รั้งอยู่ในตำหนักจนกระทั่งถึงช่วงค่ำของอีกวัน เย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่บัดนี้กำลังนั่งรถม้าจากพระราชวังเดินทางไปยังโรงประมูลนภากระจ่างเพื่อเข้าร่วมงานประมูลครั้งใหญ่
และด้วยสถานะที่สูงส่งเกินผู้ใด เมื่อทั้งสองมาถึงก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเหล่าพนักงาน ทั้งยังได้นั่งบนห้องพิเศษซึ่งมีเพียงไม่กี่ห้อง
เย่หยุนซีกวาดสายตามองเหล่าผู้คนจำนวนมากที่กำลังเดินเข้ามา ก่อนจะกวักมือเรียกพนักงานซึ่งอยู่ด้านหลัง
“คุณชาย มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้งั้นหรือเจ้าค่ะ” พนักงานสาวโค้งศีรษะพลางเอ่ยถามอย่างสุภาพ
“ข้ามีบางอย่างให้เจ้าช่วยน่ะ........ถ้าหากประมุขนิกายท่วงทำนองสวรรค์หลิงหยวนมาถึง รบกวนเจ้าเดินไปเชิญเขามาที่นี่ที” เย่หยุนซีกล่าวพลางยื่นเงิน 1,000 เหรียญปราณให้อีกฝ่าย
“รับทราบแล้วเจ้าค่ะ” พนักงานสาวรับเงินไว้ด้วยความเต็มใจ จากนั้นเดินออกไปจากห้องพิเศษเพื่อทำตามคำสั่ง
“สามีเจ้ามีเรื่องจะสนทนากับประมุขหลิงงั้นหรือ?” หยุนฉางเยว่ที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“อ่า พอดีข้าอยากได้หินหยกปราณจำนวนมาก เสี่ยวหลิงจึงแนะนำให้ลองมาปรึกษาบิดาของนาง” เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มบางพลางกล่าว
ในตอนแรกตัวเขากะจะแวะไปนิกายท่วงทำนองสวรรค์ด้วยตนเอง แต่พอมีงานประมูลใหญ่นี้เกิดขึ้นจึงฉุกคิดได้ว่าหลิงหยวนย่อมต้องมาเข้าร่วมแน่
เย่หยุนซีจึงวางแผนที่จะพูดคุยสนทนากับหลิงหยวนที่นี่ซะเลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาของทั้งสองฝ่าย
“โอ่ว เป็นเช่นนี้นี่เอง” หยุนฉางเยว่พยักหน้าอย่างเข้าใจ หากจะให้พูดเรื่องการค้าขาย ก็ต้องยอมรับว่าประมุขหลิงหยวนแห่งนิกายท่วงทำนองสวรรค์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดจริงๆ
เพราะภรรยาของเขาหรือก็คือมารดาของหลิงจี เคยเป็นถึงหนึ่งในองค์หญิงแห่งจักรวรรดินภากระจ่าง ดังนั้น! จึงมีเส้นสายทางการค้าอยู่มากมาย
“ก๊อกๆ”
“เรียนคุณชาย ท่านประมุขหลิงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” หลังจากที่เย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่นั่งรออยู่สักพัก พนักงานสาวก็เดินเข้ามาอีกครั้งพร้อมทั้งกล่าวรายงานอย่างสุภาพเช่นเคย
“อืม เชิญท่านเข้ามาได้เลย” เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มบาง ก่อนที่ทั้งเขาและหยุนฉางเยว่จะลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อต้อนรับการมาถึงของอีกฝ่าย
“ฮ่าๆๆนึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นพันธมิตรตัวน้อยของข้านี่เอง”
ประมุขหลิงหยวนแห่งนิกายท่วงทำนองสวรรค์เดินเข้ามาในห้องพิเศษอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับหญิงสาวสองท่าน หนึ่งในนั้นมีหน้าตาคล้ายคลึงกับหลิงจีถึงเจ็ดส่วน ทว่ากลับดูมีอายุและมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่า เย่หยุนซีจึงคาดเดาได้ในทันทีว่านี่ย่อมต้องเป็นมารดาของหลิงจีอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนหญิงสาวอีกคน ด้วยความที่นางสวมผ้าปกปิดใบหน้าเอาไว้ เย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่จึงไม่รู้ว่านางเป็นใคร แต่เมื่อเห็นรูปร่างอันเย้ายวนในชุดอาภรณ์สีแดงของอีกฝ่าย ทั้งสองสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า นี่คือหนึ่งในหญิงงามล่มเมืองอย่างแท้จริง
“คาราวะท่านลุงหลิง” เย่หยุนซีและหยุนฉางเยว่ผสานมือคาราวะอย่างนอบน้อมให้กับแขกทั้งสามท่าน
“ฮ่าๆๆไม่ต้องมากพิธีๆ หลานชายผลงานของกองทัพประจิมในครานี้ทำเอาข้าทึ่งไปเลยจริงๆ” ใบหน้าของหลิงหยวนเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็เผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้นั่งเพื่อพูดคุยสนทนากัน
“อ่า จริงสิ! ข้ามัวแต่ดีใจที่ได้พบเจอเจ้าจนลืมแนะนำ..........นี่คือ มู่หลิน ภรรยาข้า ทั้งยังเป็นมารดาของจีเอ่อร์” หลิงหยวนแนะนำหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายให้เย่หยุนซีได้รู้จัก
“คาราวะฮูหยินขอรับ” เด็กหนุ่มโค้งศีรษะอย่างนอบน้อมอีกครั้ง
มู่หลินเผยรอยยิ้มบาง “เด็กดี ไม่ต้องมากพิธี ไหนๆเจ้าก็เรียกสามีข้าว่าท่านลุงแล้ว ต่อไปก็เรียกข้าว่าท่านป้าก็แล้วกัน”
“ขอรับ ท่านป้า” เกาศีรษะเล็กน้อย เย่หยุนซีตอบกลับอย่างขบขัน
“คิกคิก เยี่ยมมาก ป้าได้ยินเรื่องที่หลานช่วยเหลือจีเอ่อร์เอาไว้แล้ว ในฐานะของคนเป็นแม่ ป้าต้องขอบคุณหลานจริงๆ” ใบหน้างดงามของมู่หลินเต็มไปด้วยความปิติยินดีระคนซาบซึ้งใจ หากไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มผู้นี้ นางไม่อยากคิดเลยว่าลูกสาวของตนเองจะตกอยู่ในสภาพแบบไหน
เย่หยุนซียิ้มพลางส่ายศีรษะตอบกลับไป “นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยขอรับ ในทางกลับกัน ดูเหมือนจะเป็นข้าเองเสียมากกว่าที่โชคดีช่วยเหลือเสี่ยวหลิงเอาไว้”
“โอ่ว งั้นหรือๆ” มู่หลินเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย หลังจากนั้น! นางก็หันไปพูดคุยกับหยุนฉางเยว่ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก เพราะนางไม่อยากรบกวนการสนทนากันระหว่างเย่หยุนซีกับหลิงหยวนไปมากกว่านี้
ส่วนทางฝ่ายของเย่หยุนซีเมื่อเห็นว่าท่านป้าหันไปคุยกับภรรยาของตนแล้ว ตัวเขาก็หันไปมองหญิงสาวอีกคนแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมามองท่านลุงหลิงหยวนของเขา
“อ่อ.........นางเป็นผู้ติดตามของมู่หลินน่ะ เจ้าไม่ต้องใส่ใจหรอก ข้าขอรับประกันว่านางไว้ใจได้” ราวกับรู้ความคิดของผู้เป็นหลายชาย หลิงหยวนจึงเอ่ยปากกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอรับ ท่านเชื่อใจท่าน” พนักหน้าหนึ่งครั้ง เย่หยุนซีเริ่มกล่าวอธิบายถึงสาเหตุที่ตนเชิญหลิงหยวนมาพูดคุยกันในวันนี้
ซึ่งเมื่อเด็กหนุ่มอธิบายจนเสร็จสิ้น ผู้เป็นประมุขนิกายก็เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
“หลานชาย หยกปราณไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆ หากเจ้าอยากได้จำนวนมากก็มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นคือการเดินทางไปทางจักรวรรดินภากระจ่างเพื่อขอเจรจาหาซื้อ”
“แต่ที่เป็นปัญหาจริงๆก็คือ สิ่งตอบแทนที่เจ้าต้องจ่ายเป็นค่าตอบแทนหยกปราณ”
“หือ?.......มันแพงขนาดนั้นเลยหรือขอรับ?” เย่หยุนซีขมวดคิ้วถาม
“หยกปราณ 1 ชิ้นมีค่า 20,000 เหรียญปราณ เจ้าอยากได้สักกี่ชิ้นก็ลองคำนวณดูว่ามันมีมูลค่าเท่าไร” ยกชาขึ้นจิบ ก่อนที่หลิงหยวนจะเอ่ยปากกล่าวออกไป
เย่หยุนซีคำนวณจนตาลาย ใบหน้าอันหล่อเหลาค่อยๆกลายเป็นบูดบึ้ง เพราะราคามันสูงเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก “10,000 ชิ้น 200,000,000 เหรียญปราณ พระเจ้า! กว่าข้าจะเก็บเงินได้ เกรงว่าสงครามชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทคงใกล้จะจบเต็มที”