ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 30 : ตัดความสัมพันธ์

    แต่ก่อนที่บรรยากาศโดยรอบจะอึมครึมไปมากกว่านี้ จู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากเชิงเขา “เจ้าบ่าวมาถึงแล้ว”


    ดวงตาของใครหลายๆคนเป็นประกายอย่างกะหันทัน ทุกสายตาพลันจับจ้องไปยังทิศทางตีนเขาเพื่อรอการปรากฏตัวของเจ้าบ่าว


    ทิศทางนั้นดึงดูดทุกสายตา ไม่เว้นแม้แต่ปรมาจารย์ซูหยานที่เหล่มองไปยังทางเชิงเขาก่อนที่มันจะเผยรอยยิ้มลึกลับ


    หลังจากนั้นไม่นานร่างในชุดคลุมสีแดงก็ปรากฏตัว นั่นคือใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยของจางหลิน เขามีรอยยิ้มแห่งความมั่นใจราวกับเป็นมังกรหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความกระฉับกระเฉง...


    จางหลินมาถึงแล้ว!


    ด้านหลังของเขาคือจางหยินเซียวที่อยู่ในชุดเกราะตัวเดิมที่คุ้นเคย เขากำลังเดินตามหลังมาด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มอ่อนๆ


    ฝูงชนมากมายอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เนื่องจากวันนี้เป็นพิธีมงคลสมรส เหตุใดจางหยินเซียวถึงได้สวมชุดเกราะราวกับว่ากำลังจะไปออกรบอย่างไรอย่างนั้น?


    เมื่อเห็นท่วงท่าและการปรากฏตัวที่สง่างามของจางหลิน หญิงสาวมากมายที่อยู่รอบนอกของลานกว้างอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างเมื่อมองไปยังชายหนุ่มรูปงามที่ก้าวเข้ามา


    พวกนางไม่ได้คาดคิดว่านายน้อยของตระกูลจางจะมีรูปโฉมที่งดงามถึงเพียงนี้


    แม้ว่าชื่อเสียงของนายน้อยไร้ประโยชน์ของตระกูลจางจะเป็นที่รู้จักโดยทั่วกัน แต่ในความเป็นจริงมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เคยพบเห็นใบหน้าของเขามาก่อน เพราะจางหลินแทบจะไม่ได้ออกจากตระกูลจาง และสถานที่ที่เขาปรากฏตัวบ่อยครั้งคงจะมีเพียงหอตำราในศูนย์การค้าเท่านั้น


    นี่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่จางหลินได้เปิดตัวต่อสาธารณชน


    หญิงสาวหลายคนที่กำลังหัวใจเต้นแรงก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าหลังจากตระหนักได้ว่า หากเขาสามารถฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ได้ จางหลินอาจจะถูกเรียกได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่สมบูรณ์แบบ


    “พี่จาง…” ชิงเยว่ในชุดเจ้าสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทำให้ชายหนุ่มรอบๆที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจเต้นแรง


    แต่กลับกันประโยคของนางกลับทำให้จางหลินที่กำลังเดินเข้ามารู้สึกขยะแขยงในใจมากยิ่งขึ้น


    [ทักษะการหลอกลวงของนางอยู่ในระดับไร้ที่ติแล้วจริงๆ]


    [หากข้าไม่ได้ไปเห็นเองกับตาในคืนนั้น ข้าก็คงจะโง่งมเช่นนี้ต่อไปจนตาย!]


