เมื่อปี พ.ศ. 2502 สิงห์ได้เกิดมาลืมตาดูโลก ณ ชนบทถิ่นธุรกันดารแห่งหนึ่งอยู่ทางภาคอีสานกับครอบครัวที่มีอาชีพเป็เกษตรกร ซึ่งก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะคนในหมู่บ้านในละแวกนี้ก็มีอาชีพเป็เกษตรกรกันทุกคนทุกครอบครัว สภาพแวดล้อมทั่วไปของหมู่บ้านยังดูเป็ธรรมชาติ ป่าไม้ก็ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ อากาศก็มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูกาลละ 4 เดือน ทุกอย่างมาถูกต้องเป็ไปตามฤดูกาล ฤดูฝน่ต้นฤดู ฝนตกมาก็จะมีลูกเห็บตกมากับน้ำฝนทุกปี หน้าหนาวก็หนาวมาก ถ้าตอนนั้นมีเครื่องมือวัดอุณหภูมิน่าจะวัดได้ถึงติดลบองศา เพราะหากเอาขันตักน้ำไปวางไว้นอกบ้านในตอนเย็น ตอนเช้าไปดูน้ำในขันก็จะกลายเป็เส้นน้ำแข็งเลย การเดินทางไปมาหาสู่กันต้องเดินด้วยเท้าเปล่าแบบยังไม่รู้จักรองเท้ากัน และไม่มียานพาหนะขนส่งใดๆนอกจากกระบือหรือควายเทียมเกวียน ถนนหนทางก็เป็ดินเป็ทรายและจะกลายเป็น้ำขังบ้างบางจุดในฤดูฝน ดังนั้นการเดินเท้าเปล่าลุยน้ำลุยป่าจึงเป็เื่ปกติของคนในหมู่บ้านที่สิงห์เกิดมา ข้าวปลาอาหารก็ไม่ต้องซื้อกันกิน อาหารหาเอาตามธรรมชาติ ตามป่า ห้วยหนอง คลองบึง ข้าวก็ทำนาข้าวเก็บใส่ยุ้งไว้กิน อาหารที่หามาก็แลกเปลี่ยนกันกินได้ หรือวันไหนอยากจะไปเที่ยวหา กินข้าวบ้านใครหลังไหนก็กินได้ฟรีๆ เวลามีงานอะไรก็ไหว้วานช่วยเหลือกันทำโดยไม่มีเื่ค่าจ้างมาเกี่ยวข้องเลย หากบ้านหลังไหนมีงานเยอะทุกคนก็พร้อมใจมาช่วยลงแขกกันอย่างสนุกสนานเฮฮา เป็เหมือนครอบครัวเดียวกันทั้งหมู่บ้าน ใน่เวลานั้นจึงไม่มีใครรู้ใครคิดเื่เงินเลย เพราะไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร ไฟฟ้าประปาก็ไม่มี แสงสว่างยามค่ำคืนก็ใช้ขี้ไต้จุดไฟให้แสงสว่าง น้ำดื่มก็รองน้ำฝนใส่ตุ่มที่ทำมาจากดินไว้ดื่มกัน น้ำหมดก็ไปหาตักเอาตามบ่อห้วยหนอง คลองบึงที่ใสพอดื่มได้ เพราะไม่มีสารเคมีและยาฆ่าแมลงเหมือนสมัยนี้ เสื้อผ้า ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว(ผ้าขาวม้า)ก็ทอกันเอง ตัดเย็บกันเองในครอบครัวและหมู่ญาติมิตร อาหารหรือสิ่งของที่ไปหามาได้ก็สามารถแลกเปลี่ยนกันไปกินไปใช้ได้ไม่มีหวงของ ไม่มีโจรขโมย บางคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว! สมัยนั้นไม่มีใช้เงินกันซื้อของเลยหรือ? คำตอบคือมีเป็เงินฮางเงินฮ้อย แต่ราคาค่าเงินมันค่อนข้างสูง คนในหมู่บ้านของสิงห์ไม่ค่อยมีใครรู้จักเงินนี้ และไม่มีใครสนใจที่จะหามาใช้ เพราะไม่รู้ว่าจะเอาเงินไปซื้ออะไร ่หลังๆมาจะมีใช้เงินบ้างก็จะเป็เงินบาท เงินสลึง เงินเฟื้องซึ่งเป็เงินจากสมัยรัชกาลที่ 5 และเงินสตางค์ที่มีรูอยู่ตรงกลาง ซึ่งคนในละแวกหมู่บ้านของสิงห์ จะได้เงินเหล่านี้มาจากการขายควายให้นายฮ้อยพ่อค้าต่างถิ่นที่เข้าไปหาซื้อควายชาวบ้านแล้วต้อนไปขายทางใต้ หลังจากนั้นจึงเกิดมีโจรขโมยควายกันขึ้นมา ตอนนั้นชาวบ้านไม่มีใครรู้หรอกว่าในเมืองที่อยู่ห่างไกลเขาเอาเงินไปซื้ออะไรกัน เพราะไม่มีใครได้เดินทางไปในเมืองที่อยู่ห่างไกลเลย จนมีพ่อค้าต่างถิ่นนำสินค้าบางอย่างที่ไม่เคยมีเคยใช้ในหมู่บ้านเข้าไปขายถึงในหมู่บ้าน คือผงซักผ้าและสบู่ ก่อนหน้านั้นการซักผ้าก็ไม่ได้ใช้ผงซักผ้า อาบน้ำก็ไม่ได้ใช้สบู่ ถ้าิัสกปรกใช้หินทรายละเอียดที่อยู่ก้นบ่อน้ำหนองน้ำที่ลงอาบนั่นแหละมาขัดถูผิว แปรงฟันก็ใช้ใบข่อยเพราะในตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักแปรงสีฟันและยาสีฟันเลย ถึงตอนนี้ชาวบ้านเริ่มรู้แล้วว่าต้องใช้เงินไปซื้ออะไร และสารเคมีจากผงซักผ้า สบู่ ยาสระผม ก็เริ่มปนเปื้อนในน้ำในดินั้แ่นั้นเป็ต้นมา