บันทึกเทพสงคราม

    ตอนที่ 37 เปลี่ยนเป็นแพรพรรณ

            ตอนที่ 37 เปลี่ยนเป็นแพรพรรณ

            ไม่.... เสียงเด็กชายหินยาวเหยียดอย่างคลั่งใจ ก่อนจะหุบปากลงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสายตาสี่คู่จ้องเขม็งมาทางตน จึงรู้ว่าตนเองถูกดึงออกมาภายนอกแล้ว

            “พี่ใหญ่...” หงส์เยี่ยเอ่ยเสียงเย็นเยือก

            “เออ..พวกเจ้า.  เอาไป”เด็กชายหินส่งเสียงอึกอัก นึกได้ในมือยังมีผลึกสวรรค์ขั้นกลางกว่าร้อยเม็ดจึงโยนให้เด็กหญิงหงส์เยี่ยราวกับผลึกเหล่านั้นร้อนลวกมือ

            “ผลึกสวรรค์ขั้นกลาง!!” หลี่ถังซานส่งเสียงอย่างแตกตื่น ด้วยระดับฝีมือของหลี่ถังซานย่อมเคยได้ครอบครองผลึกสวรรค์ขั้นกลางมาก่อนแต่ไม่เคยพบมากมายขนาดนี้มาก่อนแน่นอน

            “เจ้า...” หลี่ถังซานกำลังจะกล่าวถามเรื่องห้องลับแต่เห็นสายตาเด็กชายหินจ้องมองตราภารกิจที่อกเสื้อก็เค้าใจทันทีผลประโยชน์มากมายเช่นนี้ผู้ใดกันจะส่งมอบให้สำนักจนหมด เห็นหลี่ถังซานเก็บตราภาระกิจเข้าไปในแหวนมิติทันที

            เด็กชายหินรีบโปรยยิ้มให้กับทุกคนที่ส่งสายตามุ่งหวังเข้ามาหากไม่มีคำตอบที่น่าพอใจผู้ที่ต้องรอเบื้องนอกนี้ถึงสิบวันคงจะไม่ดีอย่างแน่นอน

            “ข้าได้ทั้งหมดมาจากในห้องลับ นี่คือทั้งหมดจริงๆศิษย์พี่หลี่ช่วยจัดสรรแล้วกัน ส่งมอบให้สำนัก ที่เหลือ.....”เด็กชายหินถอดแหวนที่มือซ้ายโยนให้หลี่ถังซานอย่างใจกว้างใบหน้าปรากฏรอยยิ้มตลอดเวลาไม่มีทีท่าเสียดายแม้แต่น้อย ในความคาดคิดของหลี่ถังซานของในแหวนมิติอย่างมากก็มีไม่เกินห้าร้อยถึงหนึ่งพันเช่นเดียวกับเมื่อครั้งอดีตเฮงหลันเทียนได้ออกมาไม่เช่นนั้นเด็กชายหินคงไม่มีทีท่าเสียดายแต่อย่างใด

            “ O..O” ดวงตาเปิดค้างปากอ้ากว้างจนเนินนานไม่หุบลงสติหลุดลอยออกจากร่างอย่างไม่อาจยับยั้งจนลู่เฉียวหยิบออกไปจากมือยังไม่มีปฏิกิริยาใดตอบรับกลับมาและแทบจะพร้อมกับที่แหวนมิติร่วงหลุดมือ ร่างอ้วนท้วนล้มหงายไปด้านหลังน้ำลายฟูมปากออกคล้ายกับหัวใจวาบเฉียบพลันลู่ชางรีบไปดูอาการลู่เฉียวอย่างงุนงง ส่วนหงส์เยี่ยรีบหยิบแหวนมาดูเพียงแต่มือสั่นสะท้านดวงตากลมโตเบิกกว้างมือที่ถือสั่นไหวราวกับไม่อาจถือแหวนเล็กไหวค่อยๆยื่นมาทางเบื้องหน้าลู่ชาง ลู่ชางมีปฏิกิริยาไม่ต่างกับทุกคนมือที่กำลังประคองลู่เฉียวถึงกับอ่อนแรงปล่อยจนร่วงโครมลงพื้น

            “กี...กี่... แสนเม็ด” หลี่ถังซานเอ่ยอย่างบำบากยากเย็นหลังจากเพิ่งดึงสติกลับร่างได้

            “เออ...จริงๆก็ไม่มากอะไร ทั้งหมดเป็นผลึกสวรรค์ขั้นกลางทั้งหมด น่าจะสักเจ็ดแสนกว่าเม็ดได้”เด็กชายหินตอบอ่อมแอ้ม เอามือเกาหัวอย่างประหม่าบอกไม่ถูก

            “เจ็ดแสน!!!” เด็กทั้งสี่ร้องขึ้นพร้อมกัน

            “เจ้าแน่ใจนะว่าจะแบ่งให้พวกเราทุกคน” หลี่ถังซานกัดฟันถามหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงคนทั้งหมดกลับมาสงบจิตใจได้อีกครั้งต้องรู้ว่าของมีค่าเหล่านี้ผู้ค้นพบย่อมเป็นของผู้นั้นสิทธิ์ทั้งหมดย่อมไม่ต้องแบ่งผู้ใดก็ได้

            “ถูกแล้วศิษย์พี่ พวกเราเป็นทีมเดียวกัน ข้าไม่ใช่คนเห็นแก่ของมีค่ามากกว่ามิตรภาพ”เด็กชายหินพยายามนึกคำที่ดูดีออกมา แท้จริงกลับเริงร่าในใจ-ในแหวนมีเพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้น อิอิ-

            “อะแอ้ม...เพื่อไม่ให้น่าเกลียดเกินไปเราจะมอบหนึ่งพันก้อนให้สำนัก”หลี่ถังซานกระแอ้มไออย่างกระดากอย่างบอกไม่ถูก “พวกเราทั้งห้าแบ่งกันคนละหนึ่งแสนสี่หมื่นเม็ดจะเหลือเศษอีกเล็กน้อยให้ศิษย์น้องฉีเทียนเก็บเอาไว้แล้วกัน”

            “ครับศิษย์พี่หลี่” เด็กชายหินรับคำทันทีก่อนจะรับแหวนมิติกลับคืนมาหลังที่แจกจ่ายกันจนครบทุกคนแล้ว

            “ศิษย์น้องหลังจากนี้หากเจ้ามีเรื่องใดต้องการความช่วยเหลือจากข้าแล้วเพียงเจ้าหักสิ่งนี้เท่านั้น ข้าจะมาช่วยทันที” หลี่ถังซานโอบไหล่ยื่นส่งวัตถุสีเงินที่เหมือนเหรียญตราชิ้นหนึ่งให้ตอนนี้ไม่เหลือเค้าความเย่อหยิ่งจองหองอีกแล้ว

            ควรรู้ว่ามูลค่าผลึกสวรรค์ขั้นกลางหนึ่งแสนสี่หมื่นเม็ดแม้แต่เจ้าเมืองแห่งดินแดนหอคอยเทพที่ครอบครองสระฟ้าดินชั้นกลางยังต้องรอถึงสิบกว่าปีถึงจะมีมากมายถึงเพียงนี้หรือแม้แต่เจ้าจักรวรรดิ์ที่ยิ่งใหญ่คับฟ้า ครอบครองสระฟ้าดินขั้นสูงยังต้องใช้เวลาห้าปีในการรวบรวมได้เช่นนั้นแล้วด้วยจำนวนนี้ต่อให้เรียกปีศาจออกมาเป็นข้ารับใช้ยังไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

            เด็กชายหินรับเหรียญตราสีเงินไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มในใจครุ่นคิดว่านึกว่าท่านจะเย็นชากว่านี้เสียอีก อิอิ

            “ศิษย์น้องทั้งหลาย ตอนนี้เรารีบกลับกันเถอะ อีกสิบวันจะถึงงานชุมนุมอัจฉริยะของเมืองเริ่มต้นพวกเจ้าย่อมมีโอกาสแสดงฝีมือ กลายเป็นศิษย์ของพรรคมีชื่อทั้งสามแน่นอน”หลี่ถังซานหันไปกล่าวกับเด็กอีกสามคนที่กำลังง่วนกับการตรวจดูผลึกจำนวนมหาศาลในแหวนมิติของตนครั้งแล้วครั้งเล่าเกรงว่าจะฝันไป

            “ศิษย์พี่พูดเช่นนี้ ท่านไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้หรือครับ”เด็กชายหินถามอย่างสงสัย

            “ในเมื่อคาดเดาออกได้ ข้าจะบอกพวกเจ้าตรงนี้เลยหลังภารกิจจบลงข้าจะกลับจักรวรรดิมังกรอสูรแล้วแต่หากพวกเจ้าทั้งสี่ต้องการความช่วยเหลือเพียงส่งข่าวไปที่ตระกูลหลี่แห่งทักษิณความช่วยเหลือจะมาถึงพวกเจ้าอย่างแน่นอน ข้าหลี่ถังซานให้สัญญา”

            “ขอบคุณศิษย์พี่ที่เมตตาพวกเราสี่พี่น้อง”เด็กๆทั้งสี่พี่น้องรีบกล่าวขอบคุณอย่างตื้นตันใจ แม้แต่เด็กชายหินก็ไม่คิดว่าสิ่งที่มอบให้จะสร้างไมตรีที่ลึกล้ำกับหลี่ถังซานถึงเพียงนี้

            “อย่าได้กล่าวเช่นนั้น ข้าหลี่ถังซานยึดถือบุญคุณ ความแค้นชัดเจนพวกเจ้าทั้งสี่นับจากนี้คือพี่น้องของข้าแน่นอนแล้ว”

            ”พี่ใหญ่...”เด็กทั้งสี่มองหน้ากันก่อนผสานมือคารวะหลีถังซานอย่างน้อบน้อมครั้งหนึ่ง

            “ดี... พี่น้องที่ดีเรากลับกันเถอะ เจ้าสำนักคงเป็นห่วงแล้ว”หลี่ถังซานตบใหล่ทุกคนอย่างเปี่ยมน้ำมิตร ก่อนจะโอบคอเด็กชายหินพากันเดินทางกลับ

            “น้องฉีเทียน เจ้าเป็นทายาทตระกูลเฮง ต้องระวังตัวให้ดีแม้ข้าไม่รู้ว่าตระกูลเฮงกับจักรวรรดิ์แห่งฟ้ามีบุณคุณความแค้นใดมาก่อนแต่หากวันหนึ่งแผ่นดินนี้ไม่ต้อนรับเจ้า เจ้าไปหาข้าได้เสมอ”หลี่ถังซานเดินทางพลางกล่าวให้เด็กชายหินได้ยินเพียงผู้เดียว

            “ขอบคุณพี่ใหญ่..”ในใจเด็กชายหินรู้สึกถึงความจริงใจของหลี่ถังซานจนจุกแน่นในอก

            “ข้าขอถามเจ้าจริง ๆเจ้ามีเชื้อสายอสูรในตัวหรือเปล่าข้าสัมผัสได้ถึงอสูรสายเลือดโบราณเช่นเดียวกับข้า”หลี่ถังซานถามเรื่องที่ค้างคาใจมาเนินนานตั้งแต่พบเจอเด็กชายหินครั้งแรก

            “ตอบตามตรงพี่ใหญ่ ข้าฉีเทียนเป็นคนจากโลกใบเล็กแท้ๆไม่น่ามีสายเลือดอสูรปนอยู่อย่างแน่นอน”เด็กชายตอบคำ ในใจกลับนึกถึงจิตเทพอสูรในร่างของตนเอง แต่ไม่เอ่ยออกไป

            “อืม...เช่นนั้นคงเป็นการเข้าใจผิดไปเอง” หลี่ถังซานพยักหน้ารับ

            หลังจากนั้นกลุ่มสำรวจทั้งห้าเดินทางจนมาถึงริมแม่น้ำตั้งค่ายพักผ่อนหาอาหารกินจนอิ่มรอจนวันรุ่งขึ้นค่อยข้ามแม่น้ำไปด้วยความตึงเครียดแต่นับว่าโชคยังดีที่หมีสามหัวทั้งสองตัว กับวานรโลหิตหายไปอย่างไร้ร่องรอยทิ้งเพียงพื้นป่าดำถูกทำลายเป็นวงใหญ่

            เมื่อไม่มีอุปสรรคเช่นตอนเดินทางออกไปในช้าเด็กทั้งห้ากลับถึงสำนักที่ยี่สิบเอ็ดในเช้าวันที่ยี่สิบหกนับตั้งแต่เดินทางออกไป

            “เจ้าสำนัก...” หลี่ถังซานมอบตราภารกิจพร้อมกับผลึกสวรรค์ขั้นกลางหนึ่งพันเม็ดออกไป

            “อืม...”เจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดไม่ได้ดูบันทึกเหตุการณ์ในตราภารกิจกลับแหงนหน้าขึ้นมองมาทางเด็กชายหินคราหนึ่งก่อนจะเก็บผลึกสวรรค์และตราภารกิจกลับคืนไป

            “พวกเจ้าทำภารกิจสำรวจสำเร็จครั้งแรกในรอบสามร้อยปีรางวัลภารกิจคนละสามร้อยผลึกขั้นต่ำ” เจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดส่งผลึกออกให้กับเด็กๆทั้งห้าสามร้อยก้อนเท่าๆกัน

            “นี่เป็นรางวัลพิเศษ”ผลึกสวรรค์ขั้นกลางจำนวนร้อยก้อนถูกส่งออกมาให้กับทุกคนเท่าๆกันอีกด้วย

            “ขอบคุณเจ้าสำนัก...” เด็กๆทั้งห้าทำท่าทางดีใจรีบเก็บผลึกที่ได้เข้าแหวนมิติทันทีทั้งที่ในใจไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเมื่อเทียบกับจำนวนมหาศาลที่ได้มาก่อนหน้านี้

            “พวกเจ้าเหน็ดเหนือยมา ไปพักผ่อนเถอะอีกสามวันจะถึงการชุมนุมใหญ่ของเมืองเริ่มต้นเป็นการดีหากพวกเจ้าจะเข้าร่วมการขัดเกราฝีมือให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น”

            “ครับเจ้าสำนัก” เสียงขานรับพร้อมกันดังขึ้นก่อนจะเดินทางออกไปภายใต้สายตาที่จับจ้องมองจนลับตาไป

            เจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดเห็นว่าเด็กทั้งหมดจากไปแล้วรีบปิดประตูตำหนักเปิดดูบันทึกในตราภาระกิจอย่างละเอียดยิ่งเฉพาะการปรากฏตัวของสัตว์อสูรขั้นห้าทั้งสามตนคิ้วทั้งสองของเจ้าสำนักหนุ่มถึงกลับแทบขมวดมาชนกัน จวบจนถึงตอนที่เด็กชายหินถูกแสงสีเขียวคลุมร่างแล้วหายไปรอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้าของเจ้าสำนัก

            “เฮงหลันเทียน ทายาทของเจ้าสร้างปาฏิหาริย์เหมือนกับเจ้าเลยแต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนกับที่เจ้าเจอมาแน่นอน”

            เจ้าสำนักเลื่อนดูจนจบ ไม่สนแม้แต่การได้ของมีค่าใดๆกลับหยิบตราภารกิจที่เหมือนกับที่ถืออยู่ออกมาอีกหนึ่งชิ้นจากนั้นใช้พลังแห่งกฎคัดลอกบางส่วนที่ลงไปตัดการเข้าสู่ห้องลับที่วิหารออกก่อนจะทำลายตราภารกิจที่เด็กทั้งห้าส่งกลับคืนมาจนกลายเป็นผุยผง

            “ฉีเทียน ข้าจะดูว่าเจ้าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงใดกับโลกใบนี้ได้บ้าง”

                                       ...............

             

             

    คล้ายกับเรื่องบันทึกเทพสงคราม ที่คุณอ่าน