แสงสีดำ–ฟ้าปะทุกลางสวนต้องห้าม
ราวกับท้องฟ้าแตกเป็เสี่ยง ๆ
กลิ่นอากาศเปลี่ยน—เย็น รุนแรง และแ่เหมือนเสียงคำสาป
ซูอินยืนสั่น
แต่ยังถูกองค์ชายกอดประคองเอาไว้แน่น
แขนของเขาโอบรอบเอวเธอโดยไม่รู้ตัว
เหมือนร่างเขาขยับเองเพื่อปกป้อง
เขาไม่พูดว่า “กลัวหรือไม่”
แต่ซูอินรู้จากสายั์ตา
ว่าเขา กลัวว่าเธอจะหายไป มากกว่าเธอกลัวศัตรูเสียอีก
เสียงก้าวเท้าช้า ๆ
ดังบนพื้นดินที่เปียกกลิ่นลมโบราณ
เงาร่างนั้น สูง สง่า
สวมชุดสีดำปักลายเหมือนปีก
ดวงตาข้างหนึ่งเป็สีทองเหมือนดวงดาว
อีกข้างหนึ่งเป็สีดำสนิทเหมือนหลุมมิติ
เขาเดินช้า
แต่ทุกครั้งที่ปลายเท้าแตะพื้น
ดอกไม้ที่เรืองแสงรอบ ๆ
ดับลงทีละดวง
ซูอินกลืนน้ำลาย
กระซิบเบา ๆ
“ท่านคือ… อะไรกันแน่คะ?”
ร่างนั้นหยุด
ดวงตาสีทองมองตรงมาที่เธออย่างแม่นยำ
เหมือนเขาเห็นเธอแม้ในความมืดที่สุด
ชายผู้นั้นพูดเสียงทุ้มนุ่ม
แต่แฝงความโหดร้ายลึก ๆ
“ข้าคือ ‘อวิ๋นเซวียน’ ผู้เฝ้า์…
ผู้ถูกเลือกให้ตามล่าเ้าผู้ถือ ‘ตราดาวเจ็ดแฉก’”
ซูอินแทบหายใจไม่ออก
มือกำเสื้อองค์ชายแน่นขึ้น
องค์ชายจ้องอีกฝ่าย
แววตาเย็นลงเหมือนเตรียมฟันคอใครสักคน
ไม่มีคำพูดใด
เขาเพียงยืนบังเธอ
จนเธอมองเห็นได้เพียงแผ่นหลังของชายผู้หนึ่ง
ที่นิ่ง ร้อนแรง และเต็มไปด้วยแรงปกป้อง
ซูอินรู้สึกถึงหัวใจตัวเองเต้นแรงในอก
ทั้งเพราะกลัว…
และเพราะเขา
องค์ชายเอ่ยเสียงต่ำ
“เ้ามาทำอะไรที่นี่ อวิ๋นเซวียน”
ผู้เฝ้า์ยิ้มบาง ๆ
แต่เป็รอยยิ้มที่เย็นจนขนลุก
“ข้า… มาตามสิ่งที่เป็ของ์กลับไป”
เขาชี้ปลายนิ้ว
ไปที่ซูอิน
ซูอินสะดุ้ง
ซ่อนตัวหลังองค์ชายจนแทบจะมุดเข้าไปในชุดเขา
องค์ชายกำดาบแน่น
เสียงของเขาเริ่มมีไอเย็นบาง ๆ ลอยออกมา
“นางไม่ใช่ของเ้า
และไม่ใช่ของ์”
อวิ๋นเซวียนหัวเราะ
เสียงต่ำและนุ่มเหมือนระฆังกลางคืน
“แต่ตราดาวเจ็ดแฉกบนตัวนาง…
คือสัญญาณของผู้ที่ ‘์เคยลงโทษ’
ไม่ใช่ผู้ที่์เลือก”
ซูอินสะดุ้งเฮือก
“ลงโทษ…!?”
องค์ชายหันกลับมามองเธอทันที
ดึงมือเธอไว้แน่นขึ้น
ให้สัญญาณว่า
อย่าเชื่อคำของศัตรู
อวิ๋นเซวียนยกมือขึ้น
ลมสีดำแหวกว่ายในอากาศ
ราวกับมีเงาิญญาหลายสิบดวงพยายามหลุดออกจากร่าง
ซูอินร้อง
“เพคะ! ระวัง!”
