“เฮ้! ซ่งจิ่งหยี แล้วหัวหน้าล่ะ ?” เจิ้งจือจวิ้นรีบวิ่งเข้ามาก่อนที่จะมองไปยังตำรวจที่กำลังพาผู้ต้องสงสัยขึ้นมาบนฝั่ง
“หัวหน้าลงไปอีกรอบและดูเหมือนว่าจะยังไม่ขึ้นมาจากน้ำ อืม... น่าจะอยู่แถว ๆ นั้น” ซ่งจิ่งหยีชี้ออกไปตรงบริเวณหนึ่งซึ่งผิวน้ำยังคงนิ่งสงบ
เจิ้งจือจวิ้นถามขึ้น “ว่าแต่ผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวเป็นภรรยาของหัวหน้าจริง ๆ เหรอ ?”
ซ่งจิ่งหยี “คงใช่ ถ้าไม่ใช่หัวหน้าก็คงสายตาไม่ดีแล้วล่ะมั้ง”
เจิ้งจือจวิ้นขมวดคิ้วเข้าหากัน ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยความเศร้า ตอนนี้ความรู้สึกภายในใจของเขากับซ่งจิ่งหยีก็เหมือนกันนั่นก็คือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเศร้าเสียใจ พวกเขาต่างก็พากันตำหนิตัวเองเพราะพวกเขาเป็นผู้ที่รุดไล่คนร้ายมาก่อนแท้ ๆ แต่ก็จับไม่ได้ ถ้าหากพวกเขาจับกุมผู้ต้องสงสัยและช่วยผู้หญิงคนนั้นได้ทันเวลาก็คงจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
ถ้าไล่ตามทัน ภรรยาของหัวหน้าของพวกเขาก็คงจะไม่ต้องมาเกิดอุบัติเหตุแบบนี้...
ในเวลานั้นเอง ตรงจุดหนึ่งของผิวน้ำที่ดูเงียบสงบก็เกิดเสียงขึ้นพร้อมกับที่ร่างของกู้เฉิงเซียวซึ่งอุ้มผู้หญิงจะผุดขึ้นมาจากผิวน้ำ
“หัวหน้า!” ซ่งจิ่งหยีและเจิ้งจือจวิ้นตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน ซ่งจิ่งหยีรีบกระโดดลงน้ำทันทีในขณะที่เจิ้งจือจวิ้นรีบถอดเสื้อของเขาออก
สมาชิกในทีมพิเศษไวด์วูล์ฟต่างก็เป็นคนที่เต็มไปด้วยความพร้อมและความเข้าใจ ไม่ว่าจะเรื่องอันตรายอะไรหรือจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของช่วงวิกฤติขนาดไหนพวกเขาก็เตรียมพร้อมเสมอ ดูได้จากการที่ทันทีที่พวกเขาเห็นการเคลื่อนไหว พวกเขาก็รีบโต้ตอบตามสัญชาตญาณโดยที่ไม่ต้องมีใครสั่ง
ซ่งจิ่งหยีรีบช่วยกู้เฉิงเซียวพาหลินเฉี่ยนขึ้นมาบนฝั่งในขณะที่เจิ้งจือจวิ้นรีบถอดเสื้อคลุมของเขามาปูไว้ที่พื้นก่อนที่จะนำร่างของหลินเฉี่ยนที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงวางลงไปบนนั้นแล้วรีบทำการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานในทันที
คนที่อยู่รอบ ๆ ที่พากันยืนออดูเหตุการณ์ต่างพากันปรบมือชื่นชมกันยกใหญ่ พวกเขาคิดว่าควรปรบมือให้กับผู้กล้าหาญที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน
กู้เฉิงเซียวในเวลานี้รู้สึกตื่นตระหนกและกระวนกระวายใจเป็นอย่างมากแต่เขาก็รีบกดความรู้สึกเหล่านั้นเก็บไว้และพยายามทำให้ตัวเองสงบที่สุด เขากดไปที่ท้องของเธอพร้อมกับพูดขึ้นมา “รีบดูที่ศีรษะเร็วเข้าเผื่อว่าจะมีบาดแผล”
ซ่งจิ่งหยีได้ยินเช่นนั้นก็รีบใช้มือของเขาตรวจเช็คบนศีรษะของหลินเฉี่ยนทันทีทว่ามือของซ่งจิ่งหยีสั่นเทา “หัวหน้าครับ คุณหลินเฉี่ยนมีเลือดออกตรงบริเวณศีรษะครับ”
“รีบตรวจดูเร็ว ๆ ว่าบาดแผลอยู่ตรงบริเวณไหน! รถพยาบาลมารึยัง ? รีบตามรถเร็วเข้า!!!”
ด้วยแรงกดที่รุนแรงทำให้หลินเฉี่ยนสำลักน้ำออกมาแต่ดวงตาของเธอยังคงปิดสนิทไม่รู้สึกตัว...
ซ่งจิ่งหยีใช้น้ำล้างมือที่มีรอยเลือดออกแต่ในเวลาอันรวดเร็วเลือดสด ๆ ก็เปรอะเต็มฝ่ามือของเขาอีกครั้ง “หัวหน้าครับ บาดแผลที่บนศีรษะของคุณหลินเฉี่ยนใหญ่มาก ตอนนี้มือผมสัมผัสโดน...” เมื่อพูดถึงตรงนี้ซ่งจิ่งหยีก็หยุดพูดไปเพราะเขากลัวว่าถ้าหากพูดไปแล้วอาจจะทำให้หัวหน้าของเขาช็อคด้วยความตกใจได้
กู้เฉิงเซียวรีบจับข้อมือรวมถึงตรงบริเวณฐานคอเพื่อเช็คชีพจรของหลินเฉี่ยนทันที เขาโล่งใจที่ชีพจรยังเต้นอยู่แต่มันก็แผ่วเบาและช้าลงเต็มที เขารีบผลักซ่งจิ่งหยีออกก่อนที่จะจับศีรษะของเธอแล้วเอียงหน้าไว้พร้อมกับทำการผายปอดให้เธอทันที
ความพยายามไม่เคยทำให้ใครต้องเสียใจเพราะในที่สุดหลินเฉี่ยนก็สำลักน้ำและไอออกมา
“หลินเฉี่ยน เธอฟื้นแล้ว” กู้เฉิงเซียวพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน เขากลัวจริง ๆ ว่าเธอจะตาย... ตายจากเขาไป...
“หลินเฉี่ยนมองหน้าฉันหน่อย ลืมตาแล้วมองหน้าฉันหน่อยเถอะ หลินเฉี่ยน...”
เสียงที่คุ้นเคยเข้าสู้โสตประสาทของสาวน้อยจนทำให้เธอได้สติกลับมาอีกครั้ง เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบากในขณะที่ร่างกายก็สั่นไปทั่วทั้งตัวและแม้แต่เสียงของเธอก็สั่นด้วยเช่นเดียวกัน “กะ... กู้เฉิงเซียว... ฉัน... ฉันหนาว...”
กู้เฉิงเซียวรีบเอาเสื้อคลุมด้านนอกห่อตัวเธอไว้พร้อมกับถามด้วยความรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ “เธอเจ็บตรงไหนบอกฉันมา”
หลินเฉี่ยนพยายามกัดฟันแน่นด้วยความหนาว แต่ไอ้ฟันเจ้ากรรมของเธอก็ยังไม่วายสั่นกระทบกันดังกึก.. กึก... กึก... ตอนนี้เธอรู้สึกหนาวเข้าไปถึงกระดูกจนร่างชาไปหมดทั้งตัวแล้ว “ฉันไม่รู้... ฉันหนาว...”
กู้เฉิงเซียวประคองศีรษะของเธอไว้ก่อนที่จะกอดร่างเล็กแนบตัวพร้อมกับจุ๊บริมฝีปากของเขาไปบนหน้าผากของเธอ “เก่งมากแล้วยัยหนูก๊อง อดทนอีกหน่อยนะ” เขากระซิบให้เธอได้ยินเพียงคนเดียว
ในเวลานั้นเองที่ทางลาดที่เป็นทางเดินสำหรับเดินลงมาด้านล่างคลาคล่ำไปด้วยผู้คน กลุ่มคนที่ตามรถตู้มาต่างก็พากันแห่ลงมาดู แม้แต่คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ยังสนใจมาที่จุดที่พวกเขากำลังช่วยชีวิตหลินเฉี่ยนอยู่ด้วย
และแม้แต่สองแม่ลูกที่รอดชีวิตเมื่อครู่ก็ยังอยู่ที่นี่ ตอนที่รถตู้ขับพุ่งเข้าใส่พวกเธออย่างบ้าคลั่งเล่นเอาเธอผู้เป็นแม่เข่าอ่อนจนแทบจะทรุดตัวลงไปกับพื้น แต่เธอก็คุ้น ๆ ว่าหญิงสาวคนที่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยชีวิตกันอยู่นั้นคือคนที่พุ่งตัวเข้ามาหักพวงมาลัยรถจนทำให้รถตู้เสียหลักและเบนไปทางอื่นแทนที่จะชนเธอกับลูก
คุณแม่วัยใสไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอรีบถอดเสื้อขนสัตว์ออกมาก่อนที่จะยื่นออกไปทันที “ขอโทษค่ะคุณเจ้าหน้าที่ ฉันมีเสื้อ รีบเอาให้เธอใส่เถอะค่ะ”
ในเเมือง B ตอนนี้เป็นช่วงเวลากลางคืนแล้วและอุณหภูมิเองก็เริ่มลดลงจนหนาวเย็นแล้วเช่นกัน แต่มันกลับไม่สามารถทำอะไรคนที่เข้ามายืนมุงเพื่อดูอุบัติเหตุตรงหน้านี้ได้เลย
กู้เฉิงเซียวรับเสื้อของอีกฝ่ายมาก่อนที่จะคลุมตัวหลินเฉี่ยนไว้ ทว่าในเวลาอันรวดเร็ว เสื้อตัวนั้นก็เลอะไปด้วยเลือดสด ๆ ของหลินเฉี่ยนแถมยังเห็นชัดกว่าเสื้อคลุมทหารสีกากีที่อยู่ใต้ตัวเธอตอนนี้เสียอีก
ขณะนั้นเจิ้งจือจวิ้นก็หันไปตะโกนใส่ทุกคนที่อยู่ด้านบน “ทุกคนครับ ตอนนี้รถพยาบาลมาแล้ว ขอความร่วมมือช่วยหลีกทางด้วยครับ”
ทันใดนั้นทุกคนก็ให้ความร่วมมืออย่างรวดเร็วและร่างของหลินเฉี่ยนก็ถูกพาขึ้นไปอยู่บนรถพยาบาลในที่สุด ส่วนหู่จือนั้น เขาถูกพาไปโดยรถพยาบาลอีกคัน
ณ โรงพยาบาลหน้าห้องไอซียู
กู้เฉิงเซียวยังคงนั่งรออยู่ตรงเก้าอี้หน้าห้องเพื่อรอฟังผลการรักษาจากแพทย์ที่กำลังรักษาอยู่ด้านใน
ตอนนี้เสื้อผ้าของเขายังชุ่มไปด้วยน้ำซึ่งก็หยดลงไปตามพื้น ป้าแม่บ้านที่กำลังถูพื้นอยู่เห็นเช่นนั้นก็ถามด้วยความหวังดีว่า “พ่อหนุ่ม เปลี่ยนเสื้อหน่อยไหมจ๊ะ ? เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะ”
กู้เฉิงเซียวยกขาขึ้น “เอ่อ ขอโทษนะครับที่ทำให้ลำบาก”
ป้าแม่บ้านส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฉันแค่กลัวว่าพ่อหนุ่มจะไม่สบายน่ะ”
“ขอบคุณนะครับ แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ”
ป้าแม่บ้านถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินถูพื้นต่อไป
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น คงเป็นเพราะทางเดินมันไม่มีคนเลยและเงียบมากจึงทำให้เสียงโทรศัพท์ของเขาดังจนได้ยินชัดเจนไปทั่วโถงทางเดิน เฉิงเซียวรีบปรับเสียงให้เบาลงก่อนที่จะรับสายและกรอกเสียงเคร่งขรึมลงไป “ฮัลโหล”
“หัวหน้าครับ ผมเจิ้งจื่อจวิ้น จะโทรมารายงานว่าตอนนี้เว่ยหนานจับอีกสี่คนที่เหลือได้แล้วและตอนนี้กำลังสอบสวนอยู่ครับ ส่วนหู่จือได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เดี๋ยวถ้าทำแผลเสร็จแล้วจะรีบส่งตัวไปสอบสวนต่อครับ”
กู้เฉิงเซียว “โอเค”
เจิ้งจือจวิ้น “คุณหลินเฉี่ยนเป็นยังไงบ้างครับ ?”
