เหลียนจูเล่าต่อว่า “ระหว่างเดินทางกลับเมืองฉู่โจวบ้านเกิด ข้าได้ถามชื่อแซ่ของเสี่ยวเอ้อร์ที่ช่วยข้าไว้ ท่านบอกเพียงแต่ว่าท่านแซ่ไป๋ ข้าจึงขอบคุณเขาอีกหลายครั้ง แต่ผู้มีพระคุณไป๋บอกว่ามิต้องขอบคุณอันใดเขา ที่จริงเขารู้เรื่องที่ข้าโดนลักพาตัวเพราะวันนั้นที่งานวันเกิดข้า เขาก็อยู่ด้วย”
“คนแซ่ไป๋ ไปงานวันเกิดคุณหนูเหลียนทำไม?” เจียงเยี่ยนรีบถาม
“ผู้มีพระคุณไป๋เล่าให้ข้าฟังว่า ที่จริงเขาไปงานวันเกิดข้าเพราะสืบทราบว่าศัตรูที่ฆ่าบิดาของเขาก็ไปงานวันเกิดข้าด้วย แต่ยังไม่ทันได้ตรวจหาศัตรูโดยละเอียดก็เกิดเหตุการณ์เสิ่นเฟิงลักพาตัวข้าเสียก่อน ผู้มีพระคุณไป๋พยายามสะกดรอยตามเสิ่นเฟิงเพื่อหาโอกาสช่วยเหลือข้า หากเขาต้องปะทะกับเสิ่นเฟิงโดยตรง อาจทำให้ข้ามีอันตราย อีกอย่างเขาไม่อยากเปลืองเรี่ยวแรงกับเศษสวะเช่นนี้ เมื่อเสิ่นเฟิงพาข้าเข้าพักในโรงเตี้ยม ผู้มีพระคุณไป๋ก็เห็นโอกาส จึงปลอมตัวเป็นเสี่ยวเอ้อร์ จากนั้นใส่ยาพิษในสุราเพื่อทำร้ายเสิ่นเฟิง"
เจียงเยี่ยนทราบว่าไป๋เหวินโจวฉายาปราชญ์มารบริสุทธิ์ มีความรู้ทุกสรรพศาสตร์ จึงไม่แปลกที่จะรู้เรื่องการทำยาพิษด้วย
เจียงเยี่ยนกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า “ที่จริงหากปราชญ์มารบริสุทธิ์จะวางยาพิษฆ่าเสิ่นเฟิงก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เขาย่อมไม่ลดตัวกระทำ เขาเพียงแค่ต้องการไล่เสิ่นเฟิงไปเท่านั้น”
เหลียนจูพยักหน้า “เหตุใดคุณชายจึงรู้ใจปราชญ์มารบริสุทธิ์?”
เจียงเยี่ยนรู้สึกว่าตนเองพลาดไปจึงรีบแก้ตัว “ข้าไม่รู้จักปราชญ์มารบริสุทธิ์ แต่ข้าดูจากการกระทำของเขา คนผู้นี้ยอมละทิ้งความแค้นจากการไล่ศัตรูฆ่าพ่อมาช่วยเหลือท่าน แสดงว่าต้องเป็นคนองอาจผู้หนึ่ง”
เหลียนจูพยักหน้า“คนทั้งแผ่นดินก่นประณามผู้มีพระคุณแซ่ไป๋ว่าเป็นมาร ในสายตาข้าผู้มีพระคุณแซ่ไป๋คือผู้บริสุทธิที่ถูกผู้คนใส่ร้าย”
“เข้าเรื่องต่อเถอะ ระหว่างทางผู้มีพระคุณไป๋ดูแลข้าอย่างดี สุดท้ายเขายอมเล่าว่าเขาคือปราชญ์มารบริสุทธิ์อันโด่งดัง อาศัยอยู่แถบเมืองอู่โจว เขาตำหนิว่าข้าวิทยายุทธอ่อนด้อยเกินไป จึงสอนวิทยายุทธให้ข้าบางส่วนเพื่อป้องกันตัว ทำให้ข้ามีวิชาตัวเบารวดเร็วขึ้นอย่างมาก วิชาผ้าแพรของข้าก็มาจากดัดแปลงคำชี้แนะของผู้มีพระคุณแซ่ไป๋”
เจียงเยี่ยนหวนนึกถึงอาจารย์ตนช่วยเหลือผู้อื่นยังดูแลอย่างดี คำว่า “บริสุทธิ์” คาดว่าเกิดจากผู้คนที่อาจารย์เคยช่วยในอดีตตั้งให้
ถึงตอนนี้เจียงเยี่ยนยิ่งรู้สึกผิด เขาระแวงอาจารย์เกินไปหรือเปล่า?
ได้ยินเหลียนจูเล่าต่อ “เมื่อกลับถึงเมืองฉู่โจวบ้านเกิดก็พบว่าพ่อข้าซึ่งถูกเสิ่นเฟิงทำร้าย ท่านได้รับบาดเจ็บบวกกับโรคประจำตัวกำเริบเสียชีวิตแล้ว”
เจียงเยี่ยนตบเตียงอย่างรุนแรง “เสิ่นเฟิงผู้นี้ชั่วช้านัก!”
เหลียนจูกล่าวว่า “ตอนนั้นข้าร่ำไห้จัดงานศพท่านพ่อ ส่วนท่านแม่ข้าตายไปตั้งแต่ข้ายังเล็ก ญาติหลายคนต่างจะพาข้าไปอยู่ด้วย หากแต่ข้าปฏิเสธ ข้าเลือกขายบ้านที่เมืองฉู่โจวทิ้ง ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในเมืองอู่โจวแห่งนี้แทน”
“เพราะเหตุใด?” เจียงเยี่ยนถาม
เหลียนจูหน้าแดงวูบ “ข้า..ข้า..ข้าอยากขอบคุณผู้มีพระคุณไป๋อีกสักครั้ง”
ถึงตอนนี้เจียงเยี่ยนทราบแล้วว่าแม่นางเหลียนจูผู้นี้ ชมชอบอาจารย์ของเขา เขาเคยถูกผู้หญิงจำนวนมากมาพัวพันด้วย จึงเข้าใจได้ไม่ยาก เห็นเหลียนจูมีสีหน้าเศร้าสร้อย
“สามปีมานี้ ข้าพยายามให้สาวใช้แบกเกี้ยวโดยใช้ผนังเกี้ยวเป็นผ้าแพร หวังให้ผู้มีพระคุณไป๋ผ่านมาพบเจอข้า แต่ก็มิได้ข่าวคราวอันใดเลย”
เหลียนจูมีสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง “แต่ราวสองวันก่อน มีผู้หนึ่งสวมชุดดำถือกระบี่สีแดงมาเยือนที่บ้านข้า มันบอกว่าเสิ่นเฟิงหาข้าแทบพลิกแผ่นดิน แต่ที่เสิ่นเฟิงต้องการตอนนี้ไม่ใช่นำข้าไปเป็นภรรยา แต่ต้องการหาที่อยู่ของผู้มีพระคุณไป๋เพื่อล้างแค้นก่อน คนชุดดำเค้นถามที่อยู่ผู้มีพระคุณไป๋จากข้า แต่ข้าก็มิได้ตอบ คนชุดดำเค้นถามข้าไม่ได้ความอันใดก็ล่าถอยไป”
“คาดว่าเสิ่นเฟิงใช้เวลาสามปีสืบทราบว่าเสี่ยวเอ้อร์ที่วางยาพิษทำร้ายมัน คือปราชญ์มารบริสุทธิ์ เพราะผู้มีวิชาดรรชนีกระบี่และดาบสูงสุดยอดทั้งแผ่นดินมีเพียงแค่คนเดียว มันจึงควานหาทั้งตัวข้าและผู้มีพระคุณไป๋ สุดท้ายพบข้าก่อน”
เจียงเยี่ยนใจหายวูบ เขารู้ว่าอาจารย์กำลังจะมีอันตราย ได้ยินเหลียนจูกล่าว
“ข้าร้อนรุ่มใจยิ่ง มิทราบจะตามหาตัวผู้มีพระคุณไป๋เพื่อแจ้งข่าวได้อย่างไร วันๆ จึงได้แต่นั่งเกี้ยวแห่ไปในเมืองไปมา หวังผู้มีพระคุณไป๋จะพบเห็นเข้า แต่ก็ไม่มีข่าวคราวอันใดเลย เมื่อวานนี้ชายชุดดำจะจับกุมตัวข้าให้ได้ คาดว่าได้รับคำสั่งจากเสิ่นเฟิง”
เจียงเยี่ยนแทบอยากติดปีกบินกลับไปหุบเขาอภิรมย์เพื่อแจ้งอันตรายต่ออาจารย์ ชายชุดดำซึ่งบริวารยังมีเพลงกระบี่ร้ายกาจถึงเพียงนี้ เสิ่นเฟิงฉายาเทพเจ้ายุทธยิ่งต้องมีฝีมือลึกล้ำสุดหยั่งคาด
เหลียนจูกล่าว “คุณชายจู๋ ที่ข้าเล่าเรื่องให้ท่านฟัง หวังว่าหากท่านได้พบผู้มีพระคุณไป๋ ขอให้แจ้งด้วยว่าเหลียนจูชะตาอาภัพ สุดท้ายคงไม่อาจพ้นเงื้อมมือเสิ่นเฟิง ผู้มีพระคุณไป๋จงระวังเสิ่นเฟิงด้วย”
เจียงเยี่ยนแทบอยากบอกว่าเขาเป็นศิษย์ของไป๋เหวินโจว แต่ก็ไม่กล้าบอกออกไป เขารู้สึกละอายที่หนีจากไป๋เหวินโจวมา
ไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวร่อดังขึ้น
“เหลียนจู เจ้ายังไม่ออกมาหาข้าอีก!”
เสียงนั้นดังลั่นทรงอำนาจ คล้ายพูดมาจากระยะใกล้กระแทกใส่แก้วหูทุกผู้คน
เทพยุทธเสิ่นเฟิงมาแล้ว?!
จบตอนที่ 27ตอนนี้สั้นหน่อยนะคร้าบ ตอนต่อไปจะบู๊หนักพร้อมเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นไปอีกนะ รอตามได้เลย