    จางหลินพยายามสงบสติอารมณ์ เขาหยุดฝีเท้าลงและประสานมือทักทายเหล่าแขกผู้มีเกียรติ “ท่านเจ้าเมือง ลุงชิง ผู้อาวุโสฉี ผู้อาวุโสหลิน ผู้อาวุโสเสิ่น ผู้อาวุโสหยู”


    เจ้าเมืองมู่ ชิงเหลียนเฟิง เสิ่นเป่ยลี่ หยูหมานเทียน ฉีเหิงเทียนและหลินเมิ่งเยี่ยนพยักหน้าให้แก่เขา แต่ถึงกระนั้นใบหน้าของสองคนหลังกลับมีร่องรอยของการดูถูกซ่อนอยู่เล็กน้อย 


    “ในที่สุดเจ้าก็มา” ชิงเหลียนเฟิงมองไปยังจางหยินเซียวด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร 


    จางหยินเซียวรีบประสานมือตอบกลับและอธิบายว่า “ต้องขออภัย พวกเราต้องรีบหาสัญญาหมั้นหมายในอดีตมาด้วย ดังนั้นจึงเกิดการล่าช้าเล็กน้อย”


    เมื่อได้ยินดังนั้นชิงเหลียนเฟิงและคนอื่นๆที่ได้ยินก็เผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้


    ดูเหมือนว่าเจ้าจะภูมิใจกับมันมาก!


    จางหลินเดินผ่านชิงเหลียนเฟิงและประสานมือไปอีกทาง “พี่หยาง ท่านปรมาจารย์ซู พวกท่านเองก็มาด้วย”


    “ในฐานะสหายเก่าของตระกูลชิง ข้าย่อมต้องมาดูให้เห็นกับตาเป็นธรรมดา เผื่อว่าจะมีใครบางคนต้องการจะสร้างความวุ่นวายในพิธีของเจ้า…” ปรมาจารย์ซูหยานลูบเคราและพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่มันจะกวาดตามองไปรอบๆ “เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าข้าหมายถึงอะไร”


    ปรมาจารย์ซูหยานกำลังสื่อว่าจางหลินอาจจะถูกต่อต้านจากผู้ที่หมายปองชิงเยว่ จนอาจจะทำให้พิธีเป็นโมฆะเพราะมีใครหลายๆคนไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้


    ฉะนั้นการมีปรมาจารย์ซูหยานอยู่ในที่แห่งนี้ อาจจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่กล้าที่จะมีปากมีเสียงอีกต่อไป


    จางหลินอดไม่ได้ที่จะดูถูกเหยียดหยามในใจ


    [เจ้าจิ้งจอกเฒ่า!]


    [เห็นได้ชัดว่าเจ้าอยู่ที่นี่เพื่อกดดันข้า!]


    แต่เขาก็แสร้งเป็นถอนหายใจอย่างโล่งอก “เช่นนั้นหากเกิดอะไรขึ้นกับข้า ข้าหวังว่าท่านจะช่วยข้าได้”


    ปรมาจารย์ซูหยานโบกมืออย่างใจเย็น “ไม่ต้องกังวล มีข้าอยู่ที่นี่ ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องเจ้าอย่างแน่นอน”


    จางหลินทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆและเดินไปตามทางพรหมงดงาม 


    ชิงเยว่ในชุดเจ้าสาวจ้องมองจางหลินในระยะไกลด้วยแววตาเป็นประกาย “พี่จาง ในที่สุดท่านก็มา”


    จางหลินพยักหน้าให้แก่นางอย่างยิ้มแย้ม แต่หัวใจของเขากลับเย็นชาจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้


    จากนั้นเจ้าเมืองมู่ก็ออกมาจากที่นั่ง และเดินตรงไปที่คนทั้งสองเพื่อที่จะเป็นผู้เปิดพิธี พลางผายมือไปยังเก้าอี้ที่ว่างเบื้องหน้าเวที “เชิญญาติฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวประจำที่—”


    แต่ก่อนที่จางหยินเซียวและชิงเหลียนเฟิงจะเดินไปที่พิธี จู่ๆจางหลินก็โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ช้าก่อน!”


    การขัดจังหวะของเขาทำให้ทุกสายตาพลันจับจ้องไปที่จางหลินด้วยความสับสนในใจ


    คิ้วของเจ้าเมืองมู่ขมวดขึ้นเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกล่าวถาม “เจ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก่อนจะเริ่มพิธีหรือไม่?”


    จางหลินไม่ได้เอ่ยตอบ เขาเปิดกล่องไม้สลักในมือและหยิบสัญญาหมั้นหมายออกมาแสดงให้ทุกคนได้เห็น “ที่ข้ามาวันนี้ไม่ได้มาเพื่อแต่งงาน แต่ข้ามาเพื่อยกเลิกพิธีแต่งงานและตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับชิงเยว่!”


    “อะไร!?” เสียงอุทานนับพันดังกึกก้องโดยไม่ได้นัดหมาย ดวงตาของใครหลายๆคนเบิกกว้างเมื่อจ้องมองไปยังจางหลินราวกับกำลังมองไปยังคนโง่


    เขาคิดบ้าอะไรอยู่ถึงได้กล้าที่จะเอ่ยคำนั้นออกมา!?


    เขาคิดว่าเขามีคุณสมบัติที่จะยกเลิกพิธีแต่งงานได้งั้นหรือ?


    คำขอของจางหลินไม่ต่างจากการตบหน้าตระกูลชิงฉาดใหญ่! การกระทำของเขาได้ทำให้ตระกูลชิงอับอายขายหน้าอย่างแน่นอน


    คิ้วที่เรียงรายของปรมาจารย์ซูหยานกลับขมวดเข้าหากัน ดวงตาของมันฉายแสงเย็นชาราวกับเทือกเขาน้ำแข็ง!


    ทุกสายตาพลันจับจ้องไปที่ตระกูลชิง ทำให้การแสดงออกของชิงเหลียนเฟิงค่อยๆบิดเบี้ยวจนเป็นสีเขียว ก่อนที่มันจะลุกขึ้นพรวดด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าหนูหลิน! เจ้ากำลังล้อเล่นอะไรอยู่!?”


    การแสดงออกของจางหลินดูรู้สึกผิดเล็กน้อย เขายกมือขึ้นมาประสานและกล่าวด้วยเสียงที่แผ่วบาง “ลุงชิง ข้ารู้ดีว่าสถานะของข้าทำให้ตระกูลชิงต้องรู้สึกอึดอัด เพราะข้าไม่สามารถตอบแทนความคาดหวังของพวกท่านได้”


    “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ชิงเหลียนเฟิงพยายามระงับความโกรธขณะกล่าว


    จางหลินถอนหายใจด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง “ในตอนนั้นที่ท่านได้หมั้นหมายข้าไว้กับชิงเยว่ก็เพียงเพราะมองเห็นพรสวรรค์ของข้า แต่เนื่องจากข้าไม่สามารถเริ่มฝึกฝนลมปราณได้ นั่นอาจจะทำให้อนาคตของชิงเยว่ถูกจำกัด ฉะนั้นชิงเยว่ควรมีอนาคตที่ดีกว่านี้…”


    จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองชิงเยว่ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น “ชิงเยว่ ขอแสดงความยินดีที่เจ้าถูกรับเลือกเป็นศิษย์สายตรงลำดับที่สี่ของปรมาจารย์ซู นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าสามารถเดินตามทางของตนเองได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับข้าอีกต่อไป”


    ประโยคนั้นทำให้ใบหน้าที่งดงามของชิงเยว่ซีดเซียวจนไร้สี การแสดงออกของนางเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนกที่อธิบายไม่ได้!


    แม้แต่ปรมาจารย์ซูหยานที่กำลังเดือดดาลอยู่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะตัวแข็งทื่อ ความโกรธและความไม่พอใจก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจที่ยากจะบรรยาย


    ข่าวคราวเกี่ยวกับการที่ปรมาจารย์ซูหยานรับชิงเยว่เป็นศิษย์สายตรงลำดับที่สี่ควรจะมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้!


    แล้วจางหลินรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร!?

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน