ คนตกใจ
" ใช้มือตบหน้าตัวเอง 10 ครั้งถ้าใครไม่ทำตาย ! ปฏิบัติ ! "
" เพลี้ย ! เพลี้ย ! "
" ปัง !!! แรง ๆ !! "
คำสั่งของอเล็กซ์ทำให้พวกเขาหวากลัวอย่างมาก โดยเฉพาะเสียงปืนที่ดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงพูดของคนที่ถูกเรียกว่าผู้พัน แต่ผู้รอดชีวิตทุกคนก็ต้องทำ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาแทบหมดอาลัยตายอยากไปหมดแล้ว คิดว่าตั้งแต่ถูกพวกซอมบี้จับไปคงตายแน่แล้ว และพวกเขาทุกคนก็เคยได้เห็นพวกซอมบี้นำคนที่ถูกจับออกไปกัดกินต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะพวกเด็กเล็กหรือลูกๆ ของพวกเขา แต่ภายในสถานที่แห่งนี้ พวกเขาพบเห็นเด็กหญิงเด็กชายมากมาย รวมถึงคนแก่ชราด้วย หลังจากการตบหน้าตัวเองครบแล้ว อเล็กซ์ก็พูดขึ้นว่า
" ตอนนี้พวกคุณตื่นจากฝันแล้วหรือยัง ผมไม่ได้ถามพวกคุณแต่กำลังบอกความจริงของโลกให้กับพวกคุณได้รับรู้ สถานที่แห่งนี้ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมากับมือ ใครที่ไม่ต้องการอยู่ที่นี่ผมอนุญาตให้จากไปได้เลย แต่ใครก็ตามที่ต้องการจะอยู่ที่นี่แล้วมีชีวิตรอดต่อไป ต้องอยู่ภายใต้กฎของสถานที่แห่งนี้ คำสั่งของผมคือที่สุด และจงปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีของสังคมตั้งใจทำภารกิจของตัวเองให้สำเร็จ ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ต้องเป็นทหาร อยู่ภายใต้กฎระเบียบเดียวกัน ใครที่ไม่ต้องการอยู่ที่นี่ลุกขึ้นได้ "
คำพูดของอเล็กซ์ไม่ได้ดังมาก แต่มันได้กระแทกเข้าไปในจิตใจของผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้อย่างจัง ไม่มีสักคนเลยที่ลุกขึ้น ไม่มีแม้แต่การมองหน้ามองหลังหรือลังเลใจใดๆ ทุกคนล้วนตัดสินใจได้ด้วยตัวเองแล้วว่า เมื่อใดที่พวกเขาก้าวขาออกไปจากสถานที่แห่งนี้ มีเพียงความตายที่ทุกข์ทรมานเท่านั้นที่รอพวกเขาอยู่
" ดี ! หลังจากนี้ผมจะให้พวกคุณรับประทานอาหาร รวมถึงทำความสะอาดร่างกาย แต่พวกคุณยังไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในกำแพงชั้นใน ทุกคนต้องได้รับการตรวจร่างกายเสียก่อน "
แล้วอเล็กซ์ก็เริ่มขานชื่อหมอกับพยาบาล ที่มีจำนวน 15 คนออกมา 3 คนคือหมอ 12 คนคือพยาบาล อเล็กซ์สอบถามพวกเขาอย่างละเอียด ว่าข้อมูลที่ได้รับมาใช่ของจริงหรือเปล่า และทั้ง 15 คนก็ไม่ได้โกหก ทุกคนล้วนเป็นหมอที่มีชื่อเสียงและอเล็กซ์รู้จักคนเล่านี้ เพียงแค่เขาต้องการทำให้แน่ใจเท่านั้นเอง
ไม่นานกลุ่มนักวิจัย ก็นำข้าวปั้นและน้ำดื่มมามอบให้กับกลุ่มผู้รอดชีวิต พร้อมพูดคุยด้วยรอยยิ้มกับทุกคน ด้านทีมแพทย์ที่ถูกตั้งขึ้นใหม่ พวกเขาได้รับแต่งตั้งเป็นหน่วยเสนารักษ์ในทันที ไม่ว่าพวกเขาจะต้องการหรือไม่ก็ตาม หลังจากผู้รอดชีวิตรับประทานอาหารแล้วเสร็จ พวกเขาก็ถูกจับแยกชายหญิง อเล็กซ์ดูแลฝั่งผู้ชาย มะลิดูแลฝั่งผู้หญิง เสื้อผ้าของพวกเขาต้องเป็นคนลงมือซักมันด้วยตัวเอง อเล็กซ์ไม่สามารถมอบชุดทหารลายพรางให้กับพวกเขาได้ในตอนนี้ เนื่องจากมันมีจำนวนไม่เพียงพอ
ยังโชคดีที่ว่าวันนี้สงครามสิ้นสุดเร็วตั้งแต่ดวงอาทิตย์พึ่งขึ้น หลังจากการตรวจร่างกายเสร็จแล้ว พบผู้ป่วยโรคร้ายต่างๆเกือบร้อยคน โดยเฉพาะไข้หวัดเหมือนมันกำลังระบาดไปทั่ว อเล็กซ์จึงได้นำยาเพิ่มเลือดมาใช้กับคนกลุ่มนี้เป็นพวกแรก และผลของมันออกมาดีกว่าที่คิดมาก ไข้หวัดหายใน 5 นาที ส่วนอาการเจ็บป่วยอื่นๆ รวมถึงบาดแผลตามร่างกายใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็กลับมาเป็นปกติ
สิ่งมหัศจรรย์นี้ได้ทำให้หน่วยเสนารักษ์ถึงกับต้องอ้าปากค้าง เพราะมันได้ทำลายความรู้ความเข้าใจของพวกเขาจนหมดสิ้น พวกเขาอยากจะเอ่ยปากถามจริงๆ ว่าน้ำยาสีน้ำเงินนั้นคืออะไร แล้วถ้ามันมีสรรพคุณดีขนาดนี้จะมีทีมแพทย์ไว้ทำไม อเล็กได้แต่ฉีกยิ้มโดยปล่อยให้พวกจบสูงเหล่านี้งงเป็นไก่ตาแตกไปก่อน แล้วอเล็กซ์ก็ประกาศชื่อหน่วยโภชนาการออกมา โดยมีทั้งหมด 20 คน คนกลุ่มนี้ ได้รับชุดทหารในทันที และต้องไปทำหน้าที่ร่วมกับแจ็คสัน เพื่อสะสางกองเนื้อหมูป่าที่สูงเท่าภูเขาลูกย่อมๆ …