แน่นอนว่าเทพสงครามอันดับหนึ่งแห่งทิศอุดรปรากฏตัวมาเพียงเพื่อคนเดียวเท่านั้น
ต่อให้ผู้อำนวยการหย่าเฟยมาเอง ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็ไม่คิดจะออกมาต้อนรับถึงลานจอดด้วยตนเองเลยซักนิด
เพราะในระดับฐานะและอำนาจ หน้าที่ของเขาคือเฝ้ามองทิศทางของทั้งภูมิภาคและทวีป ไม่ใช่ยืนรับแขกทั่วไป ทว่าภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูร มันกลับมีใครบางคนอยู่ และเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้าชายน้อยหวงเยี่ยนั่นเอง
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นเป็นระลอก เมื่อบรรดานักเรียนและคณาจารย์ก้าวลงมาจากยานรบอย่างเป็นระเบียบ
“นะ.. นะ.. นั่นมัน..”
“มะ.. ไม่จริงใช่ไหม!”
คำพูดสะดุดค้างกลางลำคอ
“ทำความเคารพท่านผู้บัญชาการสูงสุด!”
เมื่อลงมาถึงพื้นลานกว้าง เหล่าคณบดี อาจารย์ รวมถึงศิษย์อีกกว่าร้อยคนต่างก็ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ยกมือแนบอกและแสดงความเคารพด้วยความยำเกรงโดยพร้อมเพรียง ท่วงท่าทุกคนตรงแน่ว สายตาก้มต่ำอย่างเคารพเลยก็ว่าได้
หัวใจของหลายคนเต้นระรัวอย่างหนัก เพราะคนที่ออกมาต้อนรับพวกเขา กลับเป็นเทพสงครามอันดับหนึ่งแห่งทวีปทางเหนือ
บุคคลที่ถูกกล่าวขานว่ามีความแข็งแกร่งสูงสุดในดินแดนแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เพียงแค่การยืนอยู่เฉยๆของหลี่เซียงเหลียน มันก็เพียงพอให้บรรยากาศรอบด้านกดทับลงมา ราวกับมีภูเขาลูกมหึมาซ้อนทับอยู่เหนือศีรษะ
ทว่าเจ้าตัวกลับเผยรอยยิ้ม
“ตายสบายนะทุกคน อันที่จริงข้ามาหาใครบางคนเสียมากกว่า”
น้ำเสียงนั้นฟังดูสบาย ไม่เคร่งเครียด ก่อนที่สายตาคมกริบจะเลื่อนไปยังด้านหน้า
หวงเยี่ยกำลังเดินออกมาจากแถวอย่างสงบ ท่าทางไม่เร่งรีบ ราวกับภาพตรงหน้าไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย
หลี่เซียงเหลียนจ้องมองชายหนุ่มตรงๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย
“ว่าที่เทพสงครามน้อย..”
“มีเวลาพูดคุยกันหน่อยไหม?”
“อันที่จริงตาแก่นั้นได้กลับมาแล้วละ แล้วตัวของเขาก็รอเจ้าอยู่ภายในห้องโถงใหญ่อีกด้วย!”
ในตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่นับไม่ถ้วนที่ยืนอยู่รอบลานกว้างก็สั่นสะท้านโดยไม่ได้นัดหมาย
พวกเขารีบยกมือแนบอกพร้อมกัน เสียงตะโกนก้องดังกังวานไปทั่ว
“ทำความเคารพท่านหวงเยี่ยซื่อจื่อ!”
ภาพตรงหน้าทำให้เหล่านักเรียนจากมหาวิทยาลัยเทพอสูรแทบหยุดหายใจ
เนื่องจากหวงเยี่ยมีเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพ อีกทั้งยังถูกสมาพันธ์นักล่ามังกรระบุให้เป็นผู้มีสถานะเทียบเท่าได้กับเทพสงคราม เป็นอนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ การมาถึงของเขาจึงไม่ต่างอะไรไปจากการปรากฏตัวของเทพสงครามอีกคนหนึ่งของสมาพันธ์
ท่าทีเคารพของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เกินเลย มันคือการปฏิบัติต่อบุคคลในระดับเดียวกับผู้บัญชาการสูงสุดเลยก็ว่าได้
“นะ.. นี่มัน..”
ทุกคนภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรเมื่อได้เห็นภาพดังกล่าวก็พลันได้สติ พร้อมความเข้าใจบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่เพียงนักเรียนผู้โดดเด่นในสถาบัน หากเป็นตัวตนที่สมาพันธ์ทั้งแห่งยอมรับในฐานะพลังระดับสูงสุด
สถานะและอำนาจของชายหนุ่มคนนี้ ไม่ได้อยู่ในขอบเขตเดียวกับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
สายตาหลายคู่เปลี่ยนจากความคุ้นเคยเป็นความเคารพโดยไม่รู้ตัว
หวงเยี่ยเพียงเผยรอยยิ้ม พลางหันไปยังเหล่าคณบดีและอาจารย์ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย
“เข้าใจแล้วครับ งั้นไปหาท่านอาจารย์ก่อนละกัน”
“ส่วนเรื่องเที่ยวเล่น..”
“ไว้ค่อยหลังจากนี้ก็ได้”
“เพราะงั้นข้าไปก่อนนะทุกคน”
“แล้วไว้เจอกันที่โรมแรมที่พัก!”
เหล่าคณบดีทั้งสี่สบตากันโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน
ในแววตาของพวกเขามีทั้งความภาคภูมิใจ ความตระหนักรู้ และความยอมรับ
เส้นทางของหวงเยี่ยได้ก้าวออกไปไกลกว่าที่พวกเขาจะยึดเหนี่ยวไว้ได้แล้ว
ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมาก หวงเยี่ยก้าวเดินเคียงข้างเทพสงครามอันดับหนึ่งแห่งทิศอุดรอย่างสงบนิ่ง
ภาพนั้นชัดเจนราวกับภาพสลักในหิน หนึ่งคือผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของปัจจุบัน อีกหนึ่งคือผู้ที่กำลังก้าวขึ้นไปสู่จุดนั้นในอนาคต
..
ไม่นานนัก ภายในห้องโถงที่เงียบสงัด ทั้งสองก็มาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ประตูสลักลวดลายมังกรถูกเปิดออกโดยอัตโนมัติ แสงสว่างจากภายนอกทอดยาวเป็นเงาเฉียงบนพื้นหินสีเข้ม
บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างขวางสงบนิ่ง เสียงลมหายใจแทบไม่ได้ยิน มีเพียงกลิ่นสุราอ่อนๆลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
ขณะที่ตรงกลางของห้อง ชายชราร่างใหญ่ผู้หนึ่งกำลังนั่งเอนกายอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งถือขวดสุราสีอำพัน ยกขึ้นจิบด้วยท่าทางเริงร่า ดวงตาครึ่งปิดครึ่งเปิดเหมือนคนที่กำลังดื่มด่ำกับความสุขเรียบง่ายของชีวิต
เส้นผมสีดอกเลาแผ่กระจายบนไหล่กว้าง ท่วงท่าไม่เคร่งครัด เปี่ยมด้วยความเป็นธรรมชาติราวกับไม่มีพันธนาการใดรั้งไว้
ทันทีที่ได้เห็นลูกศิษย์รักของตน สีหน้าและแววตาของเขาก็แปรเปลี่ยนไป จากความผ่อนคลายกลายเป็นความยินดีอย่างชัดเจน
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
“มาแล้วเหรอศิษย์ข้า!”
เสียงหัวเราะดังสนั่นสะท้อนผนังห้องโถง รีบวางขวดสุราลงบนโต๊ะเตี้ยข้างตัว ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาด้วยจังหวะมั่นคง
“อาจารย์ได้ไปจัดการเรื่องต่างๆที่สมาพันธ์ทวีปกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้วละ”
“หลังจากนี้อาจารย์จะดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์แห่งทิศอุดร คอยบัญชาการและปกป้องสมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทิศอุดรนี้ไปตลอด”
“เพราะงั้นสบายใจได้เลย!”
เฉินอี้หานกล่าวอธิบายพลางหัวเราะร่าอย่างสบายใจ โอบกอดลูกศิษย์ของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง แขนใหญ่ตบหลังหวงเยี่ยเบาๆอย่างเอ็นดู
หวงเยี่ยที่เห็นว่าชายชราสบายดีก็เผยรอยยิ้มตาม ดวงตาฉายแววอุ่นใจ
“ยินดีด้วยครับท่านอาจารย์”
“ตอนนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปอุดอู้อยู่ในสถานที่บ้าๆเพื่อฝึกฝนพลังของตนเองอีกแล้ว”
“ใช้ชีวิตของตนเองให้เป็นอิสระ มันน่าจะเหมาะสมสำหรับท่านอาจารย์มากยิ่งกว่านะ”
เฉินอี้หานหัวเราะอีกครั้งอย่างชอบใจ
“เจ้ากล้าพูดว่าสถานที่นั้นบ้าๆต่อหน้าอาจารย์คนนี้เชียวรึ”
“ก็ท่านเคยบ่นเองไม่ใช่เหรอ?”
คำตอบสั้นๆทำให้ชายชราถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะเสียงดังยิ่งกว่าเดิม
หวงเยี่ยนั่งลงเคียงข้างชายชราอย่างเป็นกันเอง ด้านตรงข้ามหลี่เซียงเหลียนนั่งฟังอยู่เงียบๆ แขนวางบนพนักเก้าอี้ สายตาคมกริบจับจ้องภาพตรงหน้า ก่อนจะส่ายหัวเบาๆให้กับความเอาแต่ใจของชายชราผู้นี้
แม้ตำแหน่งผู้พิทักษ์แห่งทิศอุดรจะเป็นตำแหน่งสูงส่ง แต่ท่าทีของเฉินอี้หานกลับไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยซักนิด
ยังคงเหมือนคนเดิมที่ดื่มสุราและหัวเราะเสียงดังอย่างไม่แยแสพิธีรีตอง
บรรยากาศในห้องโถงอบอุ่นกว่าที่คาดคิด จนกระทั่งเฉินอี้หานเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาในทันที
“จริงสิศิษย์รัก อาจารย์ได้ใช้เส้นสายของตนเองหามันมาได้แล้วนะ!”
“เมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินน่ะ แถมยังเป็นเมล็ดพันธุ์กลืนกินมังกรธาตุพฤกษาที่หาได้ยากมากที่สุดอีกด้วย!”
คำพูดนั้นถูกเอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจ ราวกับเพิ่งคว้าของล้ำค่ามาจากขุมทรัพย์ลับเลยก็ว่าได้
หลี่เซียงเหลียนที่กำลังยกถ้วยสุราขึ้นดื่มถึงกับชะงัก
“ดะ.. เดี๋ยวก่อนนะตาแก่!”
“เจ้าเด็กหวงเยี่ยเป็นผู้กลืนกินมังกรธาตุไฟอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ..”
“แล้วท่านจะไปหาเมล็ดพันธุ์มังกรกลืนกินธาตุอื่นๆมาให้กับเขาทำไมกัน?!”
ท่าทางและน้ำเสียงของเทพสงครามอันดับหนึ่งเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริง ทำได้เพียงมองตรงไปยังเฉินอี้หานอย่างตกใจ เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับคนที่ตัดสินใจทำเรื่องบ้าที่สุดในโลกโดยไม่ลังเลยังไงยังงั้น
ทว่าตัวของเฉินอี้หานกลับเลิกคิ้วขึ้น พลางเอ่ยตอบออกมาอย่างหน้าตาเฉย
“แล้วมันแปลกตรงไหนกัน?”
..
บ้าทั้งอาจารย์ 55+