วรารัตน์เบิกตากว้าง เมื่อสติย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง เธอจึงใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ผลักอกแกร่งและขืนตัวลุกออกจากตักแกร่งจนได้ เธอรีบหันหลังเดินวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นอย่างเร็วไว ตรงไปที่บันได
วรารัตน์วิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นบน โดยไม่คิดจะเหลียวมองดูข้างหลัง ว่าชายหนุ่มตัวโตจะลุกตามเธอหรือไม่อย่างไร จนกระทั่งเธอเข้าไปห้องนอนของตัวเอง ปิดประตูห้องมิดชิดแล้วนั่นแหละ จึงยืนพิงประตูห้องหอบหายใจถี่ๆ อย่างเหนื่อยหอบ
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะเรา!!!!......”
วรารัตน์ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาทาบหน้าอกซีกซ้าย ที่ตอนนี้หัวใจที่อยู่ภายใน กำลังเต้นแรงรัวเร็ว ดังตุ๊บๆๆๆ แทบจะทะลุออกจากอก เธอชอบเขาน่ะใช่ ชอบ แต่หากจะปล่อยตัวปล่อยใจไปให้เขาอย่างนี้เธอไม่เอานะ หากเธอปล่อยตัวปล่อยใจ เลยตามเลย แทนที่เขาจะชอบเธอ เผลอคงจะดูถูกดูแคลนเธอมากกว่านี้ก็เป็ได้
วรารัตน์ไม่คิดจะย้อนกลับลงไปข้างล่าง ไปดูผู้ชายตัวโต ผู้ที่เป็เ้าของบ้านนี้อีก เขามีแรงขนาดนั้น คงไม่ได้เมามายอะไรมากมาย คงดูแลตัวเองได้แหละ เธอส่ายหน้าสลัดความอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ออกไป แล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาถือไว้ เดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ
ไม่ถึงยี่สิบนาที วรารัตน์ก็เดินออกจากห้องน้ำ เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบชุดนอนออกมาสวมใส่ แล้วค่อยเดินไปหยิบโลชั่นขึ้นมาทาชโลมผิวหน้าและผิวกาย เมื่อทาโลชั่นเสร็จ ก็ปิดไฟในห้อง แล้วเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงนอน
“นอนสินอน จะคิดอะไรนักหนา”
วรารัตน์นอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงนอนหลายตลบ พยายามนอนให้หลับ ทำยังไงก็ไม่หลับ ภาพความทรงจำที่พึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไหลมาในความคิดจนเห็นภาพชัดเจน และแถมยังทำให้ร่างบางเกิดอาการวูบวาบ สะบัดร้อนสะบัดหนาวด้วยอีกต่างหาก
วรารัตน์ลืมตาขึ้นในความมืด ยกมือเรียวเล็กขึ้นแต่ที่ปากบางจิ้มลิ้ม คือยอมรับเลยว่าเธอไม่เคยพานพบประสบการณ์ ที่ผ่านมาก่อนนี้มาก่อนเลยจริงๆ ถึงจะมีผู้ชายมาชอบพอเธอมาก แต่เธอก็ไม่เคยตกลงปลงใจกับใครสักคน อาจจะเป็เพราะเธอเลือกมาก และสเปคสูง
“ไม่เอา ไม่คิดๆ นอนสิ นอน”
วรารัตน์ลดมือลงทาบอก ส่ายศีรษะไปมากับหมอน จนเส้นผมกระจายเต็มหมอน ปิดเปลือกตาลง พยายามข่มตาให้หลับไปให้คิดเื่ที่ผ่านมา จนในที่สุดความพยายามก็เป็ผลสำเร็จ เธอผล็อยหลับไปในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ
วรารัตน์ตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เมื่อนาฬิกาดังปลุก เธอรู้สึกยังอยากจะนอนหลับต่ออีกอยู่เลย แต่ด้วยความที่จะต้องตื่น เพราะหากไม่ตื่นตอนนี้ เธอจะไม่มีเวลาทำธุระส่วนตัวเลย เพราะอีกไม่ช้าไม่นอนเด็กชายน้องโฟร๊คก็จะตื่นขึ้นมาแล้วนั้นเอง
วรารัตน์จึงรีบลุกออกจากเตียงนอน เดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับออกมาแต่งเนื้อแต่งตัว จากนั้นก็ออกจากห้องนอนไปยังห้องนอนเด็ก แต่พอวรารัตน์ก้าวเข้าไปในห้องนอนเด็ก ก็ต้องชะงักเท้าค้าง ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อซับสี เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยปะทะเข้ากับดวงตาคมกริบ ที่จ้องมองมาที่เธออยู่ก่อนแล้ว
วรารัตน์กะพริบตาถี่ๆ แสร้งมองไปทางอื่น ทำเหมือนเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอและเขา แต่กระนั้นเธอก็ยังสังเกตเห็นว่า ผู้ชายตัวโตที่ยืนอยู่ใกล้เตียงนอนเด็ก เขาได้แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยชุดพร้อมออกไปทำงานเรียบร้อยแล้ว
“อะ แอ้!!!!......”
“ไงครับลูกชายพ่อ ตื่นแล้วเหรอลูก...... เดี๋ยวพ่อไปทำงานก่อน แล้วเดี๋ยวจะรีบกลับนะครับ”
เสียงเด็กชายน้องโฟร๊คดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มหญิงสาวหันไปให้ความสนใจกับเด็กชายตัวน้อย กิตติภพที่อยู่ใกล้ๆ จึงยืนมือใหญ่ไปอุ้ม เด็กชายตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง พอเดินเข้ามาใกล้ๆ วรารัตน์ เพื่อจะให้เธอรับเด็กชายตัวน้อยไปจากเขา
“มาหาพี่นุ่นนะคะ”
วรารัตน์รับเด็กชายตัวน้อยมาจากกิตติภพ ดวงตากลมโตคู่สวยเหลือบมองใบหน้าครามครันนิดหนึ่ง แต่ก็ต้องแสร้งมองไปที่เด็กชายตัวน้อย เมื่อเห็นเขาจ้องมองมาที่เธอ
“เตรียมตัวให้พร้อมนะ ผมจะกลับมาตอนบ่ายแก่ๆ แล้วจะได้เดินทางกันเลย”
“พ่อไปทำงานก่อนนะครับ”
กิตติภพบอกกล่าววรารัตน์ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะหันมาพูดกับลูกชายตัวน้อยของเขา และยังยื่นจมูกมาหอมแก้มยุ้ยของเด็กชายตัวน้อยด้วย โดยที่สายตาคมกริบมองดูใบหน้าสวยหวาน ก่อนจะผละเดินออกจากห้องไป ทำให้หญิงสาวที่มองตาม เผลอกัดริมฝีปากล่างตัวเอง และภายในใจหวนคิดไปถึงเื่ราวเมื่อคืนที่ผ่านมาอีกครั้ง
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