“สะ..สามพันเหรียญทอง นายพูดจริงเหรอโนบลิน” เรซถามย้ำเพราะยังไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“อืม..ก็นะนั่นมันคือราคาประมูลน่ะ แต่พอหักค่าดำเนินการของโรงประมูลแล้วก็เหลือแค่ สองพันเจ็ดร้อยเหรียญทองเอง”
“มันจะเองได้ไงกันเล่าเ้าบ้า นั่นมันเงินตั้งสองพันเจ็ดร้อยเหรียญทองเชียวนะ” พอลโวยวายอย่างหมันไส้
“ว่าแต่ นายมีเงินเยอะขนาดนั้นแล้ว ก็พาพวกเราไปกินของอร่อย ๆ หน่อยสิ” พอลยังไม่วายตะกละจากเงินของเพื่อน
“อ่า...พอดีว่า..เงินนั่นฉันวางมัดจำค่าวัตถุดิบที่สั่งจากโรงประมูลไปหมดแล้วล่ะ” โนบลินตอบพร้อมกับเกาหัวแก้เขิน
“ห๊า..นะ..นายสั่งวัตถุดิบอะไรกันมันถึงได้แพงตั้งเกือบสามพันเหรียญทองขนาดนั้น” เรซถามขึ้นมาอย่างใ
“จริง ๆ แล้วราคาของวัตถุดิบพวกนั้นมันคือเจ็ดพันหกร้อยเหรียญทองน่ะ” โนบลินตอบแต่รอบนี้เข้าเกาหัวหนักกว่าเดิม
“วะ..ว่ายังไงนะโนบลิน” บันออกอาการช๊อคเล็ก ๆ
“นายขายของได้สองพันเจ็ดร้อย แต่นายสั่งซื้อวัตถุดิบที่ราคาเจ็ดพันหกร้อยเหรียญทองอย่างนั้นเหรอ?”
“ก็ประมาณนั้นแหละ แหะ ๆ” โนบลินคิดอะไรไม่ออกได้แต่หัวแระแห้ง ๆ เพื่อกลบเกลื่อน
“แล้วแบบนี้ นายจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายส่วนที่เหลือล่ะโนบลิน” เรซถามอย่างเป็ห่วง
“เื่นั้นฉันตกลงกับทางโรงประมูลไปแล้วล่ะ ไม่มีปัญหาแล้ว พวกนายไม่ต้องห่วง” โนบลินตอบอย่างอารมณ์ดี
“โถ่...ฉันก็นึกว่าจะได้กินของอร่อย ๆ ซะอีก” พอลยังคงบ่นอุบที่อดกินของอร่อย
“เอาเป็ว่าฉันขอไถ่โทษด้วยการสร้างอาวุธใหม่ที่หายไปของพวกนายให้แล้วกัน”
สิ้นคำของโนบลิน เด็กทั้งสี่ต่างนิ่งกันไปก่อนที่จะกะนมามองหน้าโนบลินด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
“นะ..นายพูดจริงเหรอโนบลิน” บันถามออกมาอย่างตื่นเต้น
“อื้ม..แต่ว่าก่อนหน้านั้นนายต้องพัฒนาการควบคุมเวทให้อยู่ในระดับที่ฉันพอใจซะก่อน ไม่อย่างนั้นถึงพวกนายได้อาวุธที่ฉันสร้างไปก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี” โนบลินบอกเพื่อน ๆ จนทั้งสี่ต้องหันมามองหน้ากัน
“นาย้าให้เราฝึกแบบไหนบอกมาได้เลย” เรซเป็ครแรกที่พูดออกมา
“ใช่ฉันเองก็จะพยายามเหมือนกัน” บันพูด
”ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้ใครหรอกน่า” พอลพูดขึ้นมาบ้าง
“อืม..” แอลส่งเสียงเบา ๆ พลางพยักหน้าให้กับโนบลิน
“ถ้าอย่างนั้น พวกนายรับนี่ไป” โนบลินพูดพลางยื่นของสิ่งหนึ่งให้กับเพื่อน ๆ
มันคือลูกแก้วขนาดประมาณลูกแอปเปิล นอกจากความกลมใสที่ดูสวยงามแล้ว เด็ก ๆ ต่างก็ไม่สามารถจับััอะไรจากลูกแก้วนี้ได้เลย
“นะ..นี่มันคืออะไรเหรอโนบลิน” เรซถามขึ้นมา
“มันเป็ลูกแก้วทดสอบที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง มันใช้เพื่อฝึกการส่งผ่านเวทมนต์ออกมานอกร่าง หลักการคือพวกนายต้องส่งผ่านพลังเวทเข้าไปในลูกแก้ว ถ้าปริมาณเวทมนต์ถูกต้องตามที่ฉันกำหนดไว้ มันจะเปลี่ยนสีไปตามปริมาณพลังนั้น ๆ จำนวนสี่สี คือ น้ำเงิน เขียว เหลือง และแดง พวกนายต้องฝึกการส่งผ่านพลังให้พอดีกับปริมาณที่แต่ละสี้า การทดสอบที่ฉันตั้งไว้คือ ถ้าใครสามารถเปลี่ยนสีลูกแก้วตามที่ฉันบอกได้ห้าครั้งจะสามารถรับอาวุธที่ฉันสร้างให้ไปได้เลย”
“ได้สิ แค่เพิ่มพลังไปเรื่อย ๆ ให้มันเปลี่ยนสีก็พอแล้วสินะ” พอลพูดอย่างมั่นใจ
“จริง ๆ มันมีเงื่อนไขอีกข้อนึงในการทดสอบอ่ะนะ” โนบลินเอ่ยขึ้น
“สีที่ฉันจะบอกมันไม่ได้เรียงลำดับหรอกนะแล้วก็...นายจะต้องเปลี่ยนสีลูกแก้วภายในหนึ่งวินาทีที่ฉันบอก ถ้าช้ากว่านั้นถือว่าไม่ผ่าน”
“จะบ้าเหรอโนบลิน ภายในวิเดียว แล้วเมื่อไหร่พวกเราจะได้อาวุธใหม่กันล่ะ” บันเริ่มโวยวายเมื่อเห็นว่าเงื่อนไขที่โนบลินตั้งไว้นั้นมันยากกว่าที่คิด
“จะเมื่อไหร่มันก็อยู่ที่พวกนายนั่นแหละว่าจะขยันแค่ไหน ส่วนวันนี้ฉันขอนอนก่อนแล้วกัน ง่วงมากเลย”
โนบลินว่าแล้วก็ไม่สนใจเพื่อน ๆ ที่โวยวายถึงความโหดหินของเงื่อนไขในการรับอาวุธใหม่ของโนบลิน
สามวันต่อมา โนบลินได้รับการติดต่อจากโรงประมูลให้ไปรับเอาวัตถุดิบที่สั่งไว้ โนบลินจึงบอกเพื่อน ๆ ว่าจะไปที่โรงประมูล แต่ก็ไม่วายย้ำเื่เงื่อนไขในการรับอาวุธใหม่กับเพื่อน ๆ จนทำให้ทุกคนต่างคร่ำเคร่งฝึกฝนจนไม่พูดไม่จา
ที่อาคารโรงประมูลตระกูลฮันท์ โนบลินแสดงเข็มกลัดสัญลักษณ์ให้กับผู้เฝ้าประตูดู จากนั้นเขาจึงได้รับการเชิญให้เข้าไปที่ห้องจัดเก็บของโรงประมูลซึ่งดอนยืนรอคอยอยู่
“สวัสดีครับคุณดอน รวบรวมวัตถุดิบได้เร็วกว่าที่ผมคาดไว้อีกนะครับ” โนบลินเอ่ยทักทายเมื่อเจอหน้าดอน
“อืม..อย่าดูถูกเครือข่ายของโรงประมูลตระกูลฮันท์นักสิเ้าหนู” ดอนตอบเสียงต่ำ
“ของทั้งหมดที่เ้าสั่งไว้อยู่ตรงนี้แล้ว เ้าจะตรวจสอบดูก่อนหรือไม่”
“ไม่เป็ไรครับ ถ้าเป็วัตถุดิบที่มาจากการรวบรวมของโรงประมูลนี้ผมว่าผมวางใจได้ ไม่ต้องตรวจสอบหรอกครับ” โนบลินตอบแล้วจึงยิ้มให้กับดอน
“ถ้าเช่นนั้นเ้าจะให้โรงประมูลเราขนย้ายวัตถุดิบเหล่านี้ไปให้เ้าที่บานเด็กกำพร้าหรือไม่?” ดอนถามขึ้นอีก
“อืม ผมดูแล้วน่าจะเอาไปเองได้นะครับ วันนี้ผมเอากระเป๋ามาเผื่อสองใบแน่ะ”
โนบลินตอบหลังจากกวาดสายตามองกองวัตถุดิบที่ถูกแยกเป็กอง ๆ ตามชนิดของวัตถุดิบ ซึ่งมันมีมากมายขนาดที่ต้องใช้เกวียนถึงสามเกวียนในการขนย้าย แต่โนบลินกับบอกว่าจะใช้กระเป๋าหนังแค่สามใบในการขนย้ายทั้งหมด
“เ้าเด็กบ้า วัตถุดิบมากมายขนาดนี้เ้าจะต้องขนย้ายกี่รอบถึงจะหมดกัน”
ดอนเริ่มไม่เข้าใจความคิดของเด็กหนุ่มเพราะแค่ดูก็รู้ว่าเด็กน้อยไม่สามารถขนย้ายวัตถุดิบทั้งหมดนี่ได้ภายในรอบเดียวอย่างแน่นอน
“ก็ใส่ลงไปแบบนี้ไงครับ...”
โนบลินว่าแล้วก็นำเอาวัตถุดิบทั้งหลายบนโต๊ะทยอยใส่ลงในกระเป๋าหนังของเขา วัตถุดิบต่าง ๆ ค่อย ๆ หายไปจากบนโต๊ะต่อหน้าต่อตาของดอน กว่าที่โนบลินจะเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าใบที่สองดอนก็พบว่าวัตถุดิบต่าง ๆ บนโต๊ะนั้นหายไปกว่าสี่ในสิบส่วนแล้ว
“นะ..นี่เ้าทำได้ยังไงกัน วัตถุดิบมากมายขนาดนั้นจะใส่ลงไปในกระเป๋าใบเล็กเท่านี้ได้ยังไง นั่นมันคือกระเป๋าวิเศษอย่างนั้นหรือ? ยะ..อย่าบอกนะว่าเ้าสร้างมันขึ้นมาเองอีกแล้ว”
ดอนถามขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เคยได้ยินว่ามีเวทมนต์ที่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้มาก่อน
“ครับ แต่ว่าก็เป็เพราะได้วัตถุดิบมาโดยบังเอิญนั่นแหละนะ..”
โนบลินพูดเหมือนเป็เื่ทั่วไปที่ไม่สำคัญ แล้วทำการเก็บวัตถุดิบต่าง ๆ ลงไปในกระเป๋าหนังใบที่สองต่อไป
“จะ..เ้าสามารถสร้างมันขึ้นมาได้อีกหรือไม่? ถ้าหากว่าต้องใช้วัตถุดิบใด ๆ เพิ่ม ๆ ข้าสามารถจัดหาให้ได้” ดอนเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นพร้อมส่งสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
“ถ้าคุณดอนหาหนังของสัตว์เวทระดับกลางมาให้ผมได้ ก็น่าจะไม่มีปัญหานะครับ”
“สัตว์เวทระดับกลางอย่างนั้นเหรอ?” ดอนเอ่ยทวนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
ถ้าจะพูดถึงความแข็งแกร่งของสัตว์เวทนั้นคงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน เนื่องจากความแข็งแกร่งของมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ่เวลาในการพัฒนาเป็สัตว์เวท ระดับของมันใน่ที่เป็สัตว์ร้ายก่อนการพัฒนามาเป็สัตว์เวท
นอกจากนี้ความเข้มข้นของพลังเวทในถิ่นที่อยู่ของมันก็มีผลต่อการพัฒนาความแข็งแกร่งของสัตว์เวทนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างสเนกอนที่เด็ก ๆ เคยล่าได้ก่อนหน้านี้ ถึงแม้จะเป็สัตว์เวทระดับกลางเช่นกัน แต่เป็ระยะที่เพิ่งพัฒนาตัวขึ้นมาจากสัตว์ร้ายและยังควบคุมพลังของตัวเองได้ไม่ดีนัก
และยังเป็โชคดีของพวกเด็ก ๆ ที่ร่างกายของสัตว์เวทที่เพิ่งพัฒนานั้นจะอ่อนแอกว่าปกติ ทำให้เด็ก ๆ สามารถจัดการมันลงได้
ในกรณีของสัตว์เวทที่พัฒนามาจากสัตว์ร้ายระดับกลางที่มีระดับสูง และอยู่ในพื้นที่ที่พลังงานเวทมนต์เข้มข้นเป็เวลานานนั้น ความแข็งแกร่งของมันย่อมสูงมากอย่างที่ไม่อาจประมาทได้ นั่นคือเหตุผลที่ดอนรู้สึกหนักใจที่จะต้องล่าสัตว์เวทระดับกลาง
ถ้าหากพบกับสัตว์เวทระดับกลางที่ไม่แข็งแกร่งมากนักก็ถือว่าเป็โชคดี แต่ถ้าหากโชคร้ายต้องเผชิญหน้ากับสัตว์เวทที่มีความแข็งแกร่งสูงนั้น ย่อมไม่ใช่สิ่งที่นักเวทคนใด้าอย่างแน่นอน
“ถ้าหาก้าหนังของสัตว์เวทระดับกลางนั้นก็ยังพอเป็ไปได้ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายในการล่านั้นคงสูงอยู่และอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย” ดอนบอก
“ครับ ผมเข้าใจในเื่นั้น แต่ว่าการสร้างกระเป๋าแบบนี้ต้องใช้วัตถุดิบที่มีพลังเวทไหลเวียนในตัวเองหรือว่าสามารถเป็สื่อนำเวทมนต์ได้ ก็เลยต้องใช้หนังของสัตว์เวท ส่วนการที่จะต้องใช้หนังของสัตว์เวทระดับไหนนั้น ผมเองก็ไม่แน่ใจแค่เคยใช้หนังของสัตว์เวทระดับกลาง เลยคิดว่าน่าจะต้องเป็ระดับกลางขึ้นไปน่ะครับ” โนบลินอธิบาย
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า เป็ไปได้ที่อาจจะสามารถใช้หนังของสัตว์เวทระดับต่ำได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?”
ดอนถามอย่างตื่นเต้น เพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าการออกล่าสัตว์เวทระดับกลางเพื่อสร้างเป็กระเป๋าวิเศษนี้จะคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปหรือไม่
“นั่นนะสินะครับ ผมเองก็ลืมคิดไปเลย บางทีหนังของสัตว์เวทระดับต่ำที่สามารถส่งผ่านเวทมนต์ได้ ก็อาจจะสามารถทำได้เหมือนกัน เพียงแต่ความสามารถอาจจะลดลงบ้าง” โนบลินบออกอย่างไม่มั่นใจเท่าไรนัก
“ถ้าเช่นนั้น ข้ามีหนังของสัตว์เวทระดับต่ำอยู่บ้าง เ้าสนใจที่จะทดลองสร้างกระเป๋าแบบนั้นดูหรือไม่?”
“ผมคิดว่า ทดลองดูก็ไม่เสียหายนะครับ เพียงแต่..ผมยังไม่กล้ารับประกันความสำเร็จนะครับ” โนบลินบอก
“ถ้าหากต้องล้มเหลวก็ไม่เป็ไร แต่ถ้าหากว่าสำเร็จก็คงจะเป็การลงทุนที่ได้กำไรงามมากเลยทีเดียว”
ดอนบอกด้วยความมั่นใจ เพราะวัตถุดิบจากสัตว์เวทขั้นต้นนั้นแม้จะมีราคาค่อนข้างมาก แต่เมื่อเทียบกับวัตถุดิบจากสัตว์เวทระดับกลางนั้น นับว่าถูกกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
“ถ้าอย่างนั้นผมจะลองพยายามดูครับ” โนบลินรับคำ
“อย่างนั้น เ้าสามารถสร้างเสร็จทันการประมูลประจำเดือนของเดือนหน้าหรือไม่ ถ้าเป็อย่างนั้นข้าจะได้นำมันเข้าร่วมประมูลพร้อมกับเครื่องป้องกันด้วยเลย”
“ถ้าผมทดลองแล้วได้ผลยังไงผมจะติดต่อมาอีกทีแล้วกันนะครับ”
“ตกลงตามนั้น” ดอนพยักหน้าตอบ
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วโนบลินก็ทำการเก็บรวบรวมวัตถุดิบต่าง ๆ ลงในกระเป๋าจนหมด ก่อนจะขอตัวกลับบ้านโดยที่ไม่ลืมนำเอาหนังสัตว์เวทขั้นต้นกลับบ้านไปด้วย
กลับมาถึงบ้าน โนบลินหิ้วกระเป๋าหนังทั้งสามในนั้นเดินขึ้นไปบนห้องก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะอ่านหนังสือของตัวเองและมองเพื่อน ๆ ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนการส่งผ่านพลังเวทลงไปในลูกแก้วอย่างขะมักเขม้น