NameLess : แก่ขึ้นแล้วเย้
pouringrain : จ้า ฉันแก่ละเธอไม่แก่ขึ้นเลยเนอะ 5555
NameLess : สุขสันต์วันเกิดนะ :)
pouringrain : ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ฟังฉันบ่นมาตลอดด้วย
NameLess : ใครบอกว่าฉันฟัง
pouringrain : เดี๋ยวจะโดน
NameLess : แน่จริงก็มาดิ :p
pouringrain : หนีให้ทันละกัน
pouringrain : ไปละๆ ไปทำงานก่อน
“เรน ไปกันได้ยัง มัวแต่คุยกับใครอ่า” เลิกเรียนพอดีตะวันลุกมาตามไปคุยงาน
“อ๋อ ได้เลย ไปคุยที่ไหนดี” ฉันรีบเก็บกระเป๋า
“ดาดฟ้ามั้ย”
“ตอนนี้มันจะเย็นแล้วนะ ขึ้นไปได้หรอ”ฉันถามเพราะแอบกลัวโดนล็อคประตู
“ได้สิ ก่อนหกโมงเย็น”
“…”
“ลุงยามมาล็อคประตูหกโมงเย็น”ตะวันยืนยันกับฉันอีกครั้งเพราะเห็นฉันไม่ค่อยมั่นใจ
“งั้นก็โอเค ปะ ไปกัน”
เราเปิดประตูดาดฟ้าแล้วเอากระเป๋ากั้นประตูให้เปิดค้างไว้ก็ฉันต้องเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินนี่นา เรานั่งเกาะลูกกรงข้างกัน ด้านหน้าเป็ภาพนักเรียนเดินกันขวักไขว่บ้างเดินออกนอกประตูโรงเรียน บ้างยังจับกลุ่มคุยเล่นกัน
“อืมม เริ่มยังไงดี” ฉันพูดขึ้น
“คุยกันสบายๆ ก่อนละกัน เดี๋ยวมันก็โฟลวเอง” แหงล่ะนายเป็คนพูดเก่งมันก็ดูง่ายน่ะสิ
“งั้นนายเริ่มสิ”
“เธอชอบความสัมพันธ์แบบพระเอกนางเอกรึเปล่า ของภาคแรกนะที่มี่เวลาดีๆ แล้วก็จากกัน”
“ฉันชอบนะความรักมันไม่ใช่ต้องจบที่อยู่ด้วยกันหรือต้องเดินทางกลับพร้อมกันเสมอไปมันประกอบด้วยอะไรหลายๆ อย่างมากกว่าการที่คนสองคนจะรักกัน”
“แล้วถ้าทั้งสองคนรู้ใจตัวเองว่ารักกันทำไมไม่พยายามทำอะไรซักอย่างเพื่อยืดความสัมพันธ์เอาไว้ล่ะ”
“ฉันมองว่ามันไม่ได้ใช้แค่ความรักอย่างเดียวมันขึ้นกับจังหวะเวลาแล้วก็อะไรหลายๆ อย่างด้วย ถ้าเป็นายนายจะรั้งอีกฝ่ายเอาไว้หรอ”
“ถ้าฉันรู้ว่าอีกฝ่ายคิดเหมือนกันฉันคงทำทุกทางเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน”
“แต่การดันทุรังโดยที่องค์ประกอบอื่นๆ มันยังไม่มีอะไรพร้อมมันจะจบด้วยดีแน่หรอ สู้ปล่อยไว้อย่างนั้นเก็บเป็ความทรงจำดีๆจะไม่คุ้มค่ากว่าหรือไง ในอนาคตถ้าจังหวะมันใช่เดี๋ยวก็กลับมาเจอกันอีก”
“มันก็แปลว่าไม่ทุ่มเทให้ความรักหรือเปล่าหรือสิ่งที่เกิดขึ้นมันยังไม่ใช่ความรัก”
“สำหรับฉัน มันก็คือความรักแหละ ใน่เวลาหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดจริงๆ และเราต่างก็รู้สึกจริงๆ มันเหมือนกับว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นพวกนี้มันมีชีวิตใน่เวลานั้นน่ะ”
“แล้วเธอก็ไม่ไขว่คว้ามันต่อ ?”
“อืม นายเข้าใจใ่ช่มั้ย บางสถานการณ์เราดันทุรังไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น”
“ฉันน่ะ ไม่ค่อยเข้าใจหรอกเพราะถ้าไม่ไขว่คว้าไว้ฉันจะรู้สึกเสียดายตลอดชีวิตฉันยอมเสียใจภายหลังมากกว่ามานั่งเสียดายน่ะ”
“นั่นก็ดูเป็นายดีนะ นายคิดว่าตัวเองจะคิดแบบนี้ไปตลอดเลยมั้ย”
“ไม่รู้สิ รู้แค่ว่าตอนนี้ฉันคิดแบบนี้ อนาคตฉันอาจเปลี่ยนใจก็ได้แต่ว่าฉันตอนนี้ก็คือฉันตอนนี้ ฉันในอนาคตนั่นก็เป็อีกคน”
“คนเราก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาอะเนอะ”
“อืม ฉันรู้นะว่าอนาคตเราอาจได้เจอคนอีกมากมายได้เจอเื่ราวอีกมากมายแต่ฉันก็อยากคว้าโอกาสที่ได้ในแต่ละ่เวลาไว้ให้แน่นที่สุด มัน…กลายเป็การยึดติดรึเปล่า”
“ไม่หรอก อย่างน้อยนายก็เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำหวังว่านายจะรู้ลิมิตตัวเองใช่มั้ย” ฉันถามเล่นพลางหัวเราะ
“เอาจริงนั่นอาจเป็ปัญหาของฉัน ฮ่าๆๆ”ตะวันเยาะเย้ยตัวเองอย่างอารมณ์ดี นายนี่มีพลังเยอะจริงๆ
“จริงๆ แล้ว ฉันชอบความสัมพันธ์แบบพระเอกนางเอกเื่นี้นะนายเลือกมาได้พอดีเลย”
“อ่า ฉันเลือกเพราะฉันไม่ชอบน่ะสิ มีประเด็นไว้วิจารณ์เต็มเลย”เราสองคนมองหน้ากันแล้วขำพรวดกับความบังเอิญแปลกๆ นี้ เห้อ ให้มันได้แบบนี้สิ
เราคุยกันต่อจนได้ประเด็นและแบ่งงานไปทำกันต่อได้นี่ก็ใกล้จะหกโมงเย็นแล้ว พระอาทิตย์หลบไปอยู่มุมไหนแล้วก็ไม่รู้ท้องฟ้ากลายเป็สีฟ้าครามพระจันทร์เสี้ยวโผล่มาทักทายหลังโดนแสงอาทิตย์บังมาทั้งวัน
‘วันนี้วันเกิดฉันถึงจะต้องทำงานอยู่โรงเรียนจนเย็นแต่ก็ถือว่าเป็เื่ดีๆ ที่นานทีจะเกิดกับฉันตะวันทำให้ฉันพูดมากได้ดีทีเดียว ฉันไม่ค่อยได้คุยกับใครแบบนี้เท่าไหร่’ใบหน้าที่มองไปยังประตูโรงเรียนเปื้อนยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“นี่เรน เธอยิ้มอะไร ลงไปกันดีกว่าเดี๋ยวโดนขัง”ฉันสะดุ้งที่อยู่ๆ ตะวันก็ยื่นหน้าเข้ามา
“โอเคๆ ปะ กลับบ้าน”
ระหว่างทางเดินลงไปข้างล่างตะวันก็ถามขึ้น
“เธอกลับยังไง”
