ภัทร และนัทนั่งสกู๊ตเตอร์คันเกามาอย่างเร่งรีบเพื่อหนีการไล่ตามคนกลุ่มคนชุดดำโดยภัทรเลือกเส้นทางเดิมที่เขามา
“ภัทรเร็วๆ หน่อย!” นัทหันหน้าหันมองคนพวกนั้นที่เริ่มตามเข้ามาไกล้ขึ้นเรื่อยๆ เขาเตรียมเอาพลั่วปัดคาถาของคนที่ตามมา
“ฉันรีบแล้ว แต่รถมันเร็วได้เท่านี้!”ภัทรบิดคันเร่งจนหมดปอกแล้วแต่ความเร็วของมันก็ไม่สามารถไปถึงแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้เลย
“ให้ตายเถอะ เราต้องตายแน่ๆ!” นัทหยิบไม้กายสิทธิ์ของเขาขึ้นร่ายสวนไปบ้าง
“ออบเบกซ์ ลูตัม! (Obex Lutum)”
ลำแสงสีน้ำตาลยิงไปที่พื้นถนน แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นัทหน้าเสียก่อนนึกอะไรขึ้นได้
“โอ๊ย! ให้ตายเถอะ ฉันลืมไปว่าถนนมันร่ายเวทมนตร์ดินขึ้นมาไม่ได้" นัทบ่นอย่างหัวเสียเพราะเขาใช้โควตา เวทมนตร์ไปอย่างเปล่าประโยชน์
“นายพยายามจะทำอะไรน่ะ!”
“ฉันจะสร้างกำแพงดินให้พวกมันหน้ากระแทกไง! พวกมันตามมาเร็วขนาดนี้ท่าชนกำแพงพวกมันต้องเจ็บหนักแน่"
“กำแพงเหรอ... นัท นายเปิดกระเป๋าสะพายฉันหน่อย ฉันมีคัมภีร์คาถาที่พี่ริศทิ้งไว้ให้สามอัน นายลองดูว่ามันมีคาถาอะไรบ้าง”
“คัมภีร์คาถาเหรอ... ให้ตายทำไมฉันคิดไม่ได้กันนะ... ล้วงแป๊บนึง... ได้ ได้แล้ว!”
ลำแสงสีม่วงสกปรกพุ่งมาอีกครั้งแต่ภัทรเห็นจากกระจกมองหลังจึงหักหลบได้ทัน แต่เขาสังเกตดูแม้แต่พื้นถนนก็ยังมีรอยถูกกัดกร่อนจางๆ ‘นี่มันคาถาอะไรกัน ทำไมมันรุนแรงขนาดนี้ ต้องไม่ใช่เวทมนตร์แค่ระดับสามัญแน่’
“ภัทร มันมีคาถากำแพงน้ำแข็ง คาถาควันพรางตา แล้วก็คาถาะุน้ำ ฉันจะใช้ยังไงดีล่ะ”
“ถ้าพวกมันมาใกล้ๆ ให้ใช้คาถากำแพงน้ำแข็งก่อนเลย อันอื่นฉันขอคิดก่อนนะ”
"ได้เลย"นัทกำ คัมภีร์แน่นเตรียมพร้อมใข้มันตลอดเวลา
พวกเขาขับรถไปได้ประมาณหนึ่งในห้าของระยะทางแล้ว แต่พวกมันก็ยังตามมาไม่เลิก โชคดีที่พวกมันต้องชะลอตัวลงจึงจะร่ายคาถาได้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงตายไปแล้ว
“นัท ปกติผู้วิเศษร่ายคาถาสองคาถาพร้อมกันไม่ได้เหรอ”
“นายจะบ้าเหรอภัทร แค่คาถาเดียวก็จะตายแล้ว สองคาถาพร้อมกันอย่างน้อยต้องผู้วิเศษระดับสามนู่นเลย อีกอย่างพวกมันต้องแย่งสมาธิมาขี่ไม้กวาดด้วยไง”นัทอธิบายเพิ่ม
“อย่างนั้นเหรอ...” ภัทรคิดนิดนึงก่อนมองดูคนที่ไล่ตามมาใกล้จะคว้าพวกเขาถึงแล้ว ภัทระโ “ตอนนี้แหละ!!!”
“ได้เลยภัทร!” นัทถือคัมภีร์สีขาวหันไปด้านหลังจากนั้นทำการฉีก
แคว่กกกก!
เสียงฉีกกระดาษดังขึ้นพร้อมแสงสีขาวอ่อนสว่างวาบ ปรากฏกำแพงน้ำแข็งสีฟ้าขาวบริสุทธิ์ขนาดหนึ่งคูณหนึ่งเมตรรูปทรงผลึกน้ำแข็งขวางทางไว้ ทำให้คนที่ตามมาสองคนที่อยู่ใกล้พวกเขาที่สุดชนเข้ากับกำแพงน้ำแข็งเต็มแรงก่อนจะกระเด็นถอยไป และไม่ลุกขึ้นมาอีกเลย
“เยี่ยมไปเลย พี่ริศไปเอาคาถาน้ำแข็งนี่มาจากไหนเนี่ย เจ๋งชะมัด” นัทพูดกับตัวเอง
“อย่าเพิ่งดีใจไป มันยังอยู่อีกสามคน ข้างหน้าจะเป็โค้งหักศอก นายฟัง ขั้นตอนที่ฉันจะบอกให้ดีนะ”ภัทรเริ่มซุบซิบแผนการให้นัทฟัง
“ได้เลย” นัทพยักหน้า
พวกเขาขับผ่านไปอีกพักหนึ่ง แถบบริเวณนี้มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบทำให้ดูมืดครึ้มกว่าเส้นทางก่อนหน้า ทัศนวิสัยเริ่มแย่ลง
“นัท ตอนนี้แหละ!”
“ได้!”
แคว่กกกก!
นัทฉีกคัมภีร์หมอกควัน ควันสีขาวกระจายฟุ้งทั่วบริเวณ ภัทรหักเลี้ยวรถไปทางขวาทันที พวกเขาพุ่งผ่านพ้นหมอกควันออกมาก็ได้ยินเสียงกระแทกอย่างรุนแรงในม่านหมอก ก่อนจะมีคนสองคนโผล่พ้นออกมาจากหมอกควันเช่นกัน แต่มันพุ่งออกมาเร็วกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
ภัทรที่มองผ่านกระจกมองหลังขมวดคิ้วด้วยความเคร่งเครียด “นัท คาถาสุดท้าย ถ้ามันอยู่ซ้อนกันค่อยใช้นะ คาถานี้เหมือนจะเป็แนวตรง”
“ได้เลย”
สองกลุ่มไล่ล่ากันต่ออีกห้า่เสาไฟ ตรงนี้เป็่ทุ่งนามีรวงข้าวสีทองอร่ามสองข้างทาง ไม่มีพื้นที่โล่งกว้างให้หลบหนี แต่ถนนก็แคบลงด้วยเช่นกันเพราะเป็ทางลัดทำให้เป็ถนนเลนเดียว ในที่สุดพวกมันก็ขับเรียงกันเป็แถวและเข้ามาใกล้พวกเขามากจนเกือบจะเอื้อมมือถึง
“ตอนนี้ล่ะ!”
แคว่ก!
นัทฉีกคัมภีร์เล่มสุดท้าย ะุน้ำ... หรือต้องบอกว่าเหมือนคลื่นน้ำปริมาณเท่าโอ่งใบใหญ่โผล่ออกมาจากคัมภีร์ สาดซัดกระแทกคนที่ตามมาทั้งสองคนจนเสียหลักกระเด็นกระดอนออกมาจากไม้กวาด แรงที่มันกระแทกใส่พื้นพอๆกับคนขับรถล้มด้วยควาเร็วสูงต้องเจ็บหนักอย่างเลี่ยงไม่ได้
นัทเขย่าตัวภัทรอย่างแรงด้วยความสะใจ“ภัทรพวกเรารอดแล้ว! เจ๋งแจ๋วที่สุด!”
“พวกเรารอดแล้วจริงๆ” ภัทรพยักหน้า แต่ยังไม่คลายกังวล เขาพยายามบิดคันเร่ง แล้วมองกระจกหลัง
ชายในชุดสีดำคนสุดท้ายยืนทรงตัวโยกไปโยกมาบนไม้กวาดที่หักครึ่ง ะโด่าพวกเขาไล่หลังจนภัทรและนัทรู้สึกขนลุก
“ไอ้พวกเด็กระยำ! ตายห่ากันไปให้หมด!”
“อิมเพลตัส มาลุม! (Impeltus Malum)”
เสียงแหบพร่าดังขึ้นไล่หลังพวกเขา ลำแสงสีม่วงน่าสยดสยองพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของมัน แต่รอบนี้ลำแสงคาถากลับมีขนาดใหญ่กว่าเดิมสองเท่า แล้วรวดเร็วมากจนไล่รถพวกเขาทัน
ปัง!!!
ยางล้อหลังะเิ และละลายติดถนนทันที ภัทรไม่สามารถควบคุมรถได้อีกต่อไป รถเสียหลักพุ่งลงข้างทางที่เป็ทุ่งนา ภัทรกระเด็นออกจากรถไปตกอยู่อีกด้านหนึ่ง
เจ็บ...
นี่เป็ครั้งที่สามแล้วที่เขาตกลงในอะไรสักอย่างในขณะที่มาโลกเวทมนตร์
“ให้ตายเหอะ...” ภัทรรีบลุกขึ้นมองหานัท นัทไม่ได้โชคดีอย่างภัทร เขาไม่ได้สวมหมวกนิรภัย ทำให้หัวกระแทกกับก้อนดินแข็งหรืออะไรสักอย่างจนเืออก และหมดสติไป โชคดีของพวกเขาคือรถสกู๊ตเตอร์ไม่ได้กลิ้งมาทับ ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจเจ็บหนักหรือเสียชีวิต
"ไอ้พวกเด็กเหลือขอออกมาได้แล้ว กูรู้นะว่าพวกมึงยังไม่ตาย ออกมารับความตายได้แล้ว
เสียงพูดไล่หลังพวกเขามาทำให้ภัทรได้สติเขาไม่มีทางพานัทที่หมดสติหนีไปได้แน่ “ท่าทางเรายังต้องสู้กับอีกหนึ่งคน”
ภัทรรีบเอาน้ำยาสมุนไพรราดแผลนัทไปหลายขวด ก่อนจะหยิบพลั่วยุทธวิธีออกมาจากสายรัดของนัทเพื่อป้องกันตัว แล้วรีบปีนขึ้นไปบนถนน เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไม่ให้มันโจมตีนัท เพราะถ้ามองจาก้า ถนนจะบังทำให้อีกฝ่ายมองไม่เห็นนัทชั่วคราว
“โผล่มาซะได้ ไอ้ตัวซวย” ชายชุดดำด่าภัทร
ขณะนั้นภัทรได้เห็นชัดๆ ว่ามันใส่หน้ากากตัวตลกแต่เริ่มมีรอยร้าว ร่างกายมันบิดเบี้ยว าแจากการครูดกับถนนค่อนข้างสาหัส เืของมันมากมายไหลนองพื้น เขาเองก็โชคดีที่ใส่หมวกนิรภัยตอนทำงาน แต่กระนั้นแขนขวาก็ขูดกับถนนจนเืไหลย้อมชุดทำงานเป็สีแดงเป็หย่อมๆ
ภัทรกัดฟันตั้งท่าถือพลั่วด้วยมือซ้าย แล้วมือขวาล้วงกระเป๋าเพื่อหาอะไรสำหรับสถานการณ์แบบนี้ แล้วถามมัน
“พวกคุณเป็ใคร ตามพวกเรามาทำไม”
“จะตายห่าแล้วยังจะเสือก อยากรู้อีก! ฉันจะบอกให้ก็ได้ เราคือสาวกผู้ซื่อสัตย์ของ ‘พระแม่แห่งความหฤหรรษ์’ ถ้าพวกแกยอมเข้าร่วมกับพระแม่ ฉันอาจจะปล่อยเพื่อนแกไปก็ได้นะ”
“ฝันไปเถอะ!” ภัทรกัดฟันแล้ว รู้สึกคุ้นกับคำพูดนั้น หรือว่ามันมาจากลัทธิเดียวกัน เขาคลำหาไปมาในที่สุดก็เจอของที่้า
“พยายามไปก็เปล่าประโยชน์ยังไงพวกแกก็ต้องตายอยู่แล้ว... ชิ แผลนี่น่ารำคาญชะมัด” มันมองแขนซ้ายของตัวเองที่บิดเบี้ยวจากการล้มจนเหมือนหักหลายท่อน
“ข้าขอถวายกายเนื้อข้าแก่เทพี... คาโร มาเรดิกตา (Caro Maledicta)”
แขนนั้นอยู่ๆ ก็ส่งควันสีดำออกมาก่อนจะขยับไปมาน่ากลัวแขนดุ๊กดิกไปมาจนในที่สุดก็กลับมาเป็เหมือนเดิม บริเวณแผลจู่ๆก็มีเถาวัลย์งอกออกมาจากพร้อมดอกกุหลาบสีแดงเืหนึ่งดอก เสียงของมันตื่นเต้นยินดีจนเนื้อเต้น พร่ำสรรเสริญต่อไป
“ท่านธิดาแห่งราคะ... ในที่สุดก็ตอบรับคำวิงวอนจากข้า ข้าจะสังหารพวกมันเพื่อถวายกายเนื้อแก่ท่าน!”
มันชี้ไม้กายสิทธิ์มาทางภัทร แล้วร่ายคาถา
“มาลุม อิคตัส!!! (Malum Ictus)”
ลำแสงสีม่วงช้ำเืช้ำหนองพุ่งมาหาภัทรที่พยายามหาทางรับมืออยู่