สองสามวันมานี้คิมหันษ์เลือกที่จะเอางานมาทำงานอยู่ที่คอนโด เอกสารต่างๆ ก็ให้เลขาส่งมาทางเมลล์ มาคุยงานกันที่นี่บ้าน ในหัวมีแต่ภาพของรักษ์วิ่งวนจนบ้างครั้งก็ทำงานไม่รู้เื่ ทำได้เพียงหลบหน้ารักษ์จนต้องหอบงานมาทำที่บ้าน อยากให้รักษ์คิดถึงกันเหมือนที่ตัวเองกำลังคิดถึง
รินทร์เองก็ไปเรียนตามปกติ แต่วันนั้นคนน้องขอขับรถไปเอง น้องพยายามเข้าใจไม่อยากให้เฮียเหนื่อย ไม่อยากเป็พาระให้เฮียต้องลำบากใจ
“แน่ใจนะว่าจะ เอารถไป”
“ไปเองดีกว่าคับ” คนน้องหยิบกุญแจรถมาถือไว้ในมือ แล้วเดินมากอดคนที่นั่งจิ๊บกาแฟอยู่ที่โต๊ะโซฟา แขนเรียววาดโอบรอบคอคนตัวโตจากด้านหลัง กดจมูกหนักๆ ลงบนแก้มคนรัก
“รักเฮียนะคับ”
“อย่าขับเร็วละ เฮียเป็ห่วง” มือหนายีไปบนศีรษะเล็กอย่างเอ็นดูจนผมฟุ้งกระจาย
“แล้ววันนี้เฮียไม่เข้าบริษัทเหรอคับ”
“อืม ไม่ละ วันนี้เฮียอยากอยู่บ้านรอหนูกลับมามากกว่าครับ” รินทร์ค่อยๆ ฉีกยิ้มออกมา
“งืออ งั่นเจอกันที่ห้องนะคับ หนูไปก่อนนะคับ” คิมหันษ์มองคนตัวเล็กที่เดินออกจากห้องไปแล้ว หลับตาลงช้าๆ ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหนักใจ มือหนาคว้าเอาโทรศัพท์ตัวเอง
เปิดแอปพลิเคชั่นภาพถ่ายออกมา มองรูปที่ถ่ายด้วยกันทั้งตอนมหาลันหรือไม่ว่าจะตอนไหนๆ รูปที่แอบถ่ายกัน ตอนหลับ ตอนทำงาน ทักๆ อริยาบทของรักษ์ ล่วนอยู่ในสายตาของเค้าหมด อยากโทรหา อยากเห็นหน้า อยากเจอทุกวันมันเ็ป
“เื่ของเรามันเป็ไปไม่ได้จริงๆ เหรอรักษ์ ทำไมถึงใจร้ายกับคิมแบบนี้ละ” มือหนากำโทรศัพท์ไว้แน่น ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
………………………….
ผมที่ไม่ได้เจอพี่ชายตัวเองเลยั้แ่ที่พี่รักษ์ออกจากโรงพยบาล ไม่ได้เจอกันมาหลายวัน หลังเลิกเรียนวันนี้ก็ตั้งใจไว้ว่าจะแวะมาหาพี่ชายที่บริษัท นี่ก็จะได้เวลาเลิกงานของพี่รักษ์แล้ว ไม่แน่ใจว่าพี่ยังอยู่ไหม อยากเซอร์ไพร่เลยไม่ได้บอกว่าจะมาหา
ผมเดินเข้ามาในตึก ขึ้นลิฟมายังชันผู้บริหาร มาถึงก็เจอเข้ากับพี่ป่า เลขาพี่รักษ์ที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าอยู่พอดี
“คุณหนูริทร์ มาหาคุณรักษ์เหรอคับ" เลขาหน้าห้องของพี่รักษ์ ซึ่งกำลังเก็บของเตรียมจะกลับบ้าน เอยทักผมขึ้น
“พี่ป่าสวัสดีครับ จะกลับบ้านเหรอครับ”
“ครับ น้องรินท์มาหาคุณรักษ์เหรอ”
“พี่รักษ์อยู่ข้างในใช่ไหมคับ”
“ใช่ครับ คุณรักษ์อยู่ข้างใน คุณคิมก็เพิ่งมาถึงเมื่อกี่เองครับ ” พยักหน้ารับเบาๆ
‘’ เฮียก็อยู่เหรอครับ’ ’
“อ่าว! พี่ก็คิดว่ามาด้วยกันซะอีก” รินทร์ยิ้มให้เลขาของรักษ์
"มาครับ เดียวพี่ไปเคาะประตูให้" น้องส่ายหน้าอย่างเกรงใจ
"งือ ไม่เป็ก็ได้คับพี่ป่า เดี่ยวรินทร์เข้าไปเองดีกว่า ขอบคุณนะคับพี่ป่า"
“งั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“ขับรถดีๆ นะครับ” ผมยืนส่งพี่ป่า ก่อนจะเดินมาที่ห้องทำงานของพี่ชาย กำลังจะเคาะประตู แต่
คิดได้ว่าตนอยากมาเซอร์ไพร่พี่ชายเลยไม่ได้เคาะและเปิดเข้าไปเลยทันที
แกรกกก!!! เสียงเปิดประตู พร้อมกับภาพที่ทำให้หัวใจของผมแตกสลาย คล้ายว่าเสียงรอบตัวพลันแ่เบาลง มีเพียงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรง และมือของผมที่เริ่มสั่นไหว แล้วน้ำตาก็ไหลลงมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ผมพยายามปฏิเสธที่จะรับรู้มาโดยตลอดคือเื่จริง
"ขอเราพิสูจน์เถอะรักษ์" เฮียคิมคนที่ผมรัก คนรักของผม กำลังจูบพี่รักษ์ พี่ชายของผม
ที่ตอนนี้กำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะทำงาน ไม่ได้รับรู้ถึงความเงียบความกดดันที่เหิดขึ้นตอนนี้
“เฮียยยย!! เฮียทำอะไรคับ” กว่าผมจะหาเสียงตัวเองเจอ หยดน้ำตาร้อนผ่าวก็ไหลลงมาเต็มหน้าแล้ว หัวใจบีบรัดเหมือนคนหมดแรง ขาสองข้างแทบยืนไม่ไหว มันเ็ปเกินกว่าอะไรๆที่เคยเจอมาในชีวิตนี้ ไหนบอกว่าจะรอที่ห้อง ไหนกันคนที่บอกว่าจะรอหนูที่ห้อง
เฮียหันมามองผม เหมือนว่าเฮียเองก็กำลังใที่เห็นผมยืนอยู่ตรงนี้เช่นกัน เราต่างมองหน้ากัน เสียววินาที่ต่อจากนั่น ข้อมือของผมก็โดนเฮียกุมกระชากแล้วพาลากเดินออกมาจากห้องๆ นั่นทันที
ผมไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำตอนนี้ว่าเอาเรี่ยวแรงที่ไหนเดิมตามเฮียออกมา เฮียเปิดประตูเข้ามาเป็ห้องที่มีบันไดหนีไฟ ก่อนจะเหวี่ยงผมไปชนกำแพงห้อง เหมือนว่าสติที่มีมันหายไปของผมมันกลับมาแล้ว
“มาทำไม!” เป็ประโยคที่คิมหันษ์ถามขึ้น แต่เหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า
“หึ เฮียทำแบบนี้ทำไม หือ หือ” น้ำตาผมยังคงไหลไม่หยุด ผมไม่อยากร้องไห้ ผมไม่อยากร้องไห้เลยจริงๆ
เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราสองคน เมื่อเฮียเอาแต่เงียบและไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย
เฮียเข้ามาเกลียน้ำตาบนใบหน้าของผมออกแ่เบา แล้วดึงผมเข้าไปไว้ในอ้อมกอด ลูบหลัง ปลอบผมเบาๆ
“ทำไมคับ หือ หืออ หืออ เฮียกับพี่รักษ์ " คิมหันษ์ยังคงเงียบ
“ เฮียทำแบบนั่นทำไมคับ หือ ” ไม่มีคำตอบจากคนที่บอกให้ผมเชื่อใจ เค้าทำเพียงกอดผมเอาไว้ในอ้อมกอดเท่านั่นผมพยายามทั้งพลักทั้งทุบหลังเฮียด้วยความโกรธ เฮียก็ก็ยังยืนเฉยให้ผมทำ
“ไหนบอกว่าให้หนูเชื่อใจไงคับ ไหนบอกว่ามีแค่หนูอะ หืออ หืออ คนโกหก คนใจร้าย”
“พูดอะไรบ้างซิคับเฮีย ทำไม่เฮียไม่ฏิเสธละ บอกซิคับว่าหนูแค่เข้าใจผิดไปเอง พูดซี!!! หือออ ”
“เฮีย ขอโทษ” รินทร์พลักอกคนพี่ออกจนคนตัวโตเซถ่อยหลัง แต่คิมหันษ์ก็ยังเข้ามาทรุดลงกอดไปรอบเอวบาง
“ หึ หืออ เฮียรักพี่รักษ์” ผมรวบรวมความเข้มแข่งทั้งหมดที่มีถามเฮียอกไป และคำตอบที่ผมได้รับกลับมาคือ เฮียทำเพียงเงยหน้ามามองที่ผมพยักหน้าเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา นี่คงเป็คำตอบของเฮีย
“พี่รักษ์รู้หรือเปล่า”
“…….”
“ผมถามว่าพี่รักษ์รู้หรือเปล่า เฮียก็พูดซี!!!” ผมพลักเฮียออกและถอยหลังมายืนใกล้ประตู
“อืมม แต่มันไม่ใช่อย่างที่หนูเข้าใจนะรินทร์ รักษ์เค้าไม่เกี่ยวอะไรเลย” ผมได้แต่แค้นยิ้มออกมาอย่างสมเพศตัวเองและตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าผมต้องรู้สึกยังไง
“แล้วผมต้องเข้าใจแบบไหนละ เฮียถึงจะพอใจนะ หือออ ” ผมเหนื่อย ผมไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ไม่อยากอยู่ข้างเฮียแล้ว
“………..” ผมเปิดประตูแล้ววิ่งออกมาจากห้องนั่น ไม่อยากอยู่รับรู้อะไรอีกแล้ว
คิมหันษ์รีบวิ่งตามมาแต่ก็ไม่ทันเมื่อลิฟปิดลงซะก่อน และรีบไปกดลิฟอีกตัวเพื่อตามน้องลงไป
คิมกันษ์วิ่งตามน้องมาจนถึงหน้าบริษัทษ์ ข้อมือเล็กถูกคนพี่ดึงกระชากให้เดินตามมาที่รถของตน แต่คนน้องไม่ยอมพยายามดิ้นจนหลุดจากการเกาะกุม
“กลับไปคุยกันที่คอนโดเฮีย” แต่คนตัวเล็กกลับก้าว ถอยหลัง ไม่ยอมให้คนพี่เข้ามาใกล้อีก
“คนผิดมีสิทธิ์เรียกร้องอะไรด้วยเหรอคับ”
“รินทร์ หนูอย่ามาดื่อตอนนี้ได้ไหม”
“ได้ ไม่ดื่อก็ได้ งั่นหลีกทางหนูจะกลับเอง”
“ก็เฮียบอกว่าให้กลับกับเฮีย” คิมหันจะเข้ามาจับแขนน้อง
“ไม่ อย่ามาจับ”
“หนู”
“อยากให้คนรู้กันทั้งบริษัทหรือไงว่าเราทะเลาะกันอยู่ หลีกทางให้หนู!” เสียงหวานตะคอกคนรักไม่เบานัก ทำให้คิมหันษ์ยอมหยุดยื่อแขนน้อง
“อ่อ ไม่ต้องกลัวว่าหนูจะฟ้องพี่รักษ์ละ หนูไม่ทำแบบนั่นหร่อก” พูดเสร็จก็เปิดประตูขึ้นรถตัวเองและขับออกไป คิมหันษ์ทำเพียงยืนมองรถที่ขับออกไป
……………….
คนตัวเล็กขับรถออกมาอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง ขับวนอยู่บนท้องถนนจนค่ำมืดดึกดื่น ได้แต่จอดรถแล้วร้องไห้อยู่ข้างถนน อยากกลับบ้านแต่ไม่อยากให้พี่ชายตัวเองไม่สบายใจ จนตอนนี้เหมือนว่าตัวเขาเองก็ไม่มีที่ไปแล้ว….