ทหารผู้นั้นรู้สึกราวกับถูกแรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ มือที่ถือจอกสุราสั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
ฮวาเย่ว์โหรวและจวินอู๋ชิงต่างแปลกใจ พวกเขามองฮวาชิงเหยียนที่ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีสงบนิ่ง จากนั้นก็ได้ยินเสียงแหบพร่าดังขึ้น
“องค์รัชทายาท สุราจอกนี้ของท่านนั้นมอบให้ผิดคนแล้วกระมัง”
แม้เสียงมิได้ดังนัก แต่กลับทำให้ผู้คนรอบข้างพลันเงียบกริบ ต่างพากันเบิกตากว้างจ้องมองฮวาชิงเหยียนที่เริ่มกล่าววาจาเพ้อเจ้อไร้สาระราวกับนางเสียสติไปแล้ว
“ฮวาชิงเหยียน เ้ายังคิดจะก่อเื่อะไรอีกหรือ หรือเห็นว่ายังทำให้จวนอันกั๋วกงต้องขายหน้าไม่พอ? หากเ้ายังมีจิตสำนึกและคิดถึงครอบครัวอยู่บ้าง ก็รีบดื่มสุราเสีย!”
เสียงทรงอำนาจแฝงโทสะดังขึ้นอีกครั้ง ฮวาเจิ้นเซี่ยมองนางด้วยสีหน้าไม่พอใจ ดวงตาเต็มไปด้วยคำเตือน
ฮวาชิงเหยียนหัวเราะเยาะในใจ
ฮวาเจิ้นเซี่ยผู้นี้กำลังขู่นางใช่หรือไม่ หากนางไม่รีบดื่มสุรา ก็จะไม่ปล่อยให้มารดากับพี่ชายของนางมีชีวิตที่ดี?
ฮวาเจิ้นเซี่ยคือท่านอาสายรองของเ้าของร่างเดิม เขาเป็คนเลวทรามที่แย่งชิงบรรดาศักดิ์จากพี่ชายของเ้าของร่างเดิมมาอย่างหน้าด้านๆ
เดิมทีหลังจากบิดาของเ้าของร่างเดิมเสียชีวิตบรรดาศักดิ์ของอันกั๋วกงควรจะเป็ของพี่ชายเ้าของร่างเดิม แต่ฮวาเจิ้นเซี่ยกลับวางแผนแย่งชิงไป อีกทั้งเพราะบุตรสาวของเขาอย่างฮวาเย่ว์โหรวหลงรักจวินอู๋ชิง ไม่ยินยอมเป็แค่อนุ เมื่อมีเื่หมั้นหมายระหว่างเ้าของร่างเดิมกับจวินอู๋ชิงขวางอยู่ จึงวางแผนป้ายสีว่านางลักลอบมีสัมพันธ์กับชายอื่น พร้อมจัดฉากให้อับอายต่อหน้ามารดาที่ป่วยหนักและพี่ชายที่พิการ จากนั้นจึงลงโทษโบยนางเป็การส่วนตัว พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ยอมทำตามคำสั่ง มารดากับพี่ชายของนางจะต้องรับเคราะห์ไปด้วย
เ้าของร่างเดิมจึงทำได้เพียงนิ่งเงียบ ทว่าเพราะร่างกายอ่อนแอเกินไป สุดท้ายหลังจากถูกโบยก็สิ้นใจในเวลาไม่นาน
ส่วนฮวาเย่ว์โหรวที่แสร้งลงมาเช็ดหน้าด้วยความหวังดี แท้จริงแล้วก็เพื่อดูว่านางตายจริงหรือไม่ เมื่อรู้ว่ายังไม่ตายจึงจงใจใช้วาจากระตุ้น เพื่อให้เ้าของร่างเดิมสิ้นใจอย่างแท้จริง
และเหตุผลที่จวินอู๋ชิงกับคนในสายรอง้าให้เ้าของร่างเดิมตายก็เพราะ...
“ท่านอา ท่านจะลำเอียงเกินไปหน่อยแล้วกระมัง พี่เย่ว์โหรวตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว ข้ายังไม่รู้เลยว่าพี่เขยคือใคร ไม่ทราบว่าท่านอาทราบหรือไม่”
ฮวาชิงเหยียนกล่าวขึ้นด้วยท่าทีใสซื่อประหนึ่งไม่รู้เลยว่าคำพูดของตนน่าตกตะลึงเพียงใด
ตอนที่นางคว้ามือของฮวาเย่ว์โหรวไว้เมื่อครู่ นางรับรู้ได้ถึงชีพจรของหญิงตั้งครรภ์ และอายุครรภ์ก็มากถึงสองเดือนเข้าไปแล้ว ฮวาเย่ว์โหรวเป็นักหลอมโอสถที่หาได้ยากนักในยุคนี้และยังไม่ทันมีคู่หมั้น ทว่ากลับมีชีวิตเล็กๆ กำลังก่อตัวอยู่ในครรภ์
ในตอนนั้นเองนางก็เข้าใจทุกอย่างว่า เหตุใดเ้าของร่างเดิมถึงถูกใส่ร้ายอย่างกะทันหันเช่นนี้
เป็เพราะเด็กในท้องของฮวาเย่ว์โหรวไม่อาจรอได้อีกต่อไป
ฮวาชิงเหยียนปรายตามองฮวาเย่ว์โหรวกับจวินอู๋ชิงที่หน้าซีดเผือดอย่างไร้อารมณ์ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน
สายตาของผู้คนที่มุงดูต่างหันขวับไปมองฮวาเย่ว์โหรวเป็ตาเดียว
สายตานับไม่ถ้วนที่ร้อนแรงราวจะทะลุผิวมองมาเช่นนั้นทำให้หัวใจฮวาเย่ว์โหรวเต้นระรัวจนเหงื่อเย็นผุดขึ้นที่ขมับ
เป็ไปไม่ได้! ฮวาชิงเหยียนรู้ได้อย่างไรว่าข้าตั้งครรภ์!
นอกจากจวินอู๋ชิงแล้วก็มีเพียงบิดาของนางเท่านั้นที่รู้เื่นี้ ทุกอย่างวางแผนอย่างรัดกุม ขอแค่ฮวาชิงเหยียนตาย นางก็จะอ้างความละอายของตระกูลอันกั๋วกงต่อองค์รัชทายาท แล้วให้บิดาจัดการยกนางแต่งเข้าจวนอ๋อง
แต่ตอนนี้ฮวาชิงเหยียนคนไร้ค่ากลับรู้ความลับของนาง!
ฮวาเย่ว์โหรวพยายามสงบใจ ฝืนยิ้มกล่าว “เหยียนเอ๋อร์...เ้าเจ็บจนหัวกระทบกระเทือนกระมัง”
ขณะนั้นในใจก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าครั้งนี้ต้องจัดการให้สิ้นเื่ ฮวาเย่ว์โหรวกัดฟันหยิบจอกสุราขึ้น หมายจะใช้พลังกรอกสุราให้ฮวาชิงเหยียนดื่มเข้าไป แล้วค่อยอ้างว่าฮวาชิงเหยียนเพ้อเจ้อเพราะอาการกำเริบ
ฮวาเย่ว์โหรวเป็ถึงนักหลอมโอสถที่เชี่ยวชาญเื่ยา นอกจากยารักษาโรคแล้ว ยาพิษที่พกติดตัวยังมีอีกมาก
หากต้องรับมือกับฮวาชิงเหยียนที่เส้นชีพจรพร่อง ไร้พลังปราณเลยแม้แต่น้อยก็ง่ายดายยิ่งนัก
ทว่าสิ่งที่นางไม่รู้คือ ขณะนี้ิญญาที่อยู่ในร่างของฮวาชิงเหยียนไม่ใช่ฮวาชิงเหยียนคนเดิมที่ปล่อยให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
ฮวาเย่ว์โหรวสะบัดแขนหวังโปรยผงสลายกระดูกใส่นาง
ฮวาชิงเหยียนรับรู้ได้จึงกลั้นหายใจโดยทันที
ขณะนางกลั้นลมหายใจฮวาเย่ว์โหรวก็พุ่งเข้ามา
ฮวาชิงเหยียนเบี่ยงกายหลบอย่างคล่องแคล่ว มือก็เหยียดออกไปแตะจุดหนึ่งข้างลำตัวของอีกฝ่าย
ร่างของฮวาเย่ว์โหรวทรุดฮวบในทันที นางตั้งใจจะรวบรวมพลังหลบหลีก แต่กลับพบว่าไม่สามารถโคจรพลังขึ้นมาได้แม้แต่น้อย
ขณะที่ความตื่นตระหนกพวยพุ่งขึ้นสุดขีด ฮวาเย่ว์โหรวก็เห็นฮวาชิงเหยียนสะบัดมือ ก่อนที่กลิ่นประหลาดบางอย่างจะปะทะใบหน้า แล้วผงสลายกระดูกลอยกรุ่นเข้าจมูกอย่างจัง
“ไม่นะ! ลูกของข้า!!”
ร่างของฮวาเย่ว์โหรวทรุดฮวบลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเปลี่ยนสีพลางกรีดร้องเสียงดัง นางกอดท้องแน่นบิดตัวงอตัวอยู่บนพื้น ก่อนจะรับรู้ได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ไหลออกมาจากหว่างขา
ในผงสลายกระดูกนั้นมีตัวยาหนึ่งชนิดที่เมื่อสูดเข้าไปจะทำให้แท้งโดยไม่รู้ตัว...
สภาพของฮวาเย่ว์โหรวในตอนนี้ทำให้ฝูงชนที่มุงดูอยู่เข้าใจทันที ว่าสิ่งที่ฮวาชิงเหยียนพูดนั้นคือความจริง
จวินอู๋ชิงไม่สนใจสิ่งใดอีก รีบพุ่งเข้ามาอุ้มร่างฮวาเย่ว์โหรวจากไปทันที ฮวาเจิ้นเซี่ยกับพรรคพวกก็ตื่นใและรีบตามไปติดๆ
ฝูงชนรอบข้างพลันแตกฮือ ต่างแยกย้ายกันไปทันที เหลือไว้เพียงฮวาชิงเหยียนที่ยืนเดียวดายอยู่บนแท่นปะา
แต่สิ่งที่แน่นอนคือ พรุ่งนี้เื่ที่ฮวาเย่ว์โหรวยังไม่ได้แต่งงานแต่กลับตั้งครรภ์จะต้องแพร่กระจายไปทั่วเมืองชี่เฉิงแน่นอน
เมื่อเหตุวุ่นวายทั้งหมดจบลงแล้ว ฮวาชิงเหยียนก็หัวเราะเยาะเบาๆ จากนั้นพยุงร่างที่เต็มไปด้วยาแเดินจากไป
แต่นางไม่รู้ว่าบนหอสั่วหุนที่อยู่ติดกับลานปะา มีบุรุษสวมหน้ากากเงินสายตาเ็าผู้หนึ่งเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของนางั้แ่ต้น
เขาจ้องมองแผ่นหลังเล็กบางแต่เหยียดตรงของฮวาชิงเหยียน ดวงตาลึกซึ้งคู่นั้นวาบแสงขึ้นวูบหนึ่ง และเมื่อร่างของนางหายลับไปจากลานปะา เขาก็หายวับไปในพริบตาเช่นกัน
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายสงบลง ลานปะาซึ่งเคยปลิดชีพผู้คนมานับไม่ถ้วนก็กลับคืนสู่ความเงียบงันอันเย็นเยียบอีกครั้ง หนาวเหน็บจนทำให้ผู้คนขนลุก
เมื่อออกจากลานปะา ฮวาชิงเหยียนก็เดินไปยังจวนอันกั๋วกงตามเส้นทางในความทรงจำของร่างนี้
ระหว่างทาง ผู้คนบนถนนต่างมองนางด้วยสายตาแปลกประหลาด พวกเขาจ้องมองรอยแผลจากการถูกโบยซึ่งเต็มไปทั่วร่าง ทว่าไม่มีใครกล้าเข้าไปถาม
ฮวาชิงเหยียนไม่สนใจสายตาของผู้ใด นางกำแหวนหยกในมือแน่น อยากรีบกลับไปตรวจสอบบางสิ่ง
เพราะแหวนหยกวงนี้เหมือนกับมิติเก็บของที่นางเคยสวมในศตวรรษยี่สิบสามไม่มีผิดเพี้ยน
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ถึงอ๋องเจ็ดจะมีแหวนลักษณะคล้ายกัน แต่แหวนวงนี้ไม่ใช่ของอ๋องเจ็ด เพราะนางเก็บมาได้โดยบังเอิญ หากมิใช่เพราะทรัพย์สินในบ้านถูกสายรองโกงไปจนหมด หรือไม่ก็เอาไปซื้อยาให้มารดากับพี่ชายจนไม่เหลือแล้ว เ้าของร่างเดิมก็ไม่คิดจะเอาแหวนวงนี้ออกมาแน่นอน
เ้าของร่างเดิมอยากใช้แหวนหยกช่วยชีวิตมารดากับพี่ชาย ทว่าแหวนนี้กลับกลายเป็ของต้องสาปที่ผลักนางไปสู่ความตายแทนเสียอย่างนั้น
เดินลัดเลาะผ่านถนนใหญ่สองสาย ในที่สุดก็มาถึงหน้าจวนอันกั๋วกง
าแของฮวาชิงเหยียนสาหัสไม่น้อย นางพยายามฝืนเดินแทบจะไม่ไหวแล้ว แต่ด้วยประสบการณ์ในชีวิตก่อนซึ่งเป็ถึงแพทย์ทหารแนวหน้า นางเคยฝ่าศึกหลายวันหลายคืนโดยไม่พักเพื่อรักษาผู้คน จึงยังอาศัยจิตใจอันแข็งแกร่งประคองสติไว้ไม่ให้สลบไป
ประตูหน้าของจวนอันกั๋วกงโอ่อ่าตระหง่าน สองข้างประตูขนาบด้วยรูปปั้นสัตว์ศิลายืนเฝ้าอยู่อย่างน่าเกรงขาม ทว่าฮวาชิงเหยียนไม่มีอารมณ์จะใส่ใจสิ่งใดในยามนี้ มีเพียงอยากกลับเข้าไปในเรือนที่เ้าของร่างเดิมเคยอยู่โดยเร็วที่สุด
แต่ดูเหมือนจะมีบางคนไม่ยอมให้นางทำตามใจง่ายๆ
องครักษ์เฝ้าประตูสองคนซึ่งแข็งแรงกำยำพากันยืนขวางหน้าประตู แววตาเ็าเอ่ยเสียงห้วน “คุณหนูรอง ประตูหน้าไม่ใช่ที่ที่ท่านจะเข้าได้ ท่านผู้เฒ่าสั่งไว้ว่า ั้แ่นี้เป็ต้นไป คุณหนูรองกับครอบครัวจะต้องใช้เพียงประตูข้างเท่านั้น”
ชุดขององครักษ์เป็สีเหลืองเข้มแบบชุดมือปราบ ผ้าเนื้อนิ่ม หน้าตาสะอาดสะอ้าน ขณะที่ฮวาชิงเหยียนในยามนี้สภาพเหมือนขอทาน เสื้อผ้าทั้งตัวขาดรุ่งริ่ง
เมื่อครั้งบิดาของเ้าของร่างเดิมยังมีชีวิต เหล่าคนรับใช้ต่างให้ความเคารพนับถือนางอย่างมาก แต่หลังจากที่สายรองได้ขึ้นสืบทอดตำแหน่ง เ้าของร่างเดิมกับครอบครัวก็ถูกปฏิบัติอย่างดูิ่ดูแคลนมาโดยตลอด