ภายในโถงถ้ำหินหลังม่านน้ำตกที่สาดกระเซ็นเป็ละอองสีขาว กองไฟสีส้มที่ถูกจุดขึ้นด้วยวิธีโบราณส่องประกายวับๆ แวมๆ สะท้อนกับผนังถ้ำหิน มนุษย์โลกทั้ง 200 ชีวิตในชุดคลุมหนังหมาป่าพากันนั่งล้อมวงใหญ่เงียบๆ ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเดินแหวกม่านน้ำตกธรรมดาๆ นี้ออกไปด้านนอกเลยแม้แต่คนเดียว เพราะทุกคนตระหนักดีว่าป่าใต้ใน่ฟ้ามืดค่ำนั้นอันตรายเกินกว่าจะคาดเดา
"ข้าว่าพวกเราต้องคุยกันจริงจังแล้วว่าจะเอายังไงกันต่อ" พี่กล้าที่เพิ่งขึ้นเลเวล 3 เป็คนแรกเอ่ยทำลายความเงียบ มือยังคงลูบด้ามดาบคาตานะคู่ใจ "เราจะเดินหน้าเกาะกลุ่มกันไปสองร้อยคนแบบนี้ตลอดเวลา หรือจะเอาแบบไหน?"
สมาชิกคนหนึ่งในวงรีบเสนอความคิดเห็นขึ้นมาทันที "่แรกยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันจนกว่าจะได้พลังอื่นๆ เพิ่มเติมว่ะ! ลำพังแค่แรงควายคูณสามกับสกิลเลเวล 1 มันไม่พอหรอก ขนาดนัทกับพี่กล้าไปเจออสูรสองขาใช้เวทมนตร์ยังเกือบไม่รอด พวกเราจะปักหลักอยู่ที่ถ้ำน้ำตกนี้ จนกว่าอุปกรณ์การเดินทางและอาวุธจะครบมือ และทุกคนพร้อมจริงๆ ค่อยเคลื่อนทัพใหญ่!"
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นพ้อง ตอนนี้กองทัพมนุษย์โลกเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้นมาก สามารถแท็กทีมรุมสกรัมล่าอสูรหมาป่าหรือก็อบลินป่ามนตราแถวนี้ได้คล่องมือแล้ว และที่น่าแปลกคือ รอบบริเวณป่าทิศใต้น้ำตกแห่งนี้ แทบไม่มีผู้ทดสอบจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ โผล่มาล่าตัดหน้าเลยสักคนเดียว!
"เื่นั้นข้ามีคำตอบให้" ชายหนุ่มกลุ่มสำรวจที่เพิ่งกลับมาจากตลาดในเมืองเริ่มต้นโพล่งขึ้นมากลางวง พร้อมกับเปิดหน้าจอระบบแชร์ข้อมูลที่ได้มาให้ทุกคนดู
"พวกกลุ่มที่ไปสืบข่าวในตลาดบอกว่า เผ่าพันธุ์ต่างดาวอื่นๆ ที่วาร์ปมาน่ะ ไม่มีใครยอมมานั่งจมปลักฟาร์มเลเวลกระจอกๆ อยู่รอบเมืองเริ่มต้นแบบพวกเราหรอก! พวกมันมีพลังเวทมนตร์ พลังจิต พลังปราณติดตัวมาั้แ่เกิด ข้ามมาถึงโลกที่ 1 ปุ๊บ พวกมันก็พากันบุกเบิกเดินทางไกลออกไปเปิดแผนที่ลึกๆ กันหมดแล้ว!"
เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเผยความจริงที่ทำให้ทุกคนต้องทึ่ง:
"ในเมืองเริ่มต้นตอนนี้... มีแค่เผ่าพันธุ์มนุษย์โลกของพวกเราเผ่าเดียวเท่านั้นที่กำลังบุกเบิกถางป่ารอบเมืองอยู่! พวกต่างดาวที่เหลืออยู่ในเมืองมีแค่พวกสายสืบหรือหน่วยสังเกตการณ์จากเผ่าใหญ่ๆ เท่านั้น ส่วนที่เหลือก็เป็แค่ร้านค้าเล็กๆ น้อยๆ เพราะที่นี่มันเป็แค่ 'จุดวาร์ปแรกเริ่ม' ส่วนผู้ทดสอบต่างดาวที่แข็งแกร่งจริงๆ พวกมันย้ายไปตั้งรกรากและ่ชิงอำนาจกันอยู่ที่โลกที่ 2 หรือโลกที่ 3 ขึ้นไปกันหมดแล้ว!"
นัทเลื่อนหน้าต่างสเปรดชีต ของตัวเองดูแผนที่ลิงก์ที่เพิ่งขยายขอบเขตขึ้นมาอย่างละเอียด คอลัมน์พิกัดเริ่มประมวลผลข้อมูลเส้นทางรอบนอกเมืองเริ่มต้นอัปเดตขึ้นมาใหม่
"เป็อย่างที่แชตกลุ่มบอกเป๊ะเลยพี่กล้า" นัทชี้ไปที่หน้าต่างตารางคำนวณ "ถอนห่างจากเมืองเริ่มต้นนี้ไป มันมีเส้นทางแยกให้เราเลือกเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นได้อีกประมาณ 4-5 เมือง ซึ่งข้อมูลบอกว่าเมืองเ่าั้แทบจะไม่มีผู้ทดสอบเหลืออยู่แล้ว... ประชากรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นั่นกลายเป็ 'ชาวพื้นเมือง' ของโลกนี้ที่ใช้ชีวิตอยู่จนแก่"
"หึ... แปลว่าพวกต่างดาวมันมองเมืองแถวนี้เป็แค่ทางผ่านขยะสินะ" มาร์โกแสยะยิ้มพลางปรับผ้าขนหนูสีขาวบนบ่า แววตาคมกริบของหนุ่มอิตาลีลุกโชน "แต่ก็ดี! ในเมื่อพวกมันทิ้งขยะชิ้นนี้ไว้... พวกเรากองทัพหนังหมาป่าสองร้อยคน ก็จะขย้ำและบุกเบิกยึดครองทรัพยากรทุกอย่างรอบเมืองเริ่มต้นนี้ให้เกลี้ยง แบกของดรอปไปขายจนกว่าจะมีเงินซื้ออาวุธและจ่ายค่าครูเปิดพลังเวทให้ครบทุกคน!"
เสียงหัวเราะและไฟแห่งความหวังจุดประกายขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในโถงถ้ำลึก คืนวันที่สามของโลกใบใหม่ดำเนินไปพร้อมกับแผนการใหญ่ที่มนุษย์โลกจะใช้ 'ความต้อยต่ำ' ที่โดนดูถูก ตลบหลังกวาดล้างทรัพยากรที่ไม่มีใครเอามาสร้างรากฐานกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในมหาจักรวาลดาราแห่งนี้!
แสงตะวันของวันใหม่สาดส่องผ่านม่านน้ำตกที่พ่นละอองน้ำสีขาวซู่ซ่าระยิบระยับ เช้าวันนี้มนุษย์โลกทั้ง 200 ชีวิตต่างตื่นขึ้นมาด้วยความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยม แผนการแบ่งกลุ่มกระจายกำลังเปิดฉากขึ้นทันที โดยมีกฎเหล็กที่ทุกคนรู้กันดีว่า "อย่างน้อยที่สุดต้องเกาะกลุ่มกันไปปาร์ตี้ละ 5 คน" เพื่อเร่งเลเวลและเก็บกวาดเงินเหรียญโบราณอย่างปลอดภัยที่สุด เสียงกวัดแกว่งศาตราและเสียงรุมสกรัมอสูรดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วแนวป่ารอบเมืองเริ่มต้น
จากข้อมูลแชตกลุ่มที่ทุกคนช่วยกันอัปเดต ทำให้รู้ว่าระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินส่วนกลางของโลกที่ 1 นี้ถอนหลักเกณฑ์ง่ายๆ ดังนี้:
และค่าธรรมเนียมค่าน้ำชาที่ผู้ะคิดสำหรับ "การเปิดเส้นพลังพื้นฐาน" ไม่ว่าจะเป็สายจิต เวท หรือปราณ แท้จริงแล้วอยู่ที่ 1 เหรียญเงิน (100 ทองแดง) เท่านั้น! สำหรับเผ่าต่างดาวที่มีเงินถุงเงินถังคงดูเหมือนเศษเงิน แต่สำหรับมนุษย์โลกที่เริ่มจากศูนย์และได้ของดรอปขยะทีละไม่กี่ทองแดง มันคือเงินก้อนใหญ่ที่ต้องใช้หยาดเหงื่อแรงควายเข้าแลกอย่างรากเื
นัทและพี่กล้าจับคู่แท็กทีมร่วมกับสมาชิกในปาร์ตี้เดินหน้าออกล่าสัตว์อสูรตามพิกัดแผนที่ลิงก์รอบเมืองอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินก้อนแรกนี้เพื่อ "เข้าไปฝึกพลังปราณขั้นต้น" กันก่อนเป็อันดับแรก เพราะมันเข้าแก๊ปและส่งเสริมพละกำลังกายภาพคูณสาม [x3] ของพวกเขาได้ตรงจุดที่สุด
ตลอดเส้นทางถางป่า ทั่งสองคนก้าวเท้าสู้มอนสเตอร์พลางเหลือบมองหน้าจอแผนที่ บ่อยครั้งที่พวกเขาเดินสวนกับปาร์ตี้ของเพื่อนๆ มนุษย์โลกในชุดเครื่องแบบหนังหมาป่าเหมือนกันเป๊ะ ต่างคนต่างะโทักทาย ให้กำลังใจ หรือหัวเราะแซวเื่กางเกงในโลกเดิมที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมอย่างครื้นเครง บรรยากาศของกองทัพมนุษย์โลกเริ่มมีความสามัคคีและเป็ปึกแผ่นอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อแดดร่มลมตก เงินทองแดงในหน้าต่างสเปรดชีต ของนัทและคลังระบบของพี่กล้าก็สะสมจนครบคนละ 100 เหรียญทองแดง พอดิบพอดี! ทั้งคู่ไม่รอช้า รีบกวดสายตาจ้ำอ้าวเดินเท้ากลับเข้าเมืองเริ่มต้น มุ่งตรงไปยังวิหารหินอันเป็ที่สถิตของ "ผู้ะสายพลังปราณ" ทันที
ภายในวิหารสายปราณ บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายดุดัน ควันธูปลอยล่องอบอวล ผู้ะร่างกำยำหนวดเคราครึ้มในชุดจอมยุทธ์โบราณนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหิน นัทและพี่กล้าเดินเข้าไปก้มหัวทำความเคารพพร้อมกับกดโอนเงิน 1 เหรียญเงินผ่านหน้าต่างระบบส่งให้ทันที
"หืม... เผ่าพันธุ์หน้าใหม่จากดาวโลกงั้นรึ?" ผู้ะปรายสายตาคมกริบดั่งใบมีดมองมนุษย์ทั้งสอง "พวกเ้าไม่มีเส้นชีพจรปราณมาั้แ่เกิด ร่างกายมีแต่กล้ามเนื้อหยาบๆ... แต่ช้าก่อน! มวลกายและกระดูกของพวกเ้านี่มันช่างหนาแน่นผิดปกติยิ่งนัก! น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ!"
ผู้ะลุกขึ้นยืนขยับกาย ก้าวสามขุมมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ก่อนจะยกฝ่ามือหนาอันทรงพลังตบเปรี้ยงลงบนแผ่นหลังของนัทและพี่กล้าพร้อมกันเต็มแรง!
ปึก!!!
พริบตานั้น นัทรู้สึกเหมือนมีกระแสความร้อนระอุราวกับลาวาเหลวพุ่งทะลวงผ่านไขสันหลังและกระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนในสรีระ ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน หน้าต่าง กะพริบแจ้งเตือนสูตรหลังบ้านรัวๆ ราวกับเครื่องจักรประมวลผลคำนวณมวลกายภาพหนาแน่นผสานเข้ากับลมปราณแรกเริ่ม!
[ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้งาน ‘นัท’ และ ‘กล้า’ จ่ายค่าธรรมเนียมสำเร็จ... ปลดล็อกระบบพลังงาน: พลังปราณขั้นต้น (Qi) = 1 แต้ม!]
[คุณสมบัติปราณ: เสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ยิ่งร่างกายพื้นฐานแข็งแรง ปราณจะทวีความรุนแรงขึ้น]
นัทลืมตาขึ้นมาพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก เขารู้สึกได้ถึงมลพลังงานสายหนึ่งที่ไหลเวียนอยู่ใต้ิั บัดนี้กล้ามเนื้อแรงควายคูณสามของเขา กำลังถูกเคลือบแฝงไปด้วยออร่าลมปราณร้อนแรงก้าวแรกที่จะทำให้การเตะต่อยด้วยหมัดเปล่าทวีความรุนแรงและทึกทนทานเหนือกว่าเดิมหลายเท่าตัว!
หลังจากที่นัทและพี่กล้าทลายเส้นชีพจรปลดล็อกพลังปราณขั้นต้นสำเร็จ ข้อมูลนี้ก็ถูกแชร์ลงในแชตกลุ่มเรียลไทม์ทันที พริบตานั้น สมาชิกมนุษย์โลกคนอื่นๆ ที่ฟาร์มเงินครบ 1 เหรียญเงินต่างทยอยพากันตบเท้าเข้าใช้บริการวิหารต่างๆ ตามความถนัดของตนเอง บ้างก็ไปสายปราณสายถึก บางคนไปสายจิตเหมือนรีน ส่วนบางกลุ่มก็มุ่งหน้าไปทางวิหารสายเวทมนตร์เพื่อเปิดเส้นมานาแรกเริ่ม เป็ภาพการตื่นรู้ก้าวใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์โลกในเมืองเริ่มต้น
ในระหว่างที่คนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการเปิดพลัง พี่กล้าได้ล้วงเอา [คริสตัลไฟระดับต่ำสุด] ที่ดรอปมาจากอสรพิษเกราะเพลิงเมื่อวาน ออกมาเดินถือเข้าไปสอบถามมูลค่าและการใช้งานกับพ่อค้าในตลาดเมืองเริ่มต้น
"เฮ้ เ้าหนุ่ม เผ่าเกิดใหม่อย่างพวกเ้านี่ดวงดีมิเบาที่ล่ามันได้" พ่อค้าชาวพื้นเมืองปรายสายตามองผลึกสีแดงหม่น "คริสตัลธาตุพวกนี้ หากเป็เผ่าพันธุ์อื่นที่มีรากฐานหนาแน่น พวกเขาแค่ใช้จิตเพ่งเพื่อ 'ดูดซับ' พลังงานข้างในเข้าไปตรงๆ ก็จะเรียนรู้สกิลเวทมนตร์ไฟขึ้นมาในหน้าต่างระบบได้ทันทีเลยล่ะ"
นัทที่เดินตามมาข้างๆ ได้ยินเข้าถึงกับเบิกตากว้างพร้อมหลุดบ่นอุทานเสียงดัง:
"ฮะ? ดูดซับบ้าอะไรของลุงเนี่ย?! ให้เอาปากไปดูดอมก้อนหินเหมือนอมลูกอมหรอขรับ?! พลังวงเวทหรือท่อมานาในร่างกายของเผ่าพวกเรามันมีกันที่ไหนเล่าลุงงงง! ????"
พ่อค้าถึงกับหน้าเหวอขำแห้ง ก่อนจะรีบโบกมือชี้ทางสว่างให้ "เออ... ข้าก็ลืมไปว่าเผ่าเ้ามันแห้งแล้งมานาั้แ่เกิด ถ้างั้นพวกเ้าจงนำก้อนคริสตัลนี้เดินทางไปหาผู้ะที่วิหารแรกเริ่มเสียเถอะ! ผู้ะที่นั่นสามารถใช้มหาเวทแปลงสภาพผลึกอสูรให้กลายเป็ 'คัมภีร์สกิล' ที่พวกเ้าสามารถกดสืบทอดผ่านระบบสากลได้!"
สองหนุ่มไม่รอช้า รีบวิ่งหน้าตั้งนำคริสตัลไฟไปให้ผู้ะที่วิหารแรกเริ่มตรวจสอบทันที ซึ่งผู้ะก็ใจดีช่วยทำพิธีหลอมสกัดเปลี่ยนก้อนผลึกขยะให้กลายเป็ม้วนคัมภีร์โบราณกะพริบแสงสีส้ม
[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจสอบม้วนคัมภีร์สำเร็จ... แปลงสภาพเป็ทักษะสากล: ศรเพลิงเบื้องต้น (Fire Arrow) Lv.1]
ทว่า เมื่อนัทเปิดดูเงื่อนไขรายละเอียดการใช้งานในหน้าต่างสเปรดชีต Excel ของตนเอง เขาก็ต้องอ้าปากค้างกับคอลัมน์คำอธิบายสกิลที่ระบุไว้:
ผู้ะสายเวทที่ยืนกอดอกมองดูอยู่ ถอนหายใจยาวพลางอธิบายเสริม "นี่คือขีดจำกัดของคัมภีร์สำเร็จรูปสำหรับเผ่าไร้พร์อย่างพวกเ้า หากเ้าใช้วิธีท่องจำตามบทสวดระบบ มันจะสิ้นเปลืองมานาในสรีระมาก แถมยังช้าเพราะต้องยืนท่องคาถาป่าวประกาศให้ศัตรูรู้ตัว..."
"แต่... หากในอนาคต พวกเ้าสามารถฝึกฝนและสร้างกระแสพลังเวทมนตร์ขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ควบคุมมันด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งจนช่ำชอง... พวกเ้าจะสามารถควบแน่นมานาในอากาศรอบตัวให้กลายเป็ศรเพลิงได้เองโดยตรง! ซึ่งวิธีนั้นจะ ประหยัดพลังงานมานาลงไปได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว แถมยังเรียกใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยปากท่องคาถาไร้สาระพวกนี้เลยสักคำเดียว!"
นัทก้มมองหน้าจอ พยักหน้ารับคำด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง 'สรุปคือ ถ้ากดใช้สกิลตามคัมภีร์ระบบ ก็เหมือนโปรแกรมสำเร็จรูปโง่ๆ ที่กินสเปกคอมหน่วงเครื่องฉิบหาย... แต่ถ้าเราฝึกควบคุมลมปราณ พลังจิต และมานาจนคล่องตัว แล้วเขียนโค้ดสูตรคำนวณร่ายเวทขึ้นมาเองสดๆ มันจะเบาหวิวและแรงกว่าเยอะสินะ!'
นัทปิดหน้าต่างระบบลง แววตาเดือดพล่านของเขาและพี่กล้าสบตากันอย่างรู้แกว ตอนนี้พวกเขารู้เส้นทางที่จะไปสู่ความเทพเหนือกว่าเผ่าพันธุ์อื่นแล้ว นั่นคือการฝึกฝนทลายขีดจำกัดด้วยตัวเอง