TREE WORLD
ปฐพีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 42
เหนือความคาดหมาย
!!!ไม่ถึงพริบตา ผมกลายเป็นฝ่ายทุพลภาพ!!!
มันกระโดดลอยตัวขึ้นในอากาศอีกครั้งเพื่อส่งแรงทิ้งสองฝ่าเท้าอันหนักหน่วงลงมากระทืบแผ่นหลังจนพังพาบ ทั้งร่างของผมจมลึกลงไปในผืนดินคนป่าที่คล้ายกลายร่างเป็นสัตว์อสูรยังคงไม่หยุดกระทืบเท้าย้ำแล้วย้ำเล่าราวอสูรบ้าคลั่ง อุ้งตีนของมันกระหน่ำบดขยี้เหยียบย่ำ สาบส่งคู่ต่อสู้ให้ยิ่งฝังร่างจมลึกลงในธรณีก่อนมันจะขุดซากขึ้นมาด้วยการกระชากข้อเท้าข้างเดียวแล้วเปลี่ยนไปยกฟาดกับหินผาแทนตั้งแต่ช่วงเอวไปยันศีรษะของผมกลายเป็นกระบองเหล็กให้มันไล่ทุบภูเขาเล่นไม่รู้ต้นไม้หักโค่นไปกี่ร้อยต้น ไม่รู้หินผาแตกหักไปกี่ร้อยก้อนแล้วร่างผมก็ลอยคว้างในอากาศสูงเลยยอดโอ้กโดยไร้การควบคุม
เปรี้ยง!!!
ราวกับฉับพลันร่างผมหายวับไปจากโลกพร้อมกับเสียงดังลั่นสนั่นป่าปรากฏตัวอีกทีตอนตกกระแทกชนไหล่เขาห่างจากจุดนั้นหลายกิโลเมตร
ชิ้นส่วนหินผาแข็งกร้าวที่ประกอบเป็นภูเขาทึบตันล้วนแตกกระจายกลายเป็นฝุ่นผงคละคลุ้งปลิวขึ้นไปในอากาศ
ท.....
ที่แท้มันจบการโจมตีต่อเนื่องด้วยท่าเตะกลับหัวอันพิสดารฝ่าเท้าข้างหนึ่งยังคงลอยค้างกลางอากาศ
แล้วความรู้สึกของผมก็.....สูญหายไปจากโลก
........................................................................
แววตาสีเลือดอำมหิตของมันจับจ้องผลงานเมื่อเห็นคู่ต่อสู้แน่นิ่งไปจึงเปลี่ยนทิศทางไปยังฝูงสัตว์อสูรของตนได้พบว่าลูกน้องของมันยังพัวพันการต่อสู้ที่กินกันไม่ลง ยังยันกันด้วยคมเขี้ยวและตีนเปล่าเมื่อเห็นว่าศัตรูดูจะเหนือกว่าเล็กน้อย เจ้าคนป่าจึงดำดิ่งจากกลางอากาศลงไปขวางหน้า
ตรงเบื้องหน้าเจทเห็นคนป่าแปลกประหลาดเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปถึงกับตกตะลึงราวเห็นสัตว์อสูรตนหนึ่งลอยลงมาจากฟากฟ้าเมื่อมันปรากฏเพียงผู้เดียวโดยไร้ผู้ต่อกร เจทจึงเข้าใจว่าไมท์ถูกกำราบลงไปแล้ว
เมื่อปลายเท้าอันเปลือยเปล่าของอสูรเจ้าป่าแตะถึงพื้นดินเหล่าฝูงสัตว์อสูรคล้ายได้รับคำสั่งอัตโนมัติ ต่างพากันล่าถอยถอนตัวออกจากการต่อสู้ทยอยหลบฉากไปยังเบื้องหลังของผู้เป็นจ่าฝูง
การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับฝูงสัตว์อสูรใกล้ถึงกาลรู้ผลพวกสัตว์อสูรแม้มีพละกำลังมากมายมหาศาลอีกทั้งคมเขี้ยวของพวกมันช่างดุร้ายน่าหวาดหวั่นแต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้สวมใส่ชุดเกราะเพาเวอร์สูทกลับตกเป็นรองหากจ้าวป่าอสูรเถื่อนไม่เข้าขัดขวาง เจทมั่นใจว่าจะสยบพวกมันลงในอีกไม่กี่อึดใจ
จ้าวป่าอสูรเถื่อน...ฟิวท์อุทานบางเบาคล้ายเคยพบเห็นรูปลักษณ์เช่นนี้ในหนังสัตว์ประหลาดที่เขาเคยดูสมัยก่อนเข้ามหาวิทยาลัย
เขากับการ์เซียยังตกตะลึงจนชะงักค้างตามเจทไปด้วยเมื่อเห็นคู่ต่อสู้ของไมท์ปรากฏเพียงลำพัง และขนาดของศัตรูยังขยายใหญ่โตขึ้นสามถึงสี่เท่าพร้อมรูปลักษณ์แปลกประหลาดที่ไม่ต่างจากสัตว์อสูรในตำนาน
“พ่อ...!!!”
มิใช่การเรียกขานบุพการีแต่เป็นเสียงคับข้องที่ฟิวท์อุทานขึ้นต่อหน้าจ้าวป่าอสูรเถื่อนตนนั้นฝ่ามือทั้งสองกำแน่นจนสั่นเทาความคิดแวบแรกที่พุ่งขึ้นมาคือพ่อของตนพ่ายแพ้ให้กับคนป่าคนเถื่อนผู้นี้หากอสูรตนนี้ยังไม่อาจสังหารไมท์ลงได้ด้วยเพราะชุดเกราะเพาเวอร์สูทคุ้มกายอย่างน้อยต้องไม่พ้นบาดเจ็บสาหัสเมื่อยิ่งจ้องมองใบหน้าของศัตรูยิ่งปรากฏภาพลักษณ์ของสัตว์อสูรแจ่มชัดแววตาสีโลหิตของมันช่างโหดเหี้ยมอำมหิตไร้ปราณี
พลันเกิดความคลั่งแค้นในใจเพลิงโทสะโหมเดือดปะทุขึ้นจนไม่อาจระงับ ความเยือกเย็นที่เคยมีหดหายไปสิ้นฟิวท์เป็นคนแรกที่พุ่งปาดเข้าหาจ้าวป่าอสูรเถื่อน โจมตีด้วยคาโปเอล่าโดยไร้ความลังเลหวาดหวั่น
อาอูเบงเกล่า
หนึ่งในท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของศาสตร์แขนงนี้
แม้ตรงหน้าจะเป็นภูตพรายหรืออสูรกายที่ผลุดมาจากนรกก็ไม่อาจสั่นคลอนลดทอนเพลิงโทสะนี้ลงได้
จึงเป็นการโจมตีสุดกำลังที่ครุด้วยจิตอาฆาตมาตรสังหารฝ่าเท้าฟาดผ่าอากาศรวดเร็วประดุจสายฟ้าฟาดปะทะเข้าใบหน้าจ้าวป่าอสูรเถื่อนเต็มแรง เกิดเสียงพังครืนโครมใหญ่หลังการโจมตีครั้งนี้ฟิวท์คาดคำนวณความรุนแรงสามารถทลายภูเขาหินผาพังพาบในคราเดียว
ไม่ใช่ว่าจ้าวป่าอสูรเถื่อนเชื่องช้ากว่าจนมิอาจหลบพ้นเพียงแต่มันไม่รู้สึกถึงอันตรายจากคู่ต่อสู้จึงไม่ได้ขยับตัวแม้แต่เซ็นเดียว
กระแสอากาศที่เกิดจากกระบวนท่าฟาดเตะอัดกระแทกวูบไหวผ่านไปยังฝูงสัตว์อสูรที่หลบฉากอยู่เบื้องหลังคนป่าจนพวกมันต่างสะดุ้งสะเทือนถดถอย พวกมันได้ต่อกรกับฟิวท์มาก่อนจึงสามารถรับรู้ได้ว่าการฟาดเตะครั้งนี้เป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งรุนแรงที่สุดของศัตรูผู้นี้การต่อสู้ที่ผ่านมาหรือแท้แล้วมนุษย์ผู้นี้ออมมือให้พวกมันหลายส่วน ความจริงแล้วท่าสะบัดขาเตะกลับหลังของคาโปเอล่าผสานกับเพาเวอร์สูทสามารถบดขยี้ภูเขาหินผาแตกเป็นเสี่ยงได้ในบัดดลแต่เมื่อโจมตีเข้าใส่ใบหน้าของจ้าวป่าอสูรเถื่อนกลับไม่ปรากฏความเสียหายใดตำแหน่งการหยั่งเท้ามิได้เคลื่อนขยับแม้แต่มิลเดียวมีเพียงเส้นผมแข็งกระด้างยุ่งเหยิงของมันพัดปลิวขึ้นหอบหนึ่งเท่านั้น
สีหน้าของฟิวท์ภายใต้ชุดเกราะยิ่งตกตะลึงค้างเมื่อได้รู้ว่าการโจมตีสุดแรงเกิดผสานกับชุดเกราะเพาเวอร์สูทไม่สามารถทำอันตรายมันได้แม้เพียงสะกิดก่อนจะโดนฝ่ามือของจ้าวป่าอสูรเถื่อนยกโบกสะบัดคล้ายรำคาญขึ้นคราหนึ่ง บางเบาดั่งปัดไล่มดแมลงวันกลับยังส่งร่างของฟิวท์ลอยกระเด็นไปกระแทกต้นโอ้กลำใหญ่หักโค่นพังครืน
แรงอัดกระแทกปะทุอวัยวะภายในส่งโลหิตสายหนึ่งพุ่งทะลักออกมาทางปากและจมูกเลือดสีแดงสดค่อยซึมผ่านเพาเวอร์สูทคล้ายการระบายของเสียออกจากชุดเกราะสีน้ำเงินจึงปรากฏร่องรอยบอบช้ำแดงฉานออกมาให้เห็นภายนอก
ในวินาทีเดียวกันนั้นการ์เซียกับเจทลงมือโจมตีพร้อมกันเพียงแต่ฟิวท์ออกตัวได้รวดเร็วกว่าฟิวท์ช่วงชิงโอกาสโจมตีช่วงบนเปิดทางให้การ์เซียโจมตีช่วงล่างทำลายฐานสมดุลแส้เถาวัลย์ของเจทฟาดเข้ากลางลำตัวหมายเผด็จศึกหนุนเนื่องประสานการโจมตีที่แม้เป็นสุดยอดยุทธ์มาร์เชี่ยลอาร์ตสายอาชีพยังไม่อาจรอดพ้นแต่เมื่อลงมือกับสัตว์ประหลาดตนนี้กลับกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์
ฟิวท์ถูกปัดทิ้งราวแมลงวันไปแล้วการ์เซียเตะตัดขาหวังทำลายข้อเท้าด้วยท่าเนกาชิว่าของคาโปเอล่าเช่นกัน แต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายมันได้แม้แต่รอยขีดข่วนลำบากแค่มันยกส้นเท้าเท่านั้นร่างกายช่วงบนตั้งแต่ท้องน้อยขึ้นมาของการ์เซียก็จมธรณีโดยการกระทืบเพียงครั้งเดียวแส้เถาวัลย์ที่เจทฟาดแหวกอากาศตวัดหมุนวนด้วยความเร็วเหนือเสียงที่ยากต่อการคำนวณทิศทางยังถูกมันพร่ากุมแทบจะทันทีที่ใช้ออก สำหรับจ้าวป่าอสูรเถื่อนหากจะกระชากเถาวัลย์เส้นเขื่องหนาหนักนั้นให้ขาดสะบั้นย่อมทำได้เพียงแค่กระดิกนิ้วแต่มันกลับกระตุกดึงเข้าหาตัวกลายเป็นอาศัยแรงส่งจากเถาวัลย์เส้นนั้นพลันกระชากตัวผู้ใช้จนเสียหลักทั้งร่างลอยละลิ่วปลิวเข้าหาอุ้งมือของมันแสนง่ายดาย
ลำตัวช่วงกลางอกถึงหน้าท้องของเจทถูกบีบขย้ำด้วยมือเพียงข้างเดียวของจ้าวป่าอสูรเถื่อนมันมิใช่อุ้งมือเปล่าแต่ยังเป็นเขี้ยวเล็บงองุ้มที่งอกเงยจากนิ้วมือทั้งห้ากรงเล็บทรงพลังของมันกดจิกลงบนเพาเวอร์สูทเพียงหวังบดขยี้ให้แหลกคามือผิวชั้นนอกของชุดเกราะถูกเจาะทะลุขาดวิ่นแต่เมื่อกระทบถึงเกราะชั้นในกลับถูกหยุดยั้งไว้มิเช่นนั้นร่างของเจทคงได้ฉีกขาดระบาดเป็นเศษเนื้อ
แม้กรงเล็บและเรี่ยวแรงของจ้าวป่าอสูรเถื่อนจะมากมายมหาศาลถึงเพียงนี้ยังมิอาจฉีกทำลายเพาเวอร์สูทลงได้นั่นเพราะเพาเวอร์สูทมิใช่ไอเทมสามัญที่หาซื้อได้ดาษดื่นทั่วไปในโลกใบนี้หรือแม้แต่ทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุยังยากจะหาวัตถุใดเทียงเคียงกับมันได้โดยง่ายแต่ก็ไม่มีผู้ใดรับประกันได้ว่าชุดเกราะจะต้านทานการโจมตีได้เนิ่นนานถึงเพียงใด
แม้เพาเวอร์สูทจะทรงอนุภาพไม่ถูกฉีกทำลายทันทีแต่ก็มิใช่มันจะปกป้องผู้สวมใส่ได้100% แรงบีบอัดบดขยี้ยังส่งผลให้เจทบาดเจ็บถึงอวัยวะภายในโลหิตพลันพวยพุ่งทะลักออกจากปากและจมูกซึมผ่านชุดเกราะออกมาจนบางส่วนของเพาเวอร์สูทเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
เจทคาดคำนวณว่าหากไม่ช้ำในตายก่อนคงต้องขาดอากาศในไม่ช้าแรงบีบขย้ำของมันกดรัดถึงปอดจนหายใจอย่างยากลำบาก ตอนนี้ระบบสูบฉีดอากาศถึงขั้นติดขัดอย่างรุนแรงแม้ทั้งลำตัวถูกจับล็อกพล่ากุม แต่สองแขนยังคงอิสระ โอกาสดิ้นรนหลุดรอดยังพอมีเธอชูแขนยกขึ้นเหนือศรีษะจนสุดส่งแรงปะทะด้วยท่าศอกคู่สะบั้นพสุธา
หนึ่งในท่าลับมวยเชิงศอกที่ถูกผนวกลงในคราฟมาก้าเป็นแม่ไม้เชิงมวยที่ใช้แก้ไขเมื่อถูกคู่ต่อสู้จับล็อกลำตัว ศอกคู่ตอกสับ!ตอกสับ!ตอกสับ!ลงบนอุ้งมือยักษ์ของจ้าวป่าอสูรเถื่อนหลายสิบครั้งหากเป็นนักยุทธ์ระดับสายอาชีพคงต้องกระดูกหักถึงขั้นแตกสะบั้นสาหัสแต่มันกลับสูญสิ้นพลังทำลายล้างเมื่อเผชิญกับสัตว์ประหลาดตนนี้
การดิ้นรนไร้ผลยิ่งกลับกลายเป็นการยั่วยุอีกฝ่ายอุ้งมือยักษ์อีกข้างลูบผ่านท่าศอกคู่สะบั้นพสุธาที่สิ้นฤทธิ์ค่อยคว้าจับครึ่งท่อนช่วงบนของเหยื่อเลื่อนตั้งแต่อกถึงศีรษะจนเหมาะมือเจทดิ้นรนต่อต้านแต่เรี่ยวแรงสะบัดขัดขืนยิ่งอ่อนโทรมลงด้วยแรงบีบครั้นที่เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณร่างของเธอสงบลงจนแทบแน่นิ่งขณะนี้ชุดเกราะเพาเวอร์สูทคล้ายดังตุ๊กตาของเด็กน้อยที่ถูกแย่งชิงพลัดตกอยู่ในอุ้งมืออันธพาลยากที่เหยื่อจะรอดพ้นจากการทารุณตามอำเภอใจ
เจทถูกมันจับยกหงายหน้าขึ้นฟ้าด้วยสองอุ้งมือยักษ์อยู่ในท่วงท่าที่กำลังจะจับเธอหักทิ้งแยกร่างเป็นสองส่วนและจุดเปราะบางที่สุดขณะนี้คือแนวกระดูกสันหลังกลางลำตัว
เหลือเพียงหนทางเดียวที่จะทำได้เจทหดเกร็งกล้ามเนื้อรวบรวมพละกำลังทั้งหมดเร่งขีดจำกัดร่างกายส่งกระแสไฟฟ้าสถิตจ่ายพลังงานให้ชุดเกราะเพาเวอร์สูทเสริมความแข็งแกร่งปกป้องช่วงหน้าท้องและแผ่นหลังโดยเฉพาะถ่วงเวลายื้อยุดฉุดกระชากจากการทำลายล้างให้ยาวนานที่สุด
นักยุทธ์ในชุดเกราะเพาเวอร์สูททั้ง4ผู้ที่นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือที่สามารถโค่นล้มมือสังหารหน่วยลับทั้งหน่วยของรัฐบาลด้วยกำลังเพียงคนสองคนและอีกคนสามารถสยบยอดยุทธ์แชมป์เปี้ยนสองสมัยแห่งมาร์เชี่ยลอาร์ตลงได้เพียงฝ่าเท้าเดียวนำพาความอัปยศอดสูสู่สถาบัน อีกทั้งคนเสียหน้าผู้นั้นยังดำรงฐานะเป็นศิษย์เอกแห่งสำนักบูเทนโดชิซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นสำนักยุทธ์อันดับหนึ่งของโลกอีกด้วยแต่ในเวลาช่วงสั้นผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ยอดยุทธ์ในชุดเกราะสีน้ำเงินทั้งหมดถูกสยบราบคราบด้วยฝีมือคนป่าคนเถื่อนเพียงคนเดียวที่ไม่รู้จักแม้แต่พื้นฐานวรยุทธ์
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าเหนือความคาดหมายของทุกผู้คน
คนในตระกูลต่างมั่นใจการดำเนินการของกลุ่มศรัทธาต่อผู้นำครอบครัวที่ชาญฉลาดและมากประสบการณ์อย่างไมท์อีกทั้งยังได้รับชุดเกราะเพาเวอร์สูทที่ทรงประสิทธิภาพเป็นอาวุธส่งเสริมทักษะยุทธ์และเพิ่มพูนพละกำลังผู้สวมใส่ให้เหนือล้ำเกินมนุษย์หลายร้อยเท่าและทุกคนล้วนต่อสู้เต็มกำลังด้วยความระแวดระวังรัดกุมเพียงแต่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าแท้แล้ว สัตว์ประหลาดเช่นนี้กลับมีอยู่ในโลก
ฟิวท์พยุงร่างตนเองยันกายขึ้นจากกองซากโอ้กที่หักโค่นเขาสำรวจอาการบาดเจ็บเป็นเพียงการกระอักเลือดเสีย ความบอบช้ำภายในเล็กน้อยไม่อาจปลดเขาจากการต่อสู้ผลจากการสะบัดมือเพียงครั้งเดียวของมันกลับผลักไสให้เขาพลัดตกสู่ความพ่ายแพ้อีกทั้งรับรู้จากกรอบสายตาตรงหน้าว่าแม่บังเกิดเกล้าของตนกำลังจะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมในไม่กี่อึดใจและแฟนสาวของตนก็คงไม่พ้นตกสู่ชะตากรรมเช่นเดียวกันในไม่ช้าช่วงเวลาเป็นตายนี้เขาย่อมเป็นความหวังหนึ่งเดียวที่จะปกป้องผู้คน หากยังพลาดท่าเสียทีเป็นครั้งที่สองทุกคนในที่นี้ต้องถึงฆาตอย่างน่าอเนจอนาถที่สุดซากศพคงไม่พ้นตกเป็นอาหารของฝูงสัตว์อสูร พวกลูกน้องมันคงอร่อยปากสนุกสนานกับการเคี้ยวกินฉีกกระชากกัดแทะแม้แต่โครงกระดูกยังมิอาจหลงเหลือ
นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะลงมือแก้ไขตอบโต้เมื่อเห็นว่าชุดเกราะเพาเวอร์สูทที่ได้รับการตั้งค่าในระดับที่1นั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้าวป่าอสูรเถื่อนแม้แต่น้อยสถานการณ์บีบบังคับถึงที่สุด ฟิวท์พลันตัดสินใจลงมือกระทำการบางอย่างที่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
สายพลังงานจำนวนหนึ่งก่อตัวขึ้นรวมศูนย์กึ่งกลางหน้าผากของฟิวท์ ความเข้มข้นสีฟ้าผสานกันจนเป็นข่ายปราณก่อนจะแผ่พุ่งออกไปทั่วร่าง สะท้อนผ่านชุดเกราะเพาเวอร์สูทพลันเรืองแสงสีน้ำเงินสว่างวาบไหว
‘ เพาเวอร์สูทเลเวลอัพเพาเวอร์ 2 ’
แผงคอนโทรลภายในแผ่นดิสต์บนหน้าอกถูกขับเคลื่อนด้วยปราณจำนวนมหาศาลฝ่าทะลุแนวการป้องกันอัตโนมัติจนกลายเป็นการฝืนปลดล็อกความปลอดภัย หลังจากเพาเวอร์สูทได้รับการปรับค่าการใช้งานไปสู่ระดับที่2นั้นทั่วทั้งร่างกายของผู้สวมใส่เกิดการสั่นไหวรุนแรง กล้ามเนื้อทุกส่วนคล้ายถูกฉีกกระชากขาดออกจากกันพลังงานไฟฟ้าสถิตที่สะสมภายในร่างถูกสูบไปใช้เกือบทั้งหมดพลังปราณไหลเข้าแทนที่พลังงานไฟฟ้าสถิตค่อยแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานสายใหม่ให้ชุดเกราะ
แผ่นดิสต์เพาเวอร์สูทที่ไมท์ครอบครองได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษนั้นมีด้วยกันทั้งสิ้น5แผ่นใครก็ตามที่มีพลังไฟฟ้าสถิตสะสมในร่างกายย่อมมีความสามารถสวมใส่มันได้แต่มิใช่ว่าทุกคนจะสามารถเรียกใช้งานชุดเกราะในระดับสูงได้ตามอำเภอใจเพราะเมื่อข้ามพ้นขั้นแรกไปแล้ว สิ่งที่ต้องใช้เป็นพลังงานในการควบคุมชุดเกราะก็คือปราณคนทั่วไปสามารถสวมใส่เพาเวอร์สูทได้เพราะอาศัยไฟฟ้าสถิตในร่างกายแต่เมื่อไฟฟ้าสถิตถูกใช้งานจนใกล้หมดระบบชีวภาพในชุดเกราะจะปิดตัวเองโดยอัตโนมัติป้องกันผู้ใช้งานเสียชีวิตและสิ่งที่สามารถใช้ทดแทนหล่อเลี้ยงเพาเวอร์สูทให้คงสภาพสืบต่อได้คือพลังงานจากปราณยุทธ์
นักยุทธ์ทั่วไปที่ระดับความแข็งแกร่งของลมปราณอยู่ในระดับลมปราณแรกเริ่มจนถึงระดับเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงนั้นล้วนแต่ต้องใช้งานชุดเกราะในระดับที่1เท่านั้นจึงถือว่าอยู่ในระดับเหมาะสมและปลอดภัย หากต้องการเรียกใช้ระดับที่สูงขึ้นไปจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความแข็งแกร่งของลมปราณในระดับที่ทัดเทียมกันไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำร้ายตนเองถึงขั้นเรียกได้ว่าทอดทิ้งชีวิตอย่างโง่งมและสูญเปล่า
ซึ่งฟิวท์เองก็รู้ข้อจำกัดของตนเองดีเพราะตั้งแต่เขาเริ่มฝึกยุทธ์มาตั้งแต่จำความได้จนถึงบัดนี้ ความแข็งแกร่งของลมปราณมาถึงขั้นขอบเขตชั้นปลายในระดับศตวิถีปราณสังสาระขั้น8เท่านั้นที่สุดแล้วไม่ว่าทุ่มเทความพยายามเท่าใด ยังไม่อาจข้ามพ้นขีดจำกัดนี้ไปได้แต่ยามนี้ถึงคราวคับขันจึงบังอาจใช้ชุดเกราะในเลเวลระดับ2ซึ่งจำเป็นต้องใช้พลังงานลมปราณในระดับที่สูงกว่า ในขณะที่ตัวตนอยู่ในระดับต่ำชั้นกว่าจึงกลายเป็นการบีบบังคับร่างกายจนเกินขีดจำกัด จงใจฝ่าฝืนคำเตือนกฎข้อห้ามทุกข้อที่เคยเรียนรู้มานำพาตนเองเข้าสู่หนทางมรณะด้วยความยินยอมพร้อมใจ
**********************************************
ระดับพลังงานที่เหมาะสมสำหรับเพาเวอร์สูท
เพาเวอร์สูทระดับที่ 1 : พลังไฟฟ้าสถิตจากร่างกาย,พลังปราณตั้งแต่ชั้นปราณปฐมกาลปราณธาตุ จนถึง ชั้นปราณสังสาระขึ้นไป
เพาเวอร์สูทระดับที่ 2 : พลังปราณพันธะปฐพีขึ้นไป
เพาเวอร์สูทระดับที่ 3 : พลังปราณหมื่นฟ้าขึ้นไป
เพาเวอร์สูทระดับที่ 0 : ใช้สำหรับปิดผนึกและปลดผนึก ปลดล็อกปราณ