ตอนที่ 63 — ผู้ถูกเรียกจากวังที่ยังไม่สมบูรณ์
แสงจากเสาทั้งหกยังไม่ดับแต่กลับ “นิ่ง” ลงราวกับฟ้ากำลังกลั้นหายใจโลกทั้งใบเหมือนหยุดอยู่ในจังหวะเดียวผู้คนไม่อาจได้ยินเสียงลมไม่อาจได้ยินเสียงหัวใจของตนเองได้ยินเพียง…เสียงของบางสิ่งที่ “กำลังก้าวข้ามกฎ”เฉินหยวนยืนอยู่ท่ามกลางศูนย์กลางปรากฏการณ์ร่างกายยังคงสั่นสะท้านจากแรงต้านของวังที่กำลังก่อร่างเส้นเลือดบนผิวหนังเรืองแสงบางเบาแก่นจิตอมตะในกายหมุนช้าลง…แต่หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ“ยังไม่สมบูรณ์จริง ๆ สินะ…”เขารับรู้ได้ชัดวังเหนือสวรรค์ที่ปรากฏในดวงตายังเป็นเพียง “โครงกระดูกของจักรวาลหนึ่ง”มีแต่เสา มีแต่พื้น มีแต่บัลลังก์ที่ยังว่างเปล่ายังไม่มีผู้อยู่อาศัยยังไม่มีผู้รับใช้และยังไม่มี “กฎประจำวัง”ทันใดนั้น—อากาศด้านหน้าของเฉินหยวนบิดตัวราวกระจกแตกหนึ่งร่างก้าวออกมาจากรอยแยกชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีเทาปนทองใบหน้าเลือนราวกับไม่อาจถูกจดจำดวงตาเหมือนถูกสลักด้วยดาวฤกษ์ที่ดับแล้วแรงกดดันของเขา…ไม่เหมือนจอมยุทธ์ไม่เหมือนเซียนไม่เหมือนผู้ฝึกยุคใดมันคือแรงกดดันของ “ผู้ถูกเลือกมาเพื่อทดสอบผู้อื่น”“เฉินหยวน”น้ำเสียงของเขาไม่ดังแต่กลับสั่นสะเทือนถึงระดับจิตวิญญาณ“ผู้ที่เริ่มก่อวังเหนือสวรรค์ในกาย”เฉินหยวนไม่ถอยไม่แม้แต่กระพริบตา“เจ้ามาจากใคร”ชายผู้นั้นยิ้มบางเบา“จากหนึ่งในจ้าวทั้งหก”“และจากความสงสัยของวังที่ยังไม่สมบูรณ์”ทันใดนั้น รอบตัวทั้งสองเปลี่ยนไปแผ่นดินหายไปท้องฟ้าหายไปเหลือเพียง “ลานศิลา” ที่ไม่มีขอบเขตเสาศิลาทรงสวรรค์ตั้งอยู่รอบทิศบรรยากาศราวกับพิธีตัดสินของสิ่งมีชีวิตเหนือยุคสมัย“นี่คือบททดสอบแรก”ชายปริศนากล่าว“เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าคู่ควรจะ ‘สร้างวัง’ หรือไม่”เขายกมือขึ้นช้า ๆเพียงขยับนิ้ว—สัญลักษณ์รูปวงแหวนหกชั้นปรากฏกลางอากาศฉับพลันนั้นเองแรงกดดันระดับ “บันไดสวรรค์ขั้นสูงสุด”พุ่งถล่มเฉินหยวนตรง ๆไม่ใช่พลังโจมตีแต่เป็น “แรงบังคับให้คุกเข่า”พื้นศิลาร้าวเป็นเส้นใยใยแมงมุมเฉินหยวนเข่าทรุดลงไปครึ่งหนึ่งโลหิตพุ่งออกจากจมูกกระดูกส่งเสียงแตกระเบิดภายในแต่เขายังไม่คุกเข่าจนสุด“ถ้าแค่แรงระดับนี้…”“ก็อย่าคิดจะใช้ทดสอบข้าเลย”ดวงตาของเฉินหยวนเรืองแสงขึ้นวังเหนือสวรรค์ในม่านตาสั่นสะท้านเสาศิลานับไม่ถ้วนในเงาภาพเริ่ม “ขยับตำแหน่ง”ฉับพลัน—แรงกดดันจากอีกฝ่าย “ถูกต้านกลับ” อย่างสมบูรณ์ชายปริศนาเบิกตากว้างขึ้นเป็นครั้งแรก“เจ้ากำลังใช้…กฎของวัง?”เฉินหยวนหอบหายใจเลือดไหลอาบคางแต่น้ำเสียงยังมั่นคง“ไม่ใช่กฎ”“แต่เป็นพื้นที่”“ในวังของข้า…”“ข้าจะไม่คุกเข่าให้ใคร”พื้นลานศิลาสั่นสะเทือนเสาโดยรอบแตกร้าวแรงปะทะชนกันโดยไม่ต้องขยับร่างชายปริศนาถอยไปครึ่งก้าวโลกทั้งผืนชะงักงัน“…น่าสนใจ”“นี่ไม่ใช่ผู้รับคำสั่ง”“แต่เป็นผู้ที่อาจ ‘ออกคำสั่ง’ ได้เองในอนาคต”ในเสี้ยวพริบตานั้นเองภาพลานศิลาพังทลายโลกจริงหวนกลับมาเฉินหยวนทรุดลงกับพื้นอีกครั้งร่างกายสั่นเทาแก่นจิตอมตะแปรปรวนปั่นป่วนแต่ชายปริศนากลับยืนอยู่ตรงหน้าเช่นเดิมเขาโยนวัตถุบางอย่างลงบนพื้นเสียงดัง “กึง”มันคือแผ่นหยกสีหม่นมีสลักเพียงคำเดียว—“วัง”“สามวัน”เขากล่าว“สิ่งนี้จะนำทางเจ้าไปยัง ‘ประตูแรก’ ของวังเหนือสวรรค์ที่แท้จริง”“ถ้ารอด…วังจะยอมรับเจ้าเป็นเจ้านายชั่วคราว”“ถ้าล้มเหลว…”รอยยิ้มบางเฉียบปรากฏบนริมฝีปากเขา“วังจะกินเจ้าเป็นวัสดุก่อสร้างแทน”เมื่อสิ้นคำร่างของเขาก็สลายกลายเป็นฝุ่นแสงเหลือเพียงเฉินหยวนและแผ่นหยกที่สั่นเบา ๆ ราวกับมีชีวิตเฉินหยวนกำหยกวังไว้แน่นดวงตานิ่งสงบ…แต่ในใจกลับปะทุ“ถ้าเจ้าจะใช้ข้าเป็นวัสดุ…”“ข้าก็จะใช้พวกเจ้าเป็น ‘เสาหลัก’ ของวังแทน”และในชั่วขณะนั้นเองลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ—เสียงประตูโบราณบานหนึ่งเริ่มเปิดออกช้า ๆ