ตอนที่เจ็ดสิบเก้า When scienceand magic cross path
When science and magic cross path,cultivationwill happen.
เมิ่อวิทยาศาสตร์และเวทมนต์ได้เข้าปะทะกัน,การบ่มเพาะพลังจึงเกิดขึ้น
แนวความคิดของการบ่มเพาะพลังนั้นมีกฎที่ยืดหยุ่นมากมีหลายทางที่จะเพิ่มพลังได้ทั้งปรุงยาเพิ่มพลัง ทานแก่นสัตว์อสูร บำเพ็ญคู่ ดูดซับปราณในสถานที่ที่มีพลังปราณสูงดูดกลืนมรดกจากครั้งบรรพกาล ได้ของวิเศษ ฯลฯ
สิ่งเดียวที่ไม่ควรทำคือการบ่มเพาะพลังในสภาพปรกติเพราะมันแปลว่าคุณจะได้ผลลัพธ์แบบปรกติที่ไม่มีทางแข่งกับคนที่เราต้องการแข่งขันได้
ว่าหากเราใช้เวลาห้าสิบปีในการบ่มเพาะพลังคนมีพรสวรรค์ใช้เวลาแค่สามปีก้าวหน้าเหนือเราไปสิบสี่ขั้นใหญ่ ทะลุไปอีกห้ามิติที่สูงขึ้นไปเรียบร้อยแล้วนั่นเอง
มันน่าจะเป็นเรื่องที่น่าหนักใจแต่ผมคิดว่าผมสนุกกับมันเอามากๆ
น่าจะเป็นเพราะเรามีรางวัลเห็นเด่นชัดไม่ต่างกับระบบเกมส์ของพระเอกอิเซไคที่มีระบบแสดงความแข็งแกร่งเป็นตัวเลข
ส่วนการบ่มเพาะพลังนั้นหากบรรลุขั้นหนึ่งเราเองก็รู้ว่าแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น เป็นเรื่องของความรู้สึกที่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวต่างๆของร่างกายของเราอย่างชัดเจนนั่นเอง
“บอกพวกระกาเหล็กกับวานรทองแดงด้วยว่าให้รวบรวมคนจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือคนที่สนใจเข้าสำนักนักษัตร”
อย่างน้อยการถ่ายทอดวิชาให้และตั้งสำนักตามที่สัญญากันไว้ล่ะนะ
“ตั้งสถานที่ฝึกในแผ่นดินใหญ่ที่หนึ่งและอีกที่หนึ่งที่เกาะร้างกลางทะเลเราจะเก็บบวิชาไว้เป็นสองส่วนต่อให้แผ่นดินใหญ่เสียหาย เราก็ยังมีฐานทัพลับอีกแห่งหนึ่ง”
เอาไว้ทดลองบางอย่างกลางทะเลด้วย
“คร่อก เข้าใจแล้วนายท่าน”
คิงคองเงินรับคำ
ผมพยายามจะหางานให้เขาทำเพราะพวกนี้อยู่ว่างจะสติฟุ้งซ่านนั่นเอง
ส่วนผมหลังจากฝึกวิชาหยินประกอบกับวิชาหลักธาตุหยางของผมทำให้จากที่เคยเร่งรีบร้อนรนกลายเป็นคนที่จิตใจเยือกเย็นขึ้นเยอะ
“โรเบิร์ตวิเคราะห์เส้นทางเดินลมปราณจากสร้อยคอหิมะว่าสามารถเอามาดัดแปลงเข้ากับวิชาหยินหยางร้อนเย็นได้หรือไม่”
หลังจากที่สั่งให้พวกนี้วิเคราะห์ข้อมูลกันแล้วผมก็ให้นามูกับคิงคองเงินตามผมมา
“อาหู่ เตรียมการเดินทางไปหุบเขาวงพระจันทร์ผมจะไปจับหมาป่าเสียหน่อย”
“ทราบแล้วขอรับ”
อาหู่รับคำอย่างว่าง่ายผ่านการสั่งการทางโทรศัพท์
ผมจะไปเก็บซากสัตว์อสูรมาเป็นตัวอย่างการวิจัย
หมาป่าเสี้ยวจันทร์ที่อาละวาดตรงหมู่บ้านจัดสรรที่ทำให้คนรวยต้องขวัญผวากลายเป็นหมู่บ้านจัดสรรร้าง
ได้คนกลับมาจากโลกเซียนได้จัดการหมาป่าจันทร์เสี้ยวให้ทำให้ได้ บ้านรีสอร์ทกลางหุบเขามาฟรีๆ เป็นสิ่งตอบแทนจากเจ้าของโครงการ
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีไปทำไมเหมือนกันนอกจากเอาไว้อวดชาวบ้านเพราะปรกติ ก็ไปนั่งอาศัยตามถ้ำกับขั้วโลกเหนือในตอนที่บ่มเพาะพลังยังยาวนานกว่าการมีรีสอร์ทอีกงงจริงๆ
ถ้าหากการมีของดีดีน่ะมีไว้เพื่อแค่อวดคนอื่น ไม่ได้ใช้มันจริงๆก็เท่ากับว่าของสิ่งนั้นไม่มีประโยชน์กับเราจริงๆหรอก
หากมีพลังสูงขนาดดีดนิ้วทีเดียวภูเขาก็หายไปน่ะการมีหรือไม่มีรีสอร์ทส่วนตัวน่ะ ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกเคารพหรือหวาดกลัวต่างไปสักเท่าไร