เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 42 ผมอยากเป็นพระเอก

    …………………………..


    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก….” กล้าหอบเหนื่อย  เพราะผ่านการวิ่งมาหมาดๆ  ในใจนึกหลอน  ด้วยเพิ่งประสบเหตุไม่คาดฝัน  เลยเหลียวซ้ายแลขวาเป็นการใหญ่ 


    “ อืม…เราหนีรอดรึยังนะ  ไอ้จาบุมันตามมาเอาคืนรึเปล่า ”


     

               พอเห็นว่าตนเองปลอดภัย  กล้าก็สำรวจตามร่างกาย  ด้วยกลัวว่าจะมีส่วนไหนชำรุด  แต่ไม่ว่ามองมุมใด  ก็เห็นแค่รอยช้ำบริเวณแก้ม  


    “ ฟู่…..ตัวเรายังอยู่ครบทุกส่วน  ไม่น่าเชื่อว่าจะโดนแค่อัดแค่หมัดเดียว ”


     

              ทันทีที่รู้ว่าพ้นภัย  สิ่งต่อมาที่กล้าต้องคำนึงก็คือ…..เขาจะหาห้องพักได้ที่ไหน  สายตาเหม่อมองไปรอบกรุงโตเกียว  อันเป็นมหานครที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและความเจริญ 


    “ เฮ้อ….แล้วเราจะเอาไงต่อ  อีกอย่างตอนนี้  ชั้นก็เริ่มหิวแล้วด้วย ” กล้ารำพันในใจ  สองตาส่องไปที่แม่ลูกคู่หนึ่งที่กำลังซัดบะหมี่หยกในภัตตาคารหรู  ท้องเริ่มร้องนิดๆ  อันเป็นสัญญาณว่าเขาใกล้หมดพลังงาน  แต่พอมือขวาแตะกระเป๋ากางเกง  ก็สัมผัสกับธนบัตรปึกใหญ่  จึงลิงโลดด้วยความยินดี 


    “ เอ๊ะ!  ตัวเราเองก็ยังเหลือเงินที่คุณโยเฮให้นี่หว่า  ทำไมถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ ”


     

                   ทันทีที่พบว่าตัวเองไม่ได้ไร้ทุนทรัพย์อย่างที่เข้าใจ  กล้าก็ตรงเข้าไปในร้าน  เพื่อสวาปามบะหมี่หยก  แน่นอนว่ามันย่อมต้องถูกเทลงกระเพาะนับสิบก้อน  เพราะเด็กหนุ่มไม่ได้กินอะไรมาหลายชั่วโมงแล้ว 


    “ อ่า….อร่อยจัง  ถ้าได้กลับบ้านเมื่อไหร่  ชั้นจะสั่งอาหารญี่ปุ่นมากินทุกวันเลย ”


    .............................


               พอจัดการเรื่องปากท้องเสร็จ  สมองของกล้าก็ปลอดโปร่ง  ทำให้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในการ์ตูนโปรด  และรำลึกถึงใครบางคน 


    “ เออ…ใช่  เราลืมไปได้ไง  ยังมีคุณมิโฮให้พึ่งพาอีกคนนี่นา ” เมื่อได้เป้าหมายปลายทางที่ต้องการ  กล้าก็เรียกแท็กซี่  พร้อมเปิดจีพีเอสในโทรศัพท์  โดยระบุว่าจะไปศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าของตระกูลคิโด  อันเป็นถิ่นเก่าที่เซย่าเคยอยู่ 


    “ เอาล่ะ  ไปตั้งหลักที่นั่นก่อนดีกว่า ”

     

    ………………………..


                ถึงกล้าจะไม่เคยมาโตเกียว  แต่ด้วยความช่ำชองในเทคโนโลยี  จึงอ่านแผนที่ในจีพีเอสได้อย่างแม่นยำ  ไม่นาน  เด็กหนุ่มก็นำพาโชเฟอร์ไปยังบ้านกำพร้าตระกูลคิโดได้สำเร็จ 

                 บ้านกำพร้าดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตชานเมือง  อันเป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูนแบบยาวสองชั้น  มีลานกว้างอยู่ด้านหน้าประมาณครึ่งสนามฟุตบอล  ตรงกึ่งกลางมีเสาธงประดับอยู่ 


    “ อืม……เหมือนที่เคยเห็นในการ์ตูนเลย  ชั้นไม่ได้กลับมาที่นี่มากี่ปีแล้วนะ  คิดถึงชะมัด ” กล้าจำได้ว่าเคยเห็นฉากนี้ในหนังการ์ตูน  แต่เพื่อให้ได้อรรถรส  เขาจึงแกล้งวางท่าเล็กน้อย  โดยเลือกสวมบทบาทเป็นเซย่า  เซนต์หนุ่มผู้จากบ้านมาแรมปี  ทว่าอึดใจต่อมา  ก็มีเสียงตะโกนจากใครบางคนโผล่มาทำลายบรรยากาศ 


    “ เฮ้ย!  ไอ้หนู  เอ็งยังไม่ได้ให้ตังค์ค่ารถโว้ย  รีบจ่ายมาซักที  อย่ามัวแต่ยืนเต๊ะท่า” 


    “ อึก….โอ้…ลืมไปเลย  ขอโทษครับ ” กล้าสะดุ้งโหยง  พร้อมวิ่งปุเลงปุเลงไปชำระค่าโดยสาร 


    “ เออ…ก็แค่นี้  แต่ก็นะ  ขอแนะนำตรงๆด้วยความหวังดี  ชั้นว่านายเข้าโรงพยาบาลไปเช็คประสาทซักหน่อยเถอะ  เผื่อจะอาการดีขึ้นมาบ้าง ” หลังจากรับเงินเสร็จ  โชเฟอร์ปากเสียก็โพล่งออกมาคำนึง  ซึ่งก็แอบให้เด็กหนุ่มเสียเซลฟ์อยู่เหมือนกัน 


    “ บรื้น…….”

     

                พอรถแท็กซี่แล่นจากไป  กล้าก็บ่นอุบอิบด้วยความเซ็ง  ประมาณว่าถูกโชเฟอร์รุ่นน้าสกัดดาวรุ่งให้เสียจังหวะ 


    “ ชิ…อุตส่าห์จะซ้อมบทพระเอกให้ชินซะก่อน  เพราะอีกไม่กี่อึดใจ  จะได้พบหนึ่งในว่าที่นางเอกของเรื่องอย่างคุณมิโฮ ”


       

                ระหว่างกล้าละเมอเพ้อพกอยู่นั้นเอง  เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเป็นโรคกลัวผู้หญิงอยู่นี่นา   


    “ เอ…..แต่จะว่าคไป  ชั้นเองก็ไม่ชำนาญเรื่องคุยกับเพศตรงข้าม  แล้วถ้าเจอคุณมิโฮ  ชั้นจะรอดมั้ยเนี่ย ”


     

                พอคิดได้ดังนั้น  หน้าของกล้าก็เริ่มซีด  สองขาสั่น  และเกิดความคิดจะกลับไปหาโรงแรมนอนแทน  แต่ด้วยความกลัวว่าเนื้อเรื่องในการ์ตูนเซนต์เซย่าจะเปลี่ยนแปลงไป  เด็กหนุ่มจึงต้องจำทน 


    “ ไม่  จะทำอะไรนอกเหนือบทบาทไม่ได้  เพราะถ้าเนื้อเรื่องในการ์ตูนไม่เหมือนเดิม  เราอาจอดกลับบ้านก็เป็นได้ ”


     

                 จังหวะที่กล้าพะว้าพะวังอยู่นั้นเอง  ก็มีใครบางคนตรงมาสะกิดหลัง  พร้อมเสียงร้องเรียกที่เล็กแหลม 


    “ พี่ชาย…….ครับ  มาเล่นฟุตบอลกันมั้ย ” 


    “ เอ๊ะ! ” ด้วยปฏิกิริยาที่ว่องไว  ทำให้กล้าดีดผึงขึ้นไปตั้งหลักสู้ทันควัน  ในใจคิดว่าผู้ที่ต้องกายน่าจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตแน่ๆ  แต่พอหันไปมอง  กลับพบเด็กประถมกลุ่มนึงเท่านั้น 


    “ อ้าว…..เด็กน้อยหรอกเหรอเนี่ย  ผิดหวังเลย  นึกว่าจะได้ทำเท่ต่อหน้าคุณมิโฮแล้วแท้ๆ ” กล้าโล่งอก  แต่ก็แอบเซ็งอยู่หน่อยๆ  ส่วนเด็กประถมสามคนหันไปมองหน้ากันเอง  ประมาณนึกสงสัยว่า…ตูเรียกถูกคนหรือไม่  พี่ชายนายนี้เป็นบ้ารึเปล่า


     

               แม้สติของกล้าจะยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  แต่เขาก็สมกับเป็นกูรูด้านการ์ตูนเซนต์เซย่า  เพียงแค่เห็นหน้าเด็กทั้งสามไม่นาน  ก็จดจำได้ทันที 


    “ อ้า…..จำได้แล้ว  พวกนายคือเด็กตัวประกอบที่ปรากฏในการ์ตูนเซนต์เซย่าตอนแรกๆนี่กว่า ”


     

                คำร้องทักดังกล่าวยิ่งทำให้เด็กทั้งสามหวาดกลัวหนักกว่าเดิม  เพราะมันดูเหมือนคนบ้าที่เพิ่งหลุดจากหลังคาแดง  เหล่าเยาวชนเลยแตกฮือ 


    “ โว้ย…..หนีเร็ว  คนบ้าหลุดจากโรงพยาบาลแล้ว ”


     

                กล้าสะดุ้งโหยง  เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้า  ด้วยความที่เขาเก่งแต่กับผู้หญิง(บางครั้ง)และเด็ก  หนุ่มน้อยจึงไม่หวาดหวั่น  พร้อมไล่กวดไปเอาเรื่องทันควัน 


    “ ไอ้เด็กพวกนี้  แกบังอาจว่าชั้นบ้าหรือวะ  หยุดเดี๋ยวนี้นะ  มาให้เตะซะดีๆ ” 


    “ เหวอ….คนบ้าคลั่งหนักแล้ว  ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย ” สามเด็กน้อยแยกกันหนีไปคนละทาง  ทำให้กล้านึกงง  เพราะไม่รู้จะไล่ใครดี  แต่พอตรึกตรองได้ครู่หนึ่ง  ก็ได้เป้าหมายที่ต้องการ 


    “ ดีล่ะ  เอาไอ้เด็กผิวคล้ำที่ดูแสบๆดีกว่า  ส่วนเด็กอ้วนและเด็กตัวเล็กนั่นปล่อยไป  เพราะในเรื่องมันดูไม่เด่นเท่าเจ้าหัวโจก ”


     

               กล้าเริ่มหันไปยังทิศทางที่เด็กหัวโจกวิ่งหนี  ก่อนจะก้าวยาวๆหลายที  เพื่อไล่กวด  แน่นอนว่ามันสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ถูกไล่จนอุจจาระแทบเล็ด 


    “ เหวอ….คนบ้าไล่ตามผมมาแล้ว  ไม่รอดแน่ๆเลย  เจ้าพ่อเจ้าแม่ช่วยลูกด้วย ” เด็กแสบผิวคล้ำบนบานศาลกล่าวเรื่อยเปื่อย  เนื่องจากมีความกลัวเป็นเหตุ  แต่ห้อหนีได้ไม่นาน  ก็ถูกไล่ทัน  เพราะกล้านั้นรวดเร็วกว่ามาก 


    “ ไง….เจ้าตัวแสบ  ชั้นจับนายได้แล้ว ” กล้าจับคอเสื้อที่ด้านหลัง  พร้อมยกเด็กหัวโจกขึ้นมาระดับสายตา  ทำให้ดูเหมือนเขากำลังดึงแมวน้อยตัวนึง 


    “ ยะ….อย่าทะ…ทำอะไรผะ….ผมเลย  ผะ…ผมเป็นแค่ดะ…เด็กคนนึงเท่านั้น ” เด็กหัวโจกพูดเสียงสั่น  เหงื่อกาฬหลั่งไหลทั่วกายเล็กเพรียว 


    “ เฮ้อ…..ชั้นไม่ได้คิดจะทำอะไรนายซักหน่อย  แค่อยากจะถามอะไรอย่างนึงเท่านั้น ” กล้าใช้มืออีกข้างที่ว่างเกาศีรษะตัวเอง  พร้อมวางเด็กน้อยลง  หวังจะบรรเทาความกลัว 


    “ พะ….พี่จะถามอะไรหรือครับ ” เด็กหัวโจกเริ่มวางใจขึ้นมานิดนึง  แต่หางตายังเหลือบมองตลอด   


    “ เฮ้อ…..ก็ไม่มีอะไรมาก  แค่อยากจะถามว่า…..” กล้ากลับมาอ้ำอึ้งอีกครั้ง  ด้วยๆไม่รู้จะพูดต่อไปอย่างไร  เนื่องจากสิ่งที่เขาอยากสื่อคือ…..ถามว่ามิโฮ  ว่าที่นางเอกของเรื่องอยู่ที่ไหน 


    “ อื้อ…จะพูดยังไงดีนะ  เขินจังโว้ย ”


     

               ถึงเวลานี้  เด็กหัวโจกเริ่มไม่แน่ใจว่าพี่ชายตรงหน้าเป็นบ้าหรือปัญญาอ่อนกันแน่  เพราะกล้าเริ่มบิดกายไปมาให้หนูน้อยได้เห็น   


    “ เอ….ตกลง  หมอนี่คลั่งหรือไม่เต็มเต็งกันแน่  บางทีอาจจะทั้งสองอย่างผสมกันเลยก็ได้ ”


     

               หนูน้อยวิเคราะห์ได้ไม่นาน  ความช่วยเหลือที่ต้องการก็มาถึง  ด้วยเขาได้ยินเสียงร้องเรียกที่สดใสของเด็กสาว 


    “ ใครน่ะ  อย่ามาทำร้ายโยชิโร่นะ…..” 


    “ พี่มิโฮ…..” เด็กหัวโจกกระโดดโลดเต้นทันที  แล้ววิ่งหนีไปสมทบกับเด็กสาววัยรุ่นนางหนึ่งที่วิ่งสวนมาด้านหลังปรากฏกลุ่มเด็กประถมที่เหลือ  แน่นอนว่ากล้าได้ยินเต็มสองหู  แต่เขาไม่หันกลับมอง  ด้วยแอบปอดแหกอยู่หน่อยๆ 


    “ โอ้…..ว่าที่นางเอกของเรื่องมาแล้ว  เธอจะน่ารักเหมือนในการ์ตูนมั้ย  แล้วชั้นควรทำตัวยังไง  ถึงจะสมกับเป็นพระเอกมาดเท่อย่างเซย่า ” 


    “ โป้ก……..เอ๋ง…….”


                

             ช่วงเวลาที่กล้าขบคิดอยู่นั้นเอง  ศีรษะของเขาก็ถูกบางสิ่งฟาดเข้ามาเต็มแรง  ทำให้ทรุดลงไปนอนกอง  พร้อมสลบทันที  อนุสติสุดท้ายที่คาในสมองก็คือ……… 


    “ ใครตีหัวของชั้นวะ ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน