ตอนที่สามสิบสาม พาข้าไปด้วยคน
มาเห็นตัวจริงและพอพบปะแบบผ่านๆกันสักพักผสมกับบันทึกประวัติศาสตร์
ผมจับความรู้สึกได้ว่ากาเซี่ยงคือคนประเภท
ไม่มั่นใจไม่ลงมือ
คำสั่งเสียของเขาก่อนตายต่อทายาทคืออย่าไปยุ่งเรื่องความขัดแย้งต่างๆ
นั่นน่าจะแสดงนิสัยที่แท้จริงจากใจของเขาบางส่วน
คำสั่งเสียต่อคนที่เขารักและเสนาบดีที่ผ่านความวุ่นวายจากฮั่นสู่วุย
คงไม่อยากให้ลูกหลานตนเองต้องไปตายกับความวุ่นวายของราชสำนัก
ในเรื่องนั้นผมที่เกลียดศักดินาล้าหลังนั้นเข้าใจดี
ดังนั้นกับคนประเภทนี้ผมคิดว่าการกล่าววาจาตรงไปตรงมาดีกว่า
“ท่านกาคิดว่าพวกเราเดินทางเข้าสู่หายนะแล้วใช่หรือไม่?หากท่านกาคิดจะหลบหนีโปรดบอกกล่าวข้าสักคำเพื่อเห็นแก่มิตรภาพที่มีอยู่น้อยนิดบ้าง”
ผมกล่าวอย่างถอนใจ
แต่กาเซี่ยงที่ยินดีโศกศัลย์ไม่แสดงออกทางสีหน้าถึงกับผงะราวกับผมเอาแส้ฟาดโบยใส่
สายตาของผมสังเกตได้ว่ากาเซี่ยงถึงกับเหลือบตาไปทางพวกองครักษ์รอบข้างที่ถืออาวุธอยู่
เช้ง
ผมโยนอาวุธที่อยู่ข้างเอวไปให้กาเซี่ยง
ตั๋งโต๊ะติดนิสัยพกดาบไปไหนมาไหนเพื่อความปลอดภัยของตนเองเสมอ
เป็นนิสัยและความเคยชินที่ติดมาจากการทำสงครารมนอกด่านกับชนต่างเผ่า
เขาเลยไม่คิดจะห้ามแม่ทัพนายกองหากจะมีอาวุธติดตัวเอาไว้บ้างอย่าว่าแต่ผมที่เป็นทายาทของเขา
“มีมือธนูและทหารยามเต็มไปหมดเห็นแก่มิตรภาพลองจับข้าเป็นตัวประกันดูท่านกาน่าจะรอดไปได้ไกลกว่าเดิม”
กาเซี่ยงทำหน้าปั้นยากจะยิ้มคล้ายไม่สามารถยิ้มออกมาได้
“นะนายน้อยกล่าวล้อเล่นแล้วท่านแม่ทัพใหญ่รุ่งโรจน์ดั่งดวงตะวันกลางนภาไหนเลยจะเดินสู่ทางเสื่อมได้”
ผมส่ายศีรษะ
“ฮาได้เห็นทานกาที่ไม่ชอบเยินยอใครกล่าวคำเยินยอข้าคงไม่เสียชาติเกิดแล้ว”
ผมกล่าวสัพยอกกาเซี่ยงที่สมกับเป็นกุนซือที่ไหวพริบปราดเปรียวรู้ว่าฝ่าออกไปไม่ได้เลยเปลี่ยนแผนทันทีในการแก้ตัวแบบโจโฉที่วางแผนลอบสังหารตั๋งโต๊ะผิดพลาด