…………………………..
“ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก….” กล้าหอบเหนื่อย เพราะผ่านการวิ่งมาหมาดๆ ในใจนึกหลอน ด้วยเพิ่งประสบเหตุไม่คาดฝัน เลยเหลียวซ้ายแลขวาเป็นการใหญ่
“ อืม…เราหนีรอดรึยังนะ ไอ้จาบุมันตามมาเอาคืนรึเปล่า ”
พอเห็นว่าตนเองปลอดภัย กล้าก็สำรวจตามร่างกาย ด้วยกลัวว่าจะมีส่วนไหนชำรุด แต่ไม่ว่ามองมุมใด ก็เห็นแค่รอยช้ำบริเวณแก้ม
“ ฟู่…..ตัวเรายังอยู่ครบทุกส่วน ไม่น่าเชื่อว่าจะโดนแค่อัดแค่หมัดเดียว ”
ทันทีที่รู้ว่าพ้นภัย สิ่งต่อมาที่กล้าต้องคำนึงก็คือ…..เขาจะหาห้องพักได้ที่ไหน สายตาเหม่อมองไปรอบกรุงโตเกียว อันเป็นมหานครที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและความเจริญ
“ เฮ้อ….แล้วเราจะเอาไงต่อ อีกอย่างตอนนี้ ชั้นก็เริ่มหิวแล้วด้วย ” กล้ารำพันในใจ สองตาส่องไปที่แม่ลูกคู่หนึ่งที่กำลังซัดบะหมี่หยกในภัตตาคารหรู ท้องเริ่มร้องนิดๆ อันเป็นสัญญาณว่าเขาใกล้หมดพลังงาน แต่พอมือขวาแตะกระเป๋ากางเกง ก็สัมผัสกับธนบัตรปึกใหญ่ จึงลิงโลดด้วยความยินดี
“ เอ๊ะ! ตัวเราเองก็ยังเหลือเงินที่คุณโยเฮให้นี่หว่า ทำไมถึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ ”
ทันทีที่พบว่าตัวเองไม่ได้ไร้ทุนทรัพย์อย่างที่เข้าใจ กล้าก็ตรงเข้าไปในร้าน เพื่อสวาปามบะหมี่หยก แน่นอนว่ามันย่อมต้องถูกเทลงกระเพาะนับสิบก้อน เพราะเด็กหนุ่มไม่ได้กินอะไรมาหลายชั่วโมงแล้ว
“ อ่า….อร่อยจัง ถ้าได้กลับบ้านเมื่อไหร่ ชั้นจะสั่งอาหารญี่ปุ่นมากินทุกวันเลย ”
.............................
พอจัดการเรื่องปากท้องเสร็จ สมองของกล้าก็ปลอดโปร่ง ทำให้นึกย้อนไปถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในการ์ตูนโปรด และรำลึกถึงใครบางคน
“ เออ…ใช่ เราลืมไปได้ไง ยังมีคุณมิโฮให้พึ่งพาอีกคนนี่นา ” เมื่อได้เป้าหมายปลายทางที่ต้องการ กล้าก็เรียกแท็กซี่ พร้อมเปิดจีพีเอสในโทรศัพท์ โดยระบุว่าจะไปศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าของตระกูลคิโด อันเป็นถิ่นเก่าที่เซย่าเคยอยู่
“ เอาล่ะ ไปตั้งหลักที่นั่นก่อนดีกว่า ”
………………………..
ถึงกล้าจะไม่เคยมาโตเกียว แต่ด้วยความช่ำชองในเทคโนโลยี จึงอ่านแผนที่ในจีพีเอสได้อย่างแม่นยำ ไม่นาน เด็กหนุ่มก็นำพาโชเฟอร์ไปยังบ้านกำพร้าตระกูลคิโดได้สำเร็จ
บ้านกำพร้าดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตชานเมือง อันเป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูนแบบยาวสองชั้น มีลานกว้างอยู่ด้านหน้าประมาณครึ่งสนามฟุตบอล ตรงกึ่งกลางมีเสาธงประดับอยู่
“ อืม……เหมือนที่เคยเห็นในการ์ตูนเลย ชั้นไม่ได้กลับมาที่นี่มากี่ปีแล้วนะ คิดถึงชะมัด ” กล้าจำได้ว่าเคยเห็นฉากนี้ในหนังการ์ตูน แต่เพื่อให้ได้อรรถรส เขาจึงแกล้งวางท่าเล็กน้อย โดยเลือกสวมบทบาทเป็นเซย่า เซนต์หนุ่มผู้จากบ้านมาแรมปี ทว่าอึดใจต่อมา ก็มีเสียงตะโกนจากใครบางคนโผล่มาทำลายบรรยากาศ
“ เฮ้ย! ไอ้หนู เอ็งยังไม่ได้ให้ตังค์ค่ารถโว้ย รีบจ่ายมาซักที อย่ามัวแต่ยืนเต๊ะท่า”
“ อึก….โอ้…ลืมไปเลย ขอโทษครับ ” กล้าสะดุ้งโหยง พร้อมวิ่งปุเลงปุเลงไปชำระค่าโดยสาร
“ เออ…ก็แค่นี้ แต่ก็นะ ขอแนะนำตรงๆด้วยความหวังดี ชั้นว่านายเข้าโรงพยาบาลไปเช็คประสาทซักหน่อยเถอะ เผื่อจะอาการดีขึ้นมาบ้าง ” หลังจากรับเงินเสร็จ โชเฟอร์ปากเสียก็โพล่งออกมาคำนึง ซึ่งก็แอบให้เด็กหนุ่มเสียเซลฟ์อยู่เหมือนกัน
“ บรื้น…….”
พอรถแท็กซี่แล่นจากไป กล้าก็บ่นอุบอิบด้วยความเซ็ง ประมาณว่าถูกโชเฟอร์รุ่นน้าสกัดดาวรุ่งให้เสียจังหวะ
“ ชิ…อุตส่าห์จะซ้อมบทพระเอกให้ชินซะก่อน เพราะอีกไม่กี่อึดใจ จะได้พบหนึ่งในว่าที่นางเอกของเรื่องอย่างคุณมิโฮ ”
ระหว่างกล้าละเมอเพ้อพกอยู่นั้นเอง เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเป็นโรคกลัวผู้หญิงอยู่นี่นา
“ เอ…..แต่จะว่าคไป ชั้นเองก็ไม่ชำนาญเรื่องคุยกับเพศตรงข้าม แล้วถ้าเจอคุณมิโฮ ชั้นจะรอดมั้ยเนี่ย ”
พอคิดได้ดังนั้น หน้าของกล้าก็เริ่มซีด สองขาสั่น และเกิดความคิดจะกลับไปหาโรงแรมนอนแทน แต่ด้วยความกลัวว่าเนื้อเรื่องในการ์ตูนเซนต์เซย่าจะเปลี่ยนแปลงไป เด็กหนุ่มจึงต้องจำทน
“ ไม่ จะทำอะไรนอกเหนือบทบาทไม่ได้ เพราะถ้าเนื้อเรื่องในการ์ตูนไม่เหมือนเดิม เราอาจอดกลับบ้านก็เป็นได้ ”
จังหวะที่กล้าพะว้าพะวังอยู่นั้นเอง ก็มีใครบางคนตรงมาสะกิดหลัง พร้อมเสียงร้องเรียกที่เล็กแหลม
“ พี่ชาย…….ครับ มาเล่นฟุตบอลกันมั้ย ”
“ เอ๊ะ! ” ด้วยปฏิกิริยาที่ว่องไว ทำให้กล้าดีดผึงขึ้นไปตั้งหลักสู้ทันควัน ในใจคิดว่าผู้ที่ต้องกายน่าจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตแน่ๆ แต่พอหันไปมอง กลับพบเด็กประถมกลุ่มนึงเท่านั้น
“ อ้าว…..เด็กน้อยหรอกเหรอเนี่ย ผิดหวังเลย นึกว่าจะได้ทำเท่ต่อหน้าคุณมิโฮแล้วแท้ๆ ” กล้าโล่งอก แต่ก็แอบเซ็งอยู่หน่อยๆ ส่วนเด็กประถมสามคนหันไปมองหน้ากันเอง ประมาณนึกสงสัยว่า…ตูเรียกถูกคนหรือไม่ พี่ชายนายนี้เป็นบ้ารึเปล่า
แม้สติของกล้าจะยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่เขาก็สมกับเป็นกูรูด้านการ์ตูนเซนต์เซย่า เพียงแค่เห็นหน้าเด็กทั้งสามไม่นาน ก็จดจำได้ทันที
“ อ้า…..จำได้แล้ว พวกนายคือเด็กตัวประกอบที่ปรากฏในการ์ตูนเซนต์เซย่าตอนแรกๆนี่กว่า ”
คำร้องทักดังกล่าวยิ่งทำให้เด็กทั้งสามหวาดกลัวหนักกว่าเดิม เพราะมันดูเหมือนคนบ้าที่เพิ่งหลุดจากหลังคาแดง เหล่าเยาวชนเลยแตกฮือ
“ โว้ย…..หนีเร็ว คนบ้าหลุดจากโรงพยาบาลแล้ว ”
กล้าสะดุ้งโหยง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้า ด้วยความที่เขาเก่งแต่กับผู้หญิง(บางครั้ง)และเด็ก หนุ่มน้อยจึงไม่หวาดหวั่น พร้อมไล่กวดไปเอาเรื่องทันควัน
“ ไอ้เด็กพวกนี้ แกบังอาจว่าชั้นบ้าหรือวะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ มาให้เตะซะดีๆ ”
“ เหวอ….คนบ้าคลั่งหนักแล้ว ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย ” สามเด็กน้อยแยกกันหนีไปคนละทาง ทำให้กล้านึกงง เพราะไม่รู้จะไล่ใครดี แต่พอตรึกตรองได้ครู่หนึ่ง ก็ได้เป้าหมายที่ต้องการ
“ ดีล่ะ เอาไอ้เด็กผิวคล้ำที่ดูแสบๆดีกว่า ส่วนเด็กอ้วนและเด็กตัวเล็กนั่นปล่อยไป เพราะในเรื่องมันดูไม่เด่นเท่าเจ้าหัวโจก ”
กล้าเริ่มหันไปยังทิศทางที่เด็กหัวโจกวิ่งหนี ก่อนจะก้าวยาวๆหลายที เพื่อไล่กวด แน่นอนว่ามันสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้ถูกไล่จนอุจจาระแทบเล็ด
“ เหวอ….คนบ้าไล่ตามผมมาแล้ว ไม่รอดแน่ๆเลย เจ้าพ่อเจ้าแม่ช่วยลูกด้วย ” เด็กแสบผิวคล้ำบนบานศาลกล่าวเรื่อยเปื่อย เนื่องจากมีความกลัวเป็นเหตุ แต่ห้อหนีได้ไม่นาน ก็ถูกไล่ทัน เพราะกล้านั้นรวดเร็วกว่ามาก
“ ไง….เจ้าตัวแสบ ชั้นจับนายได้แล้ว ” กล้าจับคอเสื้อที่ด้านหลัง พร้อมยกเด็กหัวโจกขึ้นมาระดับสายตา ทำให้ดูเหมือนเขากำลังดึงแมวน้อยตัวนึง
“ ยะ….อย่าทะ…ทำอะไรผะ….ผมเลย ผะ…ผมเป็นแค่ดะ…เด็กคนนึงเท่านั้น ” เด็กหัวโจกพูดเสียงสั่น เหงื่อกาฬหลั่งไหลทั่วกายเล็กเพรียว
“ เฮ้อ…..ชั้นไม่ได้คิดจะทำอะไรนายซักหน่อย แค่อยากจะถามอะไรอย่างนึงเท่านั้น ” กล้าใช้มืออีกข้างที่ว่างเกาศีรษะตัวเอง พร้อมวางเด็กน้อยลง หวังจะบรรเทาความกลัว
“ พะ….พี่จะถามอะไรหรือครับ ” เด็กหัวโจกเริ่มวางใจขึ้นมานิดนึง แต่หางตายังเหลือบมองตลอด
“ เฮ้อ…..ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะถามว่า…..” กล้ากลับมาอ้ำอึ้งอีกครั้ง ด้วยๆไม่รู้จะพูดต่อไปอย่างไร เนื่องจากสิ่งที่เขาอยากสื่อคือ…..ถามว่ามิโฮ ว่าที่นางเอกของเรื่องอยู่ที่ไหน
“ อื้อ…จะพูดยังไงดีนะ เขินจังโว้ย ”
ถึงเวลานี้ เด็กหัวโจกเริ่มไม่แน่ใจว่าพี่ชายตรงหน้าเป็นบ้าหรือปัญญาอ่อนกันแน่ เพราะกล้าเริ่มบิดกายไปมาให้หนูน้อยได้เห็น
“ เอ….ตกลง หมอนี่คลั่งหรือไม่เต็มเต็งกันแน่ บางทีอาจจะทั้งสองอย่างผสมกันเลยก็ได้ ”
หนูน้อยวิเคราะห์ได้ไม่นาน ความช่วยเหลือที่ต้องการก็มาถึง ด้วยเขาได้ยินเสียงร้องเรียกที่สดใสของเด็กสาว
“ ใครน่ะ อย่ามาทำร้ายโยชิโร่นะ…..”
“ พี่มิโฮ…..” เด็กหัวโจกกระโดดโลดเต้นทันที แล้ววิ่งหนีไปสมทบกับเด็กสาววัยรุ่นนางหนึ่งที่วิ่งสวนมาด้านหลังปรากฏกลุ่มเด็กประถมที่เหลือ แน่นอนว่ากล้าได้ยินเต็มสองหู แต่เขาไม่หันกลับมอง ด้วยแอบปอดแหกอยู่หน่อยๆ
“ โอ้…..ว่าที่นางเอกของเรื่องมาแล้ว เธอจะน่ารักเหมือนในการ์ตูนมั้ย แล้วชั้นควรทำตัวยังไง ถึงจะสมกับเป็นพระเอกมาดเท่อย่างเซย่า ”
“ โป้ก……..เอ๋ง…….”
ช่วงเวลาที่กล้าขบคิดอยู่นั้นเอง ศีรษะของเขาก็ถูกบางสิ่งฟาดเข้ามาเต็มแรง ทำให้ทรุดลงไปนอนกอง พร้อมสลบทันที อนุสติสุดท้ายที่คาในสมองก็คือ………
“ ใครตีหัวของชั้นวะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
