หลังจากที่ครูเอ็มม่าปล่อยตัวนักเรียนออกมาแล้ว ซินซินก็แยกตัวออกมาจากเพื่อนร่วมห้อง และเลือกที่จะไปเยี่ยมชมกิจกรรมคนเดียว
เมื่อซินซินเดินมาถึงลานกิจกรรมก็พบว่ามีชมรมมากมายได้มาตั้งซุ้มกิจกรรมของตัวเองเพื่อรอเหล่านักเรียนใหม่อยู่เต็มไปหมด โดยจะมีรุ่นพี่ที่เป็วัยรุ่นช่วยดูแลอยู่
แต่ละชมรมต่างมีกิจกรรมให้ทำมากมายที่ซินซินสนใจ แต่เมื่อเขาเห็นว่าต้องไปทำกิจกรรมร่วมกับคนของไรท์เดนที่แตกต่างจากเขา ก็นึกถึงคำเตือนของปู่ตัวเองขึ้นมาและพยายามเลี่ยงจากพวกเขา เพราะไม่อยากเสียความมุ่งมั่นของตน
จนกระทั่งมาถึงซุ้มกิจกรรมที่มีโมเดลรูปทรงต่างๆ ที่ส่องแสงสีขาวออกมา พร้อมกับป้ายที่บอกว่าเป็โมเดลจำลอง ”แสงของพระเ้า” แต่สิ่งที่ซินซินสนใจที่สุดคือ นี้เป็ซุ้มกิจกรรมที่มีเด็กชาวเลฟเดนเหมือนเขาอยู่มากที่สุด ซินซินจึงเดินเข้าไปหารุ่นพี่ที่เป็เด็กโตที่ดูแลซุ้มกิจกรรมอยู่
“ขอโทษนะครับกิจกรรมชมรมของซุ้มนี่คืออะไรหรือครับ”
“นี้เป็ซุ้มกิจกรรมของชมรมศึกษาตำนานพื้นบ้านครับเหมาะสำหรับคนที่ชอบเื่ตำนานต่างๆ ที่ถูกเล่าต่อกันมา น้องสนใจเื่พวกนี้ไหมล่ะ”
“โมเดลพวกนี้ก็เป็ของตำนานพื้นบ้านหรือครับ”
“ใช่แล้วล่ะวันนี้เราตัดสินใจกันว่า จะพรีเซนต์ตำนานพื้นบ้าน เื่แสงแห่งพระเ้ากัน”
หลังจากที่รุ่นพี่พูดขึ้นมา เขาก็ชี้ไปที่ภาพวาดและบทบรรยายเื่ราวต่างๆ ที่กล่าวถึงแสงมหัศจรรย์ที่คอยมาช่วยเหลือชาวดีอาดูแอลในยามที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากต่างๆ ที่ถูกแขวนอยู่
“ถ้าน้องเคยอ่านหนังสือสมัยก่อน ก็จะพบว่ามีการกล่าวถึงแสงแห่งพระเ้าอยู่เยอะมาก ซึ่งมักจะมาสร้างเื่มหัศจรรย์และปาฏิหาริย์ต่างๆ ที่เป็ไปไม่ได้ ถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับมันว่าเป็เื่จริงหรือเปล่า แต่ก็เป็เื่ที่น่าสนใจมากเลยละ เพราะมีหนังสือที่พูดถึงมันอยู่เยอะมาก มากกว่าจะเป็เื่โกหก”
ซินซินที่ได้ยินรุ่นพี่เขาพรีเซนต์ตำนานพื้นบ้านที่เขาเตรียมมา ก็พยักหน้าฟังอย่างสนใจ ก่อนที่จะเห็นว่านักเรียนส่วนมากในซุ้มนั้นไปมุงดูและให้ความสนใจกับบางอย่างอยู่
“แล้วตรงนั้นเขาทำอะไรกันอยู่หรือครับ”
“กิจกรรมของชมรมพี่เอง ลองไปเล่นดูสิ ถ้าใครใช้วิเศษทำให้หิ่งห้อยที่พวกพี่เตรียมมาส่องสว่างได้มากที่สุด ก็มีโอกาสที่จะเป็เด็กแห่งคำทำนายน่ะ”
“เด็กแห่งคำทำนายอย่างนั้นหรือครับ…ผมก็เคยได้ยินปู่ของผมพูดอยู่แต่ผมยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร”
“วู้ พี่รอเวลานี้มานานแล้ว ั้แ่บอกน้องๆ ถ้าใครใช้วิเศษทำให้หิ่งห้อยส่องแสงได้มากที่สุดจะเป็เด็กแห่งคำทำนาย ก็ไม่มีใครสนใจพี่เลย พุ่งไปหาหิ่งห้อยกันหมดไม่มีใครสนใจเลยว่าเด็กแห่งคำทำนายคืออะไรมีน้องเป็คนแรกเลยขอบคุณมากๆ นะ”
อยู่ดีๆ รุ่นพี่คนนั้นก็แสดงความดีใจออกมาจนซินซินรู้สึกประหลาดใจก่อนที่เขาจะเตรียมตัวเริ่มเล่าให้ซินซินฟัง
“ไม่นานมานี้มีเื่ราวของเด็กในคำทำนายถูกเล่าอยู่บนโลกของอินเทอร์เน็ตน่ะสิ
เขาบอกว่าเื่นี้เป็คำทำนายของโหราจารย์แห่งดีอาดูแอล เด็กในคำทำนายจะเป็ตัวแทนของพระเ้าคนใหม่ จะเป็เด็กที่สร้างความสั่นะเืให้กับมอเดนใบนี้ และช่วยกอบกู้ดีอาดูเอลด้วย ถึงพี่จะไม่รู้ว่ากอบกู้จากอะไรก็เถอะ และคำทำนายก็บอกว่าอีกว่าเด็กคนนั้นจะเป็ผู้ใช้วิเศษธาตุแสง เราก็เลยเตรียมหิ่งห้อยมาจัดกิจกรรมนี้ยังไงล่ะ…… มีแค่นี้แหละ ลองไปเล่นดูเร็ว”
เมื่อรุ่นพี่อธิบายเื่ของเด็กในคำทำนายเสร็จก็บอกให้ซินซินไปรวมกับกลุ่มของเด็กที่กำลังให้ความสนใจกับลูกบอลตรงหน้าอยู่
ทันทีที่ซินซินเดินหานักเรียนกลุ่มนั้น ก็เห็นว่ามีเด็กคนหนึ่งกำลังแบมือเพื่อให้รุ่นพี่วางลูกบอลทรงกลมลงบนมือทั้งสองข้างของเด็กคนนั้นและส่งสัญญาณให้ให้ใช้วิเศษของตัวเองใส่ลูกบอลในมือ เมื่อเด็กคนนั้นทำตาม ปล่อยวิเศษใส่ลูกบอล ปากของลูกบอลก็เปิดออกและมีหิ่งห้อยที่ส่องแสงบินขึ้นมา ประมาณสิบตัว ก่อนที่แสงในตัวหิ่งห้อยนั้นจะหมดลงและบินกลับเข้าลูกบอลไปเหมือนเดิมพร้อมกับเสียงหัวเราะร่าของเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ที่มองหิ่งห้อยอย่างสนุกสนาน
“ใครจะเป็คนต่อไปอย่างงั้นหรอ”
เมื่อรุ่นพี่เอาลูกบอลกลับมาจากมือของเด็กคนนั้นก็ชูมันขึ้น และถามถึงผู้ที่จะทดสอบคนต่อไปทันที แต่ก็พบว่าเด็กแต่ละคนนั้นต่างมองหน้ากันไปมาเพราะพวกเขาต่างทดสอบกันหมดแล้วก่อนที่ซินซินจะเดินอาสาเข้าไปหารุ่นพี่คนนั้นจนเข้าสังเกตเห็นซินซิน
“เธอซินะเดินเข้ามาเลย…เร็ว”
ซินซินที่ได้ยินคำพูดของรุ่นพี่ก็พยักหน้าให้กับเขาก่อนที่จะเดินเขาไปหาและแบมือออกมาให้รุ่นพี่ว่างลูกบอลลงที่มือของเขาเหมือนเด็กที่เขาเห็นก่อนหน้านั้น
เมื่อได้รับสัญญาณจากรุ่นพี่ซินซินก็ปล่อยวิเศษเข้าไปที่ลูกบอลนั้นทันทีแต่ครั้งนี้มันช่างต่างกับเด็กคนก่อนหน้าอย่างมากเพราะไม่ทันที่ปากของลูกบอลจะเปิดออกก็มีแสงสีขาวเล็ดลอดออกมาแล้ว จนสร้างความตกตะลึงให้กับรุ่นพี่และรุ่นน้องที่อยู่ในซุ้มกิจกรรมนั้นด้วย พวกเขาต่างเฝ้ามองไปที่ลูกบอลเป็สายตาเดียวกันเพื่อรอให้มันเปิดออกจนสุด และทันทีที่มันเปิดออกจนสุดหิ่งห้อยทั้งหมดที่มีในลูกบอลนั้นก็บินออกมาพร้อมกับแสงสว่างจ้าสีขาวของมัน ซึ่งปกติควรจะเป็สีส้มอ่อนๆ
หิ่งห้อยกว่าร้อยตัวในลูกบอลนั้นเพราะแสงสีขาวของซินซินทำให้มันสว่างจ้าจนดูตัวใหญ่กว่าปกติ และกลายเป็แสง บินไปทั่วซุ้มกิจกรรม ทำให้เหล่านักเรียนที่มุงดูอยู่ เล่นกับหิ่งห้อยพวกนั้นอย่างสนุกสนาน
“ฝีมือนายอย่างนั้นหรอ”
เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นขณะที่ซินซินกำลังมองหิ่งห้อยพวกนั้นอยู่ เพราะว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นเป็เสียงที่เขาเคยได้ยินไปก่อนหน้านี้ ทำให้เขารีบหันไปดูโดยที่เลิกสนใจหิ่งห้อยไปเลย
“คาฟินน่า”
เมื่อซินซินหันไปมองเห็นฟินน์เพื่อนร่วมห้องเขา ก็ทำให้วิเศษที่เขาส่งไปที่ลูกบอลคล้ายตัวและเรียกหิ่งห้อยทั้งหมดบินกลับเข้าไปในลูกบอลอย่างเดิม พร้อมกับเสียงซุบซิบของเด็กและรุ่นพี่ที่พูดถึงความสามารถของซินซินออกมา แต่ซินซินนั้นก็ไม่ได้ให้ความสนใจเสียงรอบข้างเลย เขาเอาแต่จ้องไปที่ฟินน์ก่อนที่จะมองลงไปที่กระติกน้ำใหญ่ที่ฟินน์ถืออยู่
“เธอทำอะไรอยู่อย่างนั้นหรอ”
“เผอิญเห็นพวกรุ่นพี่ กำลังวุ่นวายกับการวิ่งแจกน้ำ ตามซุ้มกิจกรรมต่างๆอยู่ เลยอาสาช่วยเขาน่ะ นายจะเอาด้วยไหม”
ฟินที่เห็นว่าซินซินมองไปที่กระติกน้ำที่เขาถืออยู่ ก็พูดออกมาพร้อมกับเปิดฝากระติกน้ำออกและยื่นให้เขาดูขวดน้ำหวานที่อยู่ในกระติกน้ำพร้อมกับน้ำแข็ง แต่ซินซินก็ส่ายหน้าปฏิเสธออกไป ฟินน์จึงเดินเข้าไปแจกน้ำให้กับ เด็กคนอื่นที่อยู่ในซุ้มกิจกรรมแทน โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกท่วงท่าและฝีก้าวของฟินน์ที่เดินแจกน้ำอยู่นั้น ถูกจับจ้องด้วยสายตาของซินซินที่มองเขาอย่างไม่ละสายตา
เมื่อซินซินเห็นว่าฟินน์กำลังจะเดินออกจากซุ้มกิจกรรมหลังจากที่แจกน้ำเสร็จไปก็รีบส่งลูกบอลที่ถืออยู่ให้กับรุ่นพี่ และวิ่งไปรั้งฟินน์ไว้
“ฟินน์หลังจากนี้เธอจะทำอะไรต่อเหรอ”
“ล่าสุดที่ไปเอาน้ำมาก็เหมือนน้ำใกล้จะหมดแล้ว ฉันเลยว่าจะเอากระติกไปคืนแล้วก็ไปดูการประลองวิเศษ… นายจะไปด้วยกันไหม”