ตอนที่ 18
เจ้าหาใช่มังกรครองบัลลังก์ เจ้าเป็นเพียงมังกรรับใช้ราชวงศ์ ! (2/2)
“อย่าได้คิดทำการใดนอกเหนือจากที่อ้ายเจียสั่ง...จงจำไว้เจ้าหาใช่มังกรครองบัลลังก์เจ้าเป็นเพียงมังกรที่รับใช้ราชวงศ์ ! ”
มีสักวันหรือไม่ทีมารดาไว้วางใจว่าเฟยหลงผู้นี้ไม่มีทางทรยศพี่ชาย...จากวันนี้จนถึงวันตายของของ...จะมีสักวันหรือไม่
“คงไม่ต้องให้อ้ายเจียย้ำเตือนอีกว่าเจ้าควรต้องทำเช่นไร”
นัยน์ตาสีเงินคล้ายคนไร้วิญญาณสบเข้ากับพระเนตรแสนเย็นชาแม้แต่แววตานางก็ยังยืนยันสิ่งเดิม...จงไปจาก
ที่นี่ซะ
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ทูลไทเฮา ฉินหวางขอเข้าเฝ้าเพคะ”
แววตาของสตรีตรงหน้าแปรเปลี่ยนไปทันทีที่ได้รับคำกราบทูลว่าหลานชายคนโปรดกำลังขอเข้าเฝ้าริมฝีปากแย้มยิ้มก่อนเอ่ยคำอนุญาต
โอวหยางเฟยหลงลุกขึ้นยืนข้างพระมารดาขณะมองโอวหยางหมิงเซียนทำความเคารพแก่ผู้สูงศักดิ์ทั้งสอง
บรรยากาศตอนนี้แตกต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
“ตามสบายเถิดหลานรัก” เหวยไทเฮาลุกขึ้นพยุงตัวหลานชายพามานั่งเตียงตั่งตัวเดียวกันดวงหน้าของมารดาแย้มยิ้มทั้งตาและปาก “เจ้ากลับมาเหนื่อย ๆ ไยไม่พักผ่อนเสียก่อน”
“หลานได้ยินว่าเสด็จย่าประชวร จึงเร่งมาเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” โอวหยางหมิงเซียนผู้มักมีท่าทีนิ่งเย็นชาเอ่ยกับเสด็จย่าของตนอย่างนอบน้อมร่างสูงลดท่าทีเย็นชาลงหลายส่วน “ไม่คิดว่าจะเจอเสด็จอาที่นี่ด้วย”
“อาของเจ้ามาลาอ้ายเจีย เขาจะกลับไปประจำที่ชายแดน”เหวยไทเฮาพูดแทรกขึ้นก่อนที่โอรสของตนจะเอ่ยสิ่งใดแก่หลานชาย นางส่งรอยยิ้มงดงามแสนอบอุ่นให้แก่บุตรายแท้ๆ ที่กำลังจะกลับชายแดนทั้งที่เพิ่งมาเหยียบเมืองหลวงเพียงอาทิตย์เดียว
โอวหยางเฟยหลงยิ้มเยาะให้กับตนเอง เสด็จแม่จะรักเขาก็ต่อเมื่อมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยอ้อมกอดในวันที่เขาจากเมืองหลวงไปแท้จริงคือการเสแสร้งที่มารดามอบให้ไม่ต่างกับรอยยิ้มในวันนี้
ตลอดชีวิตยี่สิบเจ็ดปีของมังกรดำแห่งต้าหยาง บุรุษผู้เก่งกาจและทรงอำนาจเหนือผู้ใด แท้จริงแล้วเป็นเพียงคนที่มีชีวิตอยู่ด้วยความรักที่ปราศความจริงใจจากมารดา !
หลายสิบปีที่เหวยไทเฮาประทับในวังหลวงแห่งนี้ ตลอดพระชนม์ชีพเต็มไปด้วยการกระทำร้ายกาจลับหลังฮ่องเต้เพื่อสู้รบตบมือกับเหล่านางสนมการใส่หน้ากากเข้าหาผู้อื่นเป็นเรื่องปกติของพระนางเพียงเสแสร้งแกล้งรักโอรสองค์เล็กก็หาใช่เรื่องยาก
ต่อหน้าผู้อื่นทำเป็นแย้มยิ้ม ลับหลังผู้คนเชือดเฉือนเย็นชา โอวหยางเฟยหลงเกลียดสตรีเช่นนี้ที่สุด !
เขาเกลียดความเสแสร้งของมารดา แต่ก็โหยหาความรักจากนางอยู่เสมอขอเพียงเสแสร้งแกล้งรักเขาทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้คน เขาก็พร้อมจะยอมทำให้ทุกอย่างเพื่อมารดาแต่สุดท้ายพระนางก็ปฏิบัติต่อเขาอย่างไร้ความปรานี
“เช่นนั้นหลานขอให้เสด็จอาเดินทางปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ”
“ขอบใจเจ้ามาก อย่างไรเปิ่นหวางก็ฝากเจ้าดูแลเสด็จแม่ด้วย “
“ลูกรักเจ้าไม่ต้องห่วงแม่ เจ้าทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีที่สุดเพียงแค่นี้แม่ก็สุขสบายใจแล้ว”
เพียงแค่เขาอยู่ห่างจากวังหลวงเพียงแค่นี้มารดาก็คลายกังวล
“เสด็จแม่ทรงถนอมพระวรกายด้วยพ่ะย่ะค่ะลูกทูลลา”
โอวหยางเฟยหลงก้าวเท้าออกจากตำหนักเหวยไทเฮาด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง ภายใต้หน้ากากมังกร ซุกซ่อนหยาดน้ำตาของชายชาติทหารเอาไว้อย่างมิดชิด
.
.
.
“ถวายพระพรหวางเย่เพคะ / พ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่เจ้าของวังกระโดดลงจากหลังม้าตัวใหญ่ด้วยท่าทีสง่างามเสียงถวายพระพรของคนงานในวังรวมไปถึงหญิงงามจำนวนมากก็ดังขึ้นเป็นการต้อนรับ
โอวหยางเฟยหลงโบกมือให้กลุ่มคนเหล่านั้น ไร้เสียงพูดจาพ่อบ้านประจำวังเดินเข้ามารับผ้าคลุมขนสัตว์จากมือแม่ทัพใหญ่อย่างเงียบเชียบบรรยากาศแสนกดดันถูกแผ่ออกมาจากร่างสูงทำให้ทุกคนในวังแทบจะกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้เกิดเสียงใดเล็ดลอดออกมา
เหล่าสตรีที่ฮ่องเต้พระราชทานมาต่างก้มหน้าเงียบ ต่างจากหลายวันก่อนที่พวกนางพยายามใช้จริตมารยาเพื่อให้แม่ทัพหนุ่มค้างที่เรือนตน แม้จะทราบดีว่ารุ่ยหวางผู้นี้อยู่ที่สนามรบแต่เด็กนิสัยใจคอตรงไปตรงมาประกาศตนว่าไม่ชมชอบสตรีที่เสแสร้งแกล้งทำและมากด้วยจริตมารยาแต่พวกนางแต่งเข้ามาตามพระราชโองการแล้วแม้จะอยู่ดีกินดี แต่จะให้นอนแห้งเหี่ยวอยู่ในเรือนของตนโดยที่สามีไม่แตะต้องได้อย่างไร!
“กริ้วเรื่องใดมาเพคะ ...” ท่ามกลางความเงียบสงบกลับปรากฏเสียงหวานใสจากสตรีในชุดเกราะที่ยืนรับเสด็จแต่แรกสีผิวที่คล้ำกว่าสตรีเมืองหลวงไม่ได้ทำให้ความงามของนางด้อยลง แต่กลับเสริมให้ใบหน้างดงามและคมคายของนางมีเสน่ห์เป็นเอกกว่าสตรีใดในเมืองหลวง
โอวหยางเฟยหลงตวัดสายตามอง ‘เยวี่ยฮุ่ยหลิง’ รองแม่ทัพหญิงของตนอย่างเงียบงัน ไร้คำตอบใด ๆ
“มนตราของหวางเย่กำลังแผ่ออกมาทำร้ายเหล่าบุปผาประดับวังอยู่นะเพคะ”เยวี่ยฮุ่ยหลิงที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงกล่าวต่อ ใบหน้าคมสวยกวาดตามองสตรีงดงามผิวขาวผุดผ่องทั้งหลายที่กำลังหน้าซีดตัวสั่นเพราะทนรับแรงกดดันจากเจ้าของวังที่ขึ้นว่าเป้น‘พระสวามี’ ไม่ไหว
หึ ! ก็แค่สตรีที่มีดีเพียงความงามนางเวทนาหรอก ไม่เช่นนั้นคงปล่อยให้กระอักเลือดมันตรงนี้
“เจ้ามาก็ดีแล้ว” โอวหยางเฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไอมนตราสีเงินรอบกายที่ปล่อยออกมาตลอดทางถูกสลายหายไปเป็นสัญญาณว่าแม่ทัพใหญ่ผู้นี้กักเก็บอารมณ์ของตนได้แล้ว
โชคดีที่เขาควบคุมตนไว้ได้ไม่เช่นนั้นเยวี่ยฮุ่ยหลิงคงต้องห้ามปรามไม่ให้แม่ทัพใหญ่ลงมือฆ่าผู้ใดเพื่อระบายอารมณ์เป็นแน่และแน่นอนว่าคนห้ามจะต้องรองรับคมดาบของหวางเย่ผู้บ้าพลังแทน
“รองแม่ทัพเยวี่ยฮุ่ยหลิงรับบัญชา !”
“ฮุ่ยหลิงรับบัญชา !” ร่างของสตรีในชุดเกราะละทิ้งความอ่อนหวานที่ควรจะมีคุกเข่าลงหนึ่งข้างรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างแข็งขัน
“มอบอำนาจแก่รองแม่ทัพเยวี่ยฮุ่ยหลิงเป็นผู้เขียนฎีกาทูลถวายรายงานแด่ฮ่องเต้อย่าให้ขาดตกบกพร่อง”
“ฮุ่ยหลิงน้อมรับบัญชาเพคะ !”
โอวหยางเฟยหลงก้าวเท้าเข้าวังโดยไม่ได้สนใจสตรีกลุ่มใหญ่ที่เฝ้ารอเข้ามาแต่แรกเยวี่ยฮุ่ยหลิงเมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินผ่านไปแล้วก็ลุกขึ้นยืนและมองตามแผ่นหลังกว้างที่ตนตามออกรบอยู่เสมอ
เหตุใดวันนี้แผ่นหลังที่แสนองอาจนั้นถึงดูโดดเดี่ยวยิ่งนัก
“พ่อบ้านอิน”
“พ่ะย่ะค่ะ หวางเย่”
“ส่งคนไปที่จวนตระกูลไป๋ แจ้งแก่รองแม่ทัพไป๋เหอให้เตรียมตัวให้พร้อม..”
“...”
“คืนนี้เปิ่นหวางจะกลับชายแดน”
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------