“วันนี้กลับรถเมล์ นายล่ะ”
“บ้านเธออยู่ไหน เดี๋ยวฉันไปส่ง”พูดไม่ทันจบตะวันก็คว้าข้อมือฉันเดินไปลานจอดรถ สุดท้ายก็จบที่หน้าบิ๊กไบค์คันโตเอ่อ… ทำไมผู้ชายชอบขี่มอเตอร์ไซค์คันสูงๆ แบบนี้จัง
“ฉันว่าฉันรอรถเอาก็ได้นะ ไม่เป็ไรหรอก”
“เป็สิ ตอนนี้เย็นแล้วกว่ารถจะมาทีก็นานเธอจะไม่ถึงบ้านมืดเลยหรอ ขึ้นมาเร็ว” ตะวันอยู่ในท่าพร้อมออกสตาร์ทได้ตลอดเวลา
ฉันเลยจัดแจงตัวเองขึ้นนั่งซ้อนและบอกทางไปบ้านกับตะวัน
…
“เข้าซอยข้างหน้านี้เลย” ฉันสะกิดตะวันให้เลี้ยวได้เลยจะได้ไม่ผิดซอย
“หลังไหนบอกนะ เดี๋ยวเลย” ตะวันเอียงคอมาบอกฉัน
“จอดๆๆ ถึงแล้วล่ะ”
“โห บอกเป็มอไซค์วินเลยนะ” อ่าวนายพึ่งบอกฉันว่าให้บอกเพราะว่ากลัวเลย
ตะวันจอดบิ๊กไบค์ที่หน้าบ้านฉันพอดีพอดีกับพี่คินเดินออกมา น่าจะออกมาดูว่าเสียงรถใครมาดังหน้าบ้าน
“เรน ไปไหนมา” ทำไมพี่คินต้องดุฉันต่อหน้าตะวันด้วยเนี่ย
“เอ่อ วันนี้คุยงานจนเย็นผมเลยอาสามาส่งเรนที่บ้านครับ”ตะวันตอบกลับหน้ายิ้มแบบไม่กลัว มีแต่ฉันสินะที่คิดว่าพี่คินกำลังดุ
“ฉัน ถาม เรน” ฉันว่าพี่คินดุจริงแล้วล่ะ
“เอ่อ พี่คิน นี่ตะวัน เพื่อนห้องเดียวกันวันนี้ฉันคุยงานกับตะวันที่โรงเรียนจนเย็น ตะวันเลยมาส่งเพราะกลัวฉันกลับมืดน่ะ”
“อืม” พี่คินพยักหน้ารับคำตอบฉัน
“เอ่อ ตะวัน นี่พี่คินนะ พี่ชายข้างบ้านฉันเอง”
“อ่อ สวัสดีครับ พี่ชายข้างบ้าน”ฉันรู้สึกไปคนเดียวหรือเปล่าที่ตะวันเน้นคำหลังจังเลยใบหน้าพี่คินกระตุกเล็กน้อยก่อนจะมองหน้าตะวันอย่างเอาเื่
“มาส่งเสร็จแล้วนิ เสร็จแล้วก็รีบกลับ รอฉันชวนกินข้าวหรอ”
“ฮะๆๆๆ ผมรอให้แน่ใจน่ะครับว่าเรนถึงบ้านอย่างปลอดภัยถ้างั้นผมลานะครับ พี่ชายข้างบ้าน” ตะวันยิ้มแป้นโบกมือบ๊ายบายพี่คิน ฉันยิ้มแหยๆบอกขอบคุณตะวันที่มาส่งก่อนนายนั่นจะบึ่งรถออกไป
“เรน ให้ผู้ชายมารู้จักหน้าบ้านเธอได้ไงเธอรู้ใช่มั้ยว่าเธออยู่คนเดียว” พี่คินเริ่มทำหน้าที่สั่งสอนฉันแล้วทั้งที่ก่อนหน้านี้พี่คินไม่ค่อยว่าอะไรถ้าฉันจะกลับบ้านมืด อ่าแต่นี่ก็เป็ครั้งแรกแหละที่มีคนอื่นมารู้จักบ้านฉัน