องค์ชายหันกลับมาหาเธอ
ก้มหน้าลงใกล้
จนปลายจมูกแทบชนกัน
Romantic Tension Scene
เกิดขึ้นกลางสนามรบอย่างไม่ตั้งใจ
“ซูอิน…
กลิ่นน้ำหอมของเ้าบนตัวข้า—มันทำให้ข้ารู้ว่าเ้ากำลังสั่น”
เขากระซิบ
เสียงทุ้มอุ่นผิดกับสถานการณ์รอบตัว
เธอหน้าแดง
“ขะ…ข้ากลัวตายสิคะ!”
องค์ชายยิ้มบาง ๆ
“ข้าอยู่ตรงนี้…
ไม่มีผู้เฝ้า์คนไหนแตะต้องเ้าได้”
คำพูดนั้นทำให้ซูอินหัวใจเต้นแรงกว่าเดิม
แต่ยังไม่ทันได้ตอบ—
อวิ๋นเซวียนสะบัดมือ
เส้นลมสีดำพุ่งเข้าใส่ทั้งคู่
เหมือนหอกหลายสิบเล่มเล็งเข้าหาหัวใจ
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
แต่ในเสี้ยววินาทีเดียว
องค์ชายฉีอวิ้นดึงซูอินเข้ามาในอ้อมแขน
หมุนตัวหลบ
และพลังสีทองอ่อนก็ะเิออกจากตัวเขา
ปะ—!
กำแพงพลัง์สีทอง
แตกซ่านออกกลางอากาศ
คล้ายปีกนกทองที่กางปกป้องเธอไว้ทั้งหมด
ซูอินเบิกตากว้าง
“เพคะ! นั่นมัน…พลังอะไร!?”
องค์ชายเองก็ดูใ
เหมือนพลังนั้นตื่นขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
และเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน
อวิ๋นเซวียนยิ้ม
ดวงตาสีทองสว่างขึ้น
“ในที่สุด…
พลังของเ้าก็เผยตัวออกมา
องค์ชายฉีอวิ้น”
องค์ชายขมวดคิ้ว
“ข้า—ไม่มีพลัง์”
อวิ๋นเซวียนหัวเราะ
เสียงนั้นเหมือนระฆังแห่งชะตากรรม
“มีสิ…
มีมาั้แ่ชาติภพก่อน
เพียงแต่ไม่ได้ตื่น
จนกว่าจะได้ััผู้ที่เป็โชคชะตาของเ้าอีกครั้ง”
สายตาเขาหันไปที่ซูอิน
ตอนนี้เองที่ซูอินรับรู้—
กลิ่นที่องค์ชายจำได้จากชาติภพก่อน
ไม่ใช่กลิ่นกายของหญิงสาว
แต่เป็ “กลิ่นพลัง์ที่เชื่อมโยงสองดวงชะตาเข้าหากัน”
ซูอินหน้าแดง
“อย่าบอกนะคะว่า…ข้าเป็ตัวกระตุ้นพลังเ้าให้ฟื้น? แบบ… เครื่องชาร์จมือถือ?”
องค์ชายถอนหายใจ
“…เปรียบเทียบของเ้ามันแปลกมาก แต่ก็คง…ใช่”
แม้จะอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด
แต่ความคอมเมดี้เบา ๆ ก็แทรกขึ้นมา
อวิ๋นเซวียนยิ้ม
“ดี… งั้นข้าจะเริ่มทดสอบพลังเ้าทั้งคู่”
เขาผายมือเบา ๆ
เงาสีดำใต้เท้าทั้งสองเริ่มขยายราวกับจะกลืนพวกเขาลงไป
ซูอินกรีดร้อง
เกาะองค์ชายแน่นจนหน้าแทบ埋อยู่ในอกเขา
องค์ชายยกดาบ
ประกายตาเปลี่ยนเป็ “ไฟ์” ที่เริ่มตื่น
“อย่าแม้แต่คิดจะแตะต้องนาง!”
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วสวนต้องห้าม
จนแม้แต่ต้นไม้เรืองแสงยังสั่นไหวตาม
ผู้เฝ้า์ยิ้มกว้างขึ้น
“งั้นก็แสดงให้ข้าเห็น—
ว่าพลังที่เ้ามี
คู่ควรจะปกป้องนางหรือไม่”
—จบบทที่ 17—