การกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2)

    บทที่ 36 ออกเดินทาง

    บทที่ 36 ออกเดินทาง

     

     

                ในตอนนี้ ตระกูลชิว แต่ละคนมีระดับพลังที่ไม่ต่ำกว่าขั้นเขตแดนก่อตั้งปฐพีกันทุกคนถ้าจะให้วัดระดับความแข็งแกร่งหละก็ ตระกูลชิวสามารถเทียบได้กับผู้คนในดินแดนต้องห้ามเลยทีเดียว

     

                ส่วน ชิว ซานฟู่ และ ชิว ซานเฟิง พวกเขาทั้ง2คนได้รับประทานอาหารที่พิเศษกว่าคนอื่น ซึ่งนั่นก็คือเนื้อของสัตว์อสูรระดับเมฆาแท้จริงนั่นเอง พวกเขาจึงมีพลังที่มากมายกว่าผู้อื่นในตระกูลชิว

     

                ชิว ซานฟู่ ในตอนนี้พลังของเขานั้น ก็คือขั้นที่9เขตแดนเมฆาแท้จริงนั่นเอง

     

                ส่วน ชิว ซานเฟิง ก็เพิ่มมาอย่างก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้เขานั้นมีพลังอยู่ที่ขั้น 9ก่อตั้งเมฆา หรือก็คือ ตอนนี้เขาสามารถที่จะบินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระแล้ว

     

                ในขณะนี้ ทุกคนในกลุ่มของ ชิวเหวินเจี้ยน ได้มารวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูเมืองตระกูลชิว กันหมดแล้ว ในนั้นก็มีชิว หลิงซี อยู่ด้วย เพราะว่านางจะหาโอกาสลอบสังหาร ชิว เหวินเจี้ยน ทิ้งซะ

     

                สักพัก ชิว เหวินเจี้ยนก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “ในเมื่อทุกคนนั้นพร้อมกันทั้งหมดแล้ว พวกเราก็จะเริ่มออกเดินทางกันเลย”

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้มองไปทาง ชิวหลิงซี เป็นบางครั้งบางคราว เพราะว่าสายตาของนางอย่างกับจะฆ่าจะแกงใครอย่างไรอย่างนั้น

     

                ตอนนี้ ทุกคนก็ได้เริ่มออกเดินทางกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยวิธีการเดินทางของพวกเขาก็คือ บินไปยังที่ตั้งของดินแดนต้องห้าม!

     

                ทุกคนในกลุ่มของ ชิว เหวินเจี้ยนในตอนนี้ มีพลังขั้นต่ำสุดก็คือ ขั้นที่1เขตแดนเมฆาแท้จริง นั่นก็คือ ประมุขทั้ง3แห่งดินแดนเมฆานั่นเองพวกเขาจึงไม่มีปัญหาในเรื่องการที่จะเดินทางด้วยการบินไป

     

              พอมาถึงได้ ครึ่งทางแล้ว ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวกับทุกคนว่า “ข้าจะขอเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ส่วนพวกเจ้าก็ค่อยตามไปแล้วกัน”

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ที่มีความรวดเร็วที่สุดในกลุ่มก็ได้พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง แต่เขาก็ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงสุด เพราะว่าเขากำลังรอใครบางคนให้ตามมาอยู่

               

                ทางด้านของ ชิว หลิงซี ที่เห็นว่า ชิวเหวินเจี้ยน แยกตัวออกไปคนเดียว นางก็ได้ หายวับออกไปจากในกลุ่ม เพื่อไล่ตาม ชิวเหวินเจี้ยน ไป

     

                เมื่อ ทั้ง2คน พุ่งออกมาห่างไกลไปจากกลุ่มของหลิว เฟ่ยหงส์ ได้ระยะหนึ่ง ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้หยุดลง และหันหน้ากลับมาทาง ชิวหลิงซี

     

                ชิว เหวินเจี้ยน กล่าวออกมาอย่าติดตลกว่า“แม่สาวน้อย ที่เจ้าตามข้ามา หรือว่าเจ้าหลงเสน่ข้าแล้วใช่หรือไม่”

     

                ชิว หลิงซีก็ได้กล่าวตอบกลับไปอย่างเย็นชา ว่า “ท่านนั้นคงไม่รู้สินะ ว่าข้าจะต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหนในอีกโลกหนึ่ง และในตอนนี้ข้าก็แข็งแกร่งกว่าท่านแล้ว ท่านยังคิดอยู่อีกหรือว่า จะชนะข้าได้”

     

                ชิว หลิงซี ที่กล่าวจบก็ได้เปิดฉากจู่โจมในทันทีโดยที่ไม่มีเวลาให้ ชิว เหวินเจี้ยน ตั้งตัวได้ทัน เพราะเนื่องจากนางได้คิดว่า ชิวเหวินเจี้ยน นั้นเป็นเผ่ามาร ที่อาจารย์ในอีกโลกหนึ่งของนางได้บอกมา

     

                ชิว หลิงซี ได้พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสุดตัวและใช้กระบี่ระดับพิเศษ ที่ประมุขของสำนักจันทรามอบให้ แทงเข้าไปที่กลางอกของ ชิวเหวินเจี้ยน

     

                ฉึก!

     

                แต่ทว่า ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้เบี่ยงตัวหลบทันเวลาพอดีแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังโดนเข้าไปแบบเฉียดๆอยู่ดี ทำให้มีเลือดสีแดงไหลย้อยออกมาจากกลางหน้าอกของเขา

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ก็รู้สึกไม่ค่อยจะแปลกใจเท่าไหร่นักที่จู่ๆนางก็เข้ามาจู่โจมเขา นั่นก็เพราะว่า เขาสังเกตเห็นจิตสังหารนางมาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในเมืองตระกูลชิวแล้วนั่นเอง

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ในตอนนี้เขาเริ่มที่จะมีโกรธอยู่บ้างเล็กน้อยเขาจึงเผลอปล่อยจิตสังหารให้หลุดรอดออกมา

     

                ชิว หลิงซี ที่ได้รู้สึกถึงจิตสังหารของ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ถึงกับขยับตัวไม่ออก มันมีความน่ากลัวเป็นอย่างมาก แค่เพียงจิตสังหารเท่านั้นชิว หลิงซี ก็ล่วงหล่นจากท้องฟ้าในทันที นางไม่มีเรี่ยวแรงที่จะบินต่อไปได้อีก

     

                ชิว เหวินเจี้ยน ที่เห็นนางกำลังจะตกลงไปทางด้านล่างนั่นก็ได้พุ่งเข้าไปรับตัวนางเอาไว้ด้วยท่าเจ้าหญิง และพานางมุ่งหน้าตรงไปยังดินแดนต้องห้าม ทันที

     

                ในขณะนี้ กลุ่มของ หลิว เฟ่ยหงส์ก็เริ่มจะถึงที่หมายแล้วเช่นกัน พวกเขาเดินทางกันด้วย ความเร็วสูงสุดของ3ประมุขแห่งดินแดนเมฆา เพื่อที่จะได้ไม่ทิ้งระยะห่างกันมากเกินไป

     

                จู่ๆ หลิว เฟ่ยหงส์ก็ได้กล่าวขึ้นมาว่า “เมื่อพวกเราไปถึงดินแดนต้องห้ามกันแล้วจะต้องห้ามไปก่อเรื่องที่ใดเป็นอันขาด เพราะว่าผู้ที่ปกครองดินแดนแห่งนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มีข่าวลือเล่าต่อกันมาว่า แม้แต่กองทัพทมิฬก็ยังไม่สามารถเข้าไปรุกรานได้!”

     

                

    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์(ภาค2) ที่คุณอ่าน