“มากันแล้วหรือลูก” ญาดาร้องทักลูกชายที่เดินเข้าบ้านมาไม่พูดไม่จาเธอถามก็เดินพ้นไปราวกับไม่ได้ยินเสียง “อะไรของตาลม”
“คุณย่า! สวัสดีครับบบบ” เสียงสองแสบร้องเรียกญาดามาแต่ไกลจนโดนรักดุเบาๆ
“สวัสดีครับคุณป้า” รักที่เดินเข้ามาพร้อมสองแฝดเอ่ยทักทาย
“สวัสดีจ้ะลูกคู่ หนูรัก” เอ่ยรับทั้งอ้าแขนรับเด็กแสบที่เข้ามาเกาะ “ลมเขาเป็ไรละลูกเดินมาไม่พูดไม่จาเลย” เธอถามรักถึงอาการแปลกๆ ของลูกชายไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมาหรือเปล่าเธอคิดเพราะน้อยครั้งที่จะเห็นลมเลเป็แบบนี้
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะเมื่อกี้ก็ปกติดีนะคะ” รักบอกไปก่อนจะพากันไปนั่งคุยที่โซฟา
“วันนี้ลูกคู่ของย่าไปไหนกันมาเอ่ย” ญาดาถามขณะลูบหัวสองแสบที่นั่งอยู่ขนาบข้างซ้ายขวา
“น้องจันทร์ไปช่วยพ่อใส่ปุ๋ยยยย”
“พี่อินทร์ก็ช่วยด้วยยยยย” เด็กทั้งสอบตอบอย่างแข่งขัน
“ช่วยหว่านปุ๋ยทิ้งนะหรือพวกเอ็ง” ลมเลที่พึ่งเดินเข้ามาพูดแทรกขึ้น จนสองแสบหน้ายู่เพราะถูกพ่อเหน็บ รักเองก็มีสะดุ้งเพราะเื่นี้รักเองก็มีความผิดด้วยเหมือนกัน
“แล้วนั้นอะไรตาลม” ญาดาถามถึงของในมือลูกชายแต่พอเห็นว่าคืออะไรก็ถามต่อ “ใครเป็อะไร” ก่อนจะสำรวจสองแสบว่าเป็แผลอะไรตรงไหนหรือเปล่า
“เอามือมา” ลมเลไม่ได้ตอบคำถามญาดาแต่หันมาสนใจพี่เลี้ยงที่นั่งอยู่ข้างๆ แทน ทางญาดาหันมองตามทันที
“อ้าว! รักเป็อะไรลูก” ญาดาร้องถามอย่างเป็ห่วง นึกถึงลูกชายที่เข้ามาไม่พูดไม่จาตอนแรกก็เข้าใจได้ทันทีว่าคงเป็ห่วงรักมากน่าดูเธอเลยกังวลว่าจะเป็อะไรร้ายแรง
“ก็ไม่ได้เป็อะไรมากค่ะ” รักบอกก่อนจะหันมาทางลมเล “ฉันไม่ได้เป็อะไรมากค่ะ”
“บอกให้เอามือมาจะดื้อทำไม” ลมเลว่า
“ดูไปดุน้องเข้า น้องกลัวหมดแล้วตาลม” ญาดาว่าลูกชายที่ดุพี่เลี้ยงเสียจนทำตัวไม่ถูก “ให้พี่เขาดูหน่อยเถอะลูก อุส่าต์เดินหน้าเครียดไม่พูดไม่จาไปเอากล่องยามา” บอกกับรักทั้งไม่ลืมเหน็บลูกชายไปหนึ่งทีก่อนจะหันชวนสองแสบไปหาขนมกินกันในครัวปล่อยให้ทั้งสองอยู่กันลำพัง แต่ก็ไม่ลืมสังเกตอาการลูกชายที่เป็ห่วงอีกคนจนผิดปกติ
“เอามือมาได้หรือยัง” ลมเลนั่งลงโซฟาข้างๆ แล้วร้องบอกกับคนที่ยังนั่งนิ่งอีกครั้ง รักี้เีต้องมาเถียงกับอีกคนเลยยอมยื่นมือให้ ลมเลจับมือขาวมาพลิกดูก็พบว่าตอนนี้ขึ้นผืนแดงเล็กน้อย และคาดว่าต้องมีอาการคันด้วยเป็แน่เพราะเห็นรอยแดงเป็ทางยาวเหมือนกับรอยเกา
ลมเลหยิบยาขึ้นมาทาให้อย่างเบามือ ทั้งสองต่างไม่พูดไม่จาอะไรมีแต่ความเงียบที่ปกคลุมแต่ความรู้สึกห่วงใยกลับแพร่กระจายออกมาทางสายตาจนรักหัวใจเต้นแรง
“พ่อ!”
“เฮ้ย!”
สองแสบะโร้องเรียกลมเลเสียงดังจนใรีบละมือจากการทายาทันทีรู้สึกทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะเอาไม้เอามือไปวางตรงไหน สองแสบเห็นพ่อใก็ชอบใจใหญ่โตหัวเราะลั่นบ้านกันเลยทีเดียว ส่วนญาดาได้แต่สายหน้าให้กับอาการลูกชายที่หลุดได้ถึงขนาดนี้หมดกันมาดนายหัวแห่งสวนสายลมเ้าตัวจะรู้บ้างไหมว่าตัวเองเป็เอามาก
ลมเลเห็นท่าไม่ดีเลยรีบลุกหนีออกมาก่อนนับวันเขายิ่งไม่เป็ตัวของตัวเองเข้าไปทุกที ขนาดเดินออกมาไกลก็ยังได้ยินสองแสบหัวเราะเยาะเขาดังมาอยู่จนมีเสียงรักที่ร้องห้ามปราบให้ตายเถอะวันนี้เขาทำอะไรขายหน้าหลายอย่างเกินไปแล้ว
ทางสองแสบพอถูกอารักห้ามก็รีบเก็บเสียงหัวเราะทันทีแต่ยังแอบยิ้มขำเบาๆอยู่ ญาดาเองก็เป็กับหลานชายไปด้วยอีกคน จนรักรู้สึกเก้กังไปหมด
“พอแล้วลูกพ่อเขาไปนู้นแล้ว” ญาดาบอกสองแสบทั้งหันมามองรักพร้อมยิ้มแปลกๆ ทำเอารักหวั่นๆ แม้รอยยิ้มนั้นจะไม่ได้แสดงถึงความไม่พอใจก็ตาม
“พ่อตลก”ขุนอินทร์ร้องบอก
“ไม่เอาค่ะพอแล้ว ไหนมีขนมอะไรมาให้อารักกินบ้างค่ะ” รักห้ามก่อนจะเปลี่ยนเื่
“กล้วยบวชชีครับ” ขุนจันทร์ยกถ้วยโชว์
“น่าทานจังเลยค่ะ คุณป้าทำเองหรือค่ะ” กล้วยบวชชีสีขาวนวลในถ้วยนั้นน่ากินมากจริงๆ
“ใช่จ้ะ รักลองทานดูสิลูก” บอกทั้งส่งถ้วยขนมที่ตักมาให้กับรัก
ทั้งสี่นั่งกินขนมและพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนานก่อนจะพากันเข้าครัวเพื่อช่วยกันเตรียมอาหารเย็น
“วันนี้ทำอะไรกินกันดีเอ่ย” ญาดาร้องถามสองแสบ
“น้องจันทร์อยากกินต้มจืดสาหร่ายยย” พูดขึ้นเสียงดังทั้งะโชูมืออย่าง้าเสนอเมนูโปรดของตัวเอง
“พี่อินทร์อยากกินหมูทอด หมูทอด” แฝดพี่ก็รีบเสนอด้วยเช่นกัน
“ได้เลยครับย่าจัดให้” ญาดาตอบรับทั้งหัวเราะอยากเอ็นดูหลานชายทั้งสอง “แล้วรักละลูกอยากกินอะไรไหม”
“หนูว่าจะทำน้ำพริกกับคั่วกลิ้งให้คุณลมนะคะ เขาอยากกินอยู่” รักตอบทั้งหยิบจับของที่้าออกจากตู้เย็น โดยไม่ได้สังเกตเห็นสายตาแปลกใจของญาดาเลยแม้แต่น้อย
“ป้าหมายถึงรักไม่ได้ถามถึงพี่ลมเขา อะไรกันสองคนนี้” เธอว่าอย่างอ่อนใจ คนผ่านน้ำร้อนมาก่อนอย่างเธอมีหรือจะดูไม่ออกว่าเด็กทั้งสองมีใจให้กัน มีก็แต่เ้าตัวนั้นแหละรู้ตัวกันบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้
“หนูกินอะไรก็ได้ค่ะ” รักตอบกลับมาอย่างรู้สึกขัดเขิน
“จ้ะ ป้าก็ไม่ได้ว่าอะไร เรามาทำอาหารกันดีกว่า”
รักกับญาดาช่วยกันเตรียมอาหารกันคนละไม้ละมือโดยมีลูกมือเป็สองแสบที่คอยจับนู้นหยิบนี้ให้ บ้างก็ช่วยล้างผัก ทำในส่วนที่เด็กตัวเล็กอย่างพวกเขาทั้งสองพอช่วยได้โดยไม่รู้สึกอิดออด สองแสบตั้งใจทำกันเป็อย่างดีถึงจะวุ่นกันจนทำจานตกแตกไปหนึ่งใบก็ตาม
“ลูกคู่ไปบอกพ่อให้เก็บใบมะกรูดให้ย่าหน่อยเร็ว” ญาดาที่ง่วนอยู่กับการตำเครื่องแกงคั่วกลิ้งร้องบอกเด็กทั้งสอง รักเองที่กำลังสับหมูก็ละมือมาหยิบถ้วยใบเล็กส่งให้เด็กชาย ซึ่งพอรับได้ก็รีบวิ่งออกจากห้องครัวจนรักต้องร้องห้าม
“อย่าวิ่งค่ะพี่อินทร์ น้องจันทร์”
“ดูเข้าสนุกกันใหญ่ลูกคู่” ญาดาว่าทั้งสายหน้าด้วยรอยยิ้มเพราะเอ็นดูเด็กทั้งสอง ก่อนหน้านี้ไม่มีหรอกที่ลูกคู่ของเธอจะเข้ามาช่วยแบบนี้ มาที่ไรก็เอาแต่วิ่งเล่นให้ผู้ใหญ่ปวดหัว ั้แ่รักมาเป็พี่เลี้ยงหลานชายทั้งสองของเธอดูจะเอาการเอางานมากขึ้นไม่ห่วงแต่เล่นอย่างแต่ก่อน และที่สำคัญคือลูกคู่มีระเบียบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ใบมะกรูดใหญ่ๆ มาแล้วครับบบบบ” หายออกไปครู่หนึ่งก็มาพร้อมกับใบมะกรูดกิ่งงามหนึ่งกิ่งในมือของขุนอินทร์ ถ้วยที่รักให้ไปในมือขุนจันทร์นั้นว่างเปล่า
“เอามาให้อารักครับ”
“ดูตาลมหักทั้งกิ่งมาให้เลย ให้ตายเถอะลูกคนนี้” ญาดาบ่นลูกชายเบาๆ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะถ้าเหลือเดี๋ยวเอาใส่ตู้เย็นไว้นะคะ” รักบอกทั้งยิ้มอย่างนึกตลกเ้านายตัวเองโตแล้วยังชอบทำตัวให้แม่บ่นอยู่ได้
“ช่วยกันเข้าไป ชักจะยังไงแล้วนะป้าว่า” พูดอย่าง้าดูท่าทีของหญิงสาว
“มะ ไม่มีอะไรนะคะ” รักรีบตอบอย่างร้อนใจ
“ไม่มีก็ไม่มีจ้ะ” ญาดาว่าทั้งรอยยิ้ม ชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่ต้องถามอะไรมาก
“อารักหน้าแดงเลยยย” ขุนอินทร์ร้องบอก
“อารักสับหมูเหนื่อยหรือออออ” ขุนจันทร์ถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะอารักของเขาหน้าแดงตอนสับหมู คงจะเหนื่อยมากๆ แน่เลย
“ลูกคู่ ฮาๆ” ญาดาร้องเรียกทั้งสองอย่างนึกเอ็นดูช่างคิดได้นะว่าอารักเขาหน้าแดงเพราะสับหมู เด็กนี้ช่างใสซื่อจริงๆ พอหันมองทางรักก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาสับหมูไม่พูดมาจาคงเพราะรู้สึกเขินอายก็หน้าแดงๆ นั้นเป็ตัวบอกเธอ
เธอไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไรถ้าทั้งสองรักกันคนเป็แม่อย่างเธอก็พร้อมยอมรับ ลมเลก็โตแล้วเธอเชื่อว่าลูกชายเธอคิดมาดีแล้วเป็แน่ยิ่งเคยผ่านชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลวมาแล้ว
........................................................................................................................
ลูกคู่มาแล้วน่าาาาาาา ตอนนี้ก็เรื่อยๆๆๆๆ เหมือนเดิมจ้าาาาาาา