กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    เล่มที่ 3 บทที่ 17

    “ฮ่าๆๆๆๆๆ”เสียงหัวเราะเล็กแหลมของซูเฉินดังก้องออกมาจากกลุ่ม ระดับก่อตั้งจิต 8 คน? พวกโง่นี่เอาอะไรคิดจะมาท้าประลองหยางอี้ อย่าว่าแต่พวกมัน 8 คนเลย ในกลุ่มนี้ยกเว้นเทียนเจินเซียงต่อให้ร่วมมือกันจะชนะหยางอี้หรือเปล่ายังมิรู้เลยด้วยซ้ำ ต้องรู้ว่าเจ้าบ้านี้กระทั่งทุบตีข่งเย่หลงจนหมดสภาพมาแล้ว“พวกโง่ไม่เจียมเสียจริง”อี้เสวี่ยชิงเองก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา นางนั้นเป็นคนเย็นชาและไม่แยแสพวกที่อ่อนแอมาแต่ไรแล้ว ยิ่งเห็นพวกสัตว์กินพืชหาญกล้าท้าทายสัตว์กินเนื้อเช่นนี้ยิ่งชวนให้หงุดหงิด“แหมๆ ดูเหมือนน้องหยางเองก็มีเรื่องวุ่นวายไม่น้อย”“คงจะเป็นคนที่ชื่อเฉินซิที่อยู่เบื้องหลัง เฮ้อ...รนหาที่โดยแท้”ซิวซานกับเจินเซียงคุยกันอย่างเบื่อหน่าย คนอื่นอาจจะรู้ถึงความสามารถของหยางอี้ แต่พวกเขารู้ดีว่านอกจากความสามารถแล้วหยางอี้เป็นคนที่โหดเหี้ยมอย่างแท้จริง น่าสงสารพวกตาฝ้าฟางที่ไม่รู้กระทั่งสองเรื่องนี้ แล้วยังกล้ามาหาเรื่องผู้อาวุโสหัวล้านหรี่ตามองเล็กน้อยทว่าก็มิได้กล่าวอันใด นอกจากถามหาคนอื่นว่ามีอีกหรือไม่ เมื่อการแสดงตัวจบลงการประลองก็เริ่มขึ้นทันที การชิงอันดับสมารถกระทำได้ทุกที่ไม่จำเป็นต้องมีลานประลอง ขอเพียงมีผู้อาวุโสเป็นพยานสามารถเริ่มได้ทันทีหยางอี้ไม่ได้ใส่ใจกับทั้ง 8 คนนี้แม้แต่น้อย ตามจริงในหัวเขาตอนนี้คิดเพียงแต่เรื่องฝึกฝนควบคุมไฟเท่านั้น ชายหนุ่มต้องการจบการประลองชิงอันดับให้เร็วที่สุด หยางอี้ก้าวออกมาก่อนจะมองไปยังทั้ง 8 คน เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนว่าหากปล่อยเรื่องนี้ไว้จะสร้างปัญหาน่ารำคาญให้ไม่หยุดหย่อน ดังนั้นควรจะเร่งมือจัดการตัวต้นเรื่องเสียที แม้จะเป็นคนไม่รู้จักกันทว่าเมื่อเป็นศัตรูหยางอี้ย่อมไร้ความปราณี ในแววตาของชายหนุ่มปรากฎเจตนาฆ่าออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะหายไป“ผู้อาวุโส จะเป็นไรหรือไม่หากจะให้จบในรอบเดียว ข้ายังมีหลายสิ่งที่ต้องทำในวันนี้”หยางอี้โพล่งออกมาทำให้ผู้อาวุโสหัวล้านหันมามองอย่างประหลาดใจ ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตกลง ตัวเขาเองก็มิได้รับรายงานใดๆเกี่ยวกับหยางอี้ อาจจะเป็นเพราะเกิดเรื่องมารทลายฟ้าเข้าโจมตีเมืองหลวงขึ้น ผู้อาวุโสของสำนักที่ออกไปจัดการทดสอบจึงเต็มไปด้วยเรื่องที่ต้องจัดการ ดังนั้นวีรกรรมของหยางอี้จึงมิได้มีใครเอ่ยออกมานอกจากเหล่าศิษย์ที่เข้าทดสอบกับหยางอี้ที่รู้ถึงความแข็งแกร่งของชายหนุ่ม“เช่นนั้นก็มาเริ่มกันเลย เชิญศิษย์พี่เข้ามาพร้อมกัน”หยางอี้กล่าวออกมาทำให้ศิษย์เก่าต่างระเบิดเสียงหัวเราะ เจ้าเด็กนี่ช่างไม่เจียมตัว 8 ต่อ 1 มันเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน“อวดดียิ่งนัก วันนี้ข้าจะทำให้เจ้ารู้จักคำว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”หนึ่งในแปดคนนั้นเอ่ยออกมาอย่างเดือดดาล ทุกคนต่างโกรธเกรี้ยวเมื่อโดนหยางอี้ดูถูก พลังปราณก่อตั้งจิตระดับสูงของพวกเขาระเบิดออกมาพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะพุ่งเข้าหาหยางอี้และใช้ออกด้วยทักษะของตนเองส่วนหยางอี้เพียงยืนนิ่งหลับตาลงอย่างสงบเท่านั้น ถ้อยคำปรามาสต่างดังออกมาจากปากศิษย์เก่าไม่หยุดหย่อน ทว่าชายหนุ่มมิเก็บมาใส่ใจแม้แต่น้อย ส่วนพวกหน้าใหม่ทั้งหลายที่โดนกดดันจากศิษย์เก่าตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาต่างอดทนรอให้หยางอี้ตอกหน้าพวกปากมากนี้แทบไม่ไหว ในใจแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อนึกถึงสีหน้าของพวกนั้นหลังจากรู้ความจริงทั้ง 8 คนพุ่งเข้าหาหยางอี้ด้วยความรวดเร็ว ทักษะแตกต่างกันถูกใช้ออกอย่างเต็มกำลัง แม้กฎของสำนักจะห้ามต่อสู้ถึงชีวิตทว่าหากเป็นการประลองอย่างเป็นทางการเช่นนี้นับว่าความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ อีกทั้งครั้งนี้เป็นหยางอี้ที่อวดดีจนเกินไป แม้ผู้อาวุโสมาเองก็ยังเอาผิดพวกเขามิได้ ต้องรู้ว่าค่าจ้างครั้งนี้จากเฉินซิทำให้หัวใจพวกเขาต่างสั่นไหวฝ่ามือจาก 8 ทิศพุ่งเข้ามาทั้งหมัดทั้งฝ่าเท้าล้วนมีเป้าหมายเดียวกันทั้งสิ้น พลังปราณถูกกระตุ้นผ่านทักษะของแต่ละคนทำให้การโจมตีผสานนี้น่ากลัวราวกับพายุโหมกระหน่ำ ทว่า....“เฮ้อ ข้าคงคิดผิดไป การเปิดเผยพลังอาจจะทำให้ข้าอยู่เป็นสุขมากกว่านี้ เจ้าพวกนี้คงคิดว่าข้าเป็นหมูกระมัง”เดิมทีชายหนุ่มไม่ต้องการโดดเด่นจนเกินไปพร้อมรำคาญปัญหาที่จะตามมาจากพวกขี้อิจฉา ทว่าผลกลับกลายเป็นว่าการปกปิดพลังกลับล่อพวกหนอนแมลงเข้ามามากจนเกินไป เมื่อการโจมตีจากทั้ง 8 คนเข้ามาถึงระยะประชิดตัว หยางอี้พลันลืมตาขึ้น ลมปราณในร่างหมุนเวียนโคจรผ่านเส้นชีพจรตามกระบวนการทักษะซ่อนจันทร์ ก่อนจะยกเลิกการอำพรางพลังที่ปกปิดไว้ ชั่วพริบตาบรรยากาศรอบตัวพลันสั่นไหวฝุ่นดินและเศษหินลอยขึ้นเหนือพื้น ทั่วทั้งร่างกายรูขุมขนเปิดอ้าก่อนที่กระแสพลังปราณจะระเบิดออกมารอบทิศปัง!ตูม!ทั้ง 8 คนที่พุ่งเข้ามาโจมตีพลันกระเด็นกระดอนออกไปหลายเมตร แต่ละคนกระอักเลือดคำโตไม่สามารถลุกยืนขึ้นได้ พลังปราณระดับปฐพีขั้นสองที่เกือบจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 3 ของหยางอี้ที่ระเบิดออกมานั้นรุนแรงจนเกินไป ด้วยขนาดเส้นลมปราณและความหนาแน่นของชายหนุ่มมากกว่าผู้อื่น 2 ถึง 3 เท่า แล้วพวกกระจ้อยร่อยระดับก่อตั้งจิตจะทนไหวได้อย่างไร เพียงแรงกดดันพวกนั้นก็มิอาจยืนอยู่ได้แล้ว ไหนเลยจะต้องพูดถึงการถูกระเบิดออกมาในระยะประชิดเช่นนี้ มี 3 คนถึงกับหมดสติไปในทันทีบรรยากาศกลายเป็นเงียบกริบ แม้การบรรยายจะยาวนานทว่าเวลากลับผ่านไปไม่ถึงสิบลมหายใจตั้งแต่ต้นจนจบ เหล่าศิษย์ที่ยืนล้อมดูหลายคนถูกผลักดันให้ถอยออกไป หลายคนกระทั่งยืนยังทำไม่ได้ ระยะห่างของปฐพีกับก่อตั้งจิตนั้นก็เหมือนกับคนธรรมดากับผู้ฝึกตนขั้นต้น มันต่างกันจนเกินไป หยางอี้ต้องการสะกดข่มทุกคนอย่างแท้จริง พลังปราณถูกแผ่ออกไปสร้างแรงกดดันเป็นวงกว้างกว่า 10 เมตร ขนาดพวกเจินเซียงยังรู้สึกถึงแรงกดดันจนอี้เสวี่ยชิงหงุดหงิดและตะโกนออกมา“ไอ้เจ้าบ้า เจ้าจะข่มเหงพวกเราด้วยรึไง”หยางอี้เมื่อได้ยินเสียงเล็กใสของนางก็หยุดปล่อยแรงกดดันทันที ก่อนจะหันมายิ้มเจื่อนๆเป็นเชิงขอโทษให้กับพวกนาง เมื่อบรรยากาศความเงียบถูกทำลายลง พฤติกรรมของผู้ชมต่างสลับกันอย่างเห็นได้ชัด ศิษย์ใหม่ต่างโห่ร้องกันอย่างคับคั่งส่วนศิษย์เก่าที่พ่นถ้อยคำดูถูกก่อนหน้านี้ต่างเงียบกริบก่อนจะมีใบหน้าที่ขาวซีด ผู้อาวุโสหัวล้านเองก็พูดมิออกเช่นกันหากกล่าวว่ากลุ่มของเทียนเจินเซียงนั้นเป็นดั่งกลุ่มของปีศาจอัจฉริยะ หยางอี้ก็เป็นปีศาจในหมู่ปีศาจแล้ว คนอื่นอยู่ในระดับปฐพีขั้นที่สองมีอายุ 19 ปี มีเพียงอี้เสวี่ยชิงที่อายุ 18 ปี ส่วนเจินเซียงนั้นระดับ 3 ทว่าอายุ 20 ปีไปแล้ว แต่หยางอี้ล่ะ เด็กหนุ่มผู้นี้อายุเพียง 16 ปี แต่ระดับการบ่มเพาะเกือบจะเทียบเคียงได้กับเทียนเจินเซียงแล้ว นี่ เขาเป็นปีศาจจากที่ใดกันศิษย์อีก 5 คนที่ยังไม่หมดสติรีบกล่าวยอมแพ้ทันที ในใจพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับสาปแช่งเฉินซิ ผู้ใดบอกว่าเป็นงานง่ายๆ? ผู้ใดบอกว่าหยางอี้อ่อนแอ? มารดามันเถอะ นี่ไม่ใช่หยางอี้อาศัยกลุ่มของปีศาจน้อยพวกนี้ผ่านการทดสอบเข้ามาแล้ว ตัวหยางอี้เองยังโดดเด่นที่สุดในกลุ่มเสียด้วยซ้ำการประลองจบลงอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่มีใครกล้าดูถูกหรือก่อกวนชายหนุ่มอีก หยางอี้ครุ่นคิดว่าจะเลือกท้าชิงอันดับไหนดี การประลองอื่นๆ ก็เริ่มขึ้นก่อนแล้ว ผ่านไป 1 ชั่วยามเหลือเพียงผู้ท้าชิง 10 คนเท่านั้น และนั่นคืออันดับที่ 11-20 ที่จะท้าชิงกับ 10 อันดับแรก และการท้าชิงอันดับของเดือนนี้คือประวัติศาสตร์ที่จะถูกบันทึกไว้ของเขาทดสอบ เพราะที่แล้วมาการชิงอันดับประจำเดือนมีเพียง 1 หรือ 2 อันดับเท่านั้นในสิบอันดับแรกที่มีการเปลี่ยนออก ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะเป็นเช่นวันนี้ เพราะตอนนี้อันดับที่ 2 ถึง 10 ถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว 4 คนคือพวกเจินเซียง และอีก 5 คนคือศิษย์ที่ปิดด่านฝึกฝนแล้วใช้โอกาสนี้ในการชิงอันดับที่ 6-10 มาได้และตอนนี้คือสิ่งที่ทุกคนรอคอย เมื่อเหลือเพียงหยางอี้เป็นผู้ท้าชิงคนสุดท้าย และมีเพียงเรือนไม้หลังเดียวที่ยังไม่ถูกท้าชิง มันคือเรือนไม้ที่เป็นที่ของอันดับหนึ่งของเขาทดสอบ เล้งซุน ผู้มีฉายาว่า อสูรสายนอก