"ปู้นนนนนนนนนน—!!"
เสียงหวีดหวิวของวูดรถไฟไอน้ำเวทมนตร์แปรธาตุดังกังวานก้องไปทั่วทุ่งทรายอันเวิ้งว้างและหุบเขาหินบะซอลต์ที่ตั้งตระหง่าน มวลเขม่าควันสีเทาหนาทึบพวยพุ่งออกจากปล่องหัวรถจักรลอยละล่องสู่ท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดง กลิ่นอายชื้นแฉะปนกลิ่นสนิมดิบอันคุ้นเคยที่พัดมาปะทะใบหน้า เป็นสัญญาณยืนยันว่าขบวนรถไฟได้เคลื่อนเข้าสู่ "เขตรากหญ้าทางใต้" ชานเมืองของนครหินผาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อาลอน นั่งกอดอกเอนกายพิงเบาะโลหะริมหน้าต่างโบกี้ ในชุดคลุมช่างสีเข้มที่ประดับ "ตราประทับศิษย์สายตรงแห่งซาโลมอน" สีทองเรืองรองโดดเด่นบนอกเสื้อ นัยน์ตาสองสีทอดมองทัศนียภาพของสลัมป้อมปราการสนิมแดงที่ค่อยๆ ปรากฏสู่สายตา ดุจภาพจำอันแสนคิดถึงที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจมาตลอดปี
หลังผ่านศึกแบทเทิลรอยัลอันดุเดือดใต้ขุนเขา การปรับจูนแกน System 377 ที่เกือบแลกด้วยชีวิต และพิธีจบการศึกษาปีที่ 1 ที่แสนเหนื่อยล้า... ช่วงเวลาพักผ่อนสี่สัปดาห์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น และจุดหมายเดียวที่อาลอนมุ่งหน้าไปโดยไม่รีรอคือ "บ้าน" ของเขา
[System 377: Navigation System - Southern Root-Grass Citadel Reached]
[Vessel Core Status: Stable 100% / Core Heat Output: Normal]
เด็กหนุ่มกระชับกระเป๋าเดินทางไว้มั่น เมื่อขบวนรถไฟจอดสนิทเทียบชานชาลาเหล็กกล้าที่กร่อนไปด้วยสนิม เขาพ่นลมหายใจยาวก่อนจะก้าวเท้าลงสู่พื้นดินทรายที่คุ้นเคยด้วยท่วงท่าที่สุขุมและมั่นคงกว่าวันวาน
ครืดดด—!
บานประตูเหล็กกล้าหน้าโรงซ่อมกลไกใต้อุโมงค์ป้อมปราการสนิมแดงเลื่อนเปิดออก กลิ่นน้ำมันเครื่อง เขม่าเตาบัดกรี และที่เหนือสิ่งอื่นใดคือกลิ่นซุปสมุนไพรอุ่นๆ ที่โชยออกมาต้อนรับ เป็นสัมผัสที่บอกว่าเขาได้กลับมาถึงรังนอนอันปลอดภัยแล้ว
"พี่อาลอน! พี่กลับมาแล้ว!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังก้องขึ้นก่อนใครเพื่อน ไรล่า ในชุดเอี๊ยมช่างที่เปื้อนคราบน้ำมันวิ่งพรวดออกมาจากหลังเตาหลอม เธอโผเข้ากอดเอวของอาลอนไว้แน่น ใบหน้าเล็กๆ ซุกกับหน้าท้องของพี่ชายพลางสะอื้นเบาๆ ด้วยความดีใจ
"พี่กลับมาแล้ว ไรล่า..." อาลอนแย้มยิ้มบางที่มุมปาก นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดขณะย่อตัวลงลูบกลุ่มผมของน้องสาวอย่างทะนุถนอม
ร่างตระหง่านกำยำของ พ่ออาดัม ช่างสำรวจคนแคระผู้มีหนวดเคราสีน้ำตาลเข้มเปรอะเขม่าดิน ก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ไม้ เขาชูกำปั้นหนาใหญ่ตบลงบนไหล่ของลูกชายแรงๆ ครั้งหนึ่งเพื่อรับขวัญ
"ข้าได้ยินข่าวจากพวกเครื่องกระจายข่าวโฮโลแกรมหมดแล้ว เจ้าลูกชาย!" อาดัมหัวเราะร่าเสียงทุ้มกังวาน "อันดับหนึ่งของชั้นปี แถมยังเป็นศิษย์สายตรงของท่านซาโลมอนอีกเรอะ! สมกับเป็นลูกชายของข้าจริงๆ เจ้าทำได้ดีมาก อาลอน!"
แม่มารียาเดินถือถาดซุปร้อนๆ ออกมาจากครัว นัยน์ตาของเธอเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติ ยามเห็นว่าลูกชายกลับมาในสภาพที่แข็งแกร่งและปลอดภัยเธอก็ไม่อาจกลั้นความตื้นตันใจไว้ได้
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น ไรล่าพยายามโชว์ผลึกแก้วกลไกที่เธอหัดประกอบเองให้พี่ชายดูด้วยความภูมิใจ ขณะที่อาลอนตักซุปรสชาติที่โหยหาเข้าปาก ความเครียดจากการเข่นฆ่าและความเย็นชาของระบบจักรกลดูจะเลือนหายไป แทนที่ด้วยไออุ่นของคำว่าครอบครัว
ปัง! ปัง! ปัง!
ทว่า... ความสงบสุขนั้นสั้นกุดนัก! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของรองเท้าเกราะโลหะนับสิบคู่ดังย่ำก้องเข้ามาจากทางหน้าโรงซ่อม เป็นน้ำเสียงแห่งการคุกคามที่อาลอนจดจำได้ดี
ประตูเหล็กถูกเตะอัดจนสะเทือนลั่นไปทั้งอุโมงค์ กลุ่มชายฉกรรจ์และนักศึกษานอกรีตในชุดกั๊กหนังติดเกราะตราตระกูลขุนนางนับสิบชีวิตเดินวางท่าเข้ามาอย่างถือดี นำโดย สุลัยมาน ชายหน้าบากเหี้ยมเกรียมหัวหน้าหน่วยกรงเล็บเหล็กของตระกูลอาหมัด
"หมดเวลาซาบซึ้งแล้ว พ่อเฒ่าอาดัม!" สุลัยมานแค่นเสียงหัวเราะในลำคอพลางถ่มน้ำลายลงบนพื้นสะอาดของโรงซ่อมอย่างหยามเหยียด "ซุลต่านอาหมัดส่งพวกข้ามาเก็บ 'ค่าคุ้มครองเขตส่วนกลาง' และดอกเบี้ยสัญญาหนี้เก่าของโรงขยะนี่... จ่ายมาแสนแต้มเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นข้าจะรื้อที่นี่ให้ราบ แล้วหักขาคนในบ้านแกทุกคนทิ้งซะ!"
อาดัมหน้าซีดเผือด รีบกางแขนบังมารียาและไรล่าไว้ข้างหลังทันที "ส่วยอะไรกัน?! หนี้เก่าข้าก็ใช้คืนไปจนครบหมดแล้ว! พวกแกมันพวกโจร ปลอมสัญญาขึ้นมารีดไถกันชัดๆ!"
"หึ! สัญญาจริงหรือปลอมแล้วมันยังไงล่ะ?" สุลัยมานแสยะยิ้มกว้างพลางชักดาบความถี่สูงออกมาจ่อหน้าอาดัม "จำใส่หัวแกไว้ว่าที่เขตรากหญ้านี้... ตระกูลอาหมัดคือพระเจ้า และคำสั่งของพวกข้าคือ 'กฎหมาย'!"
แกร๊ก...
เสียงการทำงานของฟันเฟืองรมดำซีกซ้ายใต้ผิวหนังของอาลอนส่งสัญญาณสั่นสะเทือนเบาๆ อย่างมีจังหวะ
เด็กหนุ่มก้าวเดินออกมาจากเงามืดหลังเคาน์เตอร์ช้าๆ นัยน์ตาสองสีที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับกลายเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก แขนขวา [Blood-Spectrum Core] เริ่มแผ่ไอความร้อนและออร่าปราณสเปกตรัมสีรุ้งเรืองแสงสว่างวาบข่มขวัญศัตรูในความสลัว!
"กล้าข้ามเส้นมาขู่ครอบครัวฉันถึงในบ้านเชียวเหรอ..." อาลอนเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่ทำให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งจนหายใจลำบาก "พวกแกคงคิดมาดีแล้วสินะ ว่าไม่อยากจะเดินกลับออกไปแบบมีลมหายใจน่ะ?"