หลังจากรอคอยอยู่เนิ่นนาน พาเน่รู้แล้วว่าตัวเองโดนหลอก เธอรีบวิ่งออกจากบ้านแล้วไปตามหาอิกโคโนมอสทันที
สถานที่แรกที่เธอลองไปดูก็คือโรงม้าของโจเซฟที่อยู่ห่างไป 2 ไมล์ ทันทีที่มาที่นี่ก็รีบตรงไปหาชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังให้อาหารม้าในคอกอยู่
"ท่านโจเซฟ! ท่านเห็นลุงข้าแวะมาที่นี่หรือไม่!? ได้โปรด บอกทีว่าเขาอยู่ที่ใด!?"
ชายวัยกลางคนได้ยินเสียงเรียกของเด็กสาวจึงดึงหมวกแล้ววางถังหญ้าลงก่อนจะหันมองเด็กสาวที่มีหน้าคุ้นตา"ลูกสาวมิเทร่า? มีอะไรอย่างนั้นรึ?"
พาเน่มีใบหน้าที่ร้อนรน "นี่เป็เื่ด่วน ข้ากำลังตามหาท่านลุงอิกโคโนมอสเ้าค่ะ!"
โจเซฟเห็นสีหน้าที่จริงจังของพาเน่ก็ตอบเธออย่างตรงไปตรงมา "ขออภัยด้วย แต่ข้าเองก็ไม่เห็นหน้าของลุงเ้าเหมือนกัน ที่จริงข้าเองก็กำลังตามหามันเช่นกัน เ้านั่นติดเงินข้า 20 เหรียญเงิน หากเจอมันก็ช่วยบอกข้าด้วย"
พาเน่รีบวิ่งออกจากโรงม้า จากนั้นก็วิ่งไปที่บ้านของอิกโคโนมอส ระยะทางจากโรงม้ามาที่นี่ราวๆ 10 กิโล แต่กระนั้นแม้เท้าจะแตกและขาจะล้าเพียงใดเด็กสาวก็ไม่หยุด เธอเข้าไปในบ้านแล้วไปหาเมียเขา
"ท่านป้า! ท่านลุงอยู่ที่นี่หรือไม่เ้าคะ!?"
หญิงสาววัยกลางคนที่มีผมเผ้ากระเซาะกระเซิง ในมือถือขวดไวน์ไว้มีใบหน้าเต็มไปด้วยความเมามาย หญิงสาวเบิกสายตาหงุดหงิดหันมองเด็กสาว อาเนฟบอกพาเน่ "เ้าสารเลวนั่นไม่ได้กลับบ้านของมันมา 3 วันแล้ว ป่านนี้คงจะไปเมาหัวราน้ำที่ไหนจนจำทางกลับบ้านตัวเองไม่ได้แล้วกระมัง? เ้ามีธุระอันใด? ถ้าเ้าสามีนั่นติดเงินเ้างั้นก็ไปทวงที่มัน ข้าไม่มีให้หรอกนะ"
พาเน่มีใบหน้าที่ซีดและสีหน้าที่ย่ำแย่ เธอทำท่าราวกับจะร้องไห้ออกมา "ท่านลุงอิกโคโนมอส...เขา...เขาเอาทองของข้าไป เขาหลอกข้า ข้าต้องใช้ทองนั่นเพื่อพาท่านแม่ไปรักษา ตอนนี้ท่านแม่ของข้าจะไม่ไหวแล้ว ข้า้าทองนั่นคืนมา" น้ำตาของเด็กสาวร่วงไหลลงมา
อาเนฟเห็นเด็กสาวร้องไห้เ็ปเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกสงสาร เธอจึงเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิดแล้วลองแนะนำเธอ "ถ้าหากอยากจะตามหาเ้านั่น งั้นก็ลองไปที่โรงพนันของโมดาซดูสิ เ้าสามีไม่ได้เื่นั่นชอบไปที่นั่นเป็ประจำ"
พาเน่ปาดน้ำตาแล้วก้มหัวขอบคุณอาเนฟ "ขอบพระคุณท่านป้ามากจริงๆเ้าค่ะ"
อาเนฟสะบัดมือ "รีบไปเถอะ"
หลังจากได้เบาะแสที่อยู่ของอิกโคโนมอส พาเน่ก็รีบตรงไปที่โรงพนันประจำเมืองทันที โรงพนันโมดาซแห่งนี้อยู่ห่างจากบ้านของอิกโคโนมอสแค่ครึ่งไมล์ ใช้เวลาวิ่งมาเพียง 10 นาทีก็ถึงแล้ว เมื่อเด็กสาวมาถึงเธอก็รีบเข้าไปด้านในเธอกวาดสายตาไปโดยรอบ และตรงมุมห้องนั่นเองที่เธอเห็นอิกโคโนมอสกำลังพนันไก่ชนกับคนอื่นอยู่
ใบหน้าของพาเน่เ็า เธอกำหมัดแล้วเดินตรงไปที่มุมชนไก่นั้น เธอเดินมาถึงที่ด้านหลังของอิกโคโนมอส จากนั้นก็จับแขนเขา พอเขาหันหน้ามาเธอก็ยกฝ่ามือขึ้นตบหน้าเขาฉาดหนึ่งเสียงดัง
ทุกคนในโรงพนันได้ยินเสียงนั้นดังก้องหูจนต้องหยุดสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่แล้วหันไปมองทั้งสองคนอย่างช่วยไม่ได้
อิกโคโนมอสมีสีหน้าที่ใ ขณะพาเน่ดวงตาเปื้อนด้วยน้ำตาและความผิดหวัง เธอมองเขาด้วยแววตาที่เกลียดชัง
"ทำได้ยังไง...ทำแบบนี้ได้ยังไง ท่านมันสารเลวที่สุด แม่ของข้ากำลังจะตายแต่ท่านกลับเอาเงินที่จะใช้รักษานางมาทำเื่แบบนี้! ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไร!?" พาเน่ะโออกมา เธอมองอิกโคโนมอสอย่างผิดหวังและเสียใจ
"แม่ของข้าไม่ควรมีพี่ชายเช่นท่าน ท่านมันไม่คู่ควรกับนาง ท่านมันน่าสมเพช ข้าไม่สนแล้วว่าท่านจะเป็ลุงข้าหรืออะไร แต่จากนี้เราไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ข้าจะเอาทองของข้าคืน" พาเน่เมินใบหน้าที่ซีดขาวของอิกโคโนมอสก่อนจะเดินตรงไปหยิบทองที่วางอยู่บนโต๊ะเดิมพัน
อย่างไรก็ตาม ตอนที่กำลังจะไปหยิบมันออกมา ชายฉกรรจ์ร่างโตผู้หนึ่งก็คว้ามือของเธอไว้ก่อนก่อนจะจ้องเธอด้วยสายตาดุดัน เขาบอก "แม่หนูน้อย ข้าไม่สนว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างครอบครัวเ้า และไม่สนด้วยว่าเงินเดิมพันนี้เ้าขี้เมานั่นขโมยมาหรือเปล่า แต่เมื่อมันอยู่บนโต๊ะเดิมพันแล้ว มันก็ตกเป็ของผู้ชนะพนัน"
ใบหน้าของพาเน่ซีด "ละ ลุงข้าพนันไปเท่าใด?"
ชายฉกรรจ์และพวกแสยะยิ้มก่อนจะหยิบทองในถุงนั้นออกมา 7 เหรียญ เขาบอกพลางทำปากเยาะเย้ย "นี่คือทั้งหมดที่เ้าลุงโง่เ้าเสียให้เรา"
ใบหน้าของพาเน่ซีดขาว จากนั้นเธอหันหน้าไปหาอิกโคโนมอสที่กำลังนั่งตัวสั่น เธอกรีดร้อง "นี่ท่านเสียสติไปแล้วอย่างนั้นหรือ!? ท่านเอาทองทั้งหมดของข้าไปพนันกับคนพวกนี้! ท่านกล้าทำแบบนี้ได้อย่างไร!!"
ร่างของอิกโคโมมอสสั่นสะท้านด้วยความกลัว ใบหน้าของขาวซีด
พาเน่กัดฟันทั้งน้ำตา หัวใจเจ็บช้ำด้วยความเ็ปของการถูกหักหลังความเชื่อใจ เธอเชื่อใจอิกโคโนมอสสุดหัวใจเธอจึงได้กล้าฝากทอง 10 เหรียญให้เขา เธอคิดว่าเขาที่เป็ครอบครัวจะไม่หักหลังเธอ แต่ตอนนี้ความเชื่อใจนั้นมันก็ถูกสะบั้นด้วยความโลภของชายผู้นี้ไม่มีเหลือแล้ว
พาเน่มีใบหน้าที่เสียใจและเมินอิกโคโนมอส ก่อนจะเดินไปหยิบถุงทองที่เหลือมา คิดในใจแต่ว่าจากนี้เธอจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับอิกโคโนมอสอีกแล้ว
ตอนที่พาเน่กำลังจะหยิบทองที่เหลือของเธอไป คราวนี้ชายฉกรรจ์พวกเดิมก็คว้าถุงทองที่เหลือไว้ก่อนอีกครั้ง
"พวกท่าน..."
เหล่าชายฉกรรจ์บอก "กฏของโรงพนันโมดาซ ไม่ว่าจะเป็เงินที่ถูกขโมยมาหรืออะไรก็ตาม ตราบใดที่ตกอยู่ในมือผู้ขโมยและอยู่ในโรงพนันนี้ ตราบนั้นทองก็ยังเป็ของผู้ขโมย ทองจะเป็ของเ้าหากมันอยู่ข้างนอก แต่หากมันยังอยู่ในโรงนี้มันจะเป็ของลุงเ้า หากลุงเ้าไม่ปรารถนาจะเลิกวางเดิมพันต่อ เ้าก็เอาทองนี้ไปไม่ได้"
ชายฉกรรจ์ว่าแบบนั้นแล้วหันไปหาอิกโคโนมอส อิกโคโนมอสคว้าถุงทองนั้นมาแล้ววิ่งไปที่โต๊ะเดิมพัน ใบหน้าเขาเสียสติเหมือนคนถูกผีพนันเข้าสิง เขาบอก "ข้ายังไม่แพ้! ตาหน้าข้าชนะแน่! อีกนิดเดียวข้าก็จะได้ทุนทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว ข้าไม่ยอมเลิกเล่นกลางคันหรอก! ข้าจะรวยให้ได้!"
พาเน่วิ่งไปหยุดอิกโคโนมอส พยายามดึงสติเขากลับมา "ท่านลุง! ท่านทำแบบนั้นไม่ได้นะ! นั่นเป็เงินส่วนสุดท้ายที่ข้าเหลืออยู่ หากท่านทำเช่นนั้นข้าจะไม่มีเงินพาแม่ไปรักษาแล้วนะ!"
"กฏของโมดาซห้ามใช้กำลังที่นี่ หากเ้าตัวไม่ปรารถนา ใครที่ไหนก็ขัดขวางเขาไม่ได้!" ชายฉกรรจ์เดินมาข้างหลังของพาเน่จากนั้นก็กระชากพาเน่ออกไป เขาผลักเธอล้มลงกับพื้น
ชายฉกรรจ์และพวกแสยะยิ้มอย่างมีความสุข
พาเน่มองชายฉกรรจ์และนักต้มตุ๋นพวกนี้อย่างเสียใจ เ้าพวกนี้มันคุมโรงพนันแห่งนี้และใช้กลโกงทั้งหมดรีดไถเงินจากผู้พนัน กฏพวกนั้นพวกมันคงจะเพิ่งจะตั้งขึ้นมาเพื่อล่อให้อิกโคโนมอสสูญเงินเธอจนหมด เมื่อแกะไปอยู่ในเล้าหมาป่าแล้วมันก็ไม่มีทางยอมคายเนื้อออกมาให้ง่ายๆ เฉกเช่นคนพวกนี้
"พวกท่านไม่ละอายบ้างกันเลยหรือยังไง? ตอนนี้แม่ข้ากำลังจะตายและทางเดียวที่จะช่วยชีวิตนางได้ก็คือเงินนั่น! พวกท่านไม่มีหัวใจกันบ้างเลยหรือยังไง!" ท้ายที่สุด ด้วยความทนไม่ไหวพาเน่กรีดร้องออกมา
ชายฉกรรจ์และพวกแสยะยิ้ม "หัวใจ? ข้าไม่มีหรอกของพรรค์นั้น ตราบเท่าที่แลกกับทอง 10 เหรียญข้ายอมทิ้งหัวใจแล้วกลายเป็ปิศาจเสียยังดีกว่า โลกใบนี้น่ะไม่ได้สมบูรณ์พอจะให้คนใส่ใจคนอื่นได้หรอกนะแม่สาวน้อย โลกที่เราอยู่ตอนนี้น่ะแค่เอาตัวเองให้รอดก็ยากแล้ว เบิกตาดูซะ ที่นี่น่ะไม่ใช่ปราสาทแต่เป็สลัม ที่นี่เราทุกคนมีแต่ต้องทำทุกทางเพื่ออยู่รอด! เราไม่มีเวลาว่างไปห่วงใยชีวิตคนอื่นหรอก!"
พาเน่กัดฟัน ร้องไห้ทั้งน้ำตา เธอกัมหัวแล้วกราบขอร้องชายฉกรรจ์อย่างจริงใจ "ได้โปรด ข้าขอร้องล่ะ เมตตาแม่ข้าทีจะให้ข้าทำสิ่งใดข้าก็ยอม แต่ได้โปรด ช่วยคืนทองของแม่ข้ามาด้วยเถิด นั่นเป็สิ่งเดียวที่จะช่วยเหลือแม่ข้าได้"
ชายฉกรรจ์ถอนหายใจอย่างรำคาญ มองพาเน่อย่างสงสาร แต่เขาก็ไม่มีใจจะคืนทอง 3 เหรียญที่เหลือให้เธอ ตอนเขากำลังจะจับเธอโยนออกไป พรรคพวกของเขาด้านหลังคนหนึ่งก็สะกิดแขนเขาเบาๆเพราะมีไอเดียบางอย่าง มันบอกไอเดียนั้นแก่เขา และตอนที่ชายฉกรรจ์ได้ฟังไอเดียนั้นรอยยิ้มชั่วร้ายของฉกรรจ์ก็ปรากฏขึ้นมา
ชายฉกรรจ์มองพาเน่แล้วบอก "ข้าจะคืนทองที่เหลือให้ก็ได้"
พาเน่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มด้วยความสุข "จริงหรือเ้าคะ!" แต่ก่อนที่ความสุขเธอจะไปไกลกว่านั้นชายฉกรรจ์และพวกก็มองเรือนร่างเธออย่างแทะโลมจากนั้นก็ฉีกยิ้มชั่วร้ายและบอก "ข้าจะคืนทอง 3 เหรียญที่เหลือให้เ้า แต่เ้าต้องเปลื้องผ้าแล้วเต้นระบำที่นี่ให้เราทุกคนพึงพอใจ"
หลังจากคำพูดถูกปล่อยออกมา รอยยิ้มแห่งความสุขก็แข็งค้าง จากนั้นจิตใจก็กลับไปเหมือนตกอยู่ในนรกเหมือนเดิมเด็กสาวมองใบหน้าที่แทะโลมและใบหน้าที่เต็มไปด้วยราคะของชายทั่วโรงแห่งนี้ด้วยความไม่อยากเชื่อ เธอกัดฟันเธอคิดว่าอย่างน้อยจะยังมีหัวใจหลงเหลือในตัวของคนพวกนี้บ้าง แต่เธอเข้าใจผิดไปเอง คนพวกนี้ไม่มีหัวใจแต่แรกแล้ว ดูเหมือนสุดท้ายแล้วทางที่จะช่วยแม่ได้และนำทองนั้นกลับมาได้ก็มีแต่ต้องทำแบบนี้จริงๆ พาเน่ไม่มีทางเลือกนอกจากหลั่งน้ำตาในใจและยอมรับโชคชะตา
พาเน่ค่อยๆปลดเสื้อผ้าออก
แต่ตอนที่จะปลดลงมามากกว่านั้น เสียงของชายชราผู้หนึ่งก็ได้ดังขึ้น "นั่นพวกเ้ากำลังทำอะไรกันน่ะ!"
ทันทีที่ชายชราผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นมา ทั้งเหล่าชายฉกรรจ์และอิกโคโนมอสก็หน้าซีดแล้วหยุดทุกสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่ไป
ชายชราในชุดนักปราชญ์ ผู้มีใบหน้าคุ้นตาข้ารับใช้ในคฤหาสน์มากที่สุดเพราะอยู่ข้างกายเ้าชายตลอดเวลา ฟีโรโซฟอสมีใบหน้าโกรธเกรี้ยวเดินเข้ามาภายในโรงพนันแห่งนี้แล้วตรงเข้าไปหาพาเน่
"ทะ ท่านที่ปรึกษา" พาเน่มองฟีโรโซฟอสด้วยใบหน้าเสียใจ
ฟีโรโซฟอสหาผ้ามาคลุมร่างเธอ จากนั้นก็ย้ายสายตาที่เกรี้ยวโกรธมองชายฉกรรจ์และอิกโคโนมอสที่ถูกผีพนันเข้าสิง
ฟีโรโซฟอสชี้หน้าเหล่าชายฉกรรจ์และตวาด "พวกเ้าไม่ละอายใจกันบ้างอย่างนั้นหรือที่ทำแบบนี้กับเด็กสาวตัวเล็กๆได้ลงคอ นางทำงานอย่างหนักในคฤหาสน์มานาน ตรากตรำ ทำงานหนักและทำตัวมีคุณค่ามากกว่าพวกเ้าที่ใช้ชีวิตหลอกเอาเงินคนอื่นๆไปวันๆ ทั้งหมดที่นางทำก็เพื่อช่วยมารดาตนเอง แต่พวกเ้ากลับบังคับให้นางทำเื่ถ่อยเช่นนี้เพื่อบันเทิงสันดานต่ำช้าของพวกเ้า นี่คือวิธีการมีชีวิตของพวกเ้าอย่างนั้นหรือ? ถึงสถานะตนจะไม่มีอะไรดีๆแต่ไม่คิดจะทำให้จิตใจตนเองดีบ้างอย่างงั้นหรือ!?"
เหล่าชายฉกรรจ์ก้มหน้าด้วยใบหน้าที่ขาวซีด ไม่กล้าตอบอะไรกลับไป
หลังจากด่าเหล่าชายฉกรรจ์เสร็จแล้ว ฟีโรโซฟอสหันมองอิกโคโนมอส ดวงตาเขาเ็า "ส่วนเ้าอิกโคโนมอส จากนี้ไม่ต้องมาคฤหาสน์อีกแล้ว นับแต่วันนี้เ้าถูกไล่ออก"
อิกโคโนมอสตะลึง จากนั้นใบหน้าพลันเปลี่ยนเป็ซีดขาว "ทะ ท่านที่ปรึกษา ขะ ข้า!"
ฟีโรโซฟอสตวาด "ข้าไม่้าข้ารับใช้ที่เป็ได้แค่ขี้เมาติดพนันมาป้วนเปี้ยนใกล้เ้าชาย! ผู้ที่ทอดทิ้งจิติญญาตนเองและยังทอดทิ้งสายเืตนเองอย่างเ้าไม่มีค่าพอที่ข้าจะจ้าง จากนี้หากเ้าเข้าใกล้คฤหาสน์เ้าชายแม้เพียง 3 เมตร เ้าจะถูกตัดหัวทันที!"
ใบหน้าของอิกโคโนมอสซีด จากนั้นเขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายไปหมด
ฟีโรโซฟอสเดินไปหยิบถุงเหรียญทอง 3 เหรียญที่เหลือมาจากนั้นยื่นมันให้พาเน่ ตอนที่ยื่นให้เธอเขาถามเธอ "สาวน้อย ทองถึง 3 เหรียญเ้าคิดจะเอาไปใช้ทำสิ่งใด?"
พาเน่ปาดน้ำตาบนใบหน้า จากนั้นตอบด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่ "ข้าปรารถนาจะนำไปใช้เพื่อพาแม่ไปหาหมอในเมืองหลวงเ้าค่ะ"
ฟีโรโซฟอสเลิกคิ้ว "หมอในชามิวลอสที่มีฝีมือแห่งนี้ก็มี ใยต้องไปถึงเมืองหลวง?"
พาเน่ตอบ "ข้าได้เชิญท่านกิอาโทสมาดูอาการท่านแม่เมื่อวันก่อน เขาบอกว่ามีเพียงหมอในเมืองหลวงเท่านั้นจะรักษาท่านแม่ได้เ้าค่ะ"
ฟีโรโซฟอสที่ได้ยินเช่นนี้ก็เข้าใจในที่สุด เขานำนิ้วแตะคางทำท่าราวครุ่นคิด จากนั้นก็บอกพาเน่ "เช่นนั้นเ้าตามข้ามาเถิด เป็โชคดีของเ้า อาทิตย์ก่อนข้าส่งจดหมายเชิญสหายผู้หนึ่งจากเมืองหลวงมา เขาเพิ่งจะมาถึงเมื่อวันก่อนนับเป็โชคของเ้าที่เขาเป็หมอพอดี เ้าพาแม่ของเ้ามาหาข้าที่คฤหาสน์ ข้าจะเรียกสหายข้าไปพบเ้าที่นั่น"
ดวงตาของพาเน่เบิกกว้าง สีหน้าเธอเต็มไปด้วยความใ "ท่าน...ท่านที่ปรึกษา...ท่านพูดจริงอย่างนั้นหรือเ้าคะ!?"
ฟีโรโซฟอสยิ้มแล้วลูบศีรษะของเด็กสาวเบาๆ "แน่นอน ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันหรอกข้าเห็นเ้าทำงานอย่างหนัก รับใช้ข้างกายเ้าชายอย่างซื่อสัตย์มาตลอด เื่เพียงแค่นี้ก็ให้ข้าได้ช่วยบ้าง"
พาเน่รู้สึกมีความสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เธอซาบซึ้งในความช่วยเหลือของฟีโรโซฟอสมากจนไม่รู้จะตอบแทนยังไง"ข้าขอบคุณท่านที่ปรึกษาจริงๆที่ช่วยเหลือเ้าค่ะ! ข้าจะรีบไปพาแม่มาเดี๊ยวนี้เ้าค่ะ!" พาเน่กล่าวขอบคุณฟีโรโซฟอสจากนั้นก็รีบวิ่งออกจากโรงพนันแล้วไปเช่าม้าพาแม่ไปที่คฤหาสน์อาโนอิทอส
ไม่กี่ชั่วยามต่อมาพาเน่ก็พาแม่มาถึงคฤหาสน์อาโนอิทอส เธอพาแม่ไปที่ห้องรับรอง จากนั้นก็วางแม่ลงบนเตียง
ไม่กี่นาทีต่อมาฟีโรโซฟอสและชายชราอีกคนก็โผล่มา
ฟีโรโซฟอสแนะนำสหายตนเองให้พาเน่รู้จัก "พาเน่ นี่คือโคเรเฟล เป็หมอมือหนึ่งแห่งวาซิลาส ไม่มีโรคใดที่เขาไม่รู้จัก ไม่มีสิ่งใดที่เขารักษาไม่ได้ หมอชั้นแนวหน้าในเมืองหลวงทั้งหมดได้ความรู้การแพทย์ทั้งหมดจากเขา แม่ของเ้าปลอดภัยแล้วตราบเท่าที่อยู่ในมือเขา"
หัวใจของพาเน่เปี่ยมไปด้วยความยินดี เธอขอบคุณฟีโรโซฟอสอย่างซาบซึ้งและน้อมตัวลงแล้วถวายความเคารพต่อโคเรเฟล "ข้าเป็เกียรติ์อย่างยิ่งที่ท่านหมอผู้ยิ่งใหญ่มารักษาแม่ของข้าเ้าค่ะ ไม่ว่าสิ่งใดที่ท่านหมอผู้ยิ่งใหญ่ปรารถนา ข้าจะทำให้ทุกสิ่ง ขอเพียงท่านหมอช่วยชีวิตแม่ข้า"
โคเรเฟลมีใบหน้าที่อบอุ่น เขามองพาเน่ที่มารยาทดีอย่างอ่อนโยน จากนั้นหันมองฟีโรโซฟอส "เด็กสาวเป็อย่างที่เ้าว่าจริงๆสหายข้า เธอช่างอ่อนน้อมและมารยาทดีจริงๆ"
ฟีโรโซฟอสยิ้มและพยักหน้า
โคเรเฟลแตะบ่าของพาเน่เบาๆจากนั้นก็บอกเธอ "ไม่ต้องห่วงสาวน้อย ข้าจะช่วยมารดาเ้าให้ได้ ตราบเท่าที่เทพแห่งความตายไม่ยื่นมือเข้ามายุ่ง มารดาเ้าก็จะปลอดภัย"
พาเน่ยิ้มอย่างซาบซึ่ง "ขอบคุณท่านหมอผู้ยิ่งใหญ่มากเ้าค่ะ ขอบคุณเ้าค่ะ!"
โคเรเฟลเมินพาเน่แล้วหันไปหามิเทร่าที่นอนสลบอยู่ โคเรเฟลจับชีพจรของเธอ จากนั้นก็นำมือแตะหน้าผากเธอ คิ้วเขามุ่นเข้าหากัน ราวกับพบบางอย่างผิดปกติ
พาเน่สังเหตุเห็นสีหน้าไม่ดีของโคเรเฟลก็เอ่ยถามอย่างกังวล "ท่านหมอ มีอะไรผิดปกติกับแม่ข้าอย่างนั้นหรือเ้าคะ?"
โคเรเฟลไม่ตอบอะไรพาเน่ สีหน้าเขาตรึงเข้มขึ้น เขาลองเปิดม่านตาเธอจากนั้นทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองพบว่ามันเชื่องช้ามาก นอกจากนี้เขาพบว่าที่คอเธอแข็งไปหมดราวกับมีเหล็กมาดามไว้
โคเรเฟลหยุดตรวจอาการ จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วถอยจากตัวมิเทร่า
พาเน่และฟีโรโซฟอสที่เห็นโคเรเฟลหยุดตรวจและแสดงสีหน้าย่ำแย่ก็คิดว่าโคเรเฟลคงจะรู้อาการป่วยของมิเทร่าแล้วจึงเขาไปถาม "สหาย เป็อย่างไรบ้าง? หญิงผู้นั้นป่วยเป็โรคอันใด?"
เมินคำถามของฟีโรโซฟอส โคเรเฟลหันใบหน้าที่มืดมนไปหาพาเน่
พาเน่เห็นสีหน้าอีกฝ่ายหัวใจก็หนักขึ้น สีหน้าที่เลวร้ายแบบนั้นแสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าท่านหมอรู้แล้วว่าแม่เธอป่วยเป็โรคอะไร และไม่ว่าโรคนั้นคือโรคอะไรมันก็ไม่ใช่เื่ดีแน่
แต่แล้วแทนที่จะบอกว่าแม่เธอเป็โรคอะไร โคเรเฟลบอก "ข้าเสียใจด้วยนะสาวน้อย" เขาพูดแบบนี้ จากนั้นเอามือแตะบ่าของพาเน่ราวกับพยายามปลอบเบาๆ แล้วเขาก็พูดต่อ "ข้าไม่รู้ว่ามารดาเ้าป่วยเป็โรคอะไร"
ฟีโรโซฟอสและพาเน่ตะลึง
พาเน่ตะลึง "ท่านหมอ...ท่านพูดจริงหรือ?"
ฟีโรโซฟอสก็ไม่อยากเชื่อหูตนเอง "สหาย เ้าแน่ใจแล้วหรือ? เ้าเพิ่งตรวจนางได้ไม่กี่นาที ลองตรวจดูให้แน่ใจก่อนดีกว่าไหม?"
โคเรเฟลส่ายหน้า "ข้ารู้จักอาการป่วยทุกชนิดเหมือนลายมือตนเอง ขอเพียงแค่มีสัญญาณบ่งบอกสักอย่างข้าก็ยืนยันได้แล้วว่านางเป็โรคอะไร หากตามัวมองเห็นในที่มือก็เป็ต้อกระจก หากปวดเมื่อยร่างกายและมีผื่นตามตัวก็เป็ฝีดาษ ข้ารู้จักทุกโรคที่เกิดบนร่างกายมนุษย์เหมือนเป็ร่างกายตนเอง แต่สตรีผู้นี้มีอาการชนิดที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต หากนางเพียงแค่ตาเบลอข้าก็สันนิษฐานได้ว่าเป็ต้อกระจก เช่นนั้นก็ใช้น้ำผึ้งและปัสสาวะนกฮูกทาที่ตารักษาก็หาย แต่อาการเบลอของนางกลับมาพร้อมไข้สูงและคอที่เกร็งแข็ง สัญญาณที่มาพร้อมกันหลายอย่างเช่นนี้ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ข้าไม่รู้ว่านางเป็โรคอะไร ข้าเสียใจด้วย"
พาเน่รู้สึกเหมือนตกอยู่ในความสิ้นหวัง หลังจากได้พบทางสว่างช่วยแม่ได้แล้วเธอคิดว่าทุกอย่างกำลังจะไปได้ดีแล้วแต่สุดท้ายแสงนั้นกลับจบลงด้วยทางตัน หากแม้แต่หมอที่เก่งกาจที่สุดในวาซิลาสยังไม่รู้แม้แต่สาเหตุของอาการ เช่นนั้นก็ไม่มีใครในอาณาจักรนี้จะช่วยแม่เธอได้แล้ว พาเน่รู้สึกสิ้นหวัง จิติญญาของเธอราวกับล่องลอยออกจากร่างเด็กสาวพาร่างตนเองออกจากห้องรับรองนี้ เดินอย่างไร้จุดหมายไปข้างนอกด้วยใบหน้าว่างเปล่า
ฟีโรโซฟอสอยากจะไปปลอบพาเน่ แต่โคเรเฟลห้ามเขาไว้ก่อน พอฟีโรโซฟอสหันไป โคเรเฟลก็ส่ายหน้าให้เขา บ่งบอกว่า 'ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวไปก่อนดีที่สุด'
พาเน่เดินออกมานั่งหน้าคฤหาสน์ ดวงตาของเธอมืดบอด ราวกับมองอะไรก็เห็นเป็สีดำไปหมด
ตลอดมาเธอพยายามมาตลอดเพื่อที่จะหาทางช่วยแม่ของเธอ เธอคิดว่าถ้าหากเธอตั้งใจทำงานและหาเงินมามากพอจนจ้างหมอเก่งๆมาจะรักษาแม่ได้ แต่วันนี้เธอได้เข้าใจแล้วว่าความคิดนั้นมันเป็ไปไม่ได้ั้แ่แรก หมอที่เก่งที่สุดมาแล้วแต่ก็ยังจนหนทางกับโรคปริศนาของแม่เธอ ั้แ่แรกเริ่มจนถึงตอนนี้ แม่ของเธอไม่มีทางรักษาได้อยู่แล้ว
พาเน่หวนนึกไปถึง่เวลามีความสุขที่ได้อยู่กับแม่ตอนที่แม่ยังแข็งแรงดีอยู่ จากนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาของเธอ เธออยากได้่เวลานั้นกลับคืนมา ที่เธอปรารถนาก็มีแค่อยากช่วยแม่เท่านั้น
"ที่ข้าปรารถนาก็มีเพียงแค่อยากให้แม่หายดีแท้ๆ...ทั้งๆที่มีแค่นั้นแท้ๆ" พาเน่ร้องไห้ออกมา
"แม่นางน้อย?" ตอนนี้เอง ชายหนุ่มผู้หนึ่งเห็นเด็กสาวรับใช้ตนเองแอบมานั่งร้องไห้หน้าคฤหาสน์เงียบๆคนเดียวจึงสงสัยและทักขึ้น
พาเน่เบือนใบหน้าที่เปื้อนน้ำตามองไปตามเสียง ตรงหน้าก็เห็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาคนหนึ่งกำลังจ้องมองเธออยู่
อาโนอิทอสถามพาเน่ด้วยความสงสัย "แม่นางน้อยเหตุใดถึงได้ร้องไห้?"