
...ชายชุดดำค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในหุบเขาอวิ๋นหลิน ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ขาข้างหนึ่งขาดจนเขาต้องลากขาที่เหลืออีกข้างเดินมาด้วยความเจ็บปวด สะบักสะบอมทั้งร่าง เสื้อผ้าเปื้อนเลือดและดิน โพรงหินรอบตัวดูมืดมิดและเต็มไปด้วยหมอกหนาทึบ ทำให้ทุกก้าวที่เขาก้าวข้ามก้อนหินและรากไม้ดังกรอบแกรบสะดุ้งไปทั้งร่าง
เมื่อสายตาของเขาปรับเข้ากับความมืด เขาเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า หน้ากากเหล็กเก่าๆสะท้อนแสงจาง ๆ ของดวงจันทร์ แววตาที่มองออกมาจากรูหน้ากากเต็มไปด้วยความน่ากลัวและเย็นชา ชายชุดดำสูดหายใจแรง แต่เจ็บปวดทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งกุมขาที่บาดเจ็บ ขณะที่อีกข้างหนึ่งเงยขึ้นช้า ๆ เพื่อจ้องชายหน้ากากนั้นด้วยความระแวดระวัง และยกมือททั้งสองข้างขึ้นแสดงท่าคาราวะ
"นายท่าน"
ชายสวมหน้ากากมองมาที่ขาที่ขาดของชายชุดดำ
"เจ้าทำสำเร็จไหม?"
"สำ...สำเร็จขอรับ ข้าล่อให้เจ้าคนแซ่หลี่นั่นกลับมาที่อวิ๋นหลินได้ นายท่านเตรียมแผนขั้นต่อไปเถอะ"
ชายหน้ากากมีแววตาอ่อนโยนลงเล็กน้อย เขายกฝ่ามือขึ้น มีพลังปราณสีดำไหลพุ่งออกมาพุ่งไปบริเณขาที่ขาดของชายชุดดำ
ปราณสีดำนั้นค่อยๆสร้างเนื้อหนังสีดำสนิมกลายเป็นขาใหม่ให้ชายชุดดำ แต่ในขณะที่สร้างขาใหม่ชายชุดดำก็ร้องอย่างเจ็บปวดทรมาณด้วยเช่นกัน
"ขอบคุณขอรับ นายท่าน"
ชายชุดดำหันไปมองร่างๆหนึ่งที่ยืนหลับตาสนิท ลอยอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย
ใบหน้าหวานเรียวบาง แต่แฝงด้วยความแข็งแรงของนักฝึกปราณ แม้หลับตาอยู่แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงดวงตาคมกริบลึกล้ำ โหนกแก้มชัดเจนและเรียบเนียน ริมฝีปากบาง ผมยาวสีดำยาวสลวยปลายมีสีแดงแซมเล้กน้อย พร้วไหวช้า ๆ รายกับว่าบริเวณนั้นมีสายลม
ใช่แล้วเขาคืออวี้เฟิง! เบื้องหน้าเขามีกระบี่เงินเล่มหนึ่งลอยอยู่ พลังปราณสีฟ้าอ่อนจากกระบี่ห่อหุ้มร่างเขาไว้เพื่อป้องกันอันตรายจากทุกสิ่ง
"ยังเอากระบี่นั่นออกไม่ได้หรือขอรับ"
"หึ! กระบี่ตระกูลหลี่ เจ้าไม่รู้สินะว่ามันมีที่มายังไง?"
