บทที่ 38 กลอุบายหลอกล่อได้ผลดีเกินคาด
"อืม?" เจียงอี้เพิ่งเคยเห็นโจวจวินฉิงทำท่าทางแบบนี้เป็นครั้งแรก เธอจึงหรี่ตาลงทันที
หากเป็นเรื่องภารกิจของเขาเอง โจวจวินฉิงมักจะไม่เป็นแบบนี้ เขาจะทำเพียงแค่ปิดปากเงียบไม่พูดอะไร ซึ่งเจียงอี้ก็รู้ดีว่าไม่ควรถาม
แต่ตอนนี้สีหน้าของโจวจวินฉิง เจียงอี้เอามือเท้าคางแล้วพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าคุ้นเคยแบบนี้ ไม่ใช่สีหน้าเวลาที่เธอรู้สึกผิดหรือไงนะ?
"พี่โจว คำตอบของพี่ล่ะคะ?" เจียงอี้วิเคราะห์เสร็จก็รีบถามต่อทันที
โจวจวินฉิง "..."
เขาขยับริมฝีปากเล็กน้อย คิดจะพูดตรง ๆ หลายครั้ง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเพิ่งจะสั่งสอนเด็กสาวไป หากทำเสียเองคงไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของเขาในสายตาเด็กสาวเป็นแน่
เอาเป็นว่า ทำธุระเสร็จแล้วค่อยพูดก็แล้วกัน!
เมื่อตัดสินใจได้ โจวจวินฉิงจึงเม้มริมฝีปากแน่น จากนั้นก็เอื้อมมือไปผูกผ้าพันคออันน่าเกลียดที่เพิ่งจะแก้ให้เจียงอี้เมื่อครู่กลับเข้าที่เดิม ท่าทางของเขาอ่อนโยนเป็นพิเศษ ถึงขั้นก้มตัวลงเล็กน้อย จ้องมองดวงตากลมโตของเจียงอี้ แล้วเอ่ยปากเรียกว่า
"เสี่ยวอี้"
"หืม?" เจียงอี้เอียงคออย่างงุนงง เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาของโจวจวินฉิงขยับเข้ามาใกล้ แม้ใบหน้านั้นจะเรียบเฉยเหมือนเช่นเคย แต่แค่ได้มองใกล้ ๆ แบบนี้ เธอก็แทบจะปฏิเสธอะไรเขาไม่ลงอยู่แล้ว "คะ?"
โจวจวินฉิงแอบยกยิ้มมุมปาก ฉวยโอกาสที่หญิงสาวยังไม่ทันได้สติ รีบพันผ้าพันคอให้เธออย่างรวดเร็ว "เจอกันตอนเย็นนะ"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป ไม่ถึงสามวินาที ร่างสูงก็หายลับไปจากสายตาของเจียงอี้
ทิ้งให้เจียงอี้ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น
ครู่ใหญ่กว่าเจียงอี้จะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจ้องมองแผ่นหลังของโจวจวินฉิงที่รีบร้อนจากไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เธอไม่คิดเลยว่า โจวจวินฉิงจะใช้ ‘มารยาชายหล่อ’ กับเธอ!
หลังจากยืนนิ่งอยู่นาน ในที่สุดเจียงอี้ก็ยอมรับความจริง พี่โจวที่สุขุมและเที่ยงธรรมของเธอ เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ก็ดูเหมือนจะติดนิสัยไม่ดีจากเธอไปแล้ว!
"เฮอะ!"
เจียงอี้สูดหายใจเข้าลึก ๆ ค่อย ๆ ยกมือขึ้น จัดผ้าพันคอที่ชายหนุ่มพันให้เธออย่างลวก ๆ เสียงเย็นชาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก เธอดูเหมือนตัวร้ายในละครไม่มีผิด "หนีฉันไปได้ แต่หนีวัดหนีวาไม่ได้หรอก พี่โจว นี่พี่โง่ไปแล้วหรือไง คิดว่าตอนเย็นจะไม่มาหาฉันที่บ่อน้ำพุร้อนได้งั้นเหรอ"
โจวจวินฉิงเพิ่งจะออกมาจากตรอกก็รีบหันหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาใช้แรงเพียงเล็กน้อยก็พาตัวเองขึ้นไปบนกำแพงได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ซ่อนตัวอย่างระมัดระวังอยู่ตรงมุมกำแพง คอยสังเกตปฏิกิริยาของเด็กสาว
โจวจวินฉิงได้แต่คิดในใจ "..."
เจียงอี้ไม่รู้ตัวเลยว่า โจวจวินฉิงอยู่ใกล้ ๆ แค่นี้ ถึงแม้ประสาทสัมผัสของเธอจะไวแค่ไหน แต่ในตอนนี้ก็เทียบไม่ได้กับโจวจวินฉิง ผู้ผ่านการฝึกฝนอย่างมืออาชีพมาอย่างดี
แต่ช่างเถอะ ถึงยังไงเธอก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เพิ่งถูกโจวจวินฉิง ‘หลอก’ แบบนี้ ถ้าเธอจากไปด้วยท่าทางอับอายขายหน้า คงจะน่าอายน่าดู
โจวจวินฉิงได้แต่คิดในใจ "..."
เขายืนพิงกำแพง มองดูเด็กสาวก้าวเท้าอย่างมาดมั่น เหมือนกับว่า ‘ไม่รู้จักใครทั้งนั้น’ เดินด้วยท่าทางสง่างามน่าเกรงขาม
สุดท้ายเขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ทำไมบนโลกนี้ถึงมีเด็กสาวที่น่ารักขนาดนี้นะ?
ดวงตาและคิ้วของโจวจวินฉิง ในตอนนี้ดูอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะเจียงอี้เพียงคนเดียว แต่ตัวเขาเองกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเด็กสาวคนนี้มีอิทธิพลต่อเขามากแค่ไหน
แน่นอนว่า เจียงอี้ก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน เธอแค่จำไว้ในใจว่า คืนนี้โจวจวินฉิงจะต้องมาหาเธอ แล้วเธอจะได้คิดบัญชีกับเขาให้สาสม
ตอนเที่ยง เจียงอี้กลับไปที่บ้านตระกูลเจียงก็พบว่าบรรยากาศที่เคยหม่นหมองเมื่อสองสามวันก่อนได้หายไปจนหมดสิ้น เจียงหว่านเยว่มีสีหน้าแจ่มใสราวกับว่ากำลังมีความสุขอย่างปิดไม่มิด
เจียงอี้ยกคิ้วขึ้น นี่โจวหนิงเหยียนกับเจียงหว่านเยว่ติดต่อกันแล้วงั้นเหรอ?
ไม่เสียแรงที่เธออุตส่าห์ยุแยงทั้งสองฝ่าย ถ้ายังไม่ได้เจอกันอีก เธอคงต้องลากทั้งคู่มาเจอกันเองซะแล้ว
หลี่สุ่ยเถาก็ดูไม่ร้อนใจเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน แอบซุบซิบกับเจียงหว่านเยว่ในห้องนอน ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนอะไรกันอยู่
แต่บ้านมันก็แค่นี้ ทั้งเจียงอี้ก็ยังหูดี ต่อให้ทั้งคู่จะเสียงเบาแค่ไหน เธอก็ได้ยินอยู่ดี
"แม่คะ หนิงเหยียนเขาวิ่งหนีออกจากบ้านมาเพื่อหนูเลยนะ" เจียงหว่านเยว่พูดด้วยสีหน้าเขินอาย
หลี่สุ่ยเถากลับไม่ค่อยจะดีใจนัก "หนีออกมา? หมายความว่าที่บ้านเขายังไม่ยอมรับ แล้วแบบนี้เขาตัดสินใจแต่งงานกับเธอได้เหรอ?"
เจียงหว่านเยว่หน้าเจื่อนลง "คือ... ที่บ้านเขายังไม่ยอมรับค่ะ แม่เขาจะส่งเขาไปเมืองหลวง หนิงเหยียนกลัวว่าจะไม่ได้เจอหนู เขาเลยแอบหนีออกมาตอนกลางคืน ตอนนี้อาศัยอยู่บ้านเพื่อนค่ะ"
เจียงอี้ขมวดคิ้ว
ไปอยู่บ้านเพื่อนงั้นเหรอ?
ถ้าบ้านเพื่อนเขามีคนอื่นอยู่ด้วย แบบนี้โจวหนิงเหยียนกับเจียงหว่านเยว่จะทำอะไรกันได้ยังไง?
เจียงอี้คิดแบบนั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเจียงหว่านเยว่พูดว่า "แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ เพื่อนของหนิงเหยียนคนนั้นชื่อจ้าวเอ้อร์โก่ว เขาอยู่คนเดียว หนิงเหยียนไปอยู่ที่นั่นสะดวกมากเลย หนูก็ไปหาเขาได้ตลอดด้วย"
เจียงอี้ "..."
จ้าวเอ้อร์โก่ว?
เจียงอี้ตกใจมาก เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่าโจวหนิงเหยียนจะย้ายไปอยู่บ้านของจ้าวเอ้อร์โก่ว เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?
เจียงอี้ลูบคาง คิดทบทวนไทม์ไลน์ของเรื่องราว คืนวันนั้นเธอไปกระตุ้นโจวหนิงเหยียนจนเขาหนีออกจากบ้าน จากนั้นก็ยุยงให้จ้าวเอ้อร์โก่วไปหาเรื่องโจวหนิงเหยียน ตอนนี้โจวหนิงเหยียนย้ายไปอยู่บ้านจ้าวเอ้อร์โก่วแล้ว?
สรุปคือโจวหนิงเหยียนไปหาเขาเอง หรือว่าจ้าวเอ้อร์โก่วได้ยินที่เธอพูด แล้วหลอกล่อโจวหนิงเหยียนไปอยู่ด้วยกันแน่?
ถ้าเป็นแบบหลัง โอ้...คราวนี้โจวหนิงเหยียนคงไม่ต่างอะไรกับซาลาเปาเข้าปากหมาแล้ว
เจียงหว่านเยว่ไม่รู้เลยว่าโจวหนิงเหยียนเอาตัวเองไปเสี่ยง เธอเหลือบมองแม่ แล้วถามอย่างลองเชิง "แม่ ตอนนี้หนิงเหยียนออกมาแล้ว แม่ว่าหนูควรทำยังไงดี?"
"ให้แม่คิดก่อน"
หลี่สุ่ยเถาขมวดคิ้วแน่น คิดถึงสถานการณ์ตอนนี้ ครอบครัวโจวยังยืนกรานคำเดิม ปล่อยให้หว่านเยว่ไปเอาใจแม่ของโจวหนิงเหยียนก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้โจวหนิงเหยียนหนีออกมาแล้ว ไม่รู้ว่าจะทำให้พ่อแม่ของเขาโกรธมากขึ้นอีกรึเปล่า?
เรื่องนี้ชักจะยุ่งยากเสียแล้ว ถ้าโจวหนิงเหยียนถูกพ่อแม่หาตัวเจอ พวกเขาโมโหจนส่งตัวเขาไปจริง ๆ แล้วแบบนี้หว่านเยว่จะทำอย่างไร?
ตอนนี้มีทางเดียวคือต้องจัดการกับโจวหนิงเหยียนเท่านั้น!
หลี่สุ่ยเถาคิดแผนการได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยม รีบเรียกลูกสาวทันที "หว่านเยว่ ลูกฟังแม่นะ"
เจียงหว่านเยว่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เพียงได้ยินประโยคสองประโยค ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง "แม่ แม่บอกให้หนู ให้หนู..."
ทันทีที่ได้ยินแม่ของตนบอกให้หาโอกาสทำเรื่องนั้นกับโจวหนิงเหยียน เจียงหว่านเยว่ก็ก้มหน้าลง ริมฝีปากเผยรอยเขินอายราวกับจะปฏิเสธ แต่ที่จริงแล้วหัวใจของหญิงสาวกลับเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น อยากจะลองทำดูใจจะขาด
เดิมทีเจียงหว่านเยว่เองก็คิดแบบนั้น เพียงแต่เธอเป็นผู้หญิง ยังไม่มีประสบการณ์ จำเป็นต้องมีคนช่วยตัดสินใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือเธอไม่รู้ว่าจะไปหาอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเรื่องนี้ได้ที่ไหน
หลี่สุ่ยเถาผู้เป็นแม่นั้นกล้าหาญไม่ใช่เล่น รีบตบบ่าลูกสาวแล้วพูดว่า "หว่านเยว่อย่าเพิ่งรีบร้อน รอแม่ไปถามให้ก่อน"
"ค่ะ หนูเชื่อฟังแม่ทุกอย่าง" เจียงหว่านเยว่พยักหน้าทันที ส่วนหลี่สุ่ยเถาจะไปถามใครเธอไม่สนใจ ขอแค่เธอบรรลุเป้าหมายก็พอ