“แต่ก็มีพี่คินอยู่ด้วยไง” ฉันทำหน้าหงอเพราะพึ่งรู้ตัวว่ามันก็ค่อนข้างอันตรายเหมือนกันเพราะตะวันก็เป็ผู้ชายแถมยังพึ่งเคยคุยจริงๆ จังๆ กันก็ไม่นาน
“เห้อออ” พี่คินถอนหายใจยาว
“หอมจัง วันนี้ทำอะไรกินหรอ” ฉันเบี่ยงประเด็นไปเื่อื่น
“ก็รอเธอกลับมากินข้าวนี่แหละ เข้าบ้านมาก่อน ฉันเลี้ยงเองวันนี้วันเกิดใครอะ” ฮะ ฉันแปลกใจเพราะปกติพี่คินไม่เคยชวนฉันไปกินข้าวด้วยกันแต่จะชอบทำกับข้าวแล้วเอามาให้มากกว่านี่เท่ากับว่าพี่คินรอฉันกลับมากินข้าวด้วยกันหรอเนี่ย
“จริงหรอ”
“จริง ไม่ได้ฝัน”
“โอ้ย” พี่คินดีดหน้าผากฉันเรียกสติฉันเลยยิ้มออกรีบเดินตามเข้าบ้านพี่คิน
…
“โห นี่กินกันสองคนหรอ เราจะกินกันหมดหรอเนี่ย”ฉันยิ้มกว้างเพราะเห็นกับข้าววางเต็มโต๊ะ มีแต่ของที่ฉันชอบทั้งนั้นเลย เย้ทั้งแกงเลียงเมนูโปรดอันดับหนึ่ง ปลากระพงทอดน้ำปลา ผัดผักแบบแห้งๆ กรอบๆทอดมันกุ้ง ไชโป้วผัดไข่ ต้มข่าไก่ เป็ดย่าง เยอะมาก !
ฉันเห็นความตั้งใจของพี่คินที่ทำให้ฉันขนาดนี้ที่จริงวันเกิดฉันไม่ได้หวังอะไรมาก ฉันรู้สึกขอบคุณกับสิ่งที่พี่คินทำให้วันนี้แน่นอนว่ากับการดูแลตลอดหลายปีที่ผ่านมาด้วยสำหรับการเป็ลูกคนเดียวและการที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียวอย่างฉันสิ่งที่เขาทำให้มันค่อนข้างมากเกินไปด้วยซ้ำ
“ไม่หมดเธอก็ต้องกินให้หมดจะได้มีเรี่ยวมีแรงบ้าง” พี่คินขำตาม
“มารีบกินกันเลยดีกว่า ฉันหิวมาก”ฉันรีบจัดแจงตักข้าวบริการพ่อครัวที่อุตส่าห์เป็เ้าภาพฉลองวันเกิดให้น้องสาว ถึงแม้ว่าการฉลองวันเกิดฉันจะเป็แค่การกินข้าวมื้อธรรมดาแต่สำหรับฉันที่กินข้าวคนเดียวเป็ประจำมันก็มีความหมายมากเหมือนกัน
“เธออายุเท่าไหร่แล้ว” พี่คินถาม
“วันนี้สิบแปดพอดี”
“ดีแล้ว”
“ฮะ ดียังไงหรอ”
“แค่กๆๆๆ น้ำๆ” อยู่ๆ พี่คินก็สำลักพอดี ฉันเลยรีบเอาน้ำให้ดื่ม
“กินยังไงเนี่ย ระวังหน่อยสิ”
“อือๆ” พี่คินตอบรับส่งๆ
“อร่อยหมดทุกอย่างเลย มีแต่ของที่ฉันชอบนี่พี่คินไปหัดทำกับข้าวได้เยอะแยะมาจากที่ไหนเนี่ย”
“ทำเป็ตั้งนานละ อยู่คนเดียวบ่อยก็หัดทำเอา เดี๋ยวอดตายเพื่อนมาก็ทำให้กินได้ มีแต่เธอน่ะสิที่เป็ผู้หญิงทำกับข้าวไม่ค่อยจะเป็”พี่คินยิ้มเยาะอย่างได้ใจ
“ฉันเป็คนกินง่ายๆ”
“มักง่ายละมั้ง ตัวถึงได้ผอมขนาดนี้”
“เดี๋ยวฉันมาขอข้าวพี่กินให้บ่อยกว่าเดิม”
“บ่อยแค่ไหนล่ะ ทุกวันเลยมั้ย”
“อะ… อืม จะ… จะแย่งกินให้หมด” ฉันก้มหน้ามองกับข้าวเพราะเสียงอ่อนๆของพี่คินทำใจเต้นแปลกๆ
“หึหึ” ฉันเห็นพี่คินหัวเราะมุมปาก
หลังจากเราเก็บล้างกันหมดฉันก็เก็บของจะกลับบ้านพี่คินเดินมาส่งฉันที่หน้าบ้านแล้วยื่นกล่องสีชมพูเล็กๆ ให้ฉัน
“อะ ยังไม่ได้ให้ของขวัญ”
“โห ขอบคุณนะคะ ฉันแกะเลยนะ” ฉันยืนแกะกล่องอยู่หน้าบ้านข้างในเป็น้ำหอมแบรนด์ดังขวดสีชมพู
“ลองฉีดสิจะได้รู้ว่าชอบมั้ย”ฉันลองฉีดที่ข้อมือและไปแตะที่ซอกคอสองข้าง พัดให้น้ำหอมฟุ้งซักพักกลิ่นมีความหวานของดอกไม้ปนกลิ่นฟรุตตี้ในสัดส่วนที่พอดีให้ความรู้สึกร่าเริงเข้ากับวัยได้ดี
“หืมมม หอมมากเลย ฉันชอบ” ฉันชอบจริงๆ
“อืม หอมมากจริงด้วย” พี่คินก้มลงมาดมใกล้ข้างแก้มฉันฉันใเงยหน้าไปสบตาพอดี พี่คินกระตุกยิ้มก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้าน
“…”
“เข้าบ้านได้แล้วเรน”เสียงะโของพี่คินกระชากสติกลับมาให้ฉันก่อนจะรีบเดินเข้าบ้าน
“อะ อื้อ”
หัวใจที่เต้นแรงค่อยๆ คลายจังหวะช้าลงหลังฉันเข้ามานั่งพักในบ้าน ฉันนั่งทบทวนว่ามีอะไรแปลกไปปกติพี่คินไม่ได้ใส่ใจฉันขนาดนี้นี่นาแค่ดูแลกันในแบบพี่ชายข้างบ้านที่เป็ห่วงน้องสาวตัวคนเดียวที่รู้จักกันั้แ่เด็กั้แ่แรกฉันมองพี่คินในฐานะพี่ชายมาตลอด ด้วยความผูกพันที่รู้จักกันมานานพี่คินเลยกลายเป็คนที่ฉันถือว่าสนิทและคุยเล่นได้แต่ว่า่นี้ก็มีบางสถานการณ์ที่ทำให้ฉันมองพี่คินในฐานะผู้ชาย ไม่ใช่พี่ชาย เอ้ะแต่ว่าทั้งหมดนี้มันอาจเป็แค่ฉันที่คิดไปเองคนเดียวก็ได้ อืมเพราะฉะนั้นรอดูไปเรื่อยๆ ก่อนดีกว่า มันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ ใจเย็นๆเอาไว้นะเรน
ฉันกุมหัวใจตัวเองบอกให้มันเต้นช้าลง