ชายชุดดำทำหน้าตั้งคำถาม ชายหน้ากากเขามองไปที่กระบี่เงินที่มีพลังปราณโพยพุ่งนั้น
"มันคือกระบี่ร้อยปีของเซียนเฉิงเสวีย"
ชายชุดดำทำหน้างงๆแต่ก็ตั้งใจฟัง
"เจ้ารู้หรือไม่? จริงๆแล้วดาวดาวนี้ถูกเซียนระดับสวรรค์สาปสะกดไว้ไม่ให้มีเซียนคนใดฝึกฝนตกได้สูงกว่าขั้นที่ 8 หลอมกายา(ทอง)"
"แต่....ในโลกเซียนอันกว้างใหญ่ กฎนี้กลับถูกทำลายด้วยน้ำมือของเซียนกระบี่ผู้หนึ่ง นามว่า เซียนฉิงเสวีย"
"เซียนฉิงเสวียคือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในรอบพันปี เขาสามารถบรรลุขีดจำกัดของวิชาดาบได้ตั้งแต่ยังหนุ่ม และเป็นหนึ่งในสิบเซียนกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเซียนทั้งหมด"
"แต่เมื่อเขาบรรลุถึงจุดสูงสุดของวิชา เขากลับพบว่าจิตใจของเขาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหมายของชีวิต"
"เขาตัดสินใจลงมาที่ดาวดวงนี้เมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว และใช้ชีวิตในโลกมนุษย์เหมือนคนธรรมดา ไม่ฝึกฝนวิชาเซียน ไม่ใช้อิทธิฤทธิ์ใดๆ เขาเปิดร้านซ่อมกระบี่เล็กๆ ในเมืองชนบทแห่งหนึ่ง และใช้เวลาตลอดหลายปีไปกับการซ่อมแซมกระบี่ที่แตกหักของเหล่าจอมยุทธผู้ต่ำต้อย"
"วันหนึ่ง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนามว่า หลี่มู่ เดินทางมายังร้านของเขา หลี่มู่เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทำร้ายจนแขนขาหักทั้งสองข้าง ในมือของเขาคือกระบี่ไม้ที่แตกหักจนไม่เหลือสภาพ แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้"
"หลี่มู่ขอให้เซียนฉิงเสวียช่วยซ่อมกระบี่ไม้เล่มนั้นให้"
"เซียนฉิงเสวียมองดูสภาพของเด็กหนุ่มและกระบี่ในมือ และถามว่า "กระบี่เล่มนี้ซ่อมได้ แต่มันคือกระบี่ไม้ เอาไปสู้ใครไม่ได้"
"หลี่มู่ตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง "ข้าไม่ต้องการให้มันใช้สู้ได้ ขอเพียงให้มันกลับมาเป็นกระบี่อีกครั้งก็พอแล้ว""
"นั่นทำให้เซียนฉิงเสวียรู้สึกประทับใจในจิตใจที่แน่วแน่ของเด็กหนุ่ม เขาจึงตัดสินใจถ่ายทอดวิชาวิถีกระบี่สวรรค์ไร้ลักษณ์ซึ่งเป็นวิชาที่เขาคิดค้นขึ้นมาเองให้แก่หลี่มู่ วิชานี้แม้แต่เซียนชั้น 2 ระดับสวรรค์ก็ไม่ใช่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ"
"วันเวลาผ่านไป หลี่มู่ใช้เวลาหลายปีในการฝึกฝนวิชาจากเซียนฉิงเสวีย เขาไม่ได้กลายเป็นเซียนที่เหาะเหินเดินอากาศได้ แต่เขากลายเป็นจอมยุทธที่สามารถใช้กระบี่ไม้เล่มนั้นโค่นล้มจอมยุทธที่มีชื่อเสียงมากมายในยุทธภพ"
ชายหน้ากากเหล็กถอนหายใจ แล้วเล่าต่อ
"....จนกระทั่งวันหนึ่ง หลี่มู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ เมื่อเซียนฉิงเสวียไปถึง หลี่มู่ก็เหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย
หลี่มู่เอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาต่อท่านอาจารย์ของเขา "ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้ว...วิชาของท่านไม่ได้อยู่ที่กระบี่ แต่อยู่ที่หัวใจ" ...แล้วเขาก็สิ้นลม...
"เมื่อหลี่มู่จากไป เซียนฉิงเสวียก็กลับคืนสู่ดาวเซียนที่จากมา แต่เขาใช้พลังวิญญาณทั้งหมดของเขา สร้างกระบี่ที่ทำจากจิตวิญญาณขึ้นมาเล่มหนึ่ง"
"และเขามอบได้ให้ลูกหลานคนตระกูลหลี่สืบต่อมา"
"เขาตั้งชื่อมันว่า "กระบี่ร้อยปี" เพื่อรำลึกถึงมิตรภาพระหว่างเขากับหลี่มู่ตลอดเวลาที่เขาอยู่ที่ดาวดวงนี้ 100 ปี กระบี่เล่มนี้มีไว้เพื่อปกป้องและรักษาจิตวิญญาณสายเลือดตระกูลหลี่ไว้มาตลอด 1,000 ปีนี้"
ทั้งสองคนหันไปมองกระบี่เงินเรืองแสงสีฟ้าอ่อนที่ปกป้องอวี้เฟิงอยู่นั้น
"แต่....ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงปกป้องเจ้าคนนอกสายเลือดของตระกูลคนนี้ได้?"
ในห้วงแห่งความคิดปนความฝันของอวี้เฟิง
"เหวิน.... กระบี่ของเจ้าปกป้องคุ้มครองข้า...
และ...ข้าก็สัมผัสถึงกระบี่ตระกูลอวี้อยู่ที่เจ้า....
ที่นี่....หนาวและเงียบเหงา.... ข้าคิดถึงเจ้ามาก อยากเห็นหน้าเจ้าเหลือเกิน...."