[สกิลอัญเชิญสัตว์อสูร]
[สกิลปลดปล่อยสัตว์อสูร]
[สามารถเรียนรู้ได้]
หลังอีลเกล่าถูกเก็บเข้าคลังสัตว์อสูรข้อความสีเทาได้เปลี่ยนเป็เรืองแสงพร้อมกะพริบเป็ระยะ
อย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ ด้วยฉันจะสามารถเรียนรู้สกิลพวกนี้ได้ ก็ต่อเมื่อมีสัตว์อสูรเป็ของตัวเองและด้วยความสงสัยใคร่รู้ ฉันจึงตัดสินใจจิ้มกล่องข้อความอันแรก
[สกิลอัญเชิญสัตว์อสูร]
[คุณสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรในคลังออกมาภายนอกได้โดยกล่าวคำว่า ‘อัญเชิญ’ พร้อมกับเอ่ยชื่อสัตว์อสูรต่อท้าย]
[วิธีเรียกเก็บสัตว์อสูร กล่าวคำว่า‘กลับมา’ ตามด้วยชื่อสัตว์อสูรที่ท่าน้าเก็บ]
[ทุกครั้งที่สัตว์อสูรอยู่ในคลัง จะได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิต10% / 1 ชั่วโมง]
นานจัง... สิบเปอร์เซ็นต์ต่อหนึ่งชั่วโมงทำไมตอนยังไม่ได้ทำพันธสัญญา พลังชีวิตอีลเกล่าพุ่งเอาๆแทบไม่มีเวลาให้ได้หายใจเลย ทีงี้ละมีกำหนด
รู้สึกขัดใจเล็กน้อยที่ระบบดูมีข้อจำกัดแต่ใช่ว่าจะยอมรับกันไม่ได้
ก็พอเข้าใจอยู่เมื่อสัตว์อสูรมีเ้าของ ความสามารถต่างๆ น่าจะถูกบังคับให้ลดลงเห็นได้ชัดเลยก็เื่การฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างอื่นคงต้องศึกษาเพิ่มเติมว่ามีอะไรอีกบ้าง
[ข้อควรระวังในการเรียกใช้สัตว์อสูร]
มีกล่องข้อความน้อยๆปรากฏขึ้นบนหน้าต่างอีกครั้ง หลังฉันเรียนรู้สกิลอัญเชิญสัตว์อสูรเสร็จ
[กรุณาอย่าปล่อยให้สัตว์อสูรของท่านพลังชีวิตเหลือศูนย์หากเมื่อใดที่สัตว์อสูรพลังชีวิตหมด จะถูกเรียกกลับเข้าคลังในทันทีและไม่สามารถเรียกออกมาใช้งานได้อีกเป็ระยะเวลา 7 วัน]
“โห! อาทิตย์นึงเลยเหรอ?”
นี่ถ้าฉันทำเหยี่ยวตัวนี้พลังชีวิตหมดคงต้องกลับไปตัวลำพังคนเดียว เจ็ดวันเต็มๆ อย่างนั้นสินะจะเรียกออกมาใช้แต่ละทีคงต้องระวังกันหน่อย แต่ยังดีที่น้องไม่สลายหายไปเลยไม่งั้นเสียดายแย่
ฉันลองจิ้มหัวข้ออื่นๆเพื่อศึกษาดูต่อ การปลดปล่อยสัตว์อสูรก็ไม่ได้ดูยากอะไร เพียงแค่ขานชื่อพร้อมกล่าวคำว่า‘เ้าเป็อิสระ’ ต่อท้าย ก็ถือว่าเป็การปล่อยน้องกลับคืนสู่ธรรมชาติตามเดิม
แต่ที่น่าเศร้าคือฉันไม่สามารถจับสัตว์อสูรตัวนั้น กลับมาเป็ของตัวเองได้อีกครั้งปล่อยแล้วปล่อยเลย ดีตรงที่น้องจะไม่วนกลับมาทำร้ายเ้าของเก่า
[คลังสัตว์อสูร]
[อีลเกล่า]
[Level.80 พลังชีวิต 800/800]
[สกิลโจมตี : พายุโหมใช้ปีกขนาดใหญ่ปล่อยกระแสลมใส่ศัตรู]
[สกิลโจมตี : จิกทะลวง ใช้จะงอยปากอันแหลมคมจิกศัตรู]
[สกิลติดตัว : ตาเหยี่ยวสามารถมองเห็นทุกสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน สกิลนี้เทมเมอร์สามารถใช้งานร่วมได้ เมื่ออัญเชิญสัตว์อสูรออกมาภายนอก]
“วู้ว~ อย่างเจ๋ง”
[คุณสามารถตั้งชื่อให้สัตว์อสูรใหม่ได้]
[กรณีใช้ชื่อเดิมเมื่อมีสัตว์อสูรประเภทเดียวกันในคลังมากกว่า 1 ตัว ระบบจะรันชื่อให้อัตโนมัติโดยใช้เป็หมายเลขต่อท้าย]
ตั้งชื่องั้นเหรอ? อีลเกล่าชื่อมันก็ดูออกจะยาวไปหน่อยงั้นเปลี่ยนให้ใหม่ดีกว่า ไหนๆ ก็มาเป็สัตว์เลี้ยงของฉันแล้ว เอาเป็ชื่อ...
“กระจิบ! กระจิบละกัน น่ารักดี”
[คุณกำลังตั้งชื่อใหม่ให้อีลเกล่าเป็‘กระจิบ’?]
[กรุณายืนยัน]
ตื้ด!
หลังกดปุ่มยืนยัน ชื่อของอีลเกล่าได้เปลี่ยนเป็กระจิบตามที่ฉันตั้งให้
ด้วยความที่เมื่อครู่มัวแต่ตื่นตระหนกใจึงไม่มีเวลาได้พินิจพิจารณารูปร่างหน้าตาของน้องมากฉันจึงตัดสินใจจะอัญเชิญกระจิบออกมาอีกครั้ง
“อัญเชิญกระจิบ”
พรึ่บ!
เหยี่ยวตัวั์ที่จ้องจะกินฉันในตอนแรกบัดนี้มันกำลังยืนจุ้มปุ๊ก ทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ตรงหน้า จิตสังหารที่รับรู้ได้ในคราแรกเลือนหายไปหมดแล้วน้องดูบ้องแบ๊วไม่มีพิษมีภัย ดวงตาวิบวับน่ารักสดใสประหนึ่งสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องที่อยู่ในโอวาท
“โอ๊ย~ น่ารักอ่ะ”
ฉันเกิดอาการมันเขี้ยวขั้นสุดอยากขยำน้องแต่ยังไม่มีความกล้ามากพอ จึงทำท่าทำทางกำมือพร้อมเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันไปด้วย
และจู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อกระจิบเอนหัวมาหามือฉันแถมยังไถหัวไปมาคล้ายออดอ้อน
“นี่มันนกหรือแมววะเนี่ย?น่ารักเว่อร์!!”
จากที่เกร็งๆ เพราะกลัวน้องจิกตอนนี้ฉันถลาเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างสนิทชิดเชื้อ ประหนึ่งว่าเราเติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็กขนกระจิบนุ่มนิ่มมากแถมยังหนาด้วย ตัวฉันแทบจะจมหายลงไปในขนพองๆ นั่นเลย
บนหน้าผากน้องมีตราสัญลักษณ์แปลกๆเรืองแสงอยู่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เหมือนมันจะไม่มีมาก่อน คงเป็ตราพันธสัญญาที่ฉันร่ายใส่กระจิบสินะ