ได้มองเห็นทั้งสองหยอกล้อกันฉินเข่อชิงถึงกับกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดได้แต่ก้มหน้าก้มตากินอาหารของตัวเอง
หลังจากกินข้าวเสร็จหลินไต้อวี้ก็พาเธอไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและสิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในดินแดน
อย่างอื่นก็พอจะทำใจได้ถึงแม้จะแปลกใหม่ แต่ก็ยังพอจะเข้าใจ
แต่“ห้องน้ำหอมกรุ่น”...
ฉินเข่อชิงทำได้เพียงใช้คำว่า“สร้างสรรค์เกินใคร” เพื่ออธิบายสิ่งนั้น
กับเรื่องนี้...อู๋ฉือจะทำอะไรได้เล่า
..........
ยามค่ำคืน
เวลา22.00น.
อู๋ฉือทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้นับ“ศิลาแก่นสุญญะ” และ “ผลึกมายา”ที่อยู่ในช่องเก็บของ
พลางครุ่นคิดว่าจะใช้ไปกับอะไรดีที่สุด
ในเวลานี้
เพราะการรุกรานของมอนสเตอร์ที่เขาต้องเผชิญหน้ามันน่าสะพรึงกลัวกว่าของคนอื่นๆ มาก แต่ยิ่งอันตรายมากเท่าไรผลตอบแทนก็ยิ่งมากเท่านั้น!
การรุกรานของมอนสเตอร์ในวันนี้ทำให้เขาได้รับสิ่งของทั้งสองอย่างมามากมาย!
“ผลึกมายาก็คือเงินตราหลักของยุคนี้ มันเป็นเงิน!แน่นอนว่ายิ่งมีมากเท่าไรก็ยิ่งดี!”
“ตอนนี้ดูเหมือนว่าการใช้ผลึกมายาเพื่อฟื้นฟูคลังและซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างนั้นไม่จำเป็นต้องใช้มากนัก”
“จุดสำคัญจริงๆ คือการอัญเชิญทหารและอัญเชิญฮีโร่!”
“ในทางกลับกัน ศิลาแก่นสุญญะต้องอาศัยการสะสมด้วยตัวเอง...” อู๋ฉือครุ่นคิด
และทันใดนั้นประตูบ้านก็เปิดออก
สองสาวจับมือกันเดินเข้ามาทั้งคู่เปลี่ยนชุดใหม่แล้ว เส้นผมรวบขึ้นด้วยปิ่นปักผมหยก ใบหน้าแดงเรื่ออ่อนๆ
พวกเธอน่าจะเพิ่งไปอาบน้ำมาโดยใช้น้ำจากบ่อน้ำจันทรา
ตอนนี้พวกเธอดูเปล่งปลั่งสดใสผิวพรรณราวหยกในกระท่อม ดูราวกับสว่างกว่าแสงไฟเสียอีก
“ท่านลอร์ด ท่านไปอาบน้ำได้แล้วเจ้าค่ะ”
หลินไต้อวี้ยิ้มดวงตางามดุจแพรไหมราวกับจะสะกดวิญญาณคนได้
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันราวกับกำลังส่งผ่านข้อความบางอย่าง
อู๋ฉือกระแอมเบาๆแล้วเดินออกไปอย่างมีมารยาท
สองสาวใช้อ่างอาบน้ำใบเดียวกันและอาบน้ำใน ‘หอแดง’
ในตอนนี้น้ำในอ่างอาบน้ำถูกเททิ้งไปแล้ว และถังก็ถูกล้างสะอาดวางอยู่หน้าประตู
เมื่อเห็นเช่นนั้นอู๋ฉือก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
น้ำอาบของสาวงาม...
“อ๊ะ!” อู๋ฉือรีบส่ายหัวพยายามสลัดความคิดไม่สุภาพในหัวออกไป
เขายกอ่างอาบน้ำขึ้นหยิบผ้าขนหนู สบู่ และถังน้ำเล็กๆ เอาไว้ไปตักน้ำจาก“บ่อน้ำจันทรา” แล้วก็อาบน้ำที่ข้างกำแพงไม้เลย
นี่ก็เป็นสถานการณ์ทั่วไปของลอร์ดมือใหม่ส่วนใหญ่เช่นกัน
เพราะช่วงแรกยังไม่มีคนหรือสิ่งปลูกสร้างอะไรก็อาบน้ำกลางแจ้งไปเลย
ลมพัดเย็นสบายสุญญากาศไร้ขอบเขตก็คงไม่มีใครมาแอบดูหรอก!
หลังจากอาบน้ำเสร็จอู๋ฉือก็เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดแล้วกลับเข้าไปในกระท่อม
ภายใต้แสงไฟสีสลัวในกระท่อมสองสาวนั่งอยู่ข้างเตียง กำลังพูดคุยกันเบาๆ
เมื่อเขาเข้ามาฉินเข่อชิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาหงส์มองมาที่อู๋ฉือแล้วก็อายจนต้องหันหน้าหนี คอขาวเนียนของเธอมีสีแดงเรื่อๆ ขึ้นมา
“พี่เข่อชิง ตัวท่านลอร์ดยังมีหยดน้ำเกาะอยู่เลย พี่ช่วยท่านหน่อยสิเจ้าคะ”น้องหลินตบมือของฉินเข่อชิงเบาๆ
ฝ่ายหลังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นมาโค้งคำนับอู๋ฉือ
“ไม่จำเป็นต้องมากพิธี เธอจะทำอะไรเหรอ?” อู๋ฉือรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
ฉินเข่อชิงแบมือออกแล้ว‘คัมภีร์วิเศษวายุจันทรา’ ที่ว่างเปล่าก็ปรากฏขึ้นมา
นี่ไม่ใช่เป็นอุปกรณ์แต่เป็นการแสดงออกถึงพรสวรรค์
ในชั่วพริบตาถัดมาหยดน้ำและความเย็นบนตัวอู๋ฉือก็ถูกดึงออกมา และรวบรวมอยู่ในฝ่ามือของเธอ
ฉินเข่อชิงสะบัดมืออีกครั้งหยดน้ำระเหยกลายเป็นหมอกลอยขึ้นด้านบน และไม่นานก็สลายหายไป
ภายใต้หมอกที่ลอยขึ้น
ใบหน้าอันงดงามของสาวน้อยแดงก่ำเธอรีบถอยกลับไปทันที
“สามารถใช้เวทแบบนี้ได้ด้วยเหรอ? สุดยอดเลย!” อู๋ฉือลูบผมตัวเองด้วยความเหลือเชื่อ
“พลังไม่ได้มีไว้แค่ทำลายล้างเท่านั้น!”
“ท่านลอร์ด พรสวรรค์ของพี่เข่อชิงนั้นมหัศจรรย์ยิ่งนักอาจจะมีประโยชน์ที่ทรงพลังกว่านี้ก็ได้เจ้าค่ะ”
หลินไต้อวี้อธิบายด้วยเสียงอ่อนหวานแล้วกล่าวต่อว่า “วันนี้ดึกแล้วเราพักผ่อนกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ยังต้องต่อสู้อีก!”
เมื่อพูดจบเธอก็ถอดรองเท้าถุงเท้าเอง วางเท้าขาวเนียนลงบนเตียง แล้วก็ค่อยๆเอนตัวลงนอนที่ด้านในสุด
“เอ๊ะ!?”
ฉินเข่อชิงดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างใบหน้าขาวเนียนของเธอแดงก่ำทันที ดวงตางามเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ดีมั้ง หรือฉันจะนอนพื้นดี?” อู๋ฉือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
แต่พอพูดจบเขาก็อดไม่ได้ที่จะตบปากตัวเอง
“ท่านลอร์ดกลัวหรือเจ้าคะ?” หลินไต้อวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดวงตาที่เย้ายวนมองอู๋ฉือแวบหนึ่ง
เพียงแค่แวบเดียวก็ปลุกไฟในตัวเขาขึ้นมาทันที
“ฉันจะกลัวอะไรเล่า มีอะไรที่ฉันจะเสียเปรียบเหรอ?” อู๋ฉือส่งเสียงฮึดฮัดแล้วก็ปีนขึ้นเตียงไปนอนข้างๆ เธอโดยตรง
เมื่อเห็นดังนั้นฉินเข่อชิงก็ตัวสั่นไปทั้งร่าง เธอคิดจะพูดว่า “ข้าไปนอนที่หอแดงดีกว่า”หรือ “ข้านั่งพักบนเก้าอี้ก็ได้” อะไรทำนองนั้น
แต่ก็กลัวว่า“อู๋ฉือ” จะโกรธ...
ในขณะเดียวกันก็คิดว่าตัวเองเป็นของอู๋ฉือแล้วทำให้เธอลังเล ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ผ่านไปพักใหญ่เธอกัดริมฝีปาก ถอดรองเท้าถุงเท้า แล้วนอนลงข้างขวาของอู๋ฉืออย่างประหม่า
ทั้งสามคนนอนลงบนเตียงเดียวกัน
แล้วตะเกียงน้ำมันก็มอดดับไปโดยไม่รู้ตัว
ในความมืดมิด...
ฉินเข่อชิงนอนไม่หลับเลยได้ยินแต่เสียงลมหายใจเบาๆ
เธอหันหน้าไปอย่างระมัดระวังเห็นว่าอู๋ฉือหลับไปแล้ว
ใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่มมีรอยยิ้มจางๆ
“เขาเหนื่อยมากแล้ว!”
ทันใดนั้นเสียงของหลินไต้อวี้ก็ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างทุ้มต่ำ
“ปล่อยให้เขาพักผ่อนดีๆ เถิด...”
ฉินเข่อชิงดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างดวงตาของเธอมีแววซาบซึ้งใจ
หลังจากคิดดูแล้วเธอก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป เอนตัวพิงอู๋ฉือแล้วหลับตาลง