“เจ้าไม่กังวลเลยงั้นรึ” หลางฮูหนิงกล่าว
“สำหรับข้าพลังมิติไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย” ต้าหมิงกล่าว
คำกล่าวของต้าหมิงทำให้หลายคนกัดฟัน พวกเขาคิดว่าต้าหมิงนั้นหยิ่งยโสเกินไปและโอ้อวดเกินไป แต่พวกจักรพรรดิหญิงกลับรู้ดีว่าสำหรับต้าหมิงพลังมิตินั้นไร้ความหมาย ขนาดผู้อาวุโสฮัวยังต้องส่ายหน้าเมื่อเจอกับอสูรมายาของต้าหมิง
ส่วนพลังมายาของเผ่าภูตินางเองก็ไม่รู้ว่าต้าหมิงจะรับมือยังไง แต่เมื่อเห็นว่าต้าหมิงมั่นใจนางก็ไม่คิดจะขัดอะไรอยู่แล้ว
“เจ้ามีไพ่ตายเอาไว้สู้กับจอมเวทย์มิติงั้นเหรอ” หลางฮูหนิงกล่าว
“เรื่องนั้นเอาไว้ถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เองแต่ตอนนี้รีบป้อนผลไม้ข้าเร็วเข้า” ต้าหมิงกล่าว
“นี่เจ้า!!!!!!” หลางฮูหนิงกลายเป็นโกรธแต่ก็ยอมป้อนต้าหมิงแต่โดยดี
เย่สุ่ยที่เห็นภาพนี้ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ นางไม่คิดว่าต้าหมิงจะปราบหลางฮูหนิงได้อยู่หมัดจริงๆ
“คุณชายต้าหมิง ข้าฉีหมิงขอคารวะคุณชาย” ในตอนนั้นเองอัจฉริยะของตระกูลฉีอย่างฉีหมิงก็เดินเข้ามาหาต้าหมิงและคารวะอย่างสุภาพ
“โอ้ นายน้อยตระกูลฉีมีอะไรหรือเปล่า” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจเขาไม่เคยพูดคุยกับฉีหมิงเลยหรือแม้แต่การติดต่อตระกูลฉีต้าหมิงจึงอยากรู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาหาตนเพราะอะไร
“ท่านพ่อของข้าได้ฝากจดหมายมาให้คุณชาย” ฉีหมิงกล่าวพร้อมกับส่งกระดาแผ่นหนึ่งให้กับต้าหมิง
จักรพรรดิหญิงมองไปยังกระดาษแผ่นนั้นทันที แต่นางก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ต้าหมิงนำจุกหมายขึ้นมาอ่านหลังจากนั้นใบหน้าของเขาก็กลายเป็นมืดมน
“เรื่องนี้จริงหรือเปล่า” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ท่านพ่อบอกว่าสายของท่านพบเห็นเหตุการณ์นี้จริงๆ” ฉีหมิงกล่าว
“จากที่ข้ารู้มาตระกูลฉีเองก็ขึ้นตรงต่อน้องหญิงของข้าและยังทำหน้าที่สอดแนวและรวบรวมข้อมูลให้กับน้องหญิงของข้าทำไมครั้งนี้ถึงมาแจ้งให้กับข้าโดยตรงละ” ต้าหมิงกล่าว
“นี่คือการขอบคุณที่คุณชายต้าหมิงกำจัดหวังเสี่ยวไปและช่วยให้ข้าขึ้นมาแทน” ฉีหมิงกล่าว
“ดี แต่ว่าเจ้ามีเพิ่มเติ่มหรือไม่อย่างเป้าหมายของพวกมัน” ต้าหมิงกล่าว
“ไม่เลย ข้ารู้แค่ว่าช่วงนี้พวกมันเคลื่อนใหวแถวเมืองแห่งนั้นหลายครั้ง” ฉีหมิงกล่าว
“พวกมันต้องการอะไรกัน จริงอยู่เมืองแห่งนั้นเคยเป็นสถานที่หลบภัยของพวกตระกูลหวัง แต่ว่าตอนนี้เจ้าเมืองแห่งนั้นได้ถูกแทนที่ด้วยคนของจักรพรรดิหญิงแล้ว แต่ทำไมพวกมันยังเคลื่อนใหวอยู่ หรือว่าเป้าหมายของพวกมันจะไม่ใช่จักรพรรดิหญิงแต่เป็นข้ากัน” ต้าหมิงขบคิดไปมาใบหน้าก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกก่อนจะหันไปมองจักรพรรดิหญิง
“เจ้าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น เรื่องทั้งหมดข้าได้จัดการเรียบร้อยแล้ว” จักรพรรดิหญิงราวกับรู้ว่าต้าหมิงต้องการจะกล่าวอะไรออกมาจึงกล่าวขึ้นมาก่อน
“นี่ท่านรู้อยู่แล้วงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว
“ใช่ แต่เจ้าไม่ต้องกังวล คนพวกนั้นไม่สามารถทำอะไรชาวบ้านได้แน่” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ขอให้เป็นแบบนั้นแล้วกัน แล้วอีกอย่างถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกรีบแจ้งข้าด้วย” ต้าหมิงกล่าว
“แจ้งเจ้าแล้วเจ้าจะทำอะไรได้ ด้วยพลังของเจ้าตอนนี้สามารถหยุดพวกนั้นได้รึ” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ถึงแม้จะหยุดไม่ได้แต่ต่อให้ข้าต้องตายข้าก็ทำอยู่ดี” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะมองไปยังจักรพรรดิหญิง
หลางฮูหนิงตื่นตระหนกนางไม่คิดว่าต้าหมิงจะมีด้านนี้ด้วย ต้าหมิงในตอนนี้ดูจริงจังและหล่อเหลาอย่างถึงที่สุดต่างกับเวลาปกติที่จะแสดงใบหน้าเรื่อยเปื่อยและชั่วร้ายออกมา
จักรพรรดิหญิงหันใบหน้าหนีและไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก ตอนแรกที่นางไม่บอกต้าหมิงเพราะกลัวว่ามันจะส่งผลต่อจิตใจของต้าหมิงทำให้ไม่สามารถต่อสู้ได้เต็มที่ดังนั้นนางจึงสั่งงานให้จอมพลสูงสุดอย่างลับๆก่อนจากมา
ต้าหมิงถอนหายใจก่อนจะหลับตาและตั้งสติ สำหรับต้าหมิงหมู่บ้านบนเขานั้นเป็นจุดอ่อนของตัวเขาเองในตอนนี้ เพราะที่นั่นเป็นสถานที่แห่งความทรงจำถึง 16 ปีเต็ม ที่นั่นมีพี่น้อง พี่ท่านตาท่านยายอยู่ และมีเหล่าหญิงสาวผู้เป็นที่รักของตนอีกทำให้ตอนนี้ต้าหมิงอดที่จะกังวลไม่ได้
“ตระกูลหวังในเมื่อพวกเจ้าคิดจะทำร้ายคนสำคัญของข้า รอให้ข้ากลับมาจากการประลองเสียก่อนเถอะข้าจะทุ่มกำลังหาที่อยู่ของพวกเจ้าและทำลายมันให้สิ้นซาก” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับกำหมัดแน่น
หลางซ่งที่เห็นใบหน้าของต้าหมิงก็ยิ้มเยาะเย้ย ถึงแม้หลางซ่งจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่การได้เห็นต้าหมิงไม่มีความสุขทำให้หลางซ่งรู้สึกยินดี
“พวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไร” เย่สุ่ยเดินมาหาต้าหมิงและกล่าวขึ้น
“ใช่พวกเขาจะต้องไม่เป็นอะไร” ต้าหมิงกล่าวปรอบตัวเอง
การเดินทางกินเวลาไปเกือบ 1 เดือนพวกต้าหมิงก็มาถึงอาณาจักรที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวครึ่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อมองจากที่สูงหิมะเหล่านี้มันชั่งงดงามแต่กลับให้อารมณ์หดหู่เล็กน้อย
“อย่างที่ข้าคิดที่แห่งนี้งดงามมากจริงๆ” พั่วอู่กล่าว
“ข้าได้ข่าวว่าอัจฉริยะของอาณาจักเหมันต์ปิงเสวี่ยมาถึงระดับ 9 แล้ว” จวิ้นมู่กล่าว
“ใช่สำหรับพวกเรานางคือตัวตนที่น่าหวาดกลัว” จวิ้นนู่กล่าว
“ในสภาพแวดล้อมแบบนี้จอมเวทย์น้ำแข็งไม่ได้เปรียบเกินไปงั้นเหรอ” หลางซ่งกล่าว
“สำหรับจอมเวทย์เหมันต์พลังของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% เลยทีเดียวและสำหรับจอมเวทย์อัคคีพลังของพวกเขาจะลดลง 30% เล่นกัน” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“นี่คือข้อได้เปรียบของเจ้าภาพและเพราะแบบนั้นทุกครั้งจะมีการเวียนกันเป็นเจ้าภาพในการประลอง” จ้าวหยูซินกล่าว
“ข้าได้ข่าวว่าหญิงสาวจากอาณาจักรเหมันต์ค่อนข้างงดงามนี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“นี่เจ้าหยุดความคิดเดี๋ยวนี้เลย” จ้าวหลานกล่าวพร้อมกับดึงหูต้าหมิงทันที
“โอ้ย เดี๋ยวก่อนข้าแค่อยากรู่เท่านั้นเอง” ต้าหมิงกรีดร้องออกมา
ภาพนี้ทำให้ทั้ง ฉีหมิง จวิ้นมู่และซวนเห่อต้องอิจฉา ต้าหมิงที่มีหญิงสาวที่งดงามและโดดเด่นรายล้อมนั้นเป็นภาพที่ชายหนุ่มแบบพวกเขาอยากจะมี
“เลิกเล่นได้แล้ว พวกเรามาถึงแล้ว” จักรพรรดิหญิงกล่าว
ด่านล่างมีกลุ่มผู้อาวุโสของตระกูลปิงคอยให้การต้อนรับอยู่ เมื่อเรือบินของจักรพรรดิหญิงจอดลงพวกผู้อาวุโสของตระกูลปิงก็รีบเข้ามาคารวะทันที
“ยินดีต้อนรับท่านจักรพรรดิอัคคีและแขกจากอาณาจักรอัคคี ตอนนี้ที่พักของพวกท่านได้ถูกเตรียมเอาไว้ให้แล้วพวกข้าจะนำทางไปด้วยตัวเอง” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าว
ต้าหมิงมองไปยังพระราชวังน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำแข็งด้วยสายตาตื่นตระหนก น้ำแข็งเหล่านี้เหมือนกับน้ำแข็งหมื่นปีที่ไม่มีทางละลายและเมื่อมันถูกแกะสลักและสร้างขึ้นมาเป็นพระราชวังความงดงามของมันทำให้ต้าหมิงต้องหลงใหล