กู้เฉิงเซียวเงยหน้ามองไฟห้องไอซียูก่อนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สับสน “ไม่รู้”
เจิ้งจือจวิ้นและกู้เฉิงเซียวอยู่ด้วยกันมานานตั้งแต่พวกเขาจำความได้ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้ยินคำว่า ‘ไม่รู้’ หลุดออกมาจากปากของกู้เฉิงเซียวเลยแม้แต่ครั้งเดียว แถมวันนี้เขายังได้เห็นสายตาที่ดูตื่นตระหนกของกู้เฉิงเซียวซึ่งเขาไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย
เป็นเพราะหลินเฉี่ยนจึงทำให้วันนี้เขาได้เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกู้เฉิงเซียว
เจิ้งจือจวิ้น “ไม่ต้องห่วงหรอกครับหัวหน้า คุณหลินเฉี่ยนจะต้องปลอดภัยแน่”
“หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น”
หลังจากวางสายแล้วเฉิงเซียวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นตรงทางเดิน เมื่อเขาหันไปมองก็เห็นร่างของซ่งจิ่งหยีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกำลังวิ่งมาด้วยความรีบร้อนโดยมีเสื้อผ้าอีกชุดถืออยู่ในมือซ้าย
ตั้งแต่ขึ้นมาจากแม่น้ำที่น้ำเย็นเจี๊ยบแถมยังถูกลมหนาวพัดนั้น กู้เฉิงเซียวก็ยังอยู่ในชุดเปียกน้ำ เมื่อโดนความหนาวเย็นเล่นงานมาเต็ม ๆ ขนาดนี้ แม้แต่ชายกำยำเลือดร้อนก็ยังหนาวจนตัวสั่นงันงก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะผ่านการฝึกฝนแบบพิเศษมาก่อนแล้วแต่พวกเขาก็มีเลือดมีเนื้อมีความรู้สึกไม่ต่างอะไรจากคนอื่น ๆ
“ผมเอาชุดมา หัวหน้ารีบเปลี่ยนเสื้อก่อนเถอะครับ”
ทว่ากู้เฉิงเซียวยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนราวกับเป็นอิฐเป็นปูน ตอนนี้เขากำลังนึกถึงตอนที่หลินเฉี่ยนโทรมาหาเขาช่วงบ่ายแล้วบอกว่าเธอคิดถึงเขามาก เขานึกถึงตอนที่พวกเขาอยู่บนรถพยาบาลแล้วได้ยินเสียงหลินเฉี่ยนครางออกมาเบา ๆ ว่า ‘เจ็บ’
‘เจ็บ’ ใช่ เขาเองก็เจ็บมากเหมือนกัน!
คนพวกนั้นต้องการที่จะแก้แค้นเขาจึงใช้วิธีการลักพาตัวผู้หญิงของเขาไป เขารู้สึกทั้งเจ็บและแค้นที่ตัวเองไม่ระมัดระวังตั้งแต่เนิ่น ๆ เขาทำทุกอย่างแต่เขากลับประมาทที่จะปกป้องคนข้างตัวของเขาเอง ยิ่งเขาคิด มันก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก
ซ่งจิ่งหยีเห็นท่าทางของอีกฝ่ายไม่สู้ดีนักเขาจึงเอ่ยปากพูดขึ้นมา “หัวหน้ากู้... ไม่ว่ามันจะด้วยเหตุผลหรืออะไรก็ตามแต่ตอนนี้ผมว่าหัวหน้าไปเปลี่ยนเสื้อก่อนเถอะครับ เดี๋ยวพอเข้าเยี่ยมคุณหลินเฉี่ยนได้ หัวหน้าจะได้ไปดูแลเธอไง”
กู้เฉิงเซียวได้ยินเช่นนั้นก็ได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาหันไปมองห้องไอซียูที่ยังมีแสงไฟเล็ดลอดออกมาก่อนที่จะก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง “ครึ่งชั่วโมงแล้ว... งั้นฝากนายรอดูด้วยถ้ามีอะไรก็รีบเรียกฉันทันที”
“ครับ”
กู้เฉิงเซียวรีบเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงทางเดินที่ทั้งมืดและหนาวเย็น ทันทีที่เสื้อผ้าของเขาถูกเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ร่างกายของเขาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง
และเมื่อเขาเดินกลับมาหน้าห้องไอซียู เขาก็ถามซ่งจิ่งหยีถึงเรื่องงาน “จิ่งหยี ทางเรากู้รถขึ้นมาได้รึยัง ?”
ซ่งจิ่งหยี “ต้องใช้รถเครนเพื่อลากขึ้นมาครับ ตอนนี้รถน้ำหนักเยอะมากแถมรถเครนก็เข้าไปไม่ได้ คิดว่าต้องรอให้น้ำลดลงสักหน่อยก่อนถึงจะเข้าไปกู้รถขึ้นมาได้”
กู้เฉิงเซียว “โอเค งั้นนายกลับไปพร้อมกับจือจวิ้นเลยแล้วกัน แล้วก็บทสนทนาที่ถูกถ่ายไว้ได้จากกล้องวงจรที่ฟังไม่ชัดเจนนั่น นายเอาไปให้เฉินจื้ออานจัดการดู บางทีเราอาจจะพบเบาะแสอะไรมากขึ้น”
ซ่งจิ่งหยียืดตัวขึ้นพร้อมทำท่าตะเบะ “ครับ!”