“เฮียว่าเราเมามากแล้ว กลับบ้านไปพักเถอะ คนพวกนั้นเดี๋ยวเฮียจัดการเอง”
เจษลินทร์ได้ยินเสียงซีเปียนคุยกับน้องชายทุกถ้อยคำ ใช่ว่าเขาอยากเสียมารยาทแอบฟัง แต่เขามึนหัวและง่วงหนักมาก คล้ายจะวูบได้ทุกเมื่อ ยืนไม่อยู่จนต้องพิงร่างกับผนังทางเดินไว้
พยายามตั้งสติเดินเลียบผนังกลับไป แต่ยิ่งเดินก็เหมือนยิ่งจะไม่ไหว เขาเห็นคนเดินสวนมารางๆ จึงเอ่ยเรียกขอความช่วยเหลือ
“ขอโทษครับ ร รบกวนหน่อ-” พูดยังไม่ทันจบสติของเจษลินทร์ก็พลันดับหายไปพร้อมกับร่างของเขาที่ล้มลง โชคดีที่อีกฝ่ายแม้จะใแต่ก็รับไว้ได้ทัน
“เห้ยคุณ!” พยายามเขย่าตัวคนที่หมดสติอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาก่อนจะจำใจอุ้มร่างไร้สติไปที่รถของเขา
.
.
“งื้อ ร้อนจังเลย จันทร์เร่งแอร์ให้หน่อย” เจษลินทร์พูดทั้งๆที่ไม่ได้ลืมตา มือก็ปัดป่ายรั้งเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อออกจากคอ
ปัณณวิชญ์ยืนค้ำเอวมองดูคนตรงหน้าที่เขาเพิ่งแบกมาวางโซฟากลางห้องของตัวเองเมื่อกี้
กดเปิดพัดลมเพดานให้อีก แม้ว่าเขาจะเปิดแอร์แล้วเพราะเห็นว่าเจษลินทร์คงจะร้อนจริงๆ เหงื่อผุดเต็มหน้าไปหมด
เจษลินทร์นอนขยับไปขยับมาคล้ายคนกระสับกระส่าย มือขาวปัดป่ายแกะกระดุมแล้วถอดเสื้อเชิ๊ตตัวเองออก
“ร้อนน เวียนหัวอ่า” ร่างบางบ่นพร้อมถอดเสื้อกล้ามออกอีกตัว
ปัณณวิชญ์จึงเดินไปเอาน้ำเย็นมาให้
“คุณ ดื่มน้ำก่อน” พร้อมประคองคนที่เปลือยท่อนบนลุกขึ้นมาดื่มน้ำ พรางคิดอะไรบางอย่าง
‘ไม่ใช่! นี่ไม่น่าใช่ร้อนธรรมดา เขาร้อนเพราะยาต่างหาก!’
คิดได้ดังนั้นปัณณวิชญ์ยกมือกุมขมับตัวเอง
ถ้ามาตายในห้องจะทำยังไงวะเนี่ย?
เขาวางคนตรงหน้าลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเพื่อน
ทันทีที่เพื่อนกดรับ ปัณวิชญ์ไม่รอให้ปลายสายได้เอื้อนเอ่ยคำใด เขารีบแจ้งจุดประสงค์ของตัวเองออกไป
"อี้ มาหาหน่อย มีเื่ให้ช่วยว่ะ"
[พ่อ บางทีมึงอาจจะลืมว่ากูมาต่างจังหวัดนะ]
[ทำไมมีอะไร]
"ถ้าโดนยา แต่ไม่รู้ว่ายาอะไร จะทำไงดีวะ"
[อาการเป็ไง ไหนบอกหมอซิ]
"เหมือนคนเมา ร้อน เหงื่อออกเยอะ หายใจถี่ มือเย็นเฉียบ แล้วก็นอนกระสับกระส่าย"
[มึงเป็เองเหรอ แต่กูฟังเสียงหายใจมึงก็ปกติดีนี่]
"ไม่ใช่กู ไม่ต้องถามด้วยว่าใคร แค่ช่วยกูแก้ปัญหาก่อน หรือต้องไปโรงบาลวะ?"
[อืม มึงลองเอามือลูบหน้าเขาดิ๊]
ปัณณวิชญ์ทำตามที่เพื่อนบอก
[เป็ไง]
"เขาเหมือนมีปฏิกิริยา พึมพำ อือ ออในคอ"
[ลองลูบคอดิ๊]
"เชี่ยไรมึงเนี่ย อีกนิดจะล่วงละเมิดแล้วนะ"
[ไอ้บ้า ลองดูก่อน กูแค่อยากแน่ใจ]
ปัณณวิชญ์ทำตามที่เพื่อนบอกอีกครั้ง
"เชี่ย!"
[เค้าเคลิ้มใช่มั้ย?]
"เออสิวะ"
[ชัดเลย ยาปลุกเซ็กส์จ้าพ่อ ยินดีด้วย] ปลายสายเอ่ยเสียงติดตลก
"ฆรวย!"
"แล้วกูต้องทำไง?"
[มึงก็จัดไปดิ ซักดอกสองดอก]
"ไอ้สัสอี้ ไอ้หมอไร้จรรยาบรรณ!"
[โอ้ย แค่ล้อเล่น ให้อภัยกันได้หรือไม่เล่า]
"สรุปกูต้องทำยังไง"
[อาการเขารุนแรงมั้ย แบบเขารุกมึงมั้ย]
"ไม่นะ แค่นอนดิ้นไปดิ้นมา เหมือนอยากจะหลับแต่หลับไม่ได้ แถมบอกว่าเวียนหัว"
[อ่า แสดงว่ายาไม่แรง ลองเอาน้ำให้กินเยอะๆ หรือถ้าเขาร้อนมากมึงก็เอาไปแช่น้ำเย็นซักพัก]
[ถ้าหลับก็คงจะไม่มีไรแล้ว ถ้าไม่ดีขึ้นมึงก็ต้องจัดแล้วป้ะ]
"ฆรวย"
ปัณณวิชญ์กรอกเสียงใส่โทรศัพท์แล้วกดวางสาย
หันมาจัดแจงเอาน้ำให้คนไม่ค่อยมีสติดื่มอีกรอบ แล้วเดินไปเปิดน้ำใส่อ่างอาบน้ำไว้
พอกลับออกมาก็เห็นว่าเจษลินทร์ถอดกางเกงขายาวออกแล้ว เหลือแค่กางเกงTrunkตัวเดียวล่อนจ้อน เ้าตัวยังคงนอนนอนกระสับกระส่ายไปมา
"คุณ ไปอาบน้ำ จะได้หายร้อน"
เ้าของห้องพยายามพยุงเจษลินทร์ลุกขึ้น แต่อีกฝ่ายก็ดิ้นไปมาอยู่ไม่สุข
ปัณวิชญ์ถอนหายใจก่อนจะช้อนอุ้มคนตรงหน้าเดินเข้าห้องน้ำ โชคยังดีที่เจษลินทร์ตัวเบากว่าที่เขาคิดไว้เยอะ
พอเข้ามาในห้องน้ำหมายจะวางเ้าตัวลงในอ่างอาบน้ำ คนในอ้อมแขนดั๊นเกี่ยวคอเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“คุณ ปล่อยก่อน อาบน้ำจะได้หายร้อนไง”
เหมือนไม่ได้ยินที่เขาพูดอ่ะ เพราะเจษลินทร์รั้งคอเขาไว้แน่นกว่าเดิมอีก
'เอิ่ม นี่คือกะจะฆ่ากันทางอ้อมใช่มะ?' ปัณณวิชญ์บ่นในใจเมื่อเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก
เขาถอนหายใจอีกครั้ง จำใจต้องลงอ่างไปด้วยกันนี่แหละ ไม่งั้นคงได้ยื้อกันอีกนาน
กลายเป็ว่าตอนนี้เจษลินทร์อยู่บนตักและอ้อมแขนของเขาในอ่างอาบน้ำแคบๆ
เรามาอยู่จุดนี้ได้ไงวะเนี่ย?
พอโดนน้ำ เจษลินทร์ดูเหมือนจะสงบลงบ้าง เ้าของห้องจึงพยายามแกะมือที่เหนียวเป็ตุ๊กแกออกจากคอเขา ทว่าคนตรงหน้าก็ยิ่งกอดแน่นขึ้น ซ้ำยังซุกหน้าแแ่คล้ายจะสิงลำคอของเขาแล้ว!
โอ้ย สภาพ!ปัณณวิชญ์ก่นในใจ
"งื้อ ร้อน เวียนหัว ทรมานจัง!” ปากเล็กๆบ่นเสียงอู้อี้ปนไม่พอใจ
ปัณณวิชญ์เอื้อมมือไปหยิบฝักบัวมาเปิดน้ำใส่หัวคนตรงหน้า เจษลินทร์จึงได้ผละออกจากคอเขา ยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเอง
“ดีขึ้นมั้ย?” เ้าของห้องถาม
"....."
เจษลินทร์ไม่ตอบ แค่ขยับตัวหลบน้ำจากฝักบัว ลูบหน้าตัวเองสะบัดผมสองสามทีแล้วเงยหน้ามาสบตากับปัณณวิชญ์
ฝ่ายเ้าของห้องเลิกคิ้วขึ้น มองดูว่าคนตรงหน้าได้สติรึยัง
ใบหน้าข่าวผ่องประดับประดาไปด้วยหยดน้ำ แก้ม จมูกและหางตาขึ้นสีชมพูค่อนแดง ทว่าริมฝีปากขึ้นสีแดงชัดที่สุด สายตาปรือๆที่จ้องมา กอปรกับหัวไหล่และลำคอขาวๆนั้น ทำเอาปัณณวิชญ์ถึงกับใจกระตุก ลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง
“ค คุณ ดีขึ้นรึยัง?”
!!!!!!
นอกจากไม่ตอบ คราวนี้เ้าตัวยังเอาแก้มของตัวเองมาถูกับแก้มของปัณณวิชญ์อย่างสบายใจ!
“สบายอ่า เย็นๆลื่นๆ” ว่าแล้วก็ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าลงมาถูกกับลำคอของปัณณวิชญ์เชื่องช้า มือเรียวไล่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตปัณณวิชญ์ไปด้วยคล้ายจะหาพื้นที่ถูแก้มเพิ่มอีก แล้วแก้มแดงๆนั้นก็คลอเคลียเลื่อนลงต่ำมาเรื่อยๆ มือของเ้าตัวลูบไล้สะเบะสะปะไปตามเนื้อตัวที่มีแต่กล้ามเนื้อ รู้สึกว่ามันลื่นและสบายมือเอามากๆ
คนโดนกระทำตัวแข็งทื่อแล้ว! ปัณณวิชญ์เผลอหายใจผิดจังหวะและกลืนน้ำลายไปหลายอึกใหญ่
พอได้สติก็รวบแก้มล้อคใบหน้าของอีกฝ่ายออกจากอกเขาไม่ให้ซนไปมากกว่านี้
“งื้อ” เจษลินทร์งึมงำอย่างขัดใจ
“ตั้งสติหน่อยสิคุณ” ปัณณวิชญ์ว่าพลางเขย่าหัวอีกคนหวังให้เ้าตัวมีสติ
แต่กลายเป็ว่าคนตรงหน้าเบะปาก ทำท่าจะร้องไห้
“ก็มันร้อนนน มันทรมานอ่า ถูหน่อย นิดเดียวววว” ปากเรียวสวยของเจษลินทร์เอ่ยเชื่องช้า น้ำเสียงคล้ายอ้อนวอนแต่ก็แฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ
หน้าอ้อนๆนั้น ทำเอาปัณณวิชญ์ใจกระตุกอีกครั้ง เขารู้สึกหูร้อนและทำหน้าไม่ถูกจนต้องหันหน้ามองไปทางอื่น
ลูกกระเดือกใหญ่ขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว เขาชำเลืองมองอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเงียบเสียงไป จึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าเจษลินทร์หมดฤทธิ์แล้ว
อ้อมแขนแกร่งยกคนหลับขึ้นจากอ่าง หยิบผ้าเช็ดตัวมาห่อให้แล้ววางเจษลินทร์ไว้บนที่นอน
ส่วนตัวเขารีบไปถอดเสื้อผ้าเปียกของตัวเองออก ห่อผ้าขนหนูที่เอวลวกๆแล้วมาจัดการคนไร้สติก่อน
บ้าเอ๊ย นี่มันเื่อะไรกัน ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยฟระ?
ปัณณวิชญ์บ่นไปพลางเช็ดหัวให้เจษลินทร์ไปด้วย
พอได้มองใบหน้าของอีกฝ่ายจังๆ เขานึกในใจว่าผู้ชายอะไรหน้าหวานขนาดนี้ คิ้วเรียงตัวสวยจะหนาก็ไม่หนาจะบางก็ไม่บาง ขนตายาวเป็แพ จมูกขนาดกะทัดรัด ริมฝีปากบางแถมเป็สีชมพูอีก มีจุดเล็กๆใต้หางตาด้วยแฮะ
เขาเผลอมองจนเห็นว่าผิวพรรณเจษลินทร์นั้นขาวและเนียนละเอียดมากแค่ไหน เมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองจ้องนานเกินไป ปัณณวิชญ์จึงเบนสายตาไปที่ไหล่แทน
หัวไหล่ขาวมนของเ้าตัวมีแผลเป็ลากเป็ทางยาว นั่นทำให้ปัณณวิชญ์ขมวดคิ้วจ้องแผลเป็นั้นอยู่นาน หัวใจเขาเต้นรัวขึ้นมาเสียดื้อๆ
‘บ้าหน่า ไม่ใช่หรอก’
‘หรือว่าใช่? ถ้าใช่ล่ะ?’
เขาทะเลาะกับตัวเองอยู่นาน สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าพรุ่งนี้จะถามเจษลินทร์ดูว่าได้แผลเป็นี้มาจากไหน
พอเช็ดหัวให้คนไม่ได้สติจนแห้ง ปัณณวิชญ์ก็จัดการใส่เสื้อให้อีกฝ่าย เห็นว่าอากาศเย็นเลยใส่เป็เสื้อนอนแขนยาวให้ละกัน พอจะถอดTrunkให้ อยู่ๆมือของคนที่หลับไปแล้วก็มาจับมือเขาไว้
“งื้อ จันทร์เดี๋ยวเจษถอดเอง” เจษลินทร์ว่าพลางลุกขึ้นมาจัดการถอดTrunk ใส่อันเดอร์แวร์ที่ปัณณวิชญ์เตรียมไว้ให้ สวมกางเกงนอนแล้วดึงผ้าขนหนูที่เอวโยนทิ้งเสร็จสรรพทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่
“เหวอ!”
ปัณณวิชญ์ร้องใ เพราะโดนอีกฝ่ายรั้งจนล้มลงที่นอน
ไม่เพียงแค่นั้น เจษลินทร์ยังปีนเกยขึ้นมาบนตัวเขา เอาแก้มมาถูไถกับตัวเขาที่กึ่งนอนหงายกึ่งตะแคง คล้ายหาพื้นที่ที่ถูกใจ และที่ที่ถูกใจเ้าตัวก็คือหน้าอกของปัณณวิชญ์นั่นเอง
“ค คุณ ทำอะไรเนี่ย? ผมจะใส่เสื้อ”
ร่างบางงัวเงียเอาแขนมาวางบนหน้าอกปัณณวิชญ์
“ไม่ๆ” ว่าจบก็วางหัวหลับแหม่ะลงเสียอย่างนั้น
![]()
ปัณณวิชญ์มองคนที่หนีไปเฝ้าพระอินทร์ตรงหน้า แล้วตบหน้าผากตัวเองดังแป๊ะ!
นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ!
เขาไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ครั้นพอพยายามจับคนที่เกยอยู่บนอกเขาวางลงหมอน แต่อีกฝ่ายก็ยังโผมาเอาแก้มร้อนๆมาซุกอกของเขาอีก แถมมือยังลูบไล้ต้นแขนที่ประดับประดาไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างสนุกมือราวกับว่ามันเป็ของเล่นชิ้นนึง
เอากับเขาเถอะ! งั้นจะทำอะไรก็เชิญตามสบายเถอด แล้วแต่โลด!
เ้าของห้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ปล่อยให้อีกฝ่ายทั้งซุกทั้งลูบตามสบาย เพราะเขาเองก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน จึงจัดท่าจัดทางให้ตัวเองนอนได้ถนัด
ขยับยื่นแขนข้างหนึ่งเหยียดตรงคล้ายท่าไม้กางเขน แล้วเอาหัวของเจษลินทร์มานอนหนุน่หัวไหล่เขาไว้ เ้าตัวจะได้ซุกหน้าพร้อมลูบไล้ได้สมใจ!
และเป็ไปตามคาด พอได้ท่าที่ถูกใจเจษลินทร์ก็หลับไปในที่สุด
ปัณณวิชญ์ถอนหายใจไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ของวัน สุดท้ายเขาก็ปล่อยวางทุกอย่างเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนข้างๆไป
TBC
⍣⚝⍣⚝⍣⚝⍣⚝⍣⚝⍣
เอร้ยยยย เขานอนด้วยกันเฉย
กรี้ดดดด ทำไมมันเป็แบบนี้ล่ะฟาโรห์?
(〃' v '〃)
ปมเก่ายังไม่คลาย ปมใหม่มาอีกแล้ว อะไรของไร้ท์วะ5555 ผูกเก่ง แต่จะแก้เก่งมั้ย นั่นก็อีกเื่555
Talk: คือในตอนนี้มันเป็ยาสมมุตินะคะไรท์ตั้งขึ้นเอาเอง ไม่มีในโลกความจริงน้า
ซึ่งยาตัวนี้มันจะออกฤทธิ์ได้ดีกับแอลกอฮอลล์
แต่พิ่น้อนเจษยังไม่ได้ดื่มแอลกอฮอลล์เข้าไป เลยยังไม่มีอาการรุนแรงมาก แค่น้วยเบาๆอ้อนคนบางคนเต้าอั้นเ้า
กรู้กกก
ติชมกันเข้ามาได้นะคะ
- LOVE -