‘หากนางาเ็แม้แต่เพียงปลายเล็บ ข้าจะสับเ้าให้แหลกคามือ ลิ้มจ้าวเฉิน!’ เขากล่าวอาฆาตพร้อมสายตาแดงก่ำ ก่อนร่างขององครักษ์ประจำกาย จะเปิดประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อน
“ให้ข้าน้อย ตามไปสมทบกับองค์ชายสี่ดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“พวกมันกำลังลองใจข้า หากส่งคนตามองค์ชายสี่ไป หยางเอ๋ออาจไม่ปลอดภัย ลำพังฝีมือและสติปัญญาขององค์ชายสี่ คงปกป้องหยางให้รอดพ้นจนถึงวันพรุ่งนี้ เมื่อจัดทุกอย่างเสร็จแล้ว ข้าจะบุกไปช่วยนางด้วยตัวเอง ส่วนเ้าก็ดำเนินตามแผนการได้ทันที”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ขณะที่คบเพลิงจำนวนมากถูกจุดไว้ตามมุมต่าง ๆ เพื่อให้แสงสว่าง ร่างขององค์ชายหยางเติ้งเดินเข้ามาหาลิ้มจ้าวเฉินด้วยความรีบร้อน
“ท่านตา ท่านจับตัวพระชายาหยางเอ๋อมาทำไมกัน รู้หรือไม่ว่าจุดอ่อนของอี้เทียนไม่ใช่นาง เหตุใดจึงไม่ปรึกษาข้าก่อน” ชายชราเห็นท่าทีร้อนรนของหลานชาย จึงกวักมือให้เข้ามาร่วมโต๊ะอาหาร
“หลานชายของข้า เข้ามากินอาหารให้ใจเย็นก่อน” เมื่อเห็นชายชรากวักมือเรียก ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงค่อย ๆ สงบสติตัวเอง แล้วก้าวเท้าเข้าไปหา พลันย่อตัวนั่ง ทอดสายตามองอาหารบนโต๊ะ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็อาหารที่เขาชื่นชอบทั้งสิ้น
“อย่าพึ่งคิดเื่อื่น ปากท้องสำคัญที่สุด” ลิ้มจ้าวเฉินคีบเนื้อปลาตุ๋นวางไว้บนถ้วยเปล่า แล้วยื่นให้อีกฝ่ายพร้ะเกียบ
องค์ชายหยางเติ้งเห็นดังนั้นจึงรับมา แล้วคีบอาหารใส่ปาก ััได้ถึงรสชาติอันแสนคุ้นเคยที่มารดาเคยทำให้ เขาคีบอาหารอีกสองสามอย่างใส่ปากช้า ๆ แล้ววางตะเกียบลง ก่อนชายชราจะรินเหล้าใส่จอกแล้วยื่นให้พร้อมรอยยิ้มเมตตา
“ข้าสั่งให้คนหมักไว้เกือบห้าปี กินซะหน่อย ดูว่าฝีมือการหมักเหล้าของข้าเป็ยังไง” เขาก้มดื่มเหล้า แล้วน้ำตาเอ่อขึ้น ตลอดระยะเวลาที่อยู่วังหลวง เขาโดดเดี่ยวและแสนอ้างว้าง หันไปทางใด ก็มีแต่คนตราหน้าว่าเป็บุตรของมารดาที่โเี้ ไม่เคยได้รับความรักความอบอุ่นจากผู้ใด ก่อนชายชราจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“อดทนอีกหน่อย เมื่อเ้าได้เป็รัชทายาท ถึงตอนนั้น ขอเพียงแค่ฮ่องเต้ต อำนาจทั้งหมดอยู่ในมือเ้า ตากับแม่ของเ้า จะได้อาศัยใบบุญกลับเข้าไปมีอำนาจอีกครั้ง” เขาพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ท่านตา ให้คนส่งพระชายากลับวังหลวงเถอะ ตอนนี้ยังหาข้อแก้ตัวได้ทัน จุดอ่อนของอี้เทียนไม่ใช่นาง” ชายชรายิ้ม แล้วกระดกเหล้าเข้าปาก
“นางไม่ใช่จุดอ่อนของอี้เทียน แต่ข้าคิดว่านางเป็จุดอ่อนขององค์ชายสี่” ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้ว
“ท่านตามีแผนการอะไรงั้นเหรอ”
“องค์ชายสี่ต้องตามมาช่วยพระชายาอย่างแน่นอน หากอี้เทียนขาดกำลังสำคัญอย่างองค์ชายสี่ไป ล้วนเป็ผลดีต่อกองกำลังของเ้ามิใช่รึ?” สิ้นเสียงชายชรา หยางเติ้งจึงเข้าใจเหตุผลทุกอย่างในทันที
“เหตุใดข้าจึงคิดไม่ถึง” เขาพึมพำแล้วยกเหล้าขึ้นดื่มพร้อมรอยยิ้ม
หญิงสาวใบหน้างดงามในชุดสูงศักดิ์ ถูกคนของลิ้มจ้าวเฉินนำมาขังไว้ในห้องแคบ ๆ พร้อมชายชุดดำเฝ้าดูอยู่ไม่ห่างไปไหน ท่ามกลางแสงของคบเพลิง นางจับจ้องไปยังอาหารตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แผนการของพวกเ้าไม่มีวันสำเร็จ” ชายชุดดำหันมาแล้วตอบกลับ
“ข้าน้อยเป็เพียงแค่บ่าวรับใช้ ทำตามคำสั่ง ไม่มีเจตนาล่วงเกินพระชายาแต่ประการใด” หญิงสาวแน่นิ่ง แล้วเปรย ออกมาด้วยกิริยาราบเรียบ ไม่แสดงความหวาดกลัวใด ๆ ออกมา
“ต่อให้รอทั้งคืน องค์ชายรองก็ไม่มีทางเสด็จมา เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์” นางยอมรับโชคชะตาของตัวเอง พร้อมหันมองไปยังอีกฝ่าย
“หากองค์ชายรองไม่มาช่วยข้า พวกเ้าจะฆ่าข้างั้นเหรอ?” นางถามพร้อมเอื้อมไปคีบอาหารใส่ปากช้า ๆ ก่อนเสียงกระบี่จากด้านนอกดังขึ้น ทำให้ชายชุดดำรีบออกไปด้วยความรวดเร็ว หลังจากนั้น เสียงกระบี่ที่กระทบกันก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ นางค่อย ๆ ทิ้งตะเกียบในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนในทันที
ก่อนประตูห้องจะเปิดออก พร้อมร่างขององค์ชายสี่ที่กำลังต่อสู้กับคนพวกนั้น เมื่อสบโอกาสเขารีบวิ่งเข้ามาดึงร่างของหยางเอ๋อเข้าหาตัว โอบกอดนางไว้อย่างแนบชิด พร้อมปกป้องนางด้วยชีวิต
“ไม่ต้องกลัวนะหยางเอ๋อ ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะพาเ้ากลับวังหลวง” คำพูดแสนอบอุ่นของชายหนุ่ม ทำให้นางรับรู้ถึงความรักบริสุทธิ์ที่เขามอบให้ นางค่อย ๆ พยักหน้า ก่อนเซียวจ้านจะหันดวงตามุ่งมั่น กลับไปยังศัตรูพลันยกกระบี่ขึ้น เตรียมต่อสู้กับอีกฝ่าย
กลุ่มชายชุดดำนับสิบกรูกันเข้ามาหมายเอาชีวิต พร้อมกระบี่ขององค์ชายสี่ตวัดกวัดแกว่งเข้าต่อสู้ ภายในอ้อมกอดของเขาพาร่างของหยางเอ๋อหลบคมมีดทุกทิศทาง ใช้แรงทั้งหมดต่อสู้กับคนพวกนั้น แล้วพานางออกจากห้องขนาดเล็ก พุ่งตัวออกมายังลานโล่งกว้าง ก่อนจะชะงักนิ่ง เมื่อพบว่าแท้จริงแล้ว ยังมีกองกำลังนับร้อยยืนคอยอยู่ด้านนอก พร้อมอาวุธครบมือ จับจ้องมองมาเป็จุดเดียวกัน
หยางเอ๋อเห็นดังนั้น จึงรั้งแขนอีกฝ่ายไว้ ให้เขาออมแรง
“พวกเราไม่มีทางฝ่ากองกำลังพวกนี้ออกไปได้แล้วเพคะ หากฝืนต่อสู้ จะเป็ผลเสียมากกว่า” นางกระซิบแล้วจับแขนอีกฝ่ายแน่น ก่อนองค์ชายสี่จะหันใบหน้าที่มีเม็ดเหงื่อมากมายผุดขึ้นมา