“ย่อมได้!!”
โมเสด พยักหน้ารับคำขอของ หวัง ชง อย่างไม่แยแส
***** ชิ้ง *****
เขาดึงดาบออกมาอย่างช้าๆ แต่ทว่าฉับพลันนั้นแสงสว่างสีเงินได้เปล่งประกายกล้าออกมาอย่างรวดเร็ว เวลาเดียวกันนั้น อุณหภูมิภายในห้องก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน
ทั้งห้องจมลงไปกับความเงียบอย่างกะทันหัน ใบหน้าของ เว่ย ฮ่าว มืดมนลงทันที
ดาบเล่มนี้ยอดเยี่ยมกว่าดาบของบิดาเขาอย่างมาก
พ่อค้าชาวเถียวจือไม่ได้โกหกแต่อย่างใด เพียงแค่ออร่าเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากคมดาบ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดาบทั่วๆ ไปจะสามารถเทียบได้แล้ว
อาจจะมีดาบในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น ที่สามารถเทียบกับมันได้
“เชิญชม!!”
โมเสด กล่าวพร้อมกับยื่นดาบของเขาออกมาเล็กน้อย
“ดาบดี!!”
หวัง ชง กล่าวอย่างตรงไปตรงมา เขาตรวจสอบดาบของ โมเสด อย่างละเอียด หลังจากที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นดาบชั้นยอดจากเถียวจือ
ในขณะที่ทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ยังยึดมั่นในความเป็นดาบที่ตรง และหนักแน่นนั้น ทางด้านเถียวจือ และอาหรับ กลับมีความแตกต่างออกไป พวกเขาออกแบบใบดาบเป็นใบขนาดเล็ก และมีลักษณะโค้งคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว
หวัง ชง ไม่รู้ว่านี่เป็นผลมาจากวัฒนธรรมในการบูชาพระจันทร์ของพวกเขาหรือไม่
ใบดาบเล่มนี้มีความคมอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ว่ามันถูกตีขึ้นมาอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ตราบใดที่มองเห็นดาบเล่มนี้ก็สามารถบอกได้ทันทีว่า ชาวตะวันตกนั้นมีทักษะการตีเหล็กที่เหนือกว่าทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
***** ฟุ่บ *****
หวัง ชง ตวัดปลายดาบเล็กน้อย เพียงพริบตานั้นมุมโต๊ะที่ถูกสร้างขึ้นมาจากไม้จันทน์ที่มีเนื้อหนาเป็นพิเศษ ก็ถูกตัดออกไปอย่างง่ายดาย
***** ตุ่บ *****
เศษโต๊ะหล่นลงไปกับพื้น
“ดาบดี!!”
หวัง ชง กล่าวชม ขณะเดียวกันนั้น ใบหน้าของ เว่ย ฮ่าว ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยิ่งมืดลงไปมากกว่าเดิม
หลังจากนั้น หวัง ชง ก็ควงดาบไปมาอีกเล็กน้อย ก่อนจะเก็บมันกลับเข้าไปในฝัก
“ท่าน โมเสด เราจะเปลี่ยนกฎเล็กน้อย เนื่องจากเป็นการดวลดาบ ดังนั้นเราจึงตั้งกฎขึ้นมาเล็กน้อย หากว่าท่านได้รับชัยชนะ ข้ายินดีจะจ่ายเงินให้กับท่านที่ท่านต้องการ .......แต่หากว่าท่านพ่ายแพ้ ข้าไม่ต้องการให้ท่านจ่ายค่าดาบของข้า แต่จะขอให้ท่านจ่ายเพียงหนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองเท่านั้น!!”
“เว่ย ฮ่าว ข้ายินดีรับคำท้าทายจากทุกคน โดยใช้กฎนี้!!”
“หวัง ชง........!!”
เว่ย ฮ่าว ตกตะลึงอย่างมาก เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าดาบของ โมเสด นั้นยอดเยี่ยมเพียงใด แต่เดิมแล้วเขาต้องการจะกล่าวเตือน หวัง ชง ออกมา แต่ทว่ามันก็สายเกินไปแล้ว เพราะ หวัง ชง ได้ยกข้อเสนอที่รุนแรงขึ้นมาก่อน
“ฮ่าๆ .......ยอดเยี่ยม!!”
โมเสด ดีใจอย่างมาก เขาไม่ได้ใส่ใจข้อเสนอของ หวัง ชง ที่เขาอาจจะต้องเสียเงินหนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองแต่อย่างใด หลังจากทั้งหมดแล้วพ่อค้าชาวเถียวจือส่วนใหญ่มักจะมีความมั่งคั่งมากอยู่แล้ว ตราบใดที่เขาสามารถบรรลุเป้าหมายของเขาได้ เขาย่อมไม่สนใจข้อตกลงเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้แน่นอน
นอกจากนี้ ข้อเสนอของ หวัง ชง ยังเอนเอียงมาทางเขามากกว่า เขาย่อมไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้กับอีกฝ่าย หากว่าเขาชนะ ............มันนานมากแล้วที่เขาไม่พบกับดาบที่สามารถเอาชนะดาบของเขาได้
ในความเป็นจริงแล้ว โมเสด หวังว่า หวัง ชง จะสามารถเอาชนะเขาได้ด้วยซ้ำ เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วเขาสามารถซื้อดาบที่ดียิ่งขึ้นได้
“อย่างไรก็ตาม ข้ายังมีอีกสิ่งหนึ่ง ตอนนี้ข้ายังไม่อาจดวลกับท่านได้ แต่จะสามารถทำได้หลังจากนี้อีกเจ็ดวัน!!”
หวัง ชง กล่าว
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล!!”
โมเสด หัวเราะออกมาเบาๆ ตราบใดที่ หวัง ชง ยินดีรับคำท้าทายจากเขา เขาก็ไม่รังเกียจที่จะรออีกเจ็ดวันแต่อย่างใด
“มีอย่างหนึ่งที่ข้าสนใจ ตอนที่ข้าเข้ามาที่นี่ ข้าเห็นว่ามีกองโลหะตั้งอยู่ด้านหน้า ข้าขอถามได้ไหมว่าสิ่งนั้นใช้ทำอะไร ที่เถียวจือเราไม่มีธรรมเนียมเช่นนี้!!”
“ท่านจะรู้เมื่อครบเวลาเจ็ดวัน!!”
หวัง ชง กล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับออกไป
“จริงสิ!! ท่านจะรังเกียจไหมหากว่าข้าจะแขวนดาบของข้าไว้กับดาบของท่าน!!”
ก่อนที่ หวัง ชง จะก้าวออกไปนั้น เสียงของ โมเสด ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขาอย่างกะทันหัน เหตุผลที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพียงเพื่อดวลดาบกับผู้อื่นเท่านั้น
หวัง ชง หัวเราะลั่นออกมาทันที มันเป็นไปตามที่เขาคาดเอาไว้ พ่อค้าอาวุธจากเถียวจือ และอาหรับ จะใช้โอกาสทั้งหมดในการโฆษณาอาวุธของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม โมเสด ไม่รู้ว่านี่เป็นไปตามแผนการของ หวัง ชง
หวัง ชง กำลังรอคอยให้เขาเสนอความคิดนี้ออกมา
“ย่อมได้!!”
หวัง ชง กล่าวก่อนจะก้าวออกไปนอกห้อง
..........
“หวัง ชง นี่ท่านบ้าไปแล้วรึ!? ท่านไม่รู้หรือว่าปัญหาใหญ่กำลังจะตามมา!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวถามออกมาด้วยความกังวล หลังจากที่ก้าวตามหลัง หวัง ชง ออกมาจากห้อง
“หากยึดตามราคาดาบแล้วท่านรู้ไหมว่ามันเป็นเท่าไหร่!! สองพันสี่ร้อย...ไม่สิ!! ต้องเป็นสี่พันแปดร้อยตำลึงทอง!! หากท่านชนะท่านจะมีรายได้น้อยกว่าครึ่งของครึ่งราคาดาบ แต่ถ้าท่านแพ้ท่านจะต้องเสียมากกว่านั้น นี่ท่านกำลังคิดอะไรกันแน่!?”
“ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านจะหาเงินเก้าหมื่นตำลึงทองมาได้หรือไม่ อีกทั้งยังมีเงินกว่าหนึ่งพันเจ็ดร้อยตำลึงทองที่ท่านยืมมาจากโรงเตี๊ยมแปดเทพอีก!! แต่ว่าท่านกลับรับคำท้าทายนั่น!! ท่านรู้ไหมว่ากำลังนำหายนะครั้งใหญ่มาสู่ตระกูลของท่าน!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวตำหนิออกมาด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม
หวัง ชง ได้ตรวจสอบดาบของ โมเสด อย่างละเอียดแล้ว และ เว่ย ฮ่าว ก็พบว่ามันมีความคม และแข็งแกร่งกว่าดาบขอบิดาเขาอย่างมาก แน่นอนว่า หวัง ชง ย่อมเห็นถึงความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน แต่ทว่าเขากลับเลือกที่จะรับคำท้าทายนั้น นั่นเป็นสิ่งที่ เว่ย ฮ่าว ไม่สามารถเข้าใจได้แม้แต่นิดเดียว
เหตุผลที่เขารับปาก หวัง ชง ว่าจะช่วยเสนอขายดาบให้ที่โรงเตี๊ยมวิหคเงิน ก็เป็นเพราะเขาต้องการหารายได้ให้กับ หวัง ชง
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เปรียบได้กับพี่น้องที่เติบโตมาพร้อมกัน ดังนั้นเขาจึงไม่อาจทอดทิ้ง หวัง ชง ในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ได้
อย่างไรก็ตาม เว่ย ฮ่าว ไม่คาดหวังว่าเรื่องง่ายๆ เช่นนี้จะกลายเป็นเรื่องซับซ้อน และอันตรายมากขึ้นจนเกินกว่าจะจินตนาการออกมาได้เช่นนี้ หากว่า หวัง ชง พ่ายแพ้ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่สามารถหาเงินมาได้เท่านั้น แต่เขายังจะสร้างหนี้สินจำนวนมากให้กับตระกูล หวัง อีกด้วย
และ เว่ย ฮ่าว ก็กลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด!!
นี่เป็นครั้งแรกที่ เว่ย ฮ่าว รู้สึกเสียใจ!!
“......นอกจากนี้แล้วท่านยังจะรับคำท้าด้วยกฎนี้อีก!! ท่านรู้ไหมว่าหากมีคนจำนวนมากมาท้าทายท่าน ท่านจะต้องจ่ายเงินมากแค่ไหน!?”
เพียงแค่นึกถึงกฎที่ หวัง ชง ตั้งขึ้นมา มันก็ทำให้ เว่ย ฮ่าว หวาดผวาอย่างมาก
“ไม่ต้องห่วง เขาไม่อาจเอาชนะข้าได้!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยความสงบ
“ท่านรู้ไหมว่าท่านกำลังทำอะไร....!? ห๊ะ!! ท่านว่าอะไรนะ!?”
เว่ย ฮ่าว ตกตะลึง
“ข้าบอกว่าเขาชนะข้าไม่ได้!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาอีกครั้งอย่างหนักแน่นพลางหัวเราะออกมาเบาๆ
เพียงคำกล่าวเดียวของ หวัง ชง มันทำให้ความโกรธที่สะสมมาจำนวนมากของ เว่ย ฮ่าว สลายไปอย่างไร้ร่องรอยทันที
“เขาไม่อาจเอาชนะท่านได้!?”
เว่ย ฮ่าว กล่าวทวนออกมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง หลังจากทั้งหมดแล้วเขาได้เห็นความแข็งแกร่งจากดาบของ โมเสด ในก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน
“ใช่!!”
หวัง ชง พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างชัดเจน มันไม่ใช่เพียงแค่ความมั่นใจในตัวเองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความมั่นใจในอาวุธดาบเหล็กหวู่จืออีกด้วย
เว่ย ฮ่าว ผงะถอยหลังออกไปเล็กน้อย เขาตาม หวัง ชง ออกมาเพื่อกล่าวตำหนิ แต่ทว่าเมื่อเผชิญกับคำกล่าวของ หวัง ชง ที่ดูเหมือนจะเป็นคำกล่าวที่หยิ่งผยองเช่นนี้ เขากลับไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้แม้แต่นิดเดียว
เขาไม่รู้ว่า หวัง ชง เอาความมั่นใจเช่นนี้มาจากไหน ถึงได้กล้ากล่าวถึงชัยชนะของตนเองออกมาเช่นนี้
หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งดาบของ โมเสด แล้วนั้น เพียงแค่เขาได้เห็น มันก็ทำให้เขาทั้งหวาดกลัว และหายใจไม่ออกอย่างน่าพิศวง
แม้แต่การมองไปที่มันก็อาจกลายเป็นฝันร้ายก็ว่าได้
เหตุผลที่ เว่ย ฮ่าว พยายามให้ หวัง ชง กล่าวปฏิเสธก็เป็นเพราะเหตุนี้เช่นกัน แม้ว่าดาบของ หวัง ชง จะน่าประทับใจไม่น้อยเช่นกันก็ตาม แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจแต่อย่างใด
“ท่านแน่ใจหรือว่าจะเอาชนะเขาได้!?”
เว่ย ฮ่าว ลังเลเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถามออกมา
“แน่นอน!!”
หวัง ชง กล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ
เขาไม่ใช่คนโง่แต่อย่างใด ขณะที่ยืมดาบของ โมเสด มาตรวจสอบนั้น เขาได้ใช้ปลายนิ้วเคาะลงไปบนใบดาบเพื่อตรวจสอบความแข็งแกร่งของมันแล้ว
ดาบของอีกฝ่ายนั้นมีความที่เด่นชัด แต่ความทนทานอยู่ในระดับทั่วๆ ไปเท่านั้น อีกทั้งการสร้างในสามขั้นตอนถูกควบคุมอย่างพิถีพิถันเพียงแค่หนึ่งหรือสองขั้นตอนเท่านั้น
หลังจากนั้น หวัง ชง จึงสามารถสรุปได้ว่า ทักษะการตีเหล็กของช่างตีเหล็กจากเถียวจือ และอาหรับ นั้นยังด้อยกว่าเขาอยู่ไม่น้อย
อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็ยังไม่อาจเทียบกับเขาได้ในช่วงนี้
เป็นไปไม่ได้ที่ดาบซึ่งถูกสร้างด้วยทักษะเช่นนั้น จะสามารถเทียบกับดาบเหล็กหวู่จือของเขาได้
“เอาล่ะ ข้าจะเชื่อท่าน!!”
เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยความผ่อนคลาย เขามักจะติดว่าการกระทำของ หวัง ชง นั้นเต็มไปด้วยความประมาท แต่กลับมีเหตุผลบางอย่างเมื่อเขาเห็นความมั่นใจของ หวัง ชง มันกลับทำให้เขาคล้อยตามได้ง่ายโดยไม่อาจหาคำกล่าวใดๆ ออกมาได้
“อย่างไรก็ตาม ท่านจะไม่ปฏิเสธเงินใช่ไหม!? การเดิมพันควรจะลงเดิมพันด้วยเงินที่เท่ากันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าอย่างไรพ่อค้าชาวเถียวจือมีความมั่งคั่งมาก ทำไมท่านถึงต้องเอื้อประโยชน์ให้เขาเช่นนั้น มันจะไม่ดีกว่าหรือหากเรียกเดิมพันที่เท่ากันจากเขา!?”
เมื่อคำนึงถึงข้อตกลงในเดิมพัน เว่ย ฮ่าว ก็บ่นขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ต้องกังวล ข้ารู้ว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่ นี่เรียกว่าใช้ปลาเล็กล่อปลาใหญ่!!”
หวัง ชง ตบไหล่ของ เว่ย ฮ่าว พลางกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม เขามีแผนการที่ใหญ่กว่านี้มาก เงินเพียงหนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองไม่เพียงพอสำหรับเขาภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
ตราบใดที่เขาสามารถเปิดตลาดดาบเหล็กหวู่จือขึ้นมาได้ เงินเพียงหนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองจากการเดิมพัน จะไม่สามารถเทียบได้แม้แต่นิดเดียว
“ข้าต้องไปแล้ว!! ข้าจะฝากเรื่องนี้ไว้กับเจ้า!! เว่ย ฮ่าว จำไว้ว่าหากเกิดเรื่องแบบนี้อีก ให้ทำตามที่เกิดขึ้นในวันนี้!!”
หวัง ชง กล่าวทักทายภิกษุชาวสินธุทั้งสองที่นั่งดื่มอยู่ด้านนอกเล็กน้อย ก่อนจะจากไป
หวัง ชง ไม่ต้องการให้คนอื่นๆ รับรู้เรื่องของเขาต่อโรงเตี๊ยมวิหคเงินมากเกินไปนัก สำหรับพ่อค้าชาวเถียวจือนั้น หากว่าเขาไม่เก่งพอ เขาย่อมไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของ หวัง ชง แน่นอน
ทันทีที่ หวัง ชง ก้าวออกจากโรงเตี๊ยมวิหคเงินนั้น ราคาของดาบก็ถูกปรับเป็นสี่พันแปดร้อยตำลึงทอง พร้อมกับที่ดาบของ โมเสด ถูกแขวนไว้ด้านหน้าโรงเตี๊ยมวิหคเงิน
นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามวันที่มีดาบเล่มอื่นถูกนำมาแขวนที่หน้าโรงเตี๊ยมวิหคเงิน
ยิ่งกว่านั้น จากรูปลักษณ์ที่เห็นอยู่นั้น เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่ดาบของทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นดาบของเถียวจือ อย่างไม่ต้องสงสัย
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนทันที
กฎของการดวลดาบที่ถูกประกาศตามออกมานั้น ได้สร้างความโกลาหลเกินกว่าที่ หวัง ชง คาดเอาไว้อย่างมาก
ดาบอันดับหนึ่งของโลก การเผชิญหน้าระหว่างดาบทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ และเถียวจือ , อาหรับ ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
มีพ่อค้าชาวเถียวจือ และอาหรับ จำนวนมากภายในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม พวกเขาส่วนใหญ่ยังคงอยู่ภายในขอบเขตของตนเอง ดังนั้น นี่จึงเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรกของดาบจากทิศตะวันออก และดาบจากทิศตะวันตก
เรื่องนี้กลายเป็นจุดสนใจอย่างมาก
“ฮึ่ม!! เจ้านั่นมันคิดว่ามันจะเป็นตัวแทนของต้าถังได้งั้นรึ!?”
เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกมาเช่นนี้ ตระกูล เฉิง ก็เป็นตระกูลแรกที่เริ่มเคลื่อนไหว แม้ว่าภายนอกในกลุ่มของช่างตีเหล็กของเมืองหลวงนั้น พวกเขาทั้งหมดจะมีความกลมเกลียวต่อกันก็ตาม แต่ทว่าความจริงแล้วพวกเขาต่างก็แย่งชิงความเป็นหนึ่งในกลุ่มช่างตีเหล็กมาโดยตลอด
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่คาดหวังว่าจะมีใครสามารถเอาชนะพวกเขาได้
จากสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงเตี๊ยมวิหคเงินในเวลานี้ มันเป็นสิ่งที่ทำให้ตระกูลช่างตีเหล็กทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหวทันที
ไม่ว่าคนที่นำดาบมาขายที่โรงเตี๊ยมวิหคเงินจะกระจายข่าวนี้ออกมาด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม แต่การประกาศตัวว่าเป็นดาบอันดับหนึ่งแห่งทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ตระกูลตีเหล็กอื่นๆ ไม่สามารถทนได้
.........................