เมื่อไปฉีกลับมายังบ้าน แน่นอนว่าเขาย่อมไปหาน้องๆและพ่อ แม่ ของตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก เพราะไม่ได้เจอกันนานเป็นหนึ่งเดือนแล้ว แถมหลังจากหนึ่งเดือนนี้ไปเขาก็จะไม่ได้เจอครอบครัวอีกเป็นปี ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้ใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
ในขณะนั้นบริเวณหน้าบ้านที่ถัดจากไป๋ฉีไปสามสี่หลัง ตอนนี้หมิงหรงก็กำลังเข้าไปพักด้านในบ้านของเธอเองเหมือนกัน แต่ก่อนที่เธอจะเข้าบ้านไปนั้นก็ได้ชำเลืองมองไปเห็นไป๋ฉีและโรสที่อุ้มเด็กทารกน้อยเดินเล่นอยู่จึงได้วิ่งไปหา
"อาจารย์!!"เสียงตะโกนของเธอล่วงหน้าไปก่อนแล้วก่อนที่ร่างกายของเธอจะตามา ไป๋ฉีและโรสที่ได้ยินก็หันหน้ามองไปยังหมิงหรงในทันทีก่อนที่จะหันมาหัวเราะให้กันเบาๆ ให้ตายสิหมิงหรงคนนี้ช่างเป็นคนที่ร่าเริงได้ตลอดเวลาจริงๆ
"หมิงหรง มีอะไรหรือเปล่า ตะโกนซะเสียงดังเชียว"โรสกล่าวถาม
"ฮิฮิ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เห็นว่าพวกอาจารย์เดินเล่นอยู่ก็เลยทักทาย แล้วนี่เด็กน้อยที่แสนน่ารักสองคนนี้คือลูกของพวกอาจารย์หรือคะ?"หมิงหรงจับจ้องไปยังเด็กน้อยทั้งสองด้วยแววตาหลงไหล
คำถามนั้นของเธอทำให้ทั้งไป๋ฉีและโรสหัวเราะออกมา "อาจารย์พึ่งเเต่งงานเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเองนะ จะไปมีลูกได้อย่างไรกัน นี่น้องชายกับน้องสาวของอาจารย์ต่างหาก น่ารักใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆๆ"
"จริงหรือคะ เด็กสองคนนี้น่ารักมากๆเลยค่ะ โตไปต้องน่าตาหล่อและสวยมากแน่ๆ"หมิงหรงกล่าวและมองไปยังเด็กน้อยสองคนอย่างไม่วางตา โดยเฉพาะเด็กหญิงตัวน้อยอย่างไป๋ชิงเฟิงเพราะเธอสัมผัสได้ถึงพลังที่คล้ายๆกันออกมาจากตัวของเด็กหญิงคนนี้
"ฮิฮิ พูดแล้วจะหาว่าคุย ครอบครัวของอาจารย์ของเธอน่ะหน้าตาดีกันทุกคนเลยนะ เรียกได้ว่าสามารถเป็นดาราตัวท๊อปได้สบายๆเลยถ้าพวกเขาต้องการ"โรสกล่าวหยอกล้อ
หมิงหรงที่ได้ยินแววตาก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้นออกมา "ว้าว หนูอยากเห็นแล้วสิคะว่าเป็นจริงอย่างที่พี่ว่าไหม"
"อะแฮ่ม เดี๋ยวอยู่ๆไปเธอก็ได้เห็นเองนั่นแหละ เอาล่ะพวกอาจารย์จะพาเจ้าตัวน้อยเดินเที่ยวกันต่อแล้วเธอเองจะไปด้วยหรือเปล่า"ไป๋ฉีกล่าวถาม
"เอ่อ....หนูขอไปพักก่อนก็แล้วกันค่ะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วเอาไว้วันหลังหนูจะไปเดินเที่ยวกับเด็กๆด้วยนะคะ"หมิงเย่ยิ้มเจื่อนแล้วตอบออกไปเช่นนั้น ไป๋ฉีก็พลันพยักหน้าให้ก่อนที่พวกเขาจะพากันแยกย้ายกันออกไป
ในเวลาเดียวกันที่พระราชวงศ์ของราชวงศ์อู่ ในตอนนี้ชายชุดในชุดคลุมสีขาวกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของราชาอู่หลงพร้อมกับปลดปล่อยพลังระดับจ้าวพิภพออกมาเพื่อแสดงตัวตน ทำให้อู่หลงที่อยู่บนบัลลังก์ต้องคิ้วขมวดในทันที
"ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้พิทักษ์ท่านใดกัน แล้วมีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าถึงได้มาหาในเวลาเกือบค่ำมืดแบบนี้"อู่หลงถามน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุภาพแต่ก็ไม่ได้มีหวาดกลัว เพราะราชวงศ์อู่ก็มีจ้าวพิภพอู่เซียนหนุนหลังจึงไม่จำเป็นต้องกลัวอันใดมากมาย
"แน่นอนว่ามีเรื่องให้ช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรบกวนราชาอู่หลงมากเกินไป คำขอของฉันก็แค่อยากฝากให้ราชาอู่หลงดูแลเด็กสาวที่ชื่อหมิงหรงที่ตอนนี้อยู่ในหน่วยของเทพสงครามไป๋ฉีให้ทีแค่เพียงเท่านั้น"ชายในชุดคลุมขาวกล่าว
ราชาอู่หลงหรี่ตามองด้วยความแปลกใจเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวตอบ "ผมรับปากว่าจะดูแลให้ แต่ผมบอกไว้ก่อนนะถ้าอยู่ในหน่วยของเทพสงครามไป๋ฉีแล้วท่านผู้พิทักษ์ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรเลย เพราะเทพสงครามไป๋ฉีคนนี้แม้จะเด็กมากแต่ฝีมือของเขานั้นยอดเยี่ยมกว่าเทพสงครามขั้นปลายเสียอีก"
"โอ้ เขาเก่งขนาดนั้นเชียว เห็นว่าเป็นนักวิจัยฉันเลยคิดไปว่าไม่น่าจะเก่งเชิงบู้ ดูเหมือนสายตาของฉันจะแคบเกินไปจริงๆ เอาละในเมื่อราชาอู่หลงรับปากว่าจะดูแลให้ฉันก็วางใจ เช่นนั้นก็ขอตัวก่อนก็แล้วกัน"กล่าวจบด้านหลังของชายในชุดคลุมสีขาวก็ปรากฏรอยแยกมิติออกมา ชายหนุ่มจึงหันหลังและเดินหายเข้าไปในนั้นก่อนที่มิติจะปิดลงอย่างไร้ร่องรอย
"พลังมิติ! ผู้พิทักษ์ทั้งสิบคนไม่มีใครมีคอสมิคฟรอสประเภทความมิติขั้นสูงแบบนี้นี่น่า แล้วชายคนนี้เป็นใครกัน!"ราชาอู่หลงทั้งตกใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน
แม้จะมีเทพสงครามที่มีพลังมิติอยู่บ้างแต่พลังของพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่สร้างแหวนมิติและอุปกรณ์มิติต่างๆเท่านั้น ในชีวิตของราชาอู่หลงไม่เคยเห็นคนที่สามารถเปิดมิติแล้วเดินเข้าไปได้เช่นนี้มาก่อน
เวลาเดียวกันนั้นเอง ในจักรวาลอันแสนกว้างใหญ่ห่างจากโลกยูโทเปียร์ประมาณหนึ่งร้อยปีแสงได้
ตอนนี้สัตว์อสูรอวกาศตนหนึ่งลักษณะคล้ายมังกรขนาดใหญ่กำลังสยายปีกโบยบินท่ามกลางดวงดารา เกล็ดสีดำทมิฬของมันเมื่อสะท้อนกับแสงดาวก็เป็นเปล่งประกายแสงแวววาวงดงาม
จุดเด่นของมันนอกจากจะมีขนาดใหญ่โตแล้วยังมีหัวถึงเก้าหัวด้วยกัน โดยทั้งเก้าหัวนั้นก็จะมีดวงตาที่สีสันต์แตกต่างกันออกไปสุดท้ายคือทุกหัวจะมีเขาที่คล้ายกับเป็นมงกุฏประดุจเป็นสิ่งบ่งบอกว่ามันคือราชาเหล่าสัตว์อสูรอย่างไรอย่างนั้น
ในตอนนี้ร่างขนาดมหึมาของมันราวกับโบยบินอย่างไร้จุดหมาย หัวมังกรที่มีดวงตาสีดำบริเวณเขาแหลมของมันอยู่ดีๆก็มีแสงสีดำอมม่วงเปล่งออกมา มิติเบื้องหน้าของอสูรมังกรเก้าหัวก็พลันฉีกขาดออก จากนั้นร่างกายขนาดมหึมาของมันก็บินเข้าไปและหายไปจากบริเวณนั้นชั่วพริบตา โดยทิ้งดวงดาวที่เต็มไปด้วยความพังพินาศหลากหลายดวงเอาไว้เบื้องหลัง