(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 159 พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น

            ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเดือดดาลของเหล่าเทพสงคราม


            คลื่นพลังอันร้อนแรงประดุจเพลิงเผาผลาญท้องฟ้าได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณ เสียงคำรามของพลังเจตจำนงประสานเข้ากับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน กลายเป็นกระแสกดดันที่หนาหนักจนแม้แต่อากาศยังคล้ายถูกบดบี้ให้แหลกสลาย


            บรรดาผู้แข็งแกร่งที่เคยยืนหยัดอย่างหยิ่งผยองต่างเผยสีหน้าเคร่งเครียด


            เงาแห่งโทสะและศักดิ์ศรีประสานกันอยู่ในแววตาของพวกเขาอย่างชัดเจน


            แม้กระทั่งคนที่มีนิสัยเห็นแก่ตัว และเคยใช้พลังอำนาจของตนเองในการกดขี่ผู้อื่นโดยไม่สนใจศีลธรรม


            เมื่อเผชิญหน้ากับพวกลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกร ความเห็นแก่ตัวเหล่านั้นกลับสลายหายไปโดยแทบไม่ต้องลังเล


            เพราะใครๆก็รู้ดีว่าลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรคือภัยร้ายที่ชอนไชอยู่ในอารยธรรมเผ่าพันธุ์มนุษย์มาเนิ่นนาน เป็นดั่งหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินรากฐานแห่งศรัทธาและความมั่นคงของโลกมนุษย์อย่างเงียบงัน


            และยังเป็นศัตรูที่จะต้องถูกกวาดล้างไปไม่ต่างจากเผ่าพันธุ์มังกรเลยแม้แต่น้อย


            บรรยากาศรอบด้านจึงไม่ได้มีเพียงความโกรธแค้น หากยังมีความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ผสานอยู่ในนั้น


            เหล่าเทพสงครามผู้ยืนอยู่เหนือสรรพชีวิตต่างปลดปล่อยเจตจำนงของตนเองออกมาโดยไม่เก็บงำ


            คลื่นพลังซัดกระแทกกันกลางอากาศจนเกิดเสียงปะทะดังสนั่น คล้ายท้องนภาเองกำลังร้องคำราม


            ในจุดศูนย์กลางของความปั่นป่วน หวงเยี่ยที่กำลังยกระดับเจตจำนงอยู่กลับมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน แม้ร่างกายของเขาจะไม่อาจขยับเขยื้อน แต่จิตสำนึกกลับตื่นตัวกว่าทุกครั้ง หัวใจของเขาเย็นเฉียบลงอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกแช่ไว้ในห้วงน้ำแข็ง


            “ไอ้พวกเวรนี่ตามรังควานไม่เลิกจริงๆ”


            ความคิดพาดผ่านในจิตใจ


            “แต่ก็สมกับเป็นพวกมันละนะ ยอมสละได้กระทั่งชีวิตเพื่อทำให้บรรลุเป้าหมาย!”


            เขารับรู้ได้ถึงแรงอาฆาตที่มุ่งตรงมายังตนเอง และรู้ว่าการปลุกเจตจำนงระดับเทพยังไม่สำเร็จสมบูรณ์


            “ยังดีที่มีท่านอาจารย์ รวมถึงคนอื่นๆอยู่ภายในบริเวณนี้ด้วย.. ไม่งั้นข้าคงอาจได้ถูกสายฟ้านั้นทำลายล้างจนตาย!”


            เนื่องจากการปลุกเจตจำนงระดับเทพยังไม่สำเร็จ ร่างของเขาจึงไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่นิดเดียว กล้ามเนื้อแข็งค้าง เส้นเลือดเต้นระรัว ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างที่มองไม่เห็น


            ก่อนที่เสียงหัวเราะจะดังขึ้น


            【คิกคิก ดูเหมือนเจ้านี่จะแฝงตัวอยู่ในสมาพันธ์นักล่ามังกรแห่งทิศอุดรมานานแล้วนะคะ?】


            【แต่พอเห็นว่าโฮสต์กำลังเลื่อนระดับเจตจำนงไปสู่ระดับเทพ มันคงเห็นว่าโฮสต์เป็นภัยคุกคาม จึงต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม】


            【แต่ก็นะ เจ้านี่มันโง่จริงๆ คิดยังไงถึงได้มาลงมือท่ามกลางบรรดาผู้แข็งแกร่งมากมายเช่นนี้กัน หวังลูกฟลุ๊คหรือไงคะนั่น?】


            คำกล่าวของนางเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เสียงหัวเราะยังคงสะท้อนอยู่ในห้วงจิต


            หวงเยี่ยถอนหายใจออกมาอย่างเงียบงัน แม้ภายนอกจะดูนิ่งงัน แต่ภายในกลับหมุนวนอย่างรวดเร็ว


            “ช่างเถอะ.. ก่อนอื่นใช้แต้มวิญญาณที่เหลือ.. พัฒนาเผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับกลาง ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับกลาง แล้วก็วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิละกัน!”


            คำสั่งถ่ายทอดผ่านจิตสำนึกอย่างเด็ดขาด


            “ใช้แต้มให้หมดเลยคนสวย!”


            ระบบตอบรับในทันที เสียงของนางแปรเปลี่ยนเป็นสดใสและเริงร่า


            【รับทราบคะโฮสต์】


            ทันทีที่คำตอบสิ้นสุด กระแสน้ำแห่งพลังที่เชี่ยวกรากก็ได้ไหลทะลักเข้าสู่แก่นวิญญาณของเขา พลังงานอันหนาแน่นหลอมรวมเข้ากับสายเลือด เส้นเลือดในร่างร้อนผ่าวราวกับถูกแช่อยู่ในลาวา ทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงด้วยความแข็งแกร่งที่ค่อยๆก่อตัว


            【เผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับสูง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5 ล้านแต้ม


            สายเลือดมนุษย์ระดับกลางถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น


            【ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับสูง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5 ล้านแต้ม


            ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับกลางเริ่มเผยอำนาจที่ซ่อนเร้น กล้ามเนื้อและกระดูกสั่นสะเทือนภายใต้แรงเสริมอันมหาศาล


            【วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับเทพ】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 100 ล้านแต้ม


            ขณะเดียวกัน วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิได้แผ่ขยายรากฐานภายในจิตสำนึก ดั่งต้นไม้ยักษ์ที่หยั่งรากลึกลงสู่ผืนดิน


            แม้ร่างยังคงไม่อาจขยับ แต่ภายในกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบงัน


            พลังที่เคยปั่นป่วนเริ่มถูกจัดระเบียบใหม่ เส้นชีพจรโลหิตที่เคยโกลาหลเริ่มประสานกันอย่างมั่นคงเลยก็ว่าได้


            ทันใดนั้นบรรดาเทพสงครามแต่ละคนต่างก็ขมวดคิ้วโดยไม่ได้นัดหมาย คล้ายสัมผัสได้ถึงกระแสความผันผวนอย่างฉับพลัน


            คลื่นเจตจำนงที่เคยประสานกันอยู่กลางฟากฟ้าพลันสั่นสะเทือน ราวกับมีบางอย่างกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของสมดุลที่ตั้งมั่นอยู่ก่อนหน้า แรงกดดันซึ่งเคยถาโถมเป็นทิศทางเดียวกลับกระจายตัวเป็นวงกว้าง เสมือนผิวน้ำที่ถูกหยดบางอย่างหย่อนลงกลางใจ


            “เกิดอะไรขึ้นกับหวงเยี่ย?”


            สายตาของผู้แข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยหันมองมายังจุดศูนย์กลางเดียวกันโดยพร้อมเพรียง


            เฉินอี้หาน ผู้เป็นอาจารย์ของชายหนุ่มเองยังต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หัวใจซึ่งผ่านศึกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนกลับเต้นแรงผิดปกติ เขาไม่อาจปิดบังอาการสั่นไหวในส่วนลึกของตนเองได้อีกต่อไป


            “นะ.. นั่นมัน..”


            “ข้าสัมผัสได้เลย! สายเลือดมนุษย์ระดับกลางของเจ้าเด็กคนนี้.. มันกำลังเลื่อนระดับไปเป็นสายเลือดมนุษย์ระดับสูงแล้ว!”


            ความตกตะลึงปะทุขึ้นในหัวใจของชายชราอย่างไม่อาจอธิบายได้


            เพราะการยกระดับสายเลือดมนุษย์ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย


            มันเกี่ยวข้องกับรากฐานของเผ่าพันธุ์ เกี่ยวพันถึงความเป็นไปได้ในอนาคต และสะท้อนถึงศักยภาพที่เหนือความคาดหมาย


            ขณะที่หวงเยี่ยเองก็กำลังรับสภาพการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยความตื่นเต้น


            รับรู้ถึงการขยายตัวของแก่นพลัง รู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ก่อรูปขึ้นอย่างต่อเนื่อง


            ความคาดหวังแทรกซึมอยู่ในทุกลมหายใจ แม้ยังไม่อาจเคลื่อนไหวได้โดยอิสระ แต่จิตสำนึกกลับปลอดโปร่งและชัดเจนกว่าทุกครา


            พร้อมกับที่เหนือศีรษะ ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่เคยก่อรูปเป็นภาพดั่งต้นไม้โลกอันยิ่งใหญ่ได้ค่อยๆจางหายไป เงาเถาวัลย์แห่งพลังซึ่งเคยทอดยาวทั่วท้องฟ้าคลายตัวลงทีละชั้น หมู่เมฆที่เคยแตกกระจายเริ่มย้อนคืนสู่ความสงบ อากาศกลับมาโปร่งใสอย่างที่ควรจะเป็น


            ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่กลับคืนมา ฝ่าเท้าทั้งสองแตะลงกับลานหินสีดำอย่างมั่นคง


            ตัวของเขารับรู้ได้ทันทีถึงพลังอำนาจที่แปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล


            ในตอนนั้นเอง หวงเยี่ยใช้ความคิดเปิดหน้าต่างข้อมูลของตนเองขึ้น ทำให้ตัวอักษรจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน


            【หวงเยี่ยซื่อจื่อ อายุ 17 ปี】

            【เผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับสูง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5 ล้านแต้ม

            【ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับสูง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5 ล้านแต้ม

            【เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพ - เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1 ร้อยล้านแต้ม

            【พลังวิญญาณระดับสี่ขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 2 แสนแต้ม

            【ร่างกายระดับสี่ขั้นสูงสุด】– สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 7 แสนแต้ม

            【วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับเทพ】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 100 ล้านแต้ม

            【วิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้น ระดับโลหิตหยาบกำเนิด】- สามารถพัฒนาได้ 1 ล้านแต้ม

            【แต้มวิญญาณ 6,900】(แต้มวิญญาณจะได้รับจากการสังหารสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรโดยตรง)


            ข้อมูลที่ปรากฏเรียงรายเป็นระเบียบ แตกต่างจากก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด รูปแบบกระชับ ตัวเลขไม่ยืดยาวซับซ้อนดังเช่นเดิม


            หวงเยี่ยครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว


            “รูปแบบข้อมูลก็เปลี่ยนไปไม่น้อยเลยแฮะ โดยเฉพาะตัวเลขที่ไม่ทอดยาวอย่างไร้ขอบเขต!”


            เขากวาดสายตาผ่านแต่ละบรรทัดอีกครั้ง ก่อนจะชะงักเล็กน้อย


            “หืมม? ข้อมูลวิชาระดับจักรพรรดิอย่างหุ่นเชิดพฤกษาโบราณหายไปแล้ว?”


            “หมายความว่ายังไงกัน